About
DESIGN

Pattern Weavers

‘Pattern.ers’ คอลเลกทีฟจากภาคเหนือที่อยากสร้างนิยามใหม่ให้แฟชั่นล้านนา และวางแบบแผนให้ดีไซเนอร์รุ่นหลัง

Read At ONCE
  • คุยกับดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์แฟชั่นทั้ง 4 จาก ‘Pattern.ers’ คอลเลกทีฟที่อยากผลักดันวัฒนธรรมล้านนาไปสู่เวทีระดับโลกและสร้างแแบบแผนให้คนรุ่นหลัง โดยไม่ละทิ้งการร่วมมือกับท้องถิ่น มาเข้าใจเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ก่อนฟังคอนเซปต์ของ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” นิทรรศการที่ทั้ง 4 แบรนด์จะมาเปลี่ยน “ลาบ” ให้เป็นคอนเซปต์เสื้อผ้า

สิ่งหนึ่งที่เราหลงใหลมากไปกว่าลมเย็นๆ ที่มาปะทะหน้าเวลาไปเที่ยวภาคเหนือในช่วงหน้าหนาว คือการได้ไปเลือกซื้อผ้า ไม่ว่าจะผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าทอมือ เหล่านี้เป็นของที่จะไม่ซื้อติดมือกลับบ้านไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะมีแบบ สี และลายให้เลือกเยอะ ผืนผ้าเหล่านี้ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น และความ “เมือง/เมียง” ที่หาที่ไหนไม่ได้เเล้ว

ผ้าเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างเท่านั้น เพราะถ้าสังเกตให้ดีๆ ภาคเหนือบ้านเราคือภูมิภาคที่อุดมไปด้วยสุนทรียศาสตร์ในแขนงต่างๆ ไม่แปลกใจที่หนุ่มสาวชาวเหนือรุ่นใหม่จะหันกลับมาสนใจและให้คุณค่าในวัฒนธรรมรากเหง้าและวิธีการสร้างสรรค์งานศิลปะแบบดั้งเดิมมากขึ้น

‘Pattern.ers’ คือหนึ่งในนั้น พวกเขาคือคอลเลกทีฟแบรนด์แฟชั่นจากภาคเหนือที่ไม่ได้แค่รวมตัวกันเพื่อสร้างคอมมูนิตี แต่เพื่อทดลองและสร้างสรรค์ Fashion Piece ร่วมสมัย ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและความเป็นไทยที่พวกเขาเชื่อสุดใจว่ามีดี และจะต้องมีจุดยืนที่แข็งแกร่งในเวทีระดับโลก

คุยกับ ‘กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล’ จาก KANZ BY THAITOR‘ จุล-ธัญญพร จิตราภิรมย์’ จาก {JUN} ‘กล้า-ศุภกร สันคนาภรณ์’ จาก LONGGOY และ ‘ม่อน-ภูวดล จันทรเกษม’ จาก FEEL YOUTH เจ้าของแบรนด์แฟชั่นซึ่งเป็น 4 สมาชิกผู้ก่อตั้งของ Pattern.ers ถึงมิชชันในการรวมตัวครั้งนี้ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเเต่ละแบรนด์ รวมถึงการมีจุดยึดโยงเดียวกันเป็นการผลักดันวัฒนธรรมไทยและชูภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนจะไปชมของจริงในนิทรรศการสุด Experimental ซึ่งเกิดจากการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับอาหารประจำภาคอย่าง “ลาบ” ที่โซน ICONCRAFT ICONSIAM

Pattern.ers

BORN NORTHERN AND PROUD

เราพบทั้ง 4 คน ณ จุดแสดงนิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” ส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2026 พวกเรานั่งล้อมวงกันแบบสบายๆ ในชั่วโมงที่คนเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว เจ้าของแบรนด์/ดีไซเนอร์แต่ละคนที่อยู่ตรงหน้าสวมใส่เสื้อผ้าที่บ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองได้อย่างดี ด้วยพื้นผิวของผ้าที่แสดงความเป็นชาวเหนือออกมาอย่างเด่นชัด แต่ถูกทวิสต์ให้มี Silhouette และ ดีไซน์ที่ทันสมัย

Pattern.ers

Pattern.ers

เมื่อถามว่ามารวมตัวกันได้ยังไง? และใครเป็นคนเริ่มชวนมาทำ? กล้าอาสาเป็นหัวเรือในการเล่าให้เราฟัง “จริงๆ เราชวนกันมานานมากแล้วนะ เพราะว่าก็รู้จักกันมานาน เจอกันตามโครงการ ตามงานต่างๆ มาอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนเริ่มพูดง่ายๆ ก็คือยุกันขึ้น (หัวเราะ) และกำลังกับประสบการณ์ของแต่ละคนก็พร้อมแล้ว เลยคิดว่าทำกันดีกว่า เพราะใครเคยมาจะรู้ว่าแบรนด์ทางเหนือมีเยอะมาก แต่ยังไม่เคยมีใครรวมกลุ่มเป็นจริงเป็นจังเพื่อก้าวสู่ระดับสากลสักที”

Pattern.ers

“เรารู้สึกว่างานจากภาคเหนือมีเอกลักษณ์ชัดเจน แถมแต่ละแบรนด์ก็มีคาแรกเตอร์ มาทดลองอะไรด้วยกันน่าจะสนุก อีกอย่างก็ตั้งใจจะทำให้ Pattern.ers เป็นเหมือนแพลตฟอร์มให้น้องๆ ดีไซเนอร์ในอนาคตได้มาเรียนรู้วิธีการทำงานของเรา และร่วมสร้างสรรค์งานที่มีความเป็นไทยผ่านรูปแบบต่างๆ ด้วย” กิ๊กเสริม ซึ่งจุดมุ่งหมายที่บอกว่าอยากเป็นแพลตฟอร์มให้กับดีไซเนอร์เจเนอเรชันต่อๆ ไปก็คือที่มาของชื่อคอลเลกทีฟ Pattern.ers เพราะพวกเขาอยากที่จะสร้างแบบแผน หรือ “แพตเทิร์น” ให้คนรุ่นหลังรู้ว่าแฟชั่นชาวเหนือสามารถไปได้ไกลกว่าเดิม และพวกเขาทำให้ดูแล้ว

Pattern.ers

เมื่อถามว่าอะไรคือ “เอกลักษณ์” ของภาคเหนือที่ว่า Pattern.ers ตอบได้ทันทีเลยว่า คือความหลากหลายของวัฒนธรรมล้านนา ที่มาพร้อมกับสตอรีและวัตถุดิบที่หาไม่ได้ในที่อื่นๆ “ภาคเหนือมีชาติพันธุ์เยอะ แค่เราขับรถจากเชียงใหม่ไปสัก 40 กิโลเมตรภาษาพูดก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว วัดที่เชียงใหม่กับแพร่ก็หน้าตาไม่เหมือนกัน อีกอย่างถ้ามองข้ามเส้นประเทศไป ความเป็นล้านนาครอบคลุมไปถึงพม่า ลาว จีน เราไปสิบสองปันนาคนก็อู้กำเมืองกับเราได้ จุดแข็งของบ้านเราอยู่ตรงนี้ พอทุกอย่างมารวมกันเลยเข้มข้นและพัฒนาไปได้ไว ส่วนคนเหนือเองก็ได้เห็นวัฒนธรรมเยอะ เลยสามารถสร้างสรรค์งานที่หลากหลายได้” กล้าอธิบาย ความเป็นล้านนาฝังแน่นอยู่ใน DNA พวกเขา จนในหลายๆ ครั้งออกมาโลดแล่นในผลงานโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

Pattern.ers

GET TO KNOW THE MINDS

อย่างที่บอกไปว่า Pattern.ers เกิดจากการรวมตัวกันของแบรนด์แฟชั่น 4 แบรนด์ มาทำความรู้จักกันว่าแต่ละแบรนด์มีความยูนีกยังไงบ้าง รวมไปถึงได้นำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเหนือมาใช้ยังไง

Pattern.ers

KANZ BY THAITOR โดย กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล
แบรนด์ผ้าบาติกจากจังหวัดแพร่ที่ออกแบบกันเองทำกันเองภายในครอบครัว โดยกิ๊กเล่าว่า เดิมเป็นแบรนด์ของพ่อแม่ที่มีชื่อว่า “ไทยทอ” แต่ในฐานะเจเนอเรชันที่ 2 เธอได้ปรับให้มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ของเสื้อผ้าที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ แต่ใช้เทคนิคการทำผ้าบาติกแบบดั้งเดิมที่พ่อเเม่เธอทำมาตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยกิ๊กเล่าเจตจำนงของเธอให้เราฟังว่า “เรารู้สึกว่าเมื่อก่อนผ้าบาติกของแพร่ดังมาก แต่ว่าเดี๋ยวนี้เริ่มจะจางหายไปแล้ว เลยอยากหยิบกรรมวิธีของงานทำมือที่หล่นหายไปมาเล่าให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

Pattern.ers

{JUN} โดย จุล-ธัญญพร จิตราภิรมย์
แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายโดยดีไซเนอร์สาวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าผู้ชายในภูมิภาคเอเชียแบบไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นประเทศใด เพราะด้วยความที่บริบทของประเทศไทยและอาณาจักรล้านนาแต่เดิมมีความลื่นไหลทางวัฒนธรรมค่อนข้างสูง จุลเลยอยากให้มองในภาพใหญ่มากกว่า โดยเชื่อความ Global นี่แหละจะเข้าถึงคนง่าย ส่วนวัฒนธรรมท้องถิ่นของเชียงใหม่เองจะสอดแทรกอยู่ในทุกๆ วัสดุที่เเบรนด์นำมาใช้ และเทคนิคของช่างตัดเย็บในพื้นที่

Pattern.ers

LONGGOY โดย กล้า-ศุภกร สันคนาภรณ์ และ หยก จรรโลงเศวตกุล
แบรนด์แฟชั่นแนวสตรีตจากเชียงใหม่ที่ใช้วัสดุผ้าทอมือและมีจุดเด่นในการเล่าเรื่องวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนาผสมผสานกับวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านลวดลาย กล้ามีโจทย์ว่า วิธีการผลิตของเขาต้องเป็น “หัตถอุตสาหกรรม” เพราะอยากทำให้เห็นว่างานฝีมือยั่งยืน ทำในปริมาณมากได้ ทำให้มีลวดลายเหมือนกันเป๊ะๆ ทุกตัวก็ได้ และองค์ความรู้จะยังคงเดิมแม้จะเปลี่ยนมือคนทำ ลวดลายต่างๆ ของเขาเลยถูกผนึกลงบนผ้าด้วยการพ่นสารกัดสีผ่านแผ่นอะคริลิกที่โดน Laser Cut เพื่อสร้างลวดลาย เป็นการนำงานคราฟต์และเทคโนโลยีมาผสมผสานกันอย่างลงตัว

Pattern.ers

FEEL YOUTH โดย ม่อน-ภูวดล จันทรเกษม
ตามชื่อ FEEL YOUTH คือแบรนด์จากเชียงใหม่ที่อยากให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสความสนุกแบบเด็กๆ เช่น การมีความสุขกับสิ่งง่ายๆ รอบตัว การได้ลองผิดลองถูก และการเป็นอิสระจากกรอบความคิด โดยแบรนด์เด่นเรื่องการสื่อสารความสนุกผ่านสีจากธรรมชาติที่ใช้ย้อมผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติอีกเช่นกัน และผลิตโดยชุมชนท้องถิ่นโดยสมบูรณ์ ม่อนเล่าว่า “ทั้ง Knowledge และ Know How ของแบรนด์พัฒนามาจากกลุ่มชาวบ้านที่ทำงานฝีมือในเชียงใหม่ทั้งสิ้น ทำให้ได้โทนสีที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติและไม่ซ้ำใคร”

Pattern.ers

Pattern.ers

Pattern.ers

CHOKE-LARB

มาถึงนิทรรศการของ Pattern.ers ซึ่งทั้ง 4 แบรนด์ได้คิดค้นภายใต้ธีม ‘โชค-ลาภ’ เพื่อนำอาหารที่เป็นของคู่บ้านคู่เมืองเหนืออย่าง “ลาบ” มาเล่าแทนสัญลักษณ์ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมล้านนา ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงานและนำมาจัดแสดงในนิทรรศการร่วมกัน แถมยังคอลแล็บกับตัวแทนศิลปินภาคกลาง เจ้าของผลงานอะลูมิเนียมลายไทยย้อมสีที่เราคุ้นตากันดีอย่าง SUCHAI CRAFT

Pattern.ers

ทำไมถึงต้องเป็น ‘ลาบ’?
สำหรับชาวเหนือ ลาบเป็นอาหารที่จะกินกันแค่ในงานมงคลหรือพิธีสำคัญๆ เท่านั้น เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ เข้าพรรษา และออกพรรษา เพราะการจะล้มหมูล้มควายมาทำอาหารไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันง่ายๆ แถมลาบยังพ้องเสียงกับคำว่า “ลาภ” ที่แปลว่าสิ่งที่ได้มาโดยไม่คาดคิดอีกด้วย Pattern.ers เลยมองว่าธีมนี้นี่แหละเหมาะที่สุดถ้าอยากเล่าป๊อปคัลเจอร์ของคนเหนือผ่านเสื้อผ้าออกมาให้สนุก

Pattern.ers

Pattern.ers

แบรนด์ทั้ง 4 ได้ตีความโจทย์นี้ไปในทิศทางที่ต่างกัน เริ่มจาก KANZ BY THAITOR ที่นำหม้อดอกล้านนา หรือ “ปูรณฆฏะ” สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของชาวล้านนาที่กิ๊กพบเห็นอยู่บ่อยๆ จากการไปวัดกับคุณยาย มาตัดทอนและผสมผสานเข้ากับลายดอกไม้บาติกของรุ่นพ่อแม่

Pattern.ers

Pattern.ers

ตามด้วย {JUN} ที่มาในคอนเซปต์ ‘S-LาrB’ มาจากคำว่า ‘สล่าลาบ’ ที่แปลว่า “ผู้ชำนาญการลาบ” ในภาษาเหนือ เพราะไปสืบค้นเจอมาว่าในงานหรือพิธีการที่มีการทำลาบสมัยก่อน ผู้ชายจะต้องเป็นคนทำลาบเท่านั้นเพื่อความขลังและเพื่อรสชาติที่ดีตามบริบทความเชื่อแบบโบราณ ประจวบเหมาะกับที่จุลดีไซน์เสื้อผ้าผู้ชายเป็นหลัก ผลงานเลยออกมาเป็นชุดพ่อครัวทำลาบที่แน่นไปด้วยฟังก์ชัน มีช่องเสียบมีดและอาวุธในครัวอยู่มากมายเต็มชุด

Pattern.ers

Pattern.ers

ส่วน LONGGOY ก็ผันตัวจากการทำงานกับลวดลายเป็นหลัก มาออกแบบชุดในคอนเซปต์ “ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค” เนื่องจากคนเหนือในภาพจำของหลายๆ คนคือคนที่ทำอะไรช้า ต่อนยอน แบบที่กล้านิยามไว้ว่า “ถ้าจะให้หาเงินไปซื้อหวย ก็คงหาได้ช้ากว่าคนอื่น” เขาเลยออกแบบชุดที่มีช่องให้ใส่แขน 4 แขน มีกระดุมหลายเม็ด และมีสาบเสื้อเยอะๆ เพื่อเป็นการสะท้อนว่า ถ้าชาวเหนืออยากได้โชค เราอาจจะต้องทำอะไรมากกว่าคนอื่นเพื่อเปิดรับโชค บางทีการมี 4 แขนอาจจะทำให้เราทำอะไรไวขึ้นก็ได้นะ”

Pattern.ers

สุดท้ายคือ FEEL YOUTH แบรนด์ที่เด่นเรื่องสีสัน ม่อนเลือกที่จะทำงานในคอนเซปต์ “โชกลาภ” โดยให้ชุดของเขาชุ่มโชกไปด้วยสีที่มาจากวัตถุดิบหลักของลาบดิบจริงๆ อย่าง เลือดควายดิบ! นอกจากนี้ ยังมีสีธรรมชาติอื่นๆ เช่น สีจากมะเเขว่นมาเพิ่มมิติให้เสื้อผ้า ก่อนจะแต่งแต้มด้วยสีทองเพื่อเสริมสิริมงคล

Pattern.ers

Pattern.ers

หลังจากดูจบ พูดได้เลยว่า นี่คือการทำงานกับเสื้อผ้าในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะนอกจากคอลเลกชันนี้จะสามารถเล่าเรื่องราว Insight เกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนาแล้ว ยังสามารถนำอาหารมามีส่วนร่วมในบทสนทนาของศิลปะ และซัปพอร์ตท้องถิ่นไปในตัวด้วย เป็นการออกแบบที่ครบวงจรและเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับดีไซน์อย่างแท้จริง

Pattern.ers

เมื่อเราถามถึงอนาคตของ Pattern.ers และโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้ จุลเล่าให้เราฟังว่า “เราก็คาดหวังว่าจะมีผลงานด้วยกันอีกเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีการเปิดรับสมาชิกใหม่ มีการเปลี่ยนสมาชิกบ้างในบางโปรเจกต์ เพื่อเป็นการชาเลนจ์และให้ทุกคนคอยพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา” เป็นการสรุปได้อย่างดีว่า Pattern.ers ไม่ใช่กลุ่มที่มีกฎเกณฑ์หรือขอบเขตที่ชัดเจน แต่จะคอยปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์และตลาดโลกอยู่เสมอ และเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ

Pattern.ers

มารอดูกันว่า งานใหม่ของ Pattern.ers จะเป็นยังไงและมีใครบ้าง ระหว่างนี้ทุกคนสามารถไปดูนิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” กันได้ที่ ICONSIAM ชั้น 4 โซน ICONCRAFT ได้ ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 และเราหวังว่าทุกคนจะอิ่มเอม ม่วนอกม่วนใจ๋ไปกับงานของดีไซเนอร์มากความสามารถจากภาคเหนือแบบที่เรารู้สึก