Product Design Matters
เส้นทางปีที่ 12 ของ PDM Brand กับคำตอบทำไมดีไซน์สตูดิโอนี้ไม่เคยหยุดคิดและสร้างความสดใหม่ไม่เคยแผ่ว
- คุยกับ ‘ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์’ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ของ ‘PDM Brand’ ดีไซน์สตูดิโอและแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และแฟชั่นที่ครองใจคนไทยมาแล้วกว่า 12 ปี ถึงความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาแบรนด์ในวันที่โลกหมุนไวจนตามไม่ทัน รวมถึงความยึดมั่นใน Good Design และความยั่งยืนที่ควรจะเป็นมาตรฐานของงานออกแบบ
“จริงๆ วันนี้อยากมาคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์ ในฐานะที่ PDM ก็อยู่มานาน…”
“แก่มากเลยเนอะ! เมื่อวานเจอพี่ TikToker คนนึง เขาก็เพิ่งแซวว่า ‘อยู่มานานแล้ว แผ่วลงรึเปล่า’ ทำงานทุกชั่วโมง ทั้งวัน ชมให้กำลังใจกันหน่อยก็ไม่ได้ (หัวเราะ)”
ยังไม่ทันจะเกริ่นเข้าประเด็น ‘ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์’ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ของดีไซน์สตูดิโอสุดยูนีกอย่าง ‘PDM’ ก็รีบสวนกลับมาทันทีอย่างมีอารมณ์ขัน ด้วยประโยคที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความเป็นกันเองของเจ้าตัว แต่ยังสะท้อนความ “ไม่แผ่ว” ในการพัฒนาแบรนด์และวิ่งตามโลกให้ทันตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมาด้วย
และสาเหตุที่อยากคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงก็เพราะไม่ว่าจะมีแบรนด์ดีไซเนอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากี่แบรนด์ ชื่อของ PDM ก็ไม่เคยถูกหยุดพูดถึง และตัวแบรนด์เองก็ไม่เคยที่จะหยุดสรรหาไอเดีย โปรดักต์ และวิธีการขายใหม่ๆ ออกมา “provoke” หรือ “กระตุกต่อม” คนรักงานดีไซน์สักที
มาฟังเรื่องราวการก้าวเข้าสู่โลกของมาร์เก็ตติงยุคใหม่ การมองโปรดักต์แฟชั่นผ่านมุมคนคลั่งไคล้งานออกแบบอุตสาหกรรม การปรับตัวเพื่ออยู่รอด การยึดมั่นใน “Good Design” และความยั่งยืนในโลกที่ทุกอย่างวิ่งตามกระแส รวมไปถึงไอเดียการแต่งบ้านจากดีไซน์ที่ “Timeless” ของ PDM แนะนำโดยเจ้าของแบรนด์เอง
แล้วจะรู้ว่า ทำไมโปรดักต์ของ PDM ถึงกลายเป็นงานดีไซน์ที่เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายๆ คน!

THINGS THAT CHANGED : LIVELINESS
อยู่มานานแล้ว มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง?
อย่างแรกที่สังเกตเห็นได้เลย คือความมีชีวิตชีวาในดีไซน์ของ PDM
อย่างที่ทุกคนรู้กัน PDM เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกจาก “เสื่อ” ที่มาในคอนเซปต์พรมเมืองร้อน ลายสวย ทำความสะอาดง่าย แถมยังทำจากวัสดุรีไซเคิล ไอเท็มแต่งบ้านฮอตฮิตที่เหล่าดีไซเนอร์ สถาปนิก และคนมีสไตล์ทั้งหลาย “ต้องมี” อยู่ช่วงหนึ่ง แม้เส้นทางในการเริ่มต้นจะตะกุกตะกักไปบ้าง เพราะแปลกใหม่จนโรงงานเองก็ยังไม่ซื้อไอเดีย แต่ด้วยความที่ของเขาดีจริง บวกกับความสนใจที่ได้รับจากสื่อดิจิทัลมาร์เก็ตติง และการก้าวเข้าสู่ยุคแรกๆ ของตลาดค้าขายออนไลน์ PDM ก็ผ่านจุดนั้นมาได้ จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีผู้ติดตามมากมาย แถมยังคว้ารางวัลมาหลายเวที!

แต่ก็เหมือนกับทุกอย่าง การขายเสื่อไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป และในฐานะดีไซน์สตูดิโอที่มีรากฐานอยู่บน “ความสดใหม่ของไอเดีย” PDM ก็ยังไม่ได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ ดิวเล่าให้เราฟังว่า “ตอนนี้โครงสร้างราคามันเปลี่ยน โรงงานเสื่อในไทยก็ขึ้นราคากันหมด ไม่มีแล้วผืนละ 200 หรือ 150 จะมาขายเสื่ออย่างเดียวไม่ได้ แล้วเราก็อยาก explore สิ่งที่เรารักในมุมอื่นๆ ด้วย”
PDM เลยเริ่มมีเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านมากขึ้น อย่าง ‘Sunny’ (โต๊ะพับดอกไม้) ‘Atta’ และ ‘Ahosi’ (พระพุทธรูปยุคใหม่) และ ‘Beijing’ (ตี่จูเอี๊ยะมินิมัล) ที่ทุกคนน่าจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวเนเธอร์เเลนด์ รวมไปถึงหมวดหมู่สินค้าใหม่ล่าสุดอย่าง ‘Fashion Living’ ที่ผสานทั้งแฟชั่นร่วมสมัยและฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน ตอบโจทย์คนรัก Industrial Design (ออกแบบอุตสาหกรรม) แบบดิว

“Fashion Living ก็คือคอนเซปต์ของการใช้ชีวิตแบบสดชื่น สร้างบรรยากาศในบ้านให้มีความสดใส มีชีวิตชีวา ไม่เรียบง่ายหรือมินิมัลจนเกินไป มองอีกมุมการดีไซน์ ของที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกเหล่านี้ก็คือการเอาแฟชั่นมายกระดับแบรนด์เราด้วย” ดิวอธิบาย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เช่น ‘HE SHE IT’ รองเท้าแตะทรงอิฐที่นอกจากจะสวมใส่ได้เเล้ว ยังเป็นเหมือนแอสเซสซอรีที่ทำให้การแต่งตัวดูเก๋ขึ้นอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบัน สินค้าหมวดหมู่นี้ก็เป็นสิ่งที่ดิวและทางสตูดิโอพยายามจะผลักดันอยู่
ถ้าถามว่า ดีไซน์หน้าตาไม่ซ้ำใครจาก PDM ที่เราเห็นกันทำยากไหม? ดิวตอบได้เลยว่า “ยาก” และในหลายๆ ครั้งเขาเลือกที่จะทำแม้จะรู้ว่าผลิตยาก เพราะมีวิธีที่ทำให้ภาพเหล่านั้นเป็นจริงได้ “PDM ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเวลาเราจะสร้างสรรค์อะไรออกมา เราจะเริ่มจากไอเดียก่อน พอมีไอเดียแล้วเราก็ค่อยไปหาว่าจะมีโรงงานไหนที่ทำให้เราได้บ้าง ซึ่งตอนนี้เรามีพาร์ตเนอร์อยู่ประมาณ 30 โรงงาน” ทำให้แบรนด์มีข้อจำกัดทางความคิดที่น้อยกว่าร้านของแต่งบ้านหรือร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วๆ ไป และโปรดักต์ดูแปลกใหม่อยู่เสมอ


THINGS THAT CHANGED : INTERACTIONS
สิ่งที่เรียกได้ว่า “เปลี่ยน” อย่างที่สองก็คือ วิธีที่ PDM ปฏิสัมพันธ์กับคนที่จะมาเป็นลูกค้าของแบรนด์
เราพบกับดิวในช่วงที่นิทรรศการของ PDM ที่ One Bangkok ซึ่งรวบรวมเฟอร์นิเจอร์ที่แบรนด์ทำตลอด 12 ปี มาให้คนได้ลองนั่ง ลองใช้กันจริงๆ อย่าง “เนรมิต (Ne-Ra-Mit)” เพิ่งจะจบลง เลยถือโอกาสถามสักหน่อยว่า ในฐานะแบรนด์ที่ไม่มีโชว์รูมและไม่เคยจัดนิทรรศการมาก่อน อะไรคือเหตุผลที่ทำให้อยากลองจัดในครั้งนี้
“การทำนิทรรศการต้องใช้ทุนค่อนข้างเยอะนะ แล้วจัดทีนึงก็แค่แป๊บเดียว (หัวเราะ) แต่ก็เป็นอีกวิธีการสื่อสารของเราในวันนี้ เคยโดนพูดกรอกหูมาตลอดว่า ‘เฟอร์นิเจอร์เป็นอะไรที่ต้องมาลองนั่ง’ แต่เราก็ไม่เชื่อ เราคิดว่าทำแบบเดิมก็อยู่ได้ แต่ปรากฏว่าวันนึงมันไม่ได้แล้ว คนเดี๋ยวนี้มองหาประสบการณ์

“นิทรรศการเลยเหมือนเป็น Funnel Experience ให้คนได้มารู้จักกับสินค้าเราก่อน เพราะเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนเสื้อผ้าที่เราไปเจอ ถูกใจ แล้วก็เลือกซื้อกลับมาเลย คนต้องมาลองนั่ง มาคุยกับเซลส์ และกลับบ้านไปตัดสินใจก่อน พอทำแบบนี้คนก็ได้มาสัมผัสโปรดักต์จริง ซึ่งฟีดแบ็กจากงานนี้ก็ดีมากๆ เพิ่งได้รับข้อเสนอให้จัดอีก” ดิวตอบพร้อมรอยยิ้ม
อีกสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่า การเปลี่ยนก็คือวิธีการสื่อสารบนโลกโซเชียล ซึ่งดิวบอกเลยว่า วิ่งตามไม่ทันจริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด และแม้ PDM จะอยู่มานาน แต่กลับเริ่มพัฒนาการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียช้ากว่าเเบรนด์อื่นๆ ดิวระบายความในใจจากประสบการณ์ตรงที่เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายๆ คนก็เจอให้เราฟังว่า “จากที่ขายดี อยู่ๆ ก็มีคนประกาศว่าอัลกอริทึมเปลี่ยน เท่านั้นแหละ ไม่ถึง 3 วันยอดเราหายไปครึ่งนึง ทั้งๆ ที่ทำทุกอย่างเหมือนเดิม
พวก CEO Branding ที่เขาทำกันใน TikTok ช่วงนี้ เราก็ไม่ถนัดเลย แต่เดี๋ยวก็ต้องเริ่มปรับตัว ขยายไปบนแพลตฟอร์มอื่นๆ มันต้องเปลี่ยนแหละ ถ้าไม่เปลี่ยนก็อยู่ไม่ได้”

THINGS THAT NEVER CHANGED : GOOD DESIGN
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในโลกของธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาแบรนด์ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ PDM ไม่เคยเปลี่ยนเลยแถมยังคงยึดมั่น นั่นคือ “ดีไซน์ที่ดี”
ตามชื่อของแบรนด์ที่ย่อมาจาก ‘Product Design Matters’ แก่นการออกแบบของ PDM คือการพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น แก้ไขปัญหา และเชื่อมโยงกับผู้คน
“เราคิดว่าตอนนี้ดีไซน์เป็นเรื่องปกติของทุกคนและอยู่ในทุกอุตสาหกรรม ทุกคนเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ตัวเองด้วยดีไซน์ ซึ่งสำหรับเรา Good Design คือการที่ดีไซน์นั้นไม่ต้องการคำอธิบายเยอะ เราเห็นแล้วรู้เลยว่า อันนี้ใช้ยังไง เห็นเเล้วรู้เลยว่ามันสวย ดูดี อย่างลูกบิดประตู เห็นเเล้วรู้ว่าอันนี้ต้องบิด ถ้าเป็นบานแบบนี้ต้องเลื่อน ดีไซน์มันคือภาษา” ดิวเล่า สำหรับเขาการจะบอกว่างานออกแบบชิ้นนึงประสบความสำเร็จหรือไม่ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีคนเข้ามาสนใจสิ่งๆ นั้นเยอะ แต่เป็นการที่สิ่งนั้นตอบโจทย์การใช้งานและสะท้อนรสนิยมของผู้ใช้อย่างยั่งยืนมากกว่า


อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ดีของการเป็นดีไซเนอร์ ตามที่ดิวบอกคือการ “ไม่ทำตัวเป็นคอขวด” และเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่ง PDM ก็ทำมาตลอดผ่านการคอลแล็บกับแบรนด์และดีไซเนอร์มากความสามารถทั่วโลก อย่างล่าสุดก็เพิ่งคอลแล็บกับ “ฌอน–ชวนล ไคสิริ” จาก ‘Poem Bangkok’ มือหนึ่งด้านการขับเคลื่อนวงการไฮแฟชั่นของไทย ผ่านโปรดักต์ขี้เล่นๆ อย่างเก้าอี้พับรูปทรงคล้ายกางเกงใน และเสื่อสีน้ำเงินสดที่มีวลีไวรัล “นี่ยังไม่เกร็งนะครับ” ของฌอนแปะอยู่

นอกจากการคอลแล็บกับคนภายนอกแล้ว ภายในสตูดิโอของ PDM เอง ดิวก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้ความคิดของคนในทีมและตัวเขาเองสดใหม่อยู่เสมอ “PDM จะมี ‘Creative Wednesday’ คือสมมติวันจันทร์เราพาทีมไปดูโรงงานรองเท้าแตะกัน เราจะโยนโจทย์ให้กลุ่มดีไซเนอร์ว่า ลองไปออกแบบรองเท้าแตะกันมาคนละ 2 คู่ แล้วเดี๋ยววันพุธมาพรีเซนต์กัน คล้ายๆ กับโจทย์ Brainstorm สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งบางครั้งเราก็ทำด้วย และบางครั้งงานเราก็จะห่วยสุดเลย (หัวเราะ)” ดิวเล่าติดตลก คิดว่านี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลงานของ PDM มีเอกลักษณ์ เพราะโปรดักต์ทุกๆ ชิ้นออริจินัลและถูกกลั่นออกมาจากความคิดที่คนในทีมช่วยกันพัฒนาขึ้นมาให้ตอบโจทย์คนใช้จริงๆ ไม่ได้มีการลอกเลียนแบบใดๆ ทั้งสิ้น

THINGS THAT NEVER CHANGED : SUSTAINABLE MATERIALS
สุดท้าย อีกสิ่งหนึ่งที่ PDM ทำมาตั้งแต่ต้นและจะยังคงทำต่อไป นั่นคือการยึดมั่นในแนวคิดเรื่องความยั่งยืน เพราะเมื่อถามว่า PDM ได้ใช้วัสดุที่ดีต่อโลกบ้างไหม ดิวตอบได้ในทันที่เลยว่า “เราใช้มาโดยตลอด”
ดิวเเชร์ประสบการณ์ของเขาให้เราฟังว่า “มีช่วงนึงที่เราไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฟินแลนด์ ที่นั่นเขาไม่พูดเรื่อง Sustainability (ความยั่งยืน) กันเลยนะ เพราะมันคือสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว เหมือนเวลาทำอาหาร เราไม่ต้องมานั่งพูดเรื่องความสะอาดหรอก เพราะอาหารที่ดีต้องมีมาตรฐานความสะอาด ต้องกินแล้วไม่ท้องเสียอยู่แล้วนึกออกไหม? เพราะฉะนั้น PDM เลยไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย แต่วิธีการของเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้น”



ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ เลยคือเสื่อ PDM ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล เพราะให้พื้นผิวที่ด้าน ดูแพง แต่ก็ดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งดิวบอกเราอย่างภูมิใจว่า PDM ได้เปลี่ยนพลาสติกให้เป็นเสื่อไปแล้วหลักร้อยตัน! ปรัชญานี้สะท้อนผ่านการใช้วัสดุอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุหนังสังเคราะห์แทนหนังสัตว์แท้ หรือการใช้ไม้สักป่าปลูกแทนไม้สักที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อรักษาสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติให้คงอยู่อย่างสวยงามที่สุด
รูปแบบการขายก็มีส่วน ในช่วงเริ่มต้น PDM เน้นขายแบบพรีออเดอร์ เพื่อผลิตสินค้าออกมาเท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่ให้เหลือค้างสต๊อกมาเป็นขยะปลายปี ซึ่งเเม้ในทุกวันนี้จะปรับรูปแบบมาให้มีสต๊อก ทางแบรนด์ก็ยังเน้นสต๊อกจำนวนน้อยชิ้น เพื่อให้สินค้าส่งถึงมือลูกค้าได้เร็วขึ้นเท่านั้น

เครดิตภาพ: PDM Brand
TIMELESS DESIGNS
รู้ตัวอีกทีบทสนทนาก็ล่วงเลยมาเกือบชั่วโมง ก่อนจะลากันไปเราขอให้ดิวในฐานะเจ้าของแบรนด์ ช่วยแนะนำเฟอร์นิเจอร์ PDM ที่คิดว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงดีไซน์สวยและฟังก์ชันครบ ท้าทายกาลเวลา ซึ่งดิวลิสต์มาให้เราทั้งหมด 5 ไอเท็ม ใครกำลังมองหาของแต่งบ้านหรือแต่งห้องสามารถนำไปเป็นไอเดียกันได้เลย!
- Sunny – โต๊ะพับทรงดอกไม้สีสันสดใสที่เป็นที่จดจำของแบรนด์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโต๊ะในร้านอาหารสตรีตฟู้ดของกรุงเทพฯ เป็นไอเท็มที่ช่วยทำให้บ้านสดชื่นได้ทั้งตอนกางและตอนพับ

เครดิตภาพ: PDM Brand
2. Rubix – โซฟาคอนเซปต์รูบริกซ์ สามารถยกเบาะเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของการนั่งได้หลายรูปแบบ เปลี่ยนแนวคิดของการใช้งานโซฟาแบบปกติทั่วไป และทำให้สเปซน่าสนใจมากขึ้น เปลี่ยนมุมได้ไม่มีเบื่อ!

เครดิตภาพ: PDM Brand
3. Paperi – เก้าอี้จากเหล็กพับที่ไปคว้ารางวัล Good Design Award จากญี่ปุ่นมาแล้ว เพราะเหล็ก 1 แผ่นสามารถทำ Paperi ได้ถึง 7 ตัว ทำให้มีเศษเหล็กเหลือน้อยมาก เป็นการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ดีไซน์ยังเบา เท่ และเข้ากับสเปซได้หลากหลายอีกด้วย

เครดิตภาพ: PDM Brand
4. Baleen – ดีไซน์ที่เปลี่ยนภาพจำ Bean Bag ให้ดูหรูหราขึ้นด้วยพลีทและสีที่ดูคลาสสิก แถมยังไม่อัดด้วยเม็ดโฟมธรรมดา แต่นำฟองน้ำคุณภาพสูงที่ใช้สำหรับโซฟามาหั่นเต๋าและเจาะเป็นทรงกระบอกเพื่อใช้แทนโฟม ทำให้ได้ทั้งความนุ่มนั่งสบาย และความยืดหยุ่น

เครดิตภาพ: PDM Brand
5. Gemini – เก้าอี้พักผ่อนที่ดีไซน์พับได้แบบเก้าอี้ชายหาด แต่นุ่ม กว้าง และสบายเหมือนโซฟา เหมาะสำหรับบ้านที่พื้นที่จำกัด หรือคนที่ชอบเปลี่ยนมุม เพราะจะพับและพิงกำแพงไว้ตั้งโชว์ก็ได้ กางเป็นเก้าอี้ก็นั่งชิลล์ได้สองคน หรือกางจะให้สุดเพื่อใช้เป็นเบาะนอนก็ได้

จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งที่เราได้พูดเกี่ยวกับ PDM ไปก่อนหน้านี้ ถูกสะท้อนออกมาผ่านโปรดักต์ของแบรนด์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์สวยๆ ที่รับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหน ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่หลายแบบ ความใช้งานง่าย และความใส่ใจเรื่องความยั่งยืนแบบ show don’t tell ไม่ต้องพูดเยอะ แต่ทำให้เห็นว่าถูกซ่อนอยู่ในกระบวนการผลิตโปรดักต์ทุกๆ ชิ้น
จากที่คิดว่ารู้จักแบรนด์ PDM ค่อนข้างดีประมาณนึงแล้ว วันนี้เราเห็นภาพความใส่ใจและความตั้งใจของผู้ประกอบการและทีมงานที่ชัดเจนกว่าเดิม และเชื่อว่าเส้นทางการเติบโตของ PDM จะยังอีกยาวไกลแน่นอน หวังว่าทุกคนจะมองเห็นความเจ๋งในแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยแบรนด์นี้เช่นกัน
ติดตาม PDM แบรนด์และเข้าไปช้อปสินค้าได้ที่
เว็บไซต์: https://pdmbrand.com/th
Facebook Page: PDM BRAND
Instagram: pdmbrand