Living Benjarong
‘หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี’ กับภารกิจในมือ 3 ครูช่าง ผู้พางานเบญจรงค์ไทยออกจากตู้โชว์สู่สินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
- เดินทางเยือนหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ศูนย์กลางการเรียนรู้และผลิตเครื่องเบญจรงค์ชั้นนำของไทย ไปเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์เครื่องเบญจรงค์ พร้อมฟังเรื่องราวจาก ครูอุไร – อุไร แตงเอี่ยม, ครูทวี – ทวี พันธ์ศรี และครูนิกกี้ – ณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ที่ร่วมพัฒนาเครื่องเบญจรงค์ไปสู่สินค้าเชิงไลฟ์สไตล์ให้ทันกับเทรนด์ตามยุคสมัย
มนุษย์ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารความคิด ความเชื่อ และสัญลักษณ์มาตั้งแต่อดีต ภาพเขียนบนผนังถ้ำ จิตรกรรมฝาผนังวัด หรือแม้แต่ลวดลายบนภาชนะใส่อาหาร ทุกเส้นสายล้วนมีความหมายและทำหน้าที่เป็นตัวแทนของยุคสมัยนั้นๆ เสมอ
หลายคนอาจจดจำเครื่องเบญจรงค์ในฐานะของสูงค่าที่ถูกจัดวางไว้บนหิ้งแก้ว ตั้งโชว์อยู่ในตู้ไม้ทรงโบราณ หรือเป็นภาชนะชั้นสูงสงวนสิทธิ์เฉพาะในงานพระราชพิธีสำคัญ ทำให้หลายคนมองเครื่องเบญจรงค์เป็นเรื่องไกลตัว เป็นศิลปะวัตถุยุคเก่าที่ไม่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตปัจจุบัน
ถ้าเราลองก้มมองลวดลายเครื่องเบญจรงค์ จะเห็นลวดลายสวยงามมากมาย ลวดลายดอกบัวสัญลักษณ์แทนความมั่งมีศรีสุข ลวดลายสัตว์มงคลสัญลักษณ์แทนความสง่างามแบบไทย บางลวดลายสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองในแต่ละรัชกาล
คราวนี้สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) พาเราออกเดินทางสู่ ‘หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี’ ชุมชนต้นกำเนิดการผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่เก่าแก่ที่สุด รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์ของไทย ไปชมเบื้องหลังความงดงามของเครื่องเบญจรงค์ พูดคุยกับครูช่างฝีมือไทยทั้ง 3 ท่าน และสำรวจการพัฒนาเครื่องเบญจรงค์สู่ความร่วมสมัยให้ทันโลก

การเดินทางของหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
ย้อนกลับไปในยุคที่อุตสาหกรรมเซรามิกในสมุทรสาครกำลังเฟื่องฟู ยุคนั้นมีโรงงานเสถียรภาพ หรือโรงชามไก่ ผู้ผลิตเครื่องเบญจรงค์เก่าแก่ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ที่นี่เป็นโรงงานเซรามิกขนาดใหญ่ที่รวมรวบช่างฝีมือเก่งๆ เอาไว้มากมาย จนกระทั่ง พ.ศ. 2532 มรสุมเศรษฐกิจก็ทำให้โรงงานเสถียรภาพจนต้องปิดตัวลง ช่างเขียนลายหลายสิบชีวิตกลายเป็นคนตกงาน ชาวบ้านขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

ครูอุไร – อุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี และครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2569 สาขาเครื่องเบญจรงค์ ตัดสินใจลุกขึ้นมากอบกู้ชีวิตของทุกคน ชวนช่างฝีมือที่ตกงานมาตั้งวงเขียนลายและผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่ตำบลดอนไก่ดี เพื่อหาทางรอดและสร้างอาชีพใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
กระทั่ง พ.ศ. 2544 หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีได้รับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น และใน พ.ศ. 2546 เครื่องเบญจรงค์จากหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีได้รับคัดเลือกเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ปัจจุบันหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีกลายเป็นเครือข่ายหัตถกรรมเข้มแข็ง สร้างอาชีพเลี้ยงดูช่างฝีมือและสมาชิกในชุมชนมากกว่า 150 ชีวิต เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และผลิตเครื่องเบญจรงค์ชั้นนำของไทย

เครื่องเบญจรงค์ 1 ชิ้นใช้ช่างฝีมือหลายชีวิต
เครื่องเบญจรงค์ 1 ชิ้นไม่สามารถสร้างได้จากน้ำมือของใครเพียงคนเดียว มันหลอมรวมประสบการณ์จากช่างฝีมือไทยมากมาย ใช้กระบวนการสร้างสรรค์เครื่องเบญจรงค์ถึง 9 ขั้นตอน และใช้การเผาทั้งหมด 3 รอบ สะท้อนถึงความสง่างามของหัตถกรรมไทยที่ต้องใช้ทั้งเวลาและหัวใจ
ขั้นแรกเริ่มต้นจากการเตรียมดินเพื่อขึ้นรูปภาชนะ ช่างปั้นเซรามิกคัดสรรดินขาวนำมากรอง ล้างเศษหิน ดักสิ่งเจือปน แล้วขึ้นรูปทรงภาชนะบนแท่นหมุนหรือแม่พิมพ์ จากนั้นส่งต่อให้ช่างควบคุมเตาเผาชุดแรก นำชิ้นงานดินดิบไปเข้าเตาเผาเพื่อหลอมให้เนื้อดินเซตตัว

ช่างชุบเคลือบจะรับหน้าที่นำภาชนะไปชุบน้ำเคลือบขาว น้ำเคลือบสีขาว เพื่อให้ผงเคลือบเกาะติดผิว ก่อนส่งกลับไปให้ช่างควบคุมเตาเผานำเข้าเตาเผาเคลือบอีกครั้ง การเผาเคลือบครั้งที่ 2 ทำให้ได้เซรามิกผิวกระจกสีขาวมันวาวเหมาะสำหรับลงลวดลาย

ถัดมาถึงเวลาช่างฝีมือร่างลายคร่าวๆ จรดปลายเข็มหรือพู่กันลงน้ำหนักเบามือ กำหนดตำแหน่งการวางลวดลายให้อ่อนช้อยและสมดุลกันรอบทิศทาง ก่อนจะค่อยๆ บรรจงหยอดสีแร่ธรรมชาติตามช่องลวดลายตามตำราโบราณ หรือในขณะเดียวกันบางชิ้นก็เป็นลวดลายจากเอกลักษณ์ส่วนตัวของช่าง

พอวาดเส้นสายลวดลายลงบนผิวภาชนะ ขั้นตอนต่อมาคือส่งไม้ต่อให้ช่างตัดเส้นทอง โดยนำพู่กันจุ่มน้ำทองคำแท้ๆ ค่อยๆ ลากเส้นขอบตามรอย พอเผาแล้วบริเวณที่เขียนด้วยสีทองจะเปล่งประกายแวววับเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเบญจรงค์
สุดท้ายคือการนำชิ้นงานไปเผาในขั้นตอนสุดท้าย เปลวไฟในรอบนี้หลอมละลายสีแร่และน้ำทองคำแท้ ผสานแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกับภาชนะ ตรึงความงดงามกับหยาดเหงื่อแรงกายของช่างฝีมือหลายชีวิต คงทนอยู่ในเครื่องเบญจรงค์อันทรงคุณค่า

3 ครูช่างฝีมือ 3 อัตลักษณ์ไทย
เรามีโอกาสพูดคุยกับครูช่างฝีมือทั้ง 3 ท่าน ผู้เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการออกแบบเครื่องเบญจรงค์
ครูอุไร – อุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี และครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2569 สาขาเครื่องเบญจรงค์ สายตาของแม่อุไรยังคงเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นยามเล่าถึงการลงลวดลายเครื่องเบญจรงค์

“ครูนำลวดลายเครื่องเบญจรงค์มาจากตำราโบราณ ในนั้นมีให้เลือกมากกว่า 100 ลวดลาย เช่น ลายเทพพนมนรสิงห์ ลายประจำยาม ลายก้านขด ลายวิชาเยนทร์ ลายเบญจมาศ ถือเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูลวดลายโบราณ ให้มีลวดลายดั้งเดิมได้รับการสืบทอดต่อไป” ครูอุไรเล่าถึงภูมิปัญญาการทำเครื่องเบญจรงค์ สมัยก่อนเป็นของตกแต่งชั้นสูงในพระราชพิธี หรือภาชนะเสวยของเจ้านายชั้นสูง โดยมีช่างไทยออกแบบลวดลายผ่านการปักผ้า ก่อนจะนำไปส่งต่อไปให้ประเทศจีนเป็นผู้ผลิต



ครูทวี – ทวี พันธ์ศรี ครูช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2558 ประเภทเครื่องปั้นดินเผา ผู้ทลายการเขียนลวดลายเครื่องเบญจรงค์นอกตำรา โดยการใช้เทคนิคไฮบริด ผสานการเขียนสีใต้เคลือบเข้ากับการตัดเส้นทองบนเคลือบ และนำลวดลายอัตลักษณ์ของไทยมาออกแบบให้ร่วมสมัยขึ้น โดยหยิบสิ่งของแบบไทยๆ มาสร้างสรรค์ใหม่ให้ร่วมสมัยถูกใจชาวต่างชาติและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่


ครูนิกกี้ – ณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ครูช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2568 ผู้รับไม้ต่อเป็นสะพานเชื่อมเครื่องเบญจรงค์เข้ากับคนรุ่นใหม่ โดยใช้ลวดลายในชีวิตประจำวัน เช่น กางเกงช้าง มาลดทอนรายละเอียด และออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ หรือกระทั่งปรับเฉดสีของเครื่องเบญจรงค์ใช้โทนสีพาสเทล เพื่อปรับมุมมองจากที่คนมองเครื่องเบญจรงค์เป็นของสูงส่ง ไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์เหมาะใช้ตกแต่งบ้านยุคใหม่

เรื่องราวของครูช่างฝีมือทั้ง 3 ท่านสะท้อนให้เห็นการเดินทางของเครื่องเบญจรงค์ไทยสู่การปรับให้เข้ากับยุคสมัย กล้าทดลองทลายกรอบเทคนิคกับรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงชีวิตผู้คนยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสืบทอด ผสมผสาน และสร้างสรรค์หัตถศิลป์ชั้นสูง ให้มีชีวิตและพร้อมเติบโตไปตามโลก
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
ที่อยู่ : หมู่ที่ 1 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74110
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
Facebook : หมู่บ้านเบญจรงค์ ดอนไก่ดี
โทร.081-995-9196
Google Maps : เบญจรงค์ดอนไก่ดี