Woven Revival
เส้นทาง 10 ปีของ ‘กอร์ตานี’ หัตถกรรมสานเชือกกล้วยจากชุมชนคูเต่าที่ใช้ทุกส่วนของต้นกล้วยด้วยแนวคิด zero waste
- กอร์ตานี ฟื้นคืนภูมิปัญญาสานเชือกกล้วยตานีที่ใกล้สูญหายในชุมชนคูเต่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยขับเคลื่อนด้วยแนวคิด zero waste แปรรูปทุกชิ้นส่วนของต้นกล้วยให้คุ้มค่า ไม่มีขยะทางการเกษตรทิ้งขว้างแม้แต่ชิ้นเดียว จุดเด่นของสินค้าจากกอร์ตานีคือใช้กาบกล้วยจากชุมชนคูเต่า มีเอกลักษณ์คือเส้นใยนุ่มละมุน เหนียว ทนทาน ซักได้ และชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบลวดลาย จนสร้างความภาคภูมิใจดังไกลไประดับโลก
ในอดีตกล้วยเป็นผลไม้ที่แทบทุกบ้านต้องเคยปลูก แทบทุกส่วนของต้นกล้วยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด พอผลสุกสามารถกินเป็นลูกหรือเอาไปทำของหวาน ใบตองนำไปห่อขนมหรือทำบายศรี ปลีนิยมเอามาประกอบเมนูอาหาร แกงส้ม ต้มข่า ส่วนหยวกกล้วยก็เอาไปทำแกงทำอาหารพื้นบ้าน เด็กๆ สมัยก่อนต้องมีม้าก้านกล้วยทำจากก้านกล้วยแน่นอน ถือได้ว่ากล้วยเป็นพืชที่สร้างประโยชน์ให้เราได้ยกต้น
พอตัดผลกล้วยออกแล้ว ลำต้นต้องทำยังไงต่อ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ฟันทิ้ง ก็ต้องปล่อยทิ้งให้เน่าเปื่อยคาต้น ใครจะไปคาดคิดว่า ของทิ้งขว้างพวกนี้สามารถแปรเปลี่ยนภาพเป็นเส้นใยธรรมชาติเหนียวนุ่ม จนสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกหลากหลายอย่าง
ก้อย - ภรกานต์ รุจิประภากร ประธานวิสาหกิจชุมชนกอร์ตานี จังหวัดสงขลา ตัดสินใจฟื้นฟูภูมิปัญญาสานเชือกกล้วยตานี โดยร่วมมือกับช่างสานในชุมชนกว่า 50 ครัวเรือนร่วมแปรเปลี่ยนเชือกกล้วยให้เป็นงานคราฟต์ระดับพรีเมียม เป็นตัวแทนสินค้าจากประเทศไทยเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศในนาม ‘กอร์ตานี’

เล่าจุดเริ่มต้นของกอร์ตานีให้ฟังหน่อย
ในอดีตตำบลคูเต่าเคยเป็นแหล่งรวมภูมิปัญญาการทำเชือกกล้วยตานี พอยุคสมัยเปลี่ยนผ่านไป ไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอด ทักษะจักสานเชือกกล้วยตานีก็เริ่มจางหายไป ชุมชนแยกย้ายไปก่ออาชีพใหม่ จนกระทั่งภูมิปัญญาสานเชือกกล้วยตานีค่อยๆ เลือนหายไปจากชุมชนยาวนานนับสิบปี สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น การปลูกกล้วยตานีเพื่อตัดใบขาย พอต้นกล้วยเริ่มออกปลี ใบกล้วยค่อยๆ เล็กลงจนหมดมูลค่าทางการค้า ชุมชนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำใจฟันลำต้นทิ้ง หรือปล่อยให้เน่าเปื่อยกลายเป็นขยะทางการเกษตรไป
ก้อยไม่ใช่คนในชุมชนดั้งเดิม เป็นเพียงคนนอกที่เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน เรามองเห็นฝีมือการสานเชือกกล้วยตานีของกลุ่มป้าๆ แม่ๆ ในพื้นที่ จึงอยากร่วมฟื้นฟูภูมิปัญญาสานเชือกกล้วยตานี โดยที่ก้อยเริ่มต้นจากลงมือศึกษา พัฒนาสินค้าจากเชือกกล้วยตานีมาแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์แบบใหม่ เราเริ่มต้นพัฒนาเป็นชะลอมใส่ส้มโอกับเชือกสำหรับมัดบะจ่าง ก่อนจะพัฒนาต่อมาเป็นกระเป๋าแฟชั่น หูหิ้วแก้ว ที่รองจาน ที่รองแก้ว เสื่อ โคมไฟ และสินค้าอื่นอีกมากมาย

เชือกกล้วยของชุมชนคูเต่าแตกต่างจากที่อื่นยังไงบ้าง
ชุมชนคูเต่าตั้งอยู่ในตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับคลองอู่ตะเภา มีน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง ส่งผลให้ดินอุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนน้ำท่วม ทำให้เส้นใยกล้วยตานีนิ่ม นุ่มละมุน เหนียว แข็งแรงกว่าพื้นที่อื่นๆ
เส้นใยกล้วยตานีของชุมชนคูเต่าทั้งทนทานและยืดหยุ่นสูงมาก สามารถนำเชือกกล้วยมาบิดเกลียว ผูกมัดขมวด หรือสานเป็นลายซับซ้อนได้โดยที่เส้นใยไม่แตกหัก ซึ่งโดยปกติแล้วตัวเชือกกล้วยมีคุณสมบัติพิเศษ คือพอโดนน้ำก็ยิ่งเหนียวแน่นขึ้น สามารถนำสินค้าไปซักล้างทำความสะอาดได้ ภายหลังก็คืนรูปทรง แถมทนทานใช้งานได้ยาวนานเป็นสิบๆ ปี





เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกอร์ตานี
สำหรับกอร์ตานีจะเลือกกาบกล้วยตานีระยะกำลังออกปลีเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่กาบบาง เส้นใยเหนียวแน่นกำลังดี และปลอดภัยจากมอดด้วย
ขั้นตอนการเปลี่ยนสภาพจากเชือกกล้วยมาเป็นผลิตภัณฑ์ใช้เวลาถึง 5 วันเต็ม หลังจากเราฟันลำต้นกล้วยมาแล้ว ก็ต้องพักให้ต้นกล้วยคายน้ำก่อน 1 วัน เพื่อให้แกะกาบง่าย วันต่อมาก็นำกาบกล้วยมากรีดขนาดเท่าประมาณนิ้วโป้ง จากนั้นเอาไปตากแดดจัดๆ ประมาณ 2 วันรอจนกระทั่งเชือกเริ่มเฉา จากนั้นก็มัดจุกเตรียมตากแดดไว้เพื่อไล่ความชื้น ให้เชือกแห้งสนิทลึกถึงเส้นใยข้างใน ที่สำคัญคือห้ามโดนฝนหรือน้ำค้างเด็ดขาด ไม่งั้นเชือกจะขึ้นราดำ ถ้าเกิดราขึ้นมาเราจะทิ้งยกชุดเลย
รูปแบบการทำงานและคอลเลกชันตามชื่อผู้ออกแบบ
พอก้อยตัดสินใจฟื้นฟูภูมิปัญญาสานเชือกกล้วยตานี เราเลือกสานเชือกกล้วยเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบใหม่ทั้งหมด จากตอนแรกชุมชนมักสานออกมาในลักษณะใบใหญ่ หนา น้ำหนักเยอะ รูปทรงอาจไม่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ก้อยก็ปรับโจทย์ใหม่ตีความว่า กระเป๋าต้องโปร่ง เบา ร่วมสมัย เหมาะที่จะใช้ในชีวิตประจำวันในทุกโอกาส
ก้อยเข้ามาเรียนเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ เพื่อต่อยอดลวดลายให้หลากหลายมากขึ้น รูปแบบการทำงานของก้อยกับช่างสานในชุมชน พวกเราทำงานในรูปแบบ Co-Design ก้อยจะเอาโจทย์โครงสร้างกระเป๋าและเทรนด์สีไปนั่งคุยกับแม่ๆ ป้าๆ แล้วเปิดโอกาสให้ช่างสานร่วมออกแบบลวดลายตามใจชอบ
เอกลักษณ์ของกอร์ตานีคือ ก้อยตั้งชื่อรุ่นกระเป๋าตามชื่อคนออกแบบลวดลาย ดังนั้นกระเป๋าเกือบทุกรุ่นของกอร์ตานีไม่ได้ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เราตั้งใจตั้งชื่อตามชื่อของช่างสานคนแรกที่ขึ้นต้นแบบ เช่น รุ่นป้าเนียต รุ่นป้าเหลียว รุ่นพี่ทิพย์ ก้อยให้เกียรติภูมิปัญญาและมันสมองของคนออกแบบ พอสินค้าของกอร์ตานีไปวางขายในต่างประเทศ หรือไปเดินโชว์อยู่บนรันเวย์ ช่างสานรู้สึกภาคภูมิใจมากที่สินค้าเป็นชื่อเขา และมันกำลังสร้างชื่อเสียงไปไกลระดับโลก

ทุกขั้นตอนต้อง zero waste ไร้ขยะเหลือทิ้ง
ก้อยมองเห็นคุณค่าของต้นกล้วยตานีทุกชิ้นส่วน เราไม่ทิ้งให้กลายเป็นขยะทางการเกษตรแม้แต่เส้นเดียว ยกตัวอย่าง กาบกล้วยชั้นนอกสุดที่เป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม สมัยก่อนนิยมแกะทิ้งเพราะมันไม่สวย แต่ก้อยมองว่านี่คือโทนสีธรรมชาติ มีเสน่ห์เฉพาะตัว เราเลยนำมาทำเป็นกระเป๋าคอลเลกชันลิมิเต็ด อิดิชัน โทนสีเข้ม กลายเป็นสินค้าขายดีที่ได้ราคาสูงขึ้นไปอีก


ส่วนก้านกล้วยที่เหลือ ก้อยก็จับมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยทักษิณ นำเส้นใยจากก้านกล้วยมาวิจัยและทอร่วมกับเส้นใยธรรมชาติ เกิดเป็นผ้าทอลายพิกุลล้อมส่งขายให้โรงแรม ส่วนเศษเชือกสั้นๆ ที่เหลือจากการสานกระเป๋า ก็ส่งให้กลุ่มผู้พิการนำไปสานเป็นชะลอมสำหรับใส่ขวดไวน์ ขณะที่ยางกล้วยที่เหลืออยู่ในแปลง ก็นำมาทดลองแปรรูปใช้ย้อมผ้าบาติกยางกล้วย
ต้นกล้วยตานี 1 ต้น เราใช้อย่างคุ้มค่าทุกส่วนจริงๆ

เส้นทางตลอด 10 ปีของกอร์ตานีสร้างความภูมิใจต่อใครบ้าง
กลุ่มแรกเลยคือตัวช่างสานในชุมชนคูเต่า บางทีแม่บ้านหรือผู้สูงอายุในพื้นที่เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีรายได้ ต้องพึ่งพาคนอื่น วันนี้พวกเขามีงานทำทุกวัน มีรายได้มั่นคง ส่งลูกเรียนหรือเลี้ยงดูตัวเองได้ มีศักดิ์ศรีและสร้างความภูมิใจจากภูมิปัญญาด้วยมือของตัวเอง

เดิมทีชุมชนคูเต่าเป็นที่รู้จักในฐานะการสานเชือกกล้วยอยู่แล้ว แต่กอร์ตานีก็ขยับเข้ามามีบทบาทช่วยพัฒนาภูมิปัญญาเชือกกล้วยตานีมากขึ้น ช่วยพลิกฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คนในชุมชนหันมาร่วมมือปลูกกล้วยตานี นำขยะเกษตรมาหมุนเวียน สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นทั่วประเทศได้เห็นว่า วัตถุดิบท้องถิ่นก็สร้างมูลค่าระดับโลกได้
สำหรับตัวก้อยเอง การได้เห็นกอร์ตานีเติบโต โดยที่ก้อยไม่ต้องจำหน่ายแบบตัดราคาหรือลดทอนคุณค่าของงานฝีมือ พอเราตั้งโจทย์จำหน่ายแบบยืนหยัดต่อคุณภาพ เคารพงานฝีมือของชุมชน สร้างรายได้ให้ชุมชนทุกวัน จนกลายเป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมไทยส่งออกสู่ต่างประเทศ ทุกอย่างมันเริ่มต้นไวมาก เรามาไกลมากจริงๆ (หัวเราะ)
สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือติดตามกอร์ตานีต่อได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/Kortanee.Handicraft
Instagram : https://www.instagram.com/kortanee.thailand/
TikTok : https://www.tiktok.com/@kortanee
โทร.09-8224-4426