Toy Story
ของเล่นกำหนดอนาคตมิวเซียม? ก้าวสำคัญในวันที่ Art Toy บุกพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์
- ONCE บินตรงสู่สิงคโปร์เพื่อชมนิทรรศการ ‘Skullpanda Cage-Uncage Showcase’ ผลงานความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) และ Pop Mart เพื่อหาคำตอบว่า ในวันที่ Art Toy กลายเป็น ‘ทูตทางศิลปะ’ และ ‘จุดขายใหม่’ ของพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ มีหมากเกมไหนซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจที่ท้าทายครั้งนี้
เมื่อพูดถึง ‘พิพิธภัณฑ์’ ภาพแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร?
คำตอบที่ง่ายที่สุดคงเป็นพื้นที่แห่งการย้อนอดีต แหล่งรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี เป็นที่พำนักของสิ่งของล้ำค่า ความรู้ และบันทึกโบราณที่หาไม่ได้จากที่ไหน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มองเห็นและถอดบทเรียนจากวันวาน
แต่คำถามที่น่าสนใจกว่านั้นคือ... พิพิธภัณฑ์สามารถเล่าเรื่อง ‘ปัจจุบัน’ ที่ยังไม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานได้หรือไม่? พื้นที่แห่งนี้จะเปิดรับเทรนด์ร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่ หรือนำเสนอเรื่องราวที่สนุกสนานอย่าง ‘ของเล่น’ ได้หรือเปล่า?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสถานที่แห่งนั้นประทับตราว่าเป็น ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ’ ข้อจำกัดเหล่านี้จะยังคงอยู่ไหม?
เราขอเฉลยล่วงหน้าเลยว่า ‘ทำได้’ และทำได้อย่างน่าทึ่งด้วย เพราะล่าสุดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) ‘จับมือกับ Pop Mart เนรมิตนิทรรศการศิลปะจากคาแรกเตอร์ Art Toy ชื่อดังอย่าง ‘Skullpanda Cage-Uncage Showcase’ ซึ่งไม่ได้มาในฐานะส่วนประกอบเล็กๆ แต่มาในฐานะอีเวนต์ใหญ่ระดับแม่เหล็กที่มุ่งดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่นี่
การจัดนิทรรศการครั้งนี้คือความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อ Art Toy ศิลปะจากของเล่นที่ดูเหมือนจะอยู่คนละโลกกับพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ กลับกลายมาเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดผู้คนให้ก้าวเข้ามาเรียนรู้โลกใบใหม่เคียงคู่ไปกับโบราณวัตถุอายุหลายร้อยปี
ในวันที่พิพิธภัณฑ์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยอดีตเพียงอย่างเดียว Art Toy มี ‘ดี’ อะไรที่ทำให้สถาบันระดับชาติยอมเปิดประตูต้อนรับ? และอะไรคือบทบาทที่น่าสนใจของงานศิลปะในลุคของเล่น? นี่คือแรงดึงดูดที่พาเราบินลัดฟ้าสู่สิงคโปร์เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์มิติใหม่ที่กำลังเชื่อมโยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมสมัยใหม่ เข้ากับพื้นที่ทรงคุณค่าที่เรียกว่า ‘พิพิธภัณฑ์’



ก้าวใหม่ของพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์คือสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี 1887 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางศิลปะของเกาะแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
แต่ท่ามกลางความคลาสสิกของอาคารสไตล์นีโอคลาสสิก พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์กลับตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกโมเดิร์นอย่างเต็มตัว ด้วยการนำ Art Toy มาตั้งโดดเด่นอยู่หน้าทางเข้า เพื่อต้อนรับนิทรรศการ ‘Skullpanda Cage-Uncage Showcase’ ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์ยอดนิยมของ Pop Mart อย่าง Skullpanda
“พิพิธภัณฑ์ของเราต้องการนำเสนอความร่วมสมัย เราตระหนักดีว่าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไม่ได้มีหน้าที่แค่บอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่ต้องถ่ายทอดเรื่องราวในปัจจุบันด้วย นี่คือหัวใจสำคัญที่เราพยายามทำ” Chung May Khuen ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวถึงทิศทางใหม่นี้
“เราพบว่า Art Toy เชื่อมโยงกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง เราไม่อยากให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามาพบเพียงภาพวาดจากปี 1920 แต่เราอยากให้พวกเขาค้นพบสิ่งที่พวกเขากำลังสนใจอยู่ในทุกวันนี้ด้วย”

ย้อนกลับไปในปี 2024 ทางพิพิธภัณฑ์เคยทดลองจัดป๊อปอัปนิทรรศการขนาดเล็กชื่อ Play:Date ร่วมกับ Pop Mart มาก่อน โดยรวบรวมของเล่นสะสมมาจัดแสดง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ของเล่น’ สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัวไม่ต่างจากงานศิลปะแขนงอื่น
“งาน Play:Date ไม่ได้ดึงดูดแค่เด็กหรือวัยรุ่น แต่กลุ่มผู้ใหญ่ก็เข้ามาชมจำนวนมาก เพราะของเล่นเหล่านั้นเชื่อมโยงกับความทรงจำส่วนตัวของพวกเขา เราเห็นภาพคุณปู่แบ่งปันเรื่องราวกับหลานๆ ทำให้เราตระหนักว่าของเล่นมีพลังมหาศาล และพิพิธภัณฑ์ควรเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ดึงคนทุกช่วงวัยมาแบ่งปันเรื่องราวร่วมกัน”


ความสำเร็จในครั้งนั้นนำมาสู่การพา ‘Skullpanda Cage-Uncage Showcase’ เดินทางจากจีนสู่สิงคโปร์ ซึ่งนี่ถือเป็นการจัดแสดงนอกประเทศจีนครั้งแรกของ Skullpanda และยังเป็นนิทรรศการ Art Toy เต็มรูปแบบครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ด้วย การจับมือกันครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ท้าทายภาพจำเดิมๆ ว่า สถานที่ระดับชาติพร้อมหรือยังที่จะเปิดรับวัฒนธรรมที่ถูกมองว่า ‘ไร้ประวัติศาสตร์’
“พูดตามตรง นี่คือการทดลองของเราเหมือนกัน” Chung May Khuen เปิดใจกับ ONCE “เราอยากใช้สิ่งนี้เป็นสะพานพาทุกคนมาเยือนพิพิธภัณฑ์ และใช้มันทำลายกำแพงความรู้สึกที่ว่าพิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ที่น่าเบื่อ
“เราหวังจะต่อยอดแนวคิดนี้ต่อไปในอนาคต เพราะผู้เยี่ยมชมต่างคาดหวังจะเห็นสิ่งใหม่ๆ จากเราเสมอ ซึ่ง Art Toy คือกระแสนิยมที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในสิงคโปร์”





เป้าหมายของพิพิธภัณฑ์
นิทรรศการ Skullpanda Cage-Uncage Showcase ทำลายกรอบความน่าเบื่อของพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องย่อยๆ เพื่อร้อยเรียงเรื่องราวผ่านธีม ‘การผจญภัย’ ผู้เข้าชมจะเริ่มต้นด้วยการเก็บกุญแจและเดินทางผ่านห้องต่างๆ ที่มีคอนเซปต์แตกต่างกันไป เปรียบเสมือนการค่อยๆ ไขปมในจิตใจทีละน้อย ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของ Xiong Miao ศิลปินผู้สร้างสรรค์ Skullpanda ที่อยากให้ทุกคนได้ ‘ค้นหาตัวเอง’ ผ่านผลงานศิลปะของเธอ


ตลอดเส้นทาง เราจะได้เห็นความหลากหลายของผลงาน ตั้งแต่งานประติมากรรม ศิลปะจัดวาง (Installation Art) สื่อวิดีโอ ไปจนถึง Art Toy ที่เป็นหัวใจหลักของศิลปิน บางชิ้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วม (Interactive) ได้ด้วย นับเป็นนิทรรศการที่สนุกและยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ
แต่ภายใต้ความตระการตาที่ดูเหมือนแกลเลอรีชั้นนำ เบื้องหลังของนิทรรศการนี้ยังมีเป้าหมายที่ไกลกว่าการโชว์ผลงาน เพราะมันคือการนิยามความหมายของ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ’ ในมุมมองใหม่



“หัวใจหลักของนิทรรศการนี้คือ ‘การสำรวจตัวเอง’ ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เพราะเป้าหมายของเราคือการสำรวจสังคมและประเทศสิงคโปร์ หากเรารู้ชัดว่าตัวตนเราคือใคร เราถึงจะก้าวไปสู่การสำรวจสังคมและสำรวจความเป็นชาติได้อย่างลึกซึ้ง
“ถามว่านิทรรศการครั้งนี้มุ่งค้นหาตัวตนของสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวไหม? ในความจริงคือมันเชื่อมโยงกับคนทั้งโลก เรามองภาพที่ใหญ่กว่านั้นว่า นิทรรศการนี้สื่อสารได้ลึกแค่ไหน และมอบบทสนทนาอะไรให้กับผู้เยี่ยมชมบ้าง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำเช่นเดียวกับแกลเลอรีระดับโลก



“ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาที่นี่ คุณอาจจะประทับใจผลงานจาก 700 ปีที่แล้วหรือผลงานในปัจจุบันก็ได้ คุณอาจพบเรื่องราวที่น่าสนใจของสิงคโปร์ หรือค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ… คุณได้ค้นพบอะไรบ้าง?
“ฉันเชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า ‘ของเล่น’ สามารถสะท้อนภาพจำของแต่ละช่วงเวลาได้ มันน่าสนใจมากถ้าคุณก้าวเข้ามาชมงานนี้แล้วถามตัวเองว่าได้อะไรกลับไปบ้าง ในฐานะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ การบอกเล่าเรื่องราวคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ภาพถ่าย หรือวัตถุใดๆ รูปแบบนั้นไม่สำคัญเท่ากับ ‘เรื่องราว’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผลงานนั้นต่างหาก” Chung May Khuen กล่าวสรุป



เป็นมากกว่าของเล่น
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมเพียงในแง่ของพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ฝั่งศิลปินเองก็ได้โอกาสท้าทายศักยภาพตนเอง จากการออกแบบของเล่นขนาดจิ๋วสู่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่ผลักขีดจำกัดให้ไกลกว่าเดิม
“เรามุ่งมั่นสนับสนุนศิลปินอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าในมุมหนึ่งคือการโปรโมตคาแรกเตอร์ให้เป็นที่รู้จัก” Kevin Zhang หัวหน้าฝ่าย Brand Partnerships and Activations เผยกับ ONCE
“แต่เป้าหมายที่ยั่งยืนกว่า คือการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ นิทรรศการนี้ช่วยโชว์ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของศิลปิน เพราะศิลปินไม่สามารถย่ำอยู่กับที่ได้ การสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตจะช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงประสบการณ์ทางศิลปะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มากกว่าแค่การมองว่าเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง ถ้าไม่มีศิลปิน เราก็ไม่มีวันนี้

“การได้แสดงงานในสถานที่ทรงคุณค่าอย่างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ ช่วยยกระดับประสบการณ์การสัมผัสศิลปะให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมเชื่อว่าผู้เยี่ยมชมจะได้รับแรงสั่นสะเทือนบางอย่างกลับไป เพราะเราตั้งใจสื่อสารสิ่งนี้ออกมาเป็นภาษาสากล
“หัวใจสำคัญคือเราไม่อยากให้คนมองว่านี่เป็นเรื่องของ ‘ของเล่น’ แต่เป็นเรื่องของ ‘ประสบการณ์’ เราหวังว่าคนที่ก้าวเข้ามาจะได้รับแรงบันดาลใจกลับไป และจดจำคาแรกเตอร์ของเราผ่านความทรงจำที่แปลกใหม่ในสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ ผมหวังว่า Skullpanda จะเข้าไปอยู่ในใจของทุกคนที่เดินทางมาเยือน”


ร่องรอยความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์และ Pop Mart ทำให้เราเห็นก้าวต่อไปของโลกพิพิธภัณฑ์ จากพื้นที่ที่เคยถูกจำกัดไว้เพียงการสะสมอดีต วันนี้พิพิธภัณฑ์ได้พิสูจน์แล้วว่า พวกเขาสามารถบอกเล่าปัจจุบันและฉายภาพอนาคตผ่านมุมมองใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
บทบาทของพิพิธภัณฑ์กำลังเปลี่ยนไป นอกจากจะเป็นคลังความรู้ ยังสามารถมอบความบันเทิงและกลายเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่สนุกไปกับวัฒนธรรมยุคใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน



นิทรรศการ Skullpanda Cage-Uncage Showcase ไม่เพียงแต่ฉายภาพว่า ‘ของเล่น’ คือกระจกสะท้อนวิถีชีวิตมนุษย์ แต่ยังนิยามคุณค่าใหม่ของพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมปรับตัวท่ามกลางโลกที่หมุนไว ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ การเดินชม Art Toy ในพิพิธภัณฑ์อาจกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เพราะสุดท้ายแล้ว ของเล่นก็สามารถสื่อสารและสร้างแรงกระเพื่อมในใจผู้คนได้ ไม่ต่างจากวัตถุโบราณชิ้นอื่นที่จัดแสดงอยู่เคียงข้างกัน
ขอบคุณภาพจาก National Museum Singapore

นิทรรศการ Skullpanda Cage-Uncage Showcase
12 ธันวาคม 2025 – 22 กุมภาพันธ์ 2026
สถานที่: National Museum Singapore
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10.00-18.30 น.
Map: https://share.google/AfmJUdAZ6TWlhpk56
Facebook: https://www.facebook.com/National.Museum.of.Singapore
Instagram: https://www.instagram.com/natmuseum_sg/
Website: https://www.nhb.gov.sg/nationalmuseum