ถ้าพูดถึงย่านเมืองทองธานี สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวคือคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ใหญ่ประจำปี ครั้งนี้ ONCE อยากพาทุกคนไปสำรวจย่านเมืองทองธานีในมุมมองใหม่ๆ โดยการเดินเท้าสำรวจทั่วย่านเช้าจรดเย็น เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย เพื่อไปทำความรู้จักย่านนี้ให้มากขึ้น ผ่าน 10 พิกัดน่าสนใจ เหมาะสำหรับเดินเล่นสั้นๆ ในวันหยุด ไปซึมซับจังหวะชีวิตของย่านเมืองทองธานีพร้อมกับพวกเรากันเลย
เริ่มต้นพิกัดแรก Plantnery Green Cafe เอาใจคนอยากพาตัวเองไปพักผ่อนในพื้นที่สีเขียว ที่นี่เปรียบเสมือนโอเอซิสในย่านเมืองทองธานี เป็นคาเฟ่ที่รวมความน่ารักเอาไว้มากมาย รายล้อมไปด้วยพืชพันธุ์ไม้น้อยใหญ่นานาชนิดมากกว่า 100 สายพันธุ์ ถ้าใครสงสัยพันธุ์ไม้ไหนชื่ออะไร สามารถมองหาป้ายห้อยเล็กๆ ที่ติดไว้ตามต้นไม้แต่ละชนิด เพื่อสแกน QR Code ผ่านโทรศัพท์มือถือ เราจะได้รู้จักชื่อและเรื่องราวของธรรมชาติ ได้ทั้งความรู้และความรักจากพันธุ์ไม้กลับไปแบบเต็มอิ่ม
นอกจากบรรยากาศ เมนูอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ยังชวนประทับใจไม่แพ้กัน เริ่มต้นเติมความสดชื่นด้วยสตรอว์เบอร์รีดาร์กช็อกโก รสสัมผัสหวานซ่อนเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี เข้ากับความเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลต จิบแล้วรู้สึกสดชื่น กลมกล่อมในคำเดียว ไม่หวานหรือเข้มข้นมากจนเกินไป พอเติมความสดชื่นแล้ว แนะนำเมนูจานหลักคือสปาเกตตีแซลมอนเพสโต เส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่มกำลังดี ผัดกับซอสเพสโตหอมกลิ่นโหระพากับถั่วเข้มข้นกำลังดี ท็อปด้วยเนื้อแซลมอนขนาดพอเหมาะ เนื้อฉ่ำ นุ่มลิ้น เข้ากันได้ดีกับซอสเข้มข้น เติมพลังพร้อมเริ่มต้นวันใหม่แบบอิ่มท้องกำลังดี
นั่งเล่นบอร์ดเกมไปพลางจิบเครื่องดื่มสินค้า OTOP จากท้องถิ่นที่บ้านมิถุนาโฮม คาเฟ่เล็กๆ จากจุดเริ่มต้นชวนยิ้ม เรื่องราวของคนสองคนที่เกิดและพบกันในเดือนมิถุนายน ทั้งคู่ตั้งใจถ่ายทอดความสุข คัดสรรวัตถุดิบส่งผ่านขนมโฮมเมด ที่นี่มี Seasonal Bakery เมนูพิเศษประจำเดือนสลับสับเปลี่ยนมาลงตู้ให้ได้ตื่นเต้นกันเรื่อยๆ แต่ในเดือนมิถุนายนมีชิ้นพิเศษจำหน่ายเฉพาะเดือนนี้เท่านั้น สมกับชื่อบ้านมิถุนาโฮมจริงๆ
น่าเสียดายที่เราไม่ได้มาในเดือนมิถุนายน แต่เดือนนี้ก็มีเมนู Seasonal Bakery โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Biscoff Basque Cheesecake เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ฉ่ำครีมชีส หอมคาราเมลไหม้ กินคู่กับบิสคอฟหวานนุ่มกำลังดี ถ้ารู้สึกหวานไป แนะนำให้ลองดื่มคู่กับ Maoberry Bliss กาแฟคั่วกลางผสมผสานกับน้ำหมากเม่าจากจังหวัดสกลนคร ใส่ไซรัปเกรปฟรุต วนิลา และน้ำเลมอน ตัดความขมจากกาแฟด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม จับคู่ความอร่อยแบบลงตัว
ถ้าอยากกินครัวซองต์หรือเบเกอรีอบใหม่ Namwan Bakehouse คงเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง นอกจากครัวซองต์และขนมปังอบสดใหม่ เมนูสายสุขภาพก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ส่วนตัวเราแนะนำ Feta Kale Salad สลัดผักเคลสดกรอบคลุกเคล้าความหอมมันของเฟตตาชีส เพิ่มความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวหวานจากแอปเปิลกับแครนเบอร์รี ตัดด้วยความกรุบกรอบหอมมันของอัลมอนด์ ราดด้วยน้ำสลัดส้มน้ำมันมะกอกสูตรโฮมเมด คลุกเคล้าเข้าด้วยกันแล้วสดชื่น แถมแต่ละส่วนประกอบยังชูรสชาติวัตถุดิบเข้ากันพอดี
ส่วนเมนูเครื่องดื่ม Watermelon Lychee เป็นแตงโมลิ้นจี่ปั่น ดึงเอาความหวานฉ่ำตามธรรมชาติของแตงโม มาจับคู่กับความหอมหวานเปรี้ยวของลิ้นจี่ จิบแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า พร้อมรับพลังบวกมาแบบจัดเต็ม
หลายคนนิยาม HOLE Cafe เป็นคาเฟ่สำหรับชาว Introvert รูปแบบการซื้อเครื่องดื่มเน้นให้บริการแบบซื้อกลับบ้าน โดยมีเมนูการ์ดแขวนเล็กๆ ไว้ให้เลือกหยิบ แค่เลือกการ์ดเมนูที่ต้องการ จากนั้นยื่นเข้าไปในรูบนกำแพง เป็นการซื้อขายที่เราไม่เห็นหน้าบาริสตา ขณะที่บาริสตาก็ไม่เห็นหน้าเรา ทั้งสองฝั่งเชื่อมโยงด้วยรูเล็กๆ บนกำแพง ไม่จำเป็นต้องพูดคุยหรือสบตากันตรงๆ ช่วยลดความเกร็งสำหรับคนที่ไม่ชอบยืนลังเลหน้าเคาน์เตอร์ สำหรับเราให้ความรู้สึกแปลกใหม่ แต่ก็สนุกสนานทีเดียว
กาแฟราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียง 39 บาท แต่สำหรับคนไม่ถนัดดื่มกาแฟ ก็มีชาให้เลือกสรรเริ่มต้นที่ 49 บาท เหมาะสำหรับคนต้องการเครื่องดื่มในราคาสบายกระเป๋า และอยากสัมผัสประสบการณ์การสั่งเครื่องดื่มในบรรยากาศแปลกใหม่
นาทีนี้คงไม่มีที่ไหนร้อนแรงเท่ากับ The Lake Club ที่ชุบชีวิตตึกเก่าจากโรงแรมอีสติน เลคไซด์ มาเป็นคอมมูนิตีไลฟ์สไตล์ริมทะเลสาบเมืองทองธานี เป็นสเปซให้คนทุกเจเนอเรชันได้ออกมาใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น บางวันเราเห็นน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นรับลมริมน้ำแบบสบายใจ
เราเดินเล่นทั่ว The Lake Club มองคนมานั่งทำงาน นั่งพูดคุย หรือจูงสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่น ที่นี่มีกิจกรรมหมุนเวียนหลากหลายตลอดเดือน เหมาะสำหรับชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งเล่น รับลมธรรมชาติ และเสพงานคราฟต์
คนในพื้นที่รู้กันว่า OiC Keto Cafe By Cheery เป็นทั้งคาเฟ่กับร้านอาหารคีโตเคียงคู่ย่านเมืองทองธานีมายาวนาน มีเมนูให้เลือกมากกว่า 200 สูตร ทุกเมนูไม่ใส่แป้ง ไม่ใส่น้ำตาล และไม่ใส่ผงชูรส เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งคนใส่ใจสุขภาพ และคนควบคุมน้ำตาลแบบจริงจัง ที่สำคัญคือรสชาติอาหารยังคงอร่อย กลมกล่อม และเข้มข้นไม่แพ้อาหารทั่วไป
OiC Keto Cafe By Cheery ตกแต่งร้านในรูปแบบ Maximalism อัดแน่นไปด้วยของสะสมมือสอง งานศิลปะ ภาพวาด โปสเตอร์หายาก และประติมากรรมลอยตัวหลากแบบ สะท้อนตัวตนและรสนิยมเจ้าของร้าน มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนได้แวะมานั่งกินอาหารที่บ้านเพื่อน
ถ้าพูดถึงทิมเบอร์ริงต้องยกให้ KANOMPRANG ที่นี่ใช้แป้งครัวซองต์กรอบนอกนุ่มในรูปทรงขอนไม้ อัดไส้รสชาติต่างๆ มาแบบทะลักแน่นจุกใจ ขณะเดียวกันชิโอะปังก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน บางคนถึงกับมาไกลเพื่อซื้อขนมปังที่ขนมปรางค์เลย เรียกได้ว่ามีขนมปังอบสดใหม่หลากหลายชนิด ส่งกลิ่นหอมเนยนมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วร้าน
ถ้าให้สายถั่วแบบเรา เลือกทิมเบอร์ริงสักชิ้น Macadamia Timberring Caramel ต้องเข้าชิง ลองนึกภาพตามนะ กัดแป้งทิมเบอร์ริงกรอบๆ ไปเจอกับแมคคาเดเมียกรุบกรอบ หอมๆ มันๆ เคี้ยวเพลิน ตัดด้วยซอสคาราเมลโฮมเมด หวานกำลังดีเข้ากับแมคคาเดเมีย ส่วนอีกชิ้นคือ Pistachio Timberring เนื้อครีมพิสตาชิโอเข้มข้น หอมนัว ตามเอกลักษณ์ของถั่วพิสตาชิโอ พอกินคู่กับแป้งทิมเบอร์ริง กรอบนอกฉ่ำสะใจ จนอยากได้เพิ่มอีกหลายชิ้นแบบไม่สนใจแคลอรีเลย
คอมมูนิตีของคนรักกล้องฟิล์มที่อยู่มายาวนานถึง 10 ปี จนกลายเป็นบ้านอีกหลังที่ต้อนรับทั้งช่างภาพมือเก๋าและนักถ่ายภาพมือใหม่ เข้ามาแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันอย่างเป็นกันเอง ภายในร้านมีทั้งบริการล้างและสแกนฟิล์ม จำหน่ายฟิล์มถ่ายภาพ กล้องฟิล์มมือสอง อุปกรณ์ล้างฟิล์มแบบทำมือ และห้องสมุดหนังสือภาพถ่าย
บรรยากาศรอบๆ ร้านชวนให้เราอยากหยิบกล้องออกมาเดินเก็บภาพบันทึกแสงเงาตามมุมต่างๆ หรือจะมานั่งเปิดอ่านหนังสือภาพถ่ายดีๆ สักเล่ม ปล่อยให้เวลาค่อยๆ หมุนผ่านไปอย่างช้าๆ ก็เป็นตัวเลือกเติมเต็มวันพักผ่อนในย่านเมืองทองธานีเป็นอย่างดี
ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนฟิวชันลับๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจกับความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูสเต๊กเข้มข้นถึงเครื่องในราคาสบายกระเป๋า โดยเฉพาะสเต๊กหมูพริกไทยดำ เนื้อหมูชิ้นหนาหมักจนเข้าเนื้อ สุกกำลังดี เนื้อนุ่ม ฉ่ำ ไม่เหนียว ส่วนตัวอยากได้ซอสพริกไทยดำเข้มข้นกว่านี้ เราสั่งมากินคู่กับซุปมะเขือเทศร้อนๆ รสเปรี้ยวหวานตามธรรมชาติของมะเขือเทศสดแบบเต็มคำ หอมละมุน กลมกล่อม ไม่เปรี้ยวโดด เป็นซุปร้อนๆ ช่วยล้างปาก ตัดเลี่ยน และเติมความสดชื่นสบายท้อง
ปิดท้ายมินิไกด์ย่านเมืองทองธานีกันที่ YERM Chocolate คาเฟ่สำหรับคนรักช็อกโกแลตตัวจริง แทบทุกเมนูมีส่วนประกอบของช็อกโกแลตเข้มข้น อีกหนึ่งทีเด็ดคือเป็นคาเฟ่ที่มีอาหารเหนือแบบจานเดียวให้กินแบบอิ่มท้องด้วย เท่าที่เราสังเกตแทบทุกโต๊ะต้องสั่งสองสิ่ง ถ้าไม่ใช่ข้าวซอยไก่ก็ต้องเป็นขนมจีนน้ำเงี้ยว เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ที่มีอาหารจานเดียวโดดเด่นมาก
ทนกระแสไม่ไหวเราสั่งขนมจีนน้ำเงี้ยวมาลอง ที่นี่เคี่ยวเครื่องแกงมากลมกล่อมกำลังดี ใครชอบดอกงิ้วต้องสั่งเลย เพราะให้มาเยอะมากๆ เครื่องแน่นๆ ประกอบด้วยหมูสับ กระดูกหมู เลือดนุ่มๆ กินคู่กับผักกาดดอง หอมแดงซอย ที่ร้านกระซิบว่าเจ้าของร้านเป็นคนน่าน ดังนั้นทั้งข้าวซอยกับขนมจีนน้ำเงี้ยวจึงเข้มข้นตามสไตล์คนน่าน ตามด้วย เยิ้ม เมนูซิกเนเจอร์ตามชื่อร้าน เครื่องดื่มช็อกโกแลตเข้มข้น หวานกำลังดี ออนท็อปด้วยวิปครีม กับบราวนีหนึบหนับเคี้ยวเพลิน ราดซอสช็อกโกแลตเยิ้มๆ สมชื่อร้าน เข้มข้น นัว และหวานหอมในคำเดียว