DETOUR X Samut Songkhram

เรื่องสนุกจากคาตามารัน
ที่พาไปส่อง ‘บรูด้า’
วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย

About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • แม้ช่วงเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคมของทุกปี เป็นฤดูมรสุม แต่ว่าช่วงเวลานี้แหละที่เหมาะกับการดูวาฬบรูด้ามากที่สุด
  • วาฬบรูด้าอาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน เนื่องจากบริเวณนี้มีระดับความลึกที่เหมาะสม เป็นปากแม่น้ำสำคัญ 5 สายที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้มีปลาขนาดเล็กซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของวาฬบรูด้าอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์
  • บรูด้าเป็นวาฬที่เป็นมิตร พฤติกรรมล่าเหยื่อของบรูด้าที่สังเกตได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอ้าปาก ตีหางคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากเห็น บรูด้าจึงเป็นวาฬที่เหมาะกับกิจกรรม Whale Watching มากที่สุด

กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปทริปล่องเรือคาตามารันจากจังหวัดสมุทรสงครามออกทะเลอ่าวไทยเพื่อไปดู ‘บรูด้า’ วาฬที่ถูกขนานนามว่า ‘เป็นวาฬสีหวานที่สุดในโลก’ เลยจากเล่าเรื่องสนุกๆ ของการไปดูวาฬบรูด้า ณ ทะเลอ่าวไทยให้ฟัง บอกเลยว่าสนุก ตื่นเต้น ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ควรไปสักครั้งในชีวิต

‘บรูด้า’ วาฬในตำนานของอ่าวไทย

วาฬบรูด้าอาศัยอยู่อ่าวไทยตอนบนเป็นหลัก เพราะบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีระดับความลึกที่เหมาะสม และที่สำคัญคือมีปลาขนาดเล็กซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของวาฬบรูด้าอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีแม่น้ำหลักของไทย 5 สายไหลลงมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำบางตะบูน

วาฬในประเทศไทยเป็นวาฬเขตร้อน-น้ำตื้น อาศัยอยู่ตามแนวเส้นศูนย์สูตรรอบโลก เป็นสัตว์ที่ไม่อพยพไกล และเมื่อถึงช่วงหน้าหนาววาฬบรูด้าจะลงไปบริเวณจังหวัดชุมพร-สุราษฎร์ธานี

จุดเด่นสำคัญของวาฬบรูด้า บนหัวมีสันสามเส้นจึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า วาฬแกลบสามสัน แม้ว่าขนาดวาฬบรูด้าที่เราเห็นกันในรูปก็ว่าใหญ่มากแล้ว แต่จริงๆ แล้ววาฬบรูด้าเมื่อเทียบในบรรดาวาฬโลก มีขนาดที่เล็กมากอยู่อันดับรั้งท้ายเลยทีเดียว

ชาวต่างชาติยกย่องว่าวาฬบรูด้าเป็นวาฬชนิดที่เหมาะสมที่จะมาทำกิจกรรมดูวาฬมากที่สุด (Best whale watching) เนื่องจากอาศัยอยู่บริเวณคลื่นลมสงบ ใกล้ปากอ่าว และมีพฤติกรรมที่สังเกตง่าย นั่นคือการอ้าปากกินเหยื่อโดยเฉพาะในประเทศไทยบริเวณอ่าวไทยตอนบน

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

หากใครที่ยังไม่เคยเข้าใจคำว่า “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” เราแนะนำกิจกรรมดูวาฬ เพราะคุณจะได้นั่งเรือออกจากปากอ่าวไกลมากๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง ภาพที่เห็นก็คือท้องทะเลอันแสนเงียบสงบ เวิ้งว้างสุดสายตา ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ของชีวิตที่ต้องไปลองให้เห็นกับตาสักครั้ง

ดูวาฬแบบมีเรื่องราว

สมัยก่อนจะมีคำพูดติดปากว่า “เมืองไทยไม่มีวาฬ” เป็นความเชื่อที่ฝังหัวคนไทยในยุค ก่อนมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2535 มีการถ่ายภาพวาฬได้ครั้งแรก โดยภาพที่ได้มาจากการดำน้ำตัวเปล่าถ่ายวาฬ 9 ปีถัดมาในพ.ศ.2544 สามารถถ่ายวาฬจากบนเรือได้ครั้งแรกที่ทะเลบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือว่าเป็นการถ่ายภาพวาฬได้ในบริเวณที่ใกล้ชายฝั่งมาก และภาพวาฬที่พบในครั้งนั้นอยู่ในบริเวณใกล้กับพื้นที่ที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อมาจึงมีการยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวไปในที่สุด

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

พี่ปุ๋ย ปริญญา ผดุงถิ่น วิทยากรวาฬประจำเรือ

วิทยากรวาฬความรู้แน่น

การดูวาฬครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปริญญา ผดุงถิ่น หรือพี่ปุ๋ย ช่างภาพชื่อดังในวงการภาพถ่ายสัตว์ป่ามากประสบการณ์ มาให้ความรู้เรื่องวาฬบรูด้าแบบจัดเต็มในทุกมิติ บอกเลยว่าได้ความรู้ติดตัวกลับไปมากมายเลยทีเดียว

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

สกิปเปอร์ใต้ หรือพี่ใต้ มงคล เกียรติกาญจนกุล ผู้ถ่ายภาพวาฬจากใต้น้ำเป็นคนแรก

อีกคนหนึ่งคือกัปตันเรือของเรา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณมงคล เกียรติกาญจนกุล หรือสกิปเปอร์ใต้ ผู้ที่ถ่ายภาพวาฬใต้น้ำได้คนแรกเมื่อปีพ.ศ. 2535 นั่นเอง

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

ดูวาฬบนเรือคาตามารัน…ไม่ซ้ำแบบใคร

ข้อดีของการใช้เรือคาตามารันล่องดูวาฬ อย่างแรกคือความหรูหรา สะดวก สบาย และเรือคาตามารันเป็นเรือสองท้องขนานกันไม่ยวบเหมือนเรือท้องเดียว มีความมั่นคง หากมีจำนวนคนที่เทไปยังด้านไหนด้านหนึ่งเรือก็ไม่ลาดเอียงแต่อย่างใด มึความปลอดภัยสูง ที่สำคัญ เวลาล่องเรือคาตามารัน เรือเราจะโดดเด่นมากกลางทะเล ด้วยรูปทรงของเรือที่สวยเจิดเวลากางใบ เราว่าถ้าชวนแกงค์เพื่อนเหมาคาตามารันล่องดูวาฬ คงได้รูปเก๋ๆ มากมายเลย

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

ในอ่าวไทย…วาฬทุกตัวมีชื่อเรียก

นักวิจัยของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งใช้วิธีการสำรวจ หรือที่เรียกว่า “Photo ID” โดยพาช่างภาพไปไล่ถ่ายวาฬบรูด้าในทะเลไทย และนำมาจำแนกตามตำหนิของแต่ละตัว เช่น วาฬไม่มีกระโดงตัวนี้ชื่อแม่ศรีสุข เมื่อแม่ศรีสุขมีลูกก็ชื่อสีสัน แล้วนำมาบันทึกเป็นตระกูลวาฬ เหมือนแฟมิลี่ทรีนั่นแหละ แต่เราเรียกกันว่า ‘สาแหรกวาฬ’

W 16

เครดิตภาพ: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง / www.dmcr.go.th

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

ดูวาฬบรูด้า…หูตาต้องไว!

พี่ปุ๋ยบอกวิธีการสังเกตวาฬบรูด้าว่า ให้ดูจากลักษณะน้ำที่เป็นฟองปุดๆ อยู่กลางทะเลแล้วหายไป นั่นคือจุดสังเกตว่าบริเวณนั้นจะมีวาฬบรูด้า เนื่องจากวาฬชนิดนี้มีพฤติกรรมปล่อยฟองใต้น้ำเพื่อต้อนเหยื่อ หรือสังเกตจากนกนางนวลแกลบที่มาเกาะบนตัววาฬ ซึ่งนกนางนวลแกลบนี้จะอพยพมาในช่วงต้นหน้าหนาวเดือนกันยายน-ตุลาคม

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

เสียงเฮสนั่นเวลาเจอวาฬ

การนั่งเรือออกมาจากปากอ่าวถึงสองชั่วโมง ฝ่าคลื่น ไอทะเลมาเป็นเวลานาน…ทุกคนย่อมมีความหวังที่จะได้เห็นวาฬบรูด้าตัวเป็นๆ เมื่อถึงจุดที่เริ่มจะสังเกตวาฬได้ เรือจะค่อยๆ ช้าลง ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของทุกคนบนเรือที่ต้องช่วยกันสังเกต บอกเลยว่าเมื่อใดก็ตามที่เราได้ยินเสียง “โน่นไงๆๆ” พร้อมชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่พบ ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังตำแหน่งที่ต้นเสียงนั้น หากเราเห็นสิ่งมีชีวิตลักษณะโค้งมนผิวสีดำน้ำเงินโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เมื่อนั้นบรรยากาศของคนบนเรือก็จะครึกครื้นยิ่งกว่าเวลาเชียร์กีฬาสีสมัยประถมเสียอีก เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นและฮึกเหิมเป็นอย่างมาก

W 1

W 4

ลุ้นทุกช่วงขณะ

การดูวาฬในประเทศไทยปกติแล้ว ควรเห็นวาฬอ้าปากเหนือผิวน้ำเพื่อกินเหยื่อ ถ้าพีคกว่านั้น เราอาจเห็นพฤติกรรมตีหางของวาฬ แต่ถ้าพีคขั้นสุดของนักดูวาฬหรือช่างภาพนั่นคือ การได้เห็นวาฬกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำ ดังนั้นทุกวันสำหรับนักดูวาฬแล้ว มันคือโอกาส ในวันที่เราไปเราอาจจะได้เห็นวาฬตีหางหรือกระโดดก็เป็นไปได้ (จุดสังเกตคือถ้าวาฬว่ายเร็วผิดปกตินั่นเป็นสัญญาณว่าวาฬอาจจะตีหางหรือกระโดด)

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

มีโอกาสได้เห็นวาฬคู่แม่-ลูก

เนื่องจากธรรมชาติของวาฬบรูด้า แม่-ลูกจะตัวติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันถึงสองปี หลังจากนั้นลูกถึงจะแยกออกจากแม่ ในวันที่เราไปเราก็เห็นวาฬคู่แม่ลูกเช่นกันนั่นคือ วาฬแม่ชื่อ ศรีสุขและวาฬลูกชื่อสีสัน ว่ายเคียงคู่กันอย่างสนุกสนาน ดูชิลมาก

บอกเลยว่าหากวันไหนโชคเข้าข้างเราสักหน่อย วาฬจะว่ายเข้ามาใกล้เรือของเราได้เลย เพราะนิสัยวาฬลูกชอบว่ายเข้ามาสำรวจเรือ ทำให้วาฬแม่ต้องว่ายตามเข้ามา หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมวาฬบรูด้านั้นท่าทางเป็นมิตรจัง? เนื่องจากชาวประมงไทยไม่ล่าวาฬ จากความเชื่อว่าวาฬบรูด้าเป็น ‘ปู่ทะเล” เป็นสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของทะเล เมื่อคนไม่ทำร้าย วาฬบรูด้าเลยกล้าว่ายน้ำเข้าใกล้เรือต่างๆ ที่มันพบเห็น

ล่องคาตามารันดู ‘บรูด้า’ วาฬสีหวานกลางอ่าวไทย กับเกร็ดน่ารู้ที่ทำให้ทริปสนุกขึ้น

ถ่ายภาพวาฬ คนยกกล้องบ่อยได้เปรียบ!

ถ้าอยากเก็บโมเมนต์ของวาฬได้เยอะๆ แนะนำว่าควรถือกล้องไว้ตลอดเวลา เวลาเจอวาฬบรูด้าโผล่ขึ้นมาแล้วจะได้เก็บภาพได้ทันท่วงที ไม่แน่นะว่าภาพที่เราเก็บได้อาจจะเป็นภาพประวัติศาสตร์วาฬของประเทศไทยเลยก็ได้!


ข้อมูลอ้างอิงจากวิทยากรวาฬ: คุณปริญญา ผดุงถิ่น และขอบคุณภาพแอ็กชั่นวาฬสวยๆ จากพี่ปุ๋ย-ปริญญา ด้วยเช่นกัน

Whale Watching Tips

• เดือนที่เหมาะกับกิจกรรมล่องเรือดูวาฬบรูด้า คือ ช่วงหน้าฝนไปจนถึงต้นฤดูหนาวจะเหมาะที่สุดกับการดูวาฬ (ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม เรียกได้ว่าเป็นพีคซีซั่น จากการสังเกตของพี่ปุ๋ยที่อยู่กับวาฬทุกฤดูกาล)
• ในบางที่ (อย่างเช่นเพชรบุรี) จะจัดทริปล่องเรือดูวาฬในช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนั้นมีนกนางนวลแกลบอพยพมาเป็นจำนวนมากทำให้เป็นจุดสังเกตวาฬง่ายและได้ภาพที่สวย เป็นสัญลักษณ์ภาพของต้นหน้าหนาว

สนใจดูวาฬแบบเรา ติดต่อที่นี่เลย Bangkok Whale Watching by Parinya ล่องเรือคาตามารันดูวาฬ เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม 2565
อัตราค่าบริการ:
แบบเหมาลำ (Private trip) 12 ท่าน ราคา 30,000 บาท
จอยทริป (Join Trip) คนละ 2,500 บาท
เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี คนละ 1,500 บาท

การเดินทาง : ลงเรือที่ท่าน้ำวัดศรัทธาธรรม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่จอดรถสะดวก กว้างขวาง ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สอบถามหรือจองทริป โทร 090-1977521 หรือติดต่อผ่านทาง Facebook fanpage  https://web.facebook.com/bangkokwhalewatching

Tags: