About
BUSINESS

Taste of Original

เจาะลึกความเท่ของ ‘ศรีราชาพานิช’ แบรนด์ 90 ปีที่คอลแล็บตั้งแต่สนามมวย โฮสเทล เสื้อยืด ยันของหวานคลายร้อน

Date 02-02-2026 Views 43
Read At ONCE
  • เปิดตำนานซอสพริกศรีราชาพานิช แบรนด์ที่ไม่ได้ขายแค่ซอส แต่ขาย ‘จิตวิญญาณไทย’ ผ่านทุกหยดที่ปรุง นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีใครเลียนแบบได้ ยังรุกมาร์เก็ตติงสลัดภาพจำเดิมๆ สู่ Cultural Icon เรียกว่า 90 ปีไม่มีเอาต์! กับภารกิจเปลี่ยนซอสในครัวให้เป็นไอเท็มสุด Cool ที่คนทั้งโลกต้องมีติดมือ

เชื่อว่า... ความสำเร็จของแบรนด์ไทยไม่ได้วัดเพียงแค่ยอดขาย แต่ยังมีเรื่องราวอีกหลายมุมที่ถูกบ่มเพาะ จนเกิดเป็นพื้นที่เล็กๆ ในใจให้คนไทยและคนทั่วโลกนึกถึงเมื่อไหร่ก็ยิ้มได้ เช่นเดียวกับ ‘ซอสพริกศรีราชาพานิช’ แบรนด์ไทยแท้ต้นตำรับที่ไม่ได้มีดีแค่ความเผ็ดแต่คือความตั้งใจที่เดินทางผ่านกาลเวลามาเกือบศตวรรษ สู่สายตาผู้คนทั่วโลกในหลากหลายวัฒนธรรม

วันนี้เรามี Fun Fact สนุกๆ ของซอสพริกแบรนด์นี้มาเล่าสู่กันฟัง แต่เตือนไว้ก่อนนะ อ่านจบแล้วระวังจะอยู่ไม่ติดบ้าน จะต้องรีบคว้ากุญแจรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อตามหา ‘ซอสพริกศรีราชาพานิช’ มาติดครัวสักขวดแบบไม่รู้ตัว…

ศรีราชาพานิช

The Taste of Original

ทราบไหมว่า? แบรนด์ระดับตำนานที่อยู่คู่ครัวไทยมาถึง 90 ปี ต้นตำรับก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 หรือ (ค.ศ 1935) สู่ความหวังที่จะทำให้นักเดินทางจากทั่วโลกจดจำและหลงรักตัวตนของไทยผ่านรสชาตินี้

ศรีราชาพานิช

ฝันใหญ่ครั้งนี้ได้รับการสานต่อจากทายาทรุ่นที่ 3 โดย ‘คุณน้ำหวาน- วรัญญา วิญญรัตน์’ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ที่อยากทำให้แบรนด์ไทยอายุเกือบศตวรรษนี้ได้รับการ ‘มองเห็น’ และ ‘สัมผัสได้’ มากกว่าเดิม เธอเล่าว่า ต้นกำเนิดจริงๆ ของแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิชอยู่ที่ตรอกแหลมฟาน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จนกระทั่งปี พ.ศ.2527 คุณปู่ของเธอตัดสินใจรับไม้ต่อจากเจ้าของแบรนด์รายเดิม โดยซื้อมาทั้งโรงงาน สูตรลับ และดูแลพนักงานดั้งเดิมทุกคน เพื่อรักษา ‘หัวใจ’ ของรสชาตินี้ไว้ให้ดีที่สุด ภายใต้บ้านไทยเทพรสนับแต่นั้นมา

ศรีราชาพานิช

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว ซอสพริกศรีราชาพานิชกลับเลือกที่จะ ‘รอ’…เพราะกว่าจะได้ซอสศรีราชาตามสูตรต้นตำรับนั้นมีความพิถีพิถันกับการเลือกส่วนประกอบและคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ตั้งแต่กลิ่นหอมของ ‘กระเทียมไทย’ ดองจนได้ที่นานกว่า 7 วัน รวมถึงกรรมวิธีเฉพาะที่ต้องหมักพริก ซึ่งเลือกใช้ความเผ็ดร้อนของ ‘พริกชี้ฟ้ามันดำ’ สีแดงสดพันธุ์พิเศษซึ่งผ่านการบ่มเพาะนานถึง 3 เดือน ก่อนจะนำมาปรุงรสร่วมกับส่วนผสมอื่นอย่างน้ำตาลทราย เกลือทะเล น้ำส้มสายชู ผสานกันจนเข้ารส อีกความประณีตในรสชาติและวัตถุดิบ ความใส่ใจแบบ ‘Slow Cook’ นี้เอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครก็เลียนแบบไม่ได้

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

Hand-Sketched Heritage

มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ในยุคแรกจากเจ้าของเดิม (คุณย่าถนอม จักกะพาก) เริ่มบรรจุซอสขายในปี พ.ศ.2478 สมัยนั้นยังไม่มีกราฟิกดีไซเนอร์ โลโก้แรกจึงเกิดจากการ ‘สเกตซ์ด้วยมือ’ เพื่อสื่อถึงความซื่อสัตย์และการเป็นคนศรีราชาแท้ๆ

ถ้าสังเกตตัวอักษร ‘ศรีราชาพานิช’ จะเห็นลายเส้นที่อ่อนช้อยแต่แข็งแรงในที สะท้อนบุคลิกของซอสที่เป็น ‘Top of Mild’ เมื่อแบรนด์เดินทางเข้าสู่ครอบครัว ‘ไทยเทพรส’ ในปี พ.ศ.2527 สิ่งที่น่าทึ่งคือทางแบรนด์ตัดสินใจ ‘รักษาจิตวิญญาณ’ ของโลโก้เดิมไว้เกือบทั้งหมด เพียงปรับแต่ง (Refine) ให้มีความคมชัดและเป็นสากลมากขึ้น มีเพิ่มมอตโตภาษาอังกฤษลงไปว่า ‘The Taste of the Original’ กระทั่งทุกวันนี้เราจะเห็นการเลือกใช้สีแดง-เหลือง-เขียวสื่อถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบ แต่ยังคงตัวอักษรไทยที่มีความคลาสสิกเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

Immersive Ingredients

หลายคนอาจมองว่าแบรนด์เก่าแก่จะขยับตัวทำอะไรใหม่ๆ ยาก แต่ซอสพริกศรีราชาพานิชเลือกที่จะสลัดภาพจำเดิมๆ สู่การเป็นแบรนด์เท่ เข้าถึงง่าย ผ่านกลยุทธ์ Collaboration ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแนบเนียนผ่านโปรเจกต์ต่างๆ ที่หลายคนแทบคิดไม่ถึง ทั้งกับกีฬา ไลฟ์สไตล์ แบรนด์อาหาร แฟชั่น ฯลฯ

เมื่อ ‘รสชาติระดับตำนาน’ ปะทะ ‘สังเวียนระดับโลก’ ปีที่ผ่านมาที่สนามมวยราชดำเนิน แบรนด์ได้สร้างประสบการณ์ Immersive Brand Experience ผ่าน Dome Projection Mapping สื่อสารกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ภายใต้โดมยักษ์ ภาพพริกสีแดงสดที่ร่วงหล่นท่ามกลางเสียงเครื่องบดพริกที่ดุดัน สะกดสายตานักท่องเที่ยวนับแสนให้เข้าถึงความร้อนแรงของซอสพริก ไปพร้อมๆ กับจังหวะหมัดมวยที่ตื่นเต้นเร้าใจ ย้ำเตือนว่านี่คือ ‘ไอเท็มต้องลอง’ เมื่อมาเยือนเมืองไทย

ศรีราชาพานิช

นี่ไม่ใช่แค่การวางสินค้า แต่คือการนำซอฟต์พาวเวอร์ของ ‘มวยไทย’ มาบวกกับ ‘รสชาติไทย’ ให้ชาวต่างชาติได้เห็น ได้ยิน และได้ชิม จนเกิดเป็นความประทับใจที่อยากจะหอบหิ้วซอสขวดนี้กลับไปเป็นของฝาก ส่งต่อเรื่องราวความภูมิใจของคนไทยให้ไกลไปทั่วโลก เพื่อสื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการได้ยินและเห็น ไปจนถึงได้ลองชิมรสชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางจากฝั่งอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างหมุนเวียนแวะเวียนเข้ามาดูมวยไทย ไปจนถึงจัดกิจกรรมผ่านเกมสนุกๆ ชิงของรางวัลมากมายและยังจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้

ศรีราชาพานิช

Bingsu with Sauce

ใครจะเชื่อว่าซอสพริกกับของหวานจะเดินจูงมือกันได้ เมื่อเจ้าแม่ขนมหวานอย่าง ‘After You’ มาเจอกับ ‘ตำนานความเผ็ด’ การปะทะกันครั้งนี้เลยกลายเป็น Talk of The Town ทันทีในเมนู ‘คากิโกริแมงโกนาดาซอสศรีราชา’ คือการนำรสชาติเปรี้ยว เผ็ด เค็ม นวลของซอสศรีราชามาตีความใหม่ ท็อปอยู่บนความหวานเย็นฉ่ำ

ศรีราชาพานิช

นี่คือรูปแบบการคอลแล็บของซอสพริกมาตีความใหม่ ผสานกับความหวานเย็นของบิงซูและโทสต์ที่เปิดตัวเป็น ‘เมนูคากิโกริแมงโกนาดาซอสศรีราชา’ เป็นการพิสูจน์ว่า รสชาติไทยแท้สามารถสอดแทรกอยู่ในไลฟ์สไตล์การกินของคนเมืองได้ทุกรูปแบบ ไม่จำกัดแค่ของคาว และไม่หยุดแค่ชิม

ศรีราชาพานิช

แถมงานนี้ไม่ได้ปังแค่ในไทยนะ เพราะบรรดาครีเอเตอร์จากอังกฤษและเกาหลีใต้ต่างพากันมาชิมจนเกิดเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล เป็นการพิสูจน์ว่าซอสพริกศรีราชาพานิชไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ไหน…ก็ ‘เอาอยู่’

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

Sriraja Panich x Guss Damn Good Ice Cream

ไปต่อได้อีกเมื่อความเผ็ดมาเจอความเย็น ฉีกกฎวงการไอศกรีม เมื่อ ‘ซอสศรีราชาพานิช’ มาคอลแล็บกับ ‘Guss Damn Good’ แบรนด์ไอศกรีมดัง ออกรสชาติใหม่สุดว้าว ‘Chocolate Chili’ ที่ผสมผสานความเข้มข้นของช็อกโกแลตเข้ากับรสสัมผัสเผ็ดปลายลิ้นแบบเป็นเอกลักษณ์ เป็นเนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ผสมความเข้มลึกของดาร์กช็อกโกแลต เคล้าซอสพริกศรีราชาพานิชต้นตำรับ แทรกด้วยช็อกโกแลตบาร์แผ่นบางกรุบกรอบรสเข้มข้นถึงใจ บรรจุในถ้วยสีสันโดดเด่น ร้าน Guss Damn Good ที่มีกว่า 19 สาขาเจาะไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ แถมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน นอกจากนี้ ยังทำโปรโมชันคู่กับ Merchandise รายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืดทั้งหมด 100% โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนบริจาคให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นอีกการคอลแล็บและแคมเปญที่อร่อยด้วยได้บุญด้วย

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

Everywear Sriraja Panich

ถ้าถามว่า ซอสพริกจะไปอยู่บนตัวคุณได้ยังไง? คำตอบคือคอลเลกชัน Sriraja Panich x GQ นี่แหละผลลัพธ์จากการฟีเจอริงที่เน้นความขี้เล่นแต่ใช้งานได้จริง เมื่อซอสพริกมาเจอกับนวัตกรรมเสื้อผ้า ผลลัพธ์คือคอลเลกชันที่เน้นความขี้เล่นแต่ใช้งานได้จริง

เรื่องของเรื่องเขาหยิบเอา Identity ของแบรนด์มาทำเป็นเสื้อยืดลายกราฟิกสุดคูล มีให้เลือกทั้ง ‘สีดำสายเผ็ดร้อน’ และ ‘สีแดงสายเผ็ดกลาง’ * ไม่ใช่แค่สวยแต่ ‘ใส่สบาย’ : เพราะใช้เนื้อผ้า GQ Easy ที่นุ่ม ระบายอากาศเก่ง (GQ Dry) อีกทั้งยังมีนวัตกรรมยับยั้งกลิ่นเหงื่อ (GQ Anti-odor) เหมาะกับอากาศเมืองร้อน (GQ Anti-odor) ป้องกันแบคทีเรียสูงสุด 24 ชั่วโมง และนวัตกรรมแห้งเร็ว (GQ Dry) ระบายอากาศและความชื้น ลดกลิ่นเหงื่อ สามารถตากเสื้อผ้าในร่มได้โดยไม่มีกลิ่นอับ ซึ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

Friendly Community

การเดินทางของศรีราชาพานิชยังไม่หยุดแค่นั้น แบรนด์ยังขยายฐานไปสู่กลุ่ม Digital Nomad และคนรักงานคราฟต์ผ่านคอมมูนิตีอย่าง ‘The Yard Hostel’ ทั้งที่ย่านอารีย์ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่

นักเดินทางส่วนใหญ่รู้ดีว่า ‘The Yard’ ไม่ได้เป็นแค่ที่พัก แต่คือโฮสเทลที่เหมือนบ้านญาติ มีความยูนีก มีจิกซอว์สำคัญอย่าง ‘ส้ม (เล็ก) – อติพร สังข์เจริญ’ ‘ส้ม (ใหญ่) – อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์’ สองหัวเรือที่พาโฮสเทลแห่งนี้เดินทางมานาน 11 ปี ด้วยการดูแลที่เต็มไปด้วยความจริงใจและพลังงานบวกของทั้งคู่ เปลี่ยนโฮสเทลแห่งนี้ให้กลายเป็นพื้นที่รวมตัวของกลุ่มคนที่น่าสนใจ ทั้งศิลปิน นักสร้างสรรค์และนักเดินทางที่มองหาความหมายมากกว่าแค่การค้างคืน ความใส่ใจในรายละเอียดและการต้อนรับที่อบอุ่นเหมือนมาพักบ้านญาติ ทั้งยังเป็นความทรงจำที่ทำให้นักเดินทางอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ซอสพริกศรีราชาพานิชตัดสินใจปลั๊กอินร่วมจัดอีเวนต์เล็กๆ อย่างอบอุ่น ภาพบรรยากาศ Cooking Workshop ที่เหล่านักเดินทางจากหลากหลายประเทศมาล้อมวงทำ ‘ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่’ หรือ ‘น้ำพริกอ่อง’ ที่แอบหยอดซอสศรีราชาพานิชลงไป พวกเขาได้รับฟังที่มาที่ไปของแบรนด์ เข้าใจส่วนผสมของซอสและได้ลงมือทำเมนูไทยๆ ผลัดกันปรุง ผลัดกันชิมสูตรลับ ท่ามกลางบรรยากาศกันเองบริเวณสนามหญ้าของโฮสเทลทั้งที่อารีย์และเชียงใหม่เป็นโมเมนต์ที่น่ารักมาก เอาเป็นว่า จากซอสที่วางนิ่งๆ อยู่บนโต๊ะอาหาร วันนี้ซอสศรีราชาพานิชกลายเป็น ‘หัวข้อสนทนา’ ของเพื่อนใหม่ชาวต่างชาติไปเสียแล้ว แถมยังพ่วงด้วยกิจกรรม CSR ชวนนักเดินทางที่พักกับ ‘The Yard’ ไปร่วมทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ มอบอุปกรณ์จำเป็น สร้างสนามเด็กเล่นและห้องพยาบาลมอบให้โรงเรียนวัดห้วยไร่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ศรีราชาพานิช

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การทำอาหารแต่คือการทำให้แบรนด์ซอสของไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในการเดินทางที่แสนพิเศษตลอด 90 ปีจนถึงวันนี้ ‘ซอสพริกศรีราชาพานิช’ ไม่เคยหยุดนิ่ง จากสูตรลับในตรอกเล็กๆ สู่ไอคอนความเท่ที่แทรกซึมไปทุกที่ ทั้งในถ้วยขนม ไอศกรีม บนเสื้อยืด หรือแม้แต่ในวงสนทนาของนักเดินทางทั่วโลก

ศรีราชาพานิช

ใครที่ไม่อยากพลาดเรื่องราวสนุกๆ หรือโปรเจกต์ลับที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้… ปักหมุดรอติดตามกันไว้ได้เลย รับรองว่า ‘รสชาติแห่งความภูมิใจ’ นี้ ยังมีเซอร์ไพรส์มาเสิร์ฟให้ถึงที่อย่างแน่นอน