BUSINESS

ส่องธุรกิจท่องเที่ยวจากราชวงศ์อังกฤษ
ในวันที่ใครๆ ก็อยาก Live Like A Royal

เรื่อง พรภัฏ ชีวีวัฒน์ ภาพประกอบ ANMOM Date 16-02-2021 | View 1.1k
Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
Reth
-ink
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • หนึ่งในรายได้จากราชวงศ์อังกฤษที่สร้างให้กับประเทศก็คือการเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของราชวงศ์ อาทิ ปราสาทวินด์เซอร์และฟร็อกมอร์เฮาส์ พระราชวังบักกิงแฮม พระราชวังฮอลีรูด และคลาเรนซ์เฮาส์
  • แกรนะรี ลอดจ์ (Granary Lodge) คือชื่อโรงแรมของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ ที่ทรงเปิดให้สาธารณชนเข้าพักได้ เดิมเคยเป็นปราสาทแห่งเมย์ อดีตที่ประทับของพระอัยยิกา (ยาย) ของพระองค์
  • ไฮโกรฟจิน คือจินออแกนิกส์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ได้จากพระอุทยานส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งผลิตออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป โดยที่ไม่มีการส่งออกนอกประเทศ

นิตยสาร Forbes เคยประเมินไว้ว่าราชวงศ์อังกฤษทั้งราชวงศ์ มีมูลค่าทรัพย์สินเป็นจำนวนเงินสูงถึง 88,000 ล้านเหรียญ แต่ถึงจะไม่ใช่ราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ในบรรดาสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินตามตำแหน่ง ทั้งพระราชวัง สถานที่สำคัญต่างๆ ของราชวงศ์ ต่างก็สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นกอบเป็นกำ

ที่สำคัญ เมื่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ คือแบรนด์การค้าที่มีความเป็นผู้ดีชั้นสูง เมื่อกระโดดเข้ามาคลุกวงในการทำธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจเครื่องดื่ม จึงหนีไม่พ้นจุดขายที่เป็นความหรูหรา และใครๆ ต่างก็อยากเข้าไปสัมผัสสักครั้ง

ราชวงศ์อังกฤษ

ราชวงศ์อังกฤษ…ราชวงศ์ที่ถูกจับตาที่สุดในโลก

บริษัทที่ปรึกษา Brand Finance รายงานว่า เมื่อ ค.ศ.2017 ราชวงศ์อังกฤษสร้างรายได้ให้กับสหราชอาณาจักร 1,800 ล้านปอนด์ ซึ่ง 550 ล้านปอนด์มาจากการเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของราชวงศ์อังกฤษ โดยเฉพาะปราสาทวินด์เซอร์ (Windsor Castle) และฟร็อกมอร์เฮาส์ (Frogmore House) เป็นสุดยอดแลนด์มาร์คที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีเหล่าอาคันตุกะจากทั่วโลกเข้าชมถึง 1.65 ล้านคนใน ค.ศ.2018-2019

Windsor Castle

ตามมาด้วยพระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) ที่แม้จะเปิดให้เข้าชมเพียงแค่ปีละ 4 เดือนเท่านั้น แต่ก็ยังมีผู้เข้าชมถึง 5.5 แสนคน นอกจากนี้ ยังมีพระราชวังฮอลีรูด (Holyrood) และคลาเรนซ์เฮาส์ (Clarence House) ที่สร้างรายได้เข้าประเทศถึงกว่า 20 ล้านปอนด์

Buckingham Palace

ทว่า การเดินชมบรรยากาศของสถานที่เหล่านั้นในแบบเดิมๆ เพียงเพื่อให้ได้รู้สึกว่าเข้าถึงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความเป็นราชวงศ์เมืองผู้ดีที่ถือเป็นหนึ่งในราชวงศ์สำคัญระดับโลกนั้น อาจจะไม่ตอบโจทย์ความสนใจใคร่รู้ของนักท่องเที่ยวยุคนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนต่างต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ที่แตกต่างออกไป จึงเป็นที่มาของการที่ราชวงศ์อังกฤษลุกกระโดดลงมาคลุกวงในในธุรกิจท่องเที่ยว ด้วยการชูจุดขายที่ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต นั่นคือท่องเที่ยวแบบ ‘กินหรูอยู่สบาย (ดุจพระราชา)’ สไตล์ผู้ดีนั่นเอง

ชีวิตในฝันกลางปราสาทเทพนิยาย

ยังจำฝันวัยเยาว์ที่เคยเล่นเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายกับแก๊งก๊วนสมุนฟันน้ำนมกันได้ไหม จะดีแค่ไหน หากได้มีโอกาสได้อยู่ในปราสาทราชวังจริงๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่การมโนหลังจบนิทานอีกต่อไปแล้ว และเพราะเช่นนี้ที่ทำให้ปราสาทแห่งเมย์ (Castle of Mey) ถูกผันเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม จับตลาดนักเดินทางที่ชื่นชอบบรรยากาศการพักผ่อนในปราสาทที่ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงเจ้าชาย

 

ปราสาทแห่งนี้คืออดีตที่ประทับของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร พระองค์ทรงใช้เป็นที่ประทับหลักเมื่อครั้งเสด็จประพาสสกอตแลนด์ในช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพ และก่อนสิ้นพระชนม์ ทรงมอบปราสาทให้เป็นทรัพย์สินของทรัสต์ปราสาทแห่งเมย์โดยพระราชินีเอลิซาเบธ (The Queen Elizabeth Castle of Mey Trust) ซึ่งอยู่ในความดูแลของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จนถึงปัจจุบัน

British Royal Famaily

 

 

ปราสาทแห่งเมย์ ตั้งอยู่ในเมืองเคธเนสส์ (Caithness) ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ ด้านในหรูหราด้วยการตกแต่งสไตล์วิกตอเรีย แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มก็ช่วยเติมให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้น ส่วนม่านลายดอกไม้และเฟอร์นิเจอร์ลายเดียวกันก็ช่างเข้ากันกับผนังสีพาสเทล

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเปลี่ยนปราสาทแห่งเมย์ให้เป็นโรงแรมขนาด 10 ห้องนอนพร้อมอาหารเช้าโดยใช้ชื่อว่าแกรนะรี ลอดจ์ (Granary Lodge) พร้อมด้วยตราพระราชทาน (Royal Warrant) ในฐานะที่เป็นโรงแรมของพระองค์เอง

เดิมทีตราพระราชทานใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อมอบให้กับสินค้าหรือบริการที่ถวายการบริการแก่สมเด็จพระราชินี ดยุกแห่งเอดินบะระ (Duke of Edinburgh) หรือเจ้าชายแห่งเวลส์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

ฺBritish

ความสำคัญของตราพระราชทานนี้คือการการันตีว่าสินค้าและบริการนั้นมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสูง ถึงขนาดที่ทำให้ราชวงศ์พอพระราชหฤทัยและมีพระเกษมสำราญมาแล้ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่ม ‘มูลค่า’ ให้กับแบรนด์นั้นๆ ด้วยในตัว การเข้าพักห้อง Standard ของแกรนะรี ลอดจ์ 1 คืนพร้อมอาหารเช้าที่ ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,300-10,000 บาท

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกตามแบบฉบับของโรงแรมทั่วไปแล้ว ความแตกต่างที่จะสร้างประสบการณ์ชีวิตครั้งสำคัญให้ผู้ที่เข้าพัก ก็คือวิวทิวทัศน์ของทะเลเหนือชายฝั่งสกอตแลนด์ที่อยู่นอกหน้าต่างห้องนอน เป็นไฮไลต์ที่ชวนให้รู้สึกอยากหยุดเวลาไว้ที่นั่นเลยจริงๆ

ไฮโกรฟจินสู่สาธารณชน…อีกหนึ่งธุรกิจน่าจับตา

การสัมผัสความเป็นราชวงศ์อังกฤษไม่ได้มีเพียงแค่การเข้าเช็กอินที่แกรนะรี ลอดจ์เท่านั้น ที่นี่ยังมีบริการจินออแกนิกสุดพิเศษอีกด้วย ความพิเศษที่ว่านั้นเพราะนี่คือจินที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงร่วมกับ The Oxford Artisan Distillery โรงกลั่นสุราออร์แกนิกแห่งแรกของอังกฤษผลิตขึ้น โดยใช้สมุนไพรออร์แกนิกจากพระอุทยานส่วนพระองค์ในพระตำหนักไฮโกรฟ ซึ่งอยู่ในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ โดย คอรี เมสัน ผู้เชี่ยวชาญการกลั่นสุราจากโรงกลั่น The Oxford Artisan Distillery ได้กล่าวถึงจินตัวนี้ไว้ว่า

“เป็นเครื่องดื่มจินแบบดั้งเดิมที่มีความหรูหรา ละเมียด และยังคงความซับซ้อนของสมุนไพรที่มาจากสวนแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสวนไฮโกรฟแห่งนี้”

เพื่อให้เห็นถึงความพิเศษของจินตัวนี้มากขึ้น ฟอร์ดนัมและเมสัน ตัวแทนจำหน่ายจินจากไฮโกรฟได้บรรยายความเป็นจินตัวนี้ว่า “ประกอบด้วยสมุนไพร 3 ชนิดที่คัดเลือกมาอย่างดี มีกลิ่นลาเวนเดอร์ติดปลายจมูกและสะระแหน่เพิ่มความลึกลงไปอีกระดับ ในขณะที่ไธม์จากไฮโกรฟจะยิ่งขับเน้นคุณลักษณะเฉพาะของจินตัวนี้ออกมา”

Gin Tonic

ส่วนสูตรการจิบไฮโกรฟจินที่รอยัลคอลเล็กชันทรัสต์ในนามของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แนะนำไว้คือการเทจินลงบนน้ำแข็ง เติมโทนิค แล้วตกแต่งด้วยมะนาวฝานชิ้นบางๆ สนนราคาจินขวดละ 35 ปอนด์ หรือประมาณ 1,400 บาท รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะนำเข้ากองทุนเพื่อการกุศลของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีการส่งออกไปยังประเทศอื่น

การเข้าสู่วงการธุรกิจของราชวงศ์อังกฤษยังคงเป็นสิ่งที่ชาวโลกให้ความสนใจอยู่เสมอ และได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทุกครั้งที่เปิดตัวอะไรใหม่ๆ เพราะใครๆ ก็อยาก Live Like A Royal สักครั้งในชีวิต…จริงมะ

Live Like A Royal

อ้างอิง

  • https://www.marthastewart.com/8014226/prince-charles-organic-gin-garden-herbs-charity
  • https://www.townandcountrymag.com/society/tradition/a34573470/prince-charles-highgrove-gin/
  • https://www.travelandleisure.com/travel-tips/celebrity-travel/prince-charles-opens-bed-and-breakfast-granary-lodge-scotland
  • https://www.express.co.uk/news/royal/1145043/royal-finances-how-much-money-royal-family-uk-economy-tourism-meghan-markle
  • https://www.express.co.uk/travel/articles/882003/royals-earned-millions-british-tourism-industry-2017
  • https://www.statista.com/statistics/373081/uk-royal-tourism-admission-numbers-by-establishment/
  • https://www.tripadvisor.com/Hotel_Review
Tags: