Crafting Lanna Pride
กว่าจะเป็น ต้นคริสต์มาสจักสาน ภูมิปัญญาล้านนาแห่งความภูมิใจโดยเซ็นทรัลพัฒนา
- เจาะลึกเบื้องหลัง ‘Weaving The Future, Embracing The Origin’ ต้นคริสต์มาสจักสาน แลนด์มาร์กแห่งปีที่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ผลงานมาสเตอร์พีซจากความร่วมมือของคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และแบรนด์ VASSANA ที่นำ ‘ตุงไส้หมู’ มาตีความใหม่ด้วยไม้ไผ่สานฝีมือชุมชน เพื่อถักทอรากเหง้าล้านนาสู่ความภูมิใจในบริบทสากล
ลมหนาวและสายหมอกจางๆ เหมือนบอกให้รู้ว่า ช่วงเวลาการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกำลังมาถึง ปีนี้ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ศูนย์การค้าที่อยู่คู่เชียงใหม่มากว่า 29 ปี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ Weaving The Future, Embracing The Origin ที่มุ่งมั่นสานต่อรากเหง้าภูมิปัญญาแห่งล้านนาสู่อนาคต โดยหยิบยกอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาถักทอเป็นเรื่องราวใหม่ในองค์ประกอบต่างๆ ของศูนย์การค้า
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจึงร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความสำเร็จของแคมเปญ The Magical Stars 2026 ด้วยการเนรมิตต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ (The Magical Thai Pride) ฝีมือชุมชนระดับประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จัดแสดง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 9 สาขาทั่วไทย เพื่อขับเคลื่อนเทศกาลไทยให้โดดเด่นระดับโลก กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้คึกคักช่วงส่งท้ายปี
1 ใน 9 ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ในปีนี้ที่ ONCE ชวนมาเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานคือต้นคริสต์มาสสูงกว่า 15 เมตรที่สะกดทุกสายตาให้หยุดมองและอยากเดินเข้าไปชมใกล้ๆ ณ โถงกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ที่เป็นมาสเตอร์พีซที่ถักทอจากจิตวิญญาณของสล่าช่างฝีมือล้านนา ผสานศิลปะและวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับนวัตกรรมการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย
กว่าจะมาตั้งตระหง่านงดงามตระการตาเช่นนี้ เกิดจากความร่วมมือกันของคณาจารย์คณะสถาปัตกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับแบรนด์หัตถศิลป์ชื่อดัง VASSANA แห่งเชียงใหม่ เบื้องหลังการทำงานที่มุ่งมั่นเปลี่ยน ‘ไม้ไผ่’ ให้กลายเป็น ‘ความภูมิใจ’ มีเรื่องราวอย่างไรบ้าง ไปคุยกับพวกเขากัน

ถอดรหัส ‘ตุงไส้หมู’ สู่ภาษาสากล
ความท้าทายแรกของต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ต้นนี้คือการตามหาสิ่งที่จะเชื่อมโยงระหว่างความเป็นโลกตะวันตกของเทศกาลคริสต์มาสและความเป็นล้านนา วัฒนธรรมเชียงใหม่ของโลกตะวันออก ทีมคณาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับหน้าที่นี้

อาจารย์โย่ – ปิยชนน์ อุนจะนำ หนึ่งในทีมดีไซเนอร์โปรเจกต์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการตกผลึกทางความคิดที่อยากชูอัตลักษณ์ความเป็นล้านนาไว้ในต้นคริสต์มาส ทางทีมเลือกหยิบ 3 สัญลักษณ์มงคลของล้านนาอย่างตาแหลว รูปทรงเจดีย์ และตุงไส้หมู ก่อนจะมาลงตัวที่ ‘ตุงไส้หมู’ ที่นำมาต่อยอดในการออกแบบต้นคริสต์มาสนี้
“จริงอยู่ว่าเราเห็นตุงไส้หมูจนชินตาในภาคเหนือ แต่การได้มาซึ่งรูปทรงของมันคือเทคนิคการตัดกระดาษ ซึ่งในญี่ปุ่นหรือที่อื่นๆ ทั่วโลกก็มีเทคนิคนี้ ผมรู้สึกว่า การได้มาซึ่งรูปทรงของตุงไส้หมูมีความเป็น ‘ภาษาสากล’ บางอย่างซ่อนอยู่ เราจึงนำมาสร้างเป็น Sculpture ขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดความเป็นเทศกาลได้” อาจารย์โย่เล่าที่มาของไอเดียในการออกแบบ

ส่วนอาจารย์ภูมิ – ดร.ภูมิ ทรัพย์ไพบูลย์กิจ ผู้ช่วยคณบดี อธิบายเสริมถึงเหตุผลที่เลือก 3 สิ่งนี้ “สื่อความหมายถึงสิ่งดีๆ ตามวัฒนธรรมล้านนา อย่างตาแหลวเป็นเครื่องสานที่เป็นสัญลักษณ์การป้องกันภัยหรือสิ่งไม่ดี ส่วนเจดีย์ทรายเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และตุงไส้หมู ในอดีตใช้ปักเจดีย์ทรายบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี แต่ปัจจุบันไว้ประดับตกแต่งงานเทศกาล เฟสติวัลต่างๆ ที่มีการรวมตัวกันของผู้คนในชุมชน”

สุดท้ายด้วยรูปทรงของตุงไส้หมูที่มีลักษณะคล้ายกรวยคว่ำซึ่งตอบรับกับรูปทรงของต้นคริสต์มาสได้ดี อีกทั้งความหมายในการเป็นสัญลักษณ์ของงานเทศกาลเหมือนกัน จึงเชื่อมโยงกับต้นคริสต์มาสได้ดีที่สุด แต่เหตุผลที่ทรานส์ฟอร์มวัสดุจากกระดาษว่าวของตุงไส้หมูที่ดูบอบบางเบามาสู่ ‘ไม้ไผ่สาน’ ที่แข็งแรงขึ้นนั้น อาจารย์กานต์ – ผศ.กานต์ คำแก้ว หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิชาการสถาปัตยกรรม ได้เล่าให้เห็นภาพโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นว่า
“เราขอยืมรูปทรงจากตุงไส้หมูที่เมื่อคลี่กระดาษที่ตัดออกจะมีเส้นเชื่อมโยงที่ดึงกันขึ้นให้เป็นทรง แต่พอมาใช้ไม้ไผ่สานแทน เส้นนั้นจะแทนด้วยเส้นของกล่องหรือตะกร้าไม้ไผ่สานทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ซ้อนกันขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นเกลียวสานรอบต้น สื่อถึงความเป็นเทศกาล เป็นเหมือน ‘กล่องของขวัญ’ ที่เราอยากมอบให้ทุกคน”

Human Touch : High Tech
ความยิ่งใหญ่ของต้นคริสต์มาสนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสูงตระหง่านเป็นที่สะดุดตาเท่านั้น แต่คือเรื่องราวการทำงานร่วมกันระหว่างสองเจเนอเรชันของทีมสถาปนิกและบรรดาพ่อครูแม่ครู ช่างสล่ามากฝีมือในชุมชนผู้คุ้นชินกับการทำงานที่อาศัยประสบการณ์นำทาง


อาจารย์โย่เล่าถึงความยากเบื้องหลังการทำงานว่า “พ่อครูแม่ครูจะคุ้นเคยกับการทำตะกร้าทรงกระบอกทั่วไป นอกจากเราจะให้ทำทรงข้าวหลามตัดแล้ว ยังมีขนาดต่างกันอีกถึง 25 ชุด แต่ละชุดต่างกันแค่ไม่กี่เซ็นฯ เพื่อให้มันเทินซ้อนกันขึ้นไปได้ มันจะค่อยๆ เล็กลงๆ เรียงเป็นเกลียวขึ้นไปเรื่อยๆ จะยากตรงนี้เหมือนที่อาจารย์กานต์ว่า แต่พ่อครูแม่ครูจะไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมต้องทำขนาดยากๆ แบบนี้” (ยิ้ม)


ทีมดีไซเนอร์ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและแก้ปัญหาหน้างานร่วมกับพ่อครูแม่ครูสล่ามากฝีมือ ฝั่งดีไซเนอร์ต้องยอมปรับแบบให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของไม้ไผ่ ขณะที่ช่างสล่าก็ต้องยอมเปิดใจเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ อาจารย์ภูมิได้เล่าถึงความประทับใจว่า “สุดท้ายพ่อครูแม่ครูได้มาเห็นผลงานจริงๆ เขาก็ดีใจและภาคภูมิใจที่เห็นงานตัวเองขึ้นมาเป็นงานออกแบบระดับนี้ได้… แต่ละเส้นที่เป็นเกลียวขึ้นไป ถ้าเข้ามาดูใกล้ๆ แต่ละเส้นแต่ละเกลียวประกอบจากตะกร้าแต่ละอันที่ขนาดความตื้นลึกไม่เท่ากัน ตะกร้าอาจไม่ได้มองเป็นแค่ตะกร้า แต่คือกระบวนการเพิ่มมูลค่าให้กับทักษะฝีมือที่เขาสั่งสมมา”

สุนทรียะแห่งความไม่สมบูรณ์ของแบรนด์ ‘VASSANA’
เมื่อโครงสร้างต้นคริสต์มาสไม้ไผ่สานเสร็จสมบูรณ์ ก็ถึงเวลาของงานตกแต่ง (Ornament) หน้าที่นี้ได้ส่งต่อให้ เป้ง – สาวิน สายมา ทายาทรุ่นใหม่แห่ง VASSANA แบรนด์หัตถศิลป์ไทยของเชียงใหม่ ก่อตั้งโดย รศ.วาสนา สายมา ซึ่งเป้งทำงานร่วมกับคุณแม่มาแต่แรกเริ่มโดยมีปรัชญาเบื้องหลังที่เจ้าตัวนิยามว่า คือการ ‘เปลี่ยนแว่นตาใหม่’ ในการมองงานคราฟต์ล้านนา

“เมื่อก่อนเรามองว่างานจักสานภาคเหนือเน้นที่ฟังก์ชัน ไม่ได้ประณีตเหมือนภาคกลาง มันคือ Pain Point แต่ตอนนี้เรามองว่า นี่คือ ‘เสน่ห์’… ดอกไม้แต่ละดอก สานกัน 10 คนก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่งานอุตสาหกรรม มันเป็นงานที่ช่างฝีมือได้ทิ้งลายมือ (Footprint) ไว้ในชิ้นงาน” สาวินเล่าถึงแนวคิด ‘สุนทรียะแห่งความไม่สมบูรณ์’ ที่นำมาใช้ในงานนี้อย่างภาคภูมิใจ

เป้งเล่าถึงคอนเซปต์ในการทำงานที่ต้องการนำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่าน Ornament ต่างๆ บนต้นคริสต์มาส “ดอกไม้ที่ประดับอยู่บนต้นได้แรงบันดาลใจจากดอกส้อม (ดอกพิกุล) สานจากลวดลายโบราณที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยสานแล้วนำไปตกแต่งเครื่องสักการบูชาสไตล์ล้านนา ซึ่งคุณค่าไม่ได้อยู่ที่ภูมิปัญญาที่เราคิดค้นกันขึ้นมา แต่อยู่ที่ความงามของวิถีชีวิตที่แสดงถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เรานำลวดลายโบราณมาผนวกกับลายที่คิดและพัฒนาต่อยอดขึ้นจากของเดิม”

ไฮไลต์สำคัญคือ ‘ดวงดาว’ ประดับยอดต้นคริสต์มาสที่ได้แรงบันดาลใจจาก โคมล้านนาอย่าง ‘โคมพระอาทิตย์’ โคมล้านนาโบราณที่ใช้แขวนประดับโบสถ์ช่วงเทศน์มหาชาติ โดยมีความเชื่อว่า แสงจากโคมจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขในชีวิตมาผสานกับรูปทรงของ Star of Bethlehem ดวงดาวซิกเนเจอร์บนยอดต้นคริสต์มาส
“ด้วยตัวโคมที่เป็นรูปพระอาทิตย์ มันพูดถึงแสงสว่าง ฉะนั้น ‘โชติโชติปรายโน’ คือ ความรุ่งแจ้ง สว่างเห็นจริงในพระธรรม นี่คือเข็มทิศนำทางชีวิต เปรียบเหมือนแสงดาวที่ส่องสว่างนำทางคนเดินทางยามค่ำคืน คล้ายกับแสงแห่งความหวังของดวงดาวบนท้องฟ้าในคืนที่พระเยซูประสูติที่นำมาเป็นสัญลักษณ์ประดับบนยอดต้นคริสต์มาส” เป็นการผสานศรัทธาในศาสนาของสองซีกโลกเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย

นอกจากนี้ ลวดลายงานจักสานสไตล์ล้านนาเป็นการถักทอด้วยความประณีตแสดงถึงฝีมือของช่างสล่าที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ส่งต่อคุณค่าทางภูมิปัญญาจากครูสู่ศิษย์ จากแม่สู่ลูก จากอดีตสู่อนาคต เป็นศิลปะแห่งภูมิปัญญาสู่แรงบันดาลใจที่ส่องสว่างอย่างไม่รู้จบ

จากใต้ถุนบ้านสู่ยอดหลังคา…เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
ต้นคริสต์มาสต้นนี้นอกจากเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงเข้ากับบริบทการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ที่มีการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 29 ปี ภายใต้ธีม “Weaving The Future, Embracing The Origin” เช่นเดียวกับคอนเซปต์ต้นคริสต์มาสในปีนี้
การทรานส์ฟอร์มศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นโมเดิร์นล้านนาที่หยิบรากเหง้าชาวเชียงใหม่มาเล่าเรื่องราวผ่านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ โดยเปรียบเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตเป็นเหมือนห้องรับแขกในบ้านหลังใหญ่ต้อนรับผู้คนที่มาเยือนเชียงใหม่ การออกแบบได้แรงบันดาลใจจากรากเหง้าความเป็นล้านนาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องลายโบราณ สีสันที่ใช้ หรืองานอินทีเรียร์ที่เลือกใช้งานสานงานถักทอ โดยชั้น G ที่มี Mood & Tone เป็นเหมือน ‘ใต้ถุนบ้าน’ สะท้อนวิถีชีวิตชาวล้านนาดั้งเดิม แล้วค่อยๆ เล่าเรื่องราวไต่ระดับขึ้นไปจนถึงชั้น 4 ที่มีการตกแต่งอินทีเรียร์ให้ดูเหมือน ‘หลังคาบ้านแป้นเกล็ด’ สไตล์ดั้งเดิมอย่างทางภาคเหนือ

ทุกตารางนิ้วผ่านการคิดมาอย่างประณีต เพื่อให้ที่นี่เป็นหมุดหมายที่โอบกอดรากเหง้าไว้ในทุกอณู ขณะเดียวกันก็พร้อมถักทออนาคตเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ต้นคริสต์มาสต้นนี้จึงบอกเล่าทิศทางใหม่ของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตได้อย่างชัดเจนที่สุดว่า ไม่โลกจะหมุนไปไวด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแค่ไหนก็ตาม แต่รากเหง้าความเป็นล้านนาที่ทรงคุณค่าก็ยังคงหยั่งลึกและสวยงามเสมอ

ปรากฏการณ์ The Magical Thai Pride ส่งต่อความสุขทั่วไทย
ความสำเร็จของแคมเปญ The Magical Stars 2026 ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีรางวัลการันตีความสำเร็จ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล Creative Collaboration Awards และรางวัล Bronze Award จากเวที Marketing Award of Thailand 2024 สะท้อนถึงพลังความร่วมมือที่มุ่งมั่นในการผลักดันงานคราฟต์ฝีมือคนไทยจากชุมชนต่างๆ เพื่อกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน และในปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 9 สาขาพร้อมแล้วที่จะส่งต่อความสุขผ่านของดีประจำถิ่นในรูปแบบงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซสู่ทุกคน
ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ (The Magical Thai Pride) ทั้ง 9 สาขา แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์โดดเด่นและสะท้อนของดีประจำถิ่นแตกต่างกันไป เริ่มจากเหนือสุดของประเทศ ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา เซ็นทรัล เชียงราย (1 พ.ย. 68 – 31 ม.ค. 69) นำไม้ไผ่และเครื่องประดับเงินของชนเผ่าชาติพันธุ์ของเชียงรายมาถักทอเป็นสายหมอกแห่งดอยตุง ต้นคริสต์มาสจักสาน เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต (10 พ.ย. 68 – 5 ม.ค. 69) ผลงานมาสเตอร์พีซแห่งภูมิปัญญาล้านนาที่ ONCE พามาเจาะลึกเบื้องหลังกันในครั้งนี้

ต่อด้วยภาคอีสาน ต้นคริสต์มาสดินด่านเกวียน เซ็นทรัล โคราช (7 พ.ย. 68 – 31 ม.ค. 69) ประดับต้นคริสต์มาสด้วยดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ดินเผาที่ปั้นจากดินด่านเกวียนจำนวน 93 ดอกเพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขยับมากันที่ภาคกลางและปริมณฑลกับ ต้นคริสต์มาสบทเพลงแห่งกล้วยไม้ เซ็นทรัล ศาลายา (27 พ.ย. 68 – 5 ม.ค. 69) ร้อยเรียงดอกกล้วยไม้ 6 สายพันธุ์ในฐานะที่ ต.ศาลายา จ.นครปฐม เป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ที่ใหญ่สุดในไทย ต้นคริสต์มาสราชินีแห่งเกลือ เซ็นทรัล มหาชัย (20 พ.ย. 68 – 5 ม.ค. 69) ได้แรงบันดาลใจจากการทำเกลือสมุทรและดอกเกลือใน จ.สมุทรสาคร และต้นคริสต์มาสจักสานพนัสนิคม เซ็นทรัล ชลบุรี (21 พ.ย. 68 – 4 ม.ค. 69) ส่งต่อของขวัญจากภูมิปัญญาผ่านงานคราฟต์ไทย
มาล่องใต้สัมผัสกลิ่นไอทะเลกันบ้างกับต้นคริสต์มาสพราวราสา เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี (25 พ.ย. 68 – 5 ม.ค. 69) ที่ได้แรงบันดาลใจจากมะพร้าว สินค้า GI ประจำจังหวัด ต้นคริสต์มาสท้องทะเลกระบี่ เซ็นทรัล กระบี่ (10 พ.ย. 68 – 8 ม.ค. 69) ต้นคริสต์มาสรีไซเคิลแรกของไทยที่ชุบชีวิตขยะทะเล และ ต้นคริสต์มาสผ้าบาติก เซ็นทรัล หาดใหญ่ (20 พ.ย. 68 – 8 ม.ค. 69) สืบสานภูมิปัญญาผ้าบาติกแห่งปักษ์ใต้
ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาที่จะเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นแพลตฟอร์มในการเล่าเรื่องราวความภูมิใจของไทยสู่สายตาชาวโลก

มาร่วมสัมผัสความงามและคุณค่าของต้นคริสต์มาสทั้ง 9 ต้นด้วยตาตัวเองได้ที่เซ็นทรัลทั้ง 9 สาขาใกล้บ้าน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภูมิใจในความเป็นไทยไปด้วยกัน ดังที่เป้ง – สาวิน ทิ้งท้ายการพูดคุยกันไว้ว่า “อยากให้คนรุ่นใหม่เข้าใจตัวเองให้ได้มากที่สุด เขาเกิดจากที่ไหน เขาเป็นใคร… นี่คือสิ่งที่เรามีนะ ภูมิปัญญาที่เรามี เราควรจะรู้จักที่จะหวงแหน และให้คุณค่ากับมัน” ลองเข้าไปดูใกล้ๆ สังเกตลายสานแต่ละเส้น มองดูรูปทรงเกลียวที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ยอด แล้วจะสัมผัสได้ถึง ‘ลมหายใจ’ ของสล่าช่างฝีมือล้านนาที่ถักทอฝากไว้ในงานศิลปะแห่งอนาคตชิ้นนี้อย่างแท้จริง