CRAFTYARD

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียว
ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้ง
ด้วยเทคโนโลยีสะอาด

About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • THAIS แบรนด์ไทยที่คิดค้นนวัตกรรม ‘Regenesis’ นำเศษหนังที่เหลือทิ้งจากโรงงานตัดเย็บ มาพัฒนาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จนได้ออกมาเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างคาแรคเตอร์ผ่านลวดลายและสีสันที่ไม่ซ้ำใคร รวมถึงเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลกที่ใช้กระบวนการเทคโนโลยีสะอาดแบบ 100%
  • กรรมวิธีของการรีไซเคิลปลอดภัยต่อโลก ไม่มีการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งยังกระจายรายได้แก่ชุมชน ภายใต้วิธีคิดที่ยั่งยืนและคืนคุณค่าให้วัสดุ

Thais แบรนด์ของคนรักหนังที่อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ปลุกปั้นโดย ธันย์ - ธันยวัฒน์ ทั่งตระกูลและ เม - พัณณ์ชิตา ธราดลศิริฐิติกุล

“ตอนที่เราเรียนอยู่ต่างประเทศทุกคนจะพูดถึงสิ่งแวดล้อม ไม่ได้พูดแบบธรรมดา แต่พูดเป็นกฎข้อบังคับ เราเลยซึมซับมาตลอดระยะเวลา 10 ปี พอกลับมาไทยเราก็รู้สึกว่าเองยังมีความรู้สึกตรงนี้อยู่ เลยพยายามจะสร้างสิ่งที่มันแตกต่างขึ้นมา เราคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้มันน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง” ธันย์เล่าถึงสภาพแวดล้อมในอดีตที่หล่อหลอมให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ก่อนจะพูดต่อถึงที่มาของชื่อแบรนด์ให้เราได้ฟังว่า

“Thais(ทาอิส) จริงๆ เป็นภาษากรีก แปลว่า ‘การเป็นที่รัก’ มาจากเพลงๆ หนึ่งในเพลงคลาสสิค ตอนฟังเรารู้สึกว่าท่วงทำนองมันไพเราะ เลยเลือกเอาชื่อนี้มาใช้แล้วมันพ้องรูปกับคำว่า Thai(ไทย ) ด้วย”

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

คุณค่าในสิ่งที่ไร้ค่า

เดิมทีทั้งเมและธันย์เองมีความชื่นชอบในเครื่องหนังและมักตัดเย็บเพื่อใช้เองอยู่บ่อยครั้ง นานวันเข้าเศษหนังที่ไม่ถูกใช้งานเริ่มกองสูงขึ้นในห้องสี่เหลี่ยม จนธันย์อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาทิ้งเศษหนังพวกนี้ รถขยะที่มารับไปก็ต้องนำกองหนังเหล่านี้ไปทิ้งเหมือนขยะอื่นๆ “ตอนนั้นเราเริ่มตั้งคำถามว่า จะทำยังไงให้เศษหนังพวกนี้กลับมาใช้ได้ เราอยู่กับคำถามนี้หลายเดือน เพราะเราอยากนำเศษหนังพวกนี้กลับมาใช้ให้ได้เยอะที่สุด”

จากนั้นประกายไอเดียต่อมาจึงเกิดขึ้น “เราพยายามหานวัตกรรมที่จะเอาเศษหนังพวกนี้เข้าสู่ระบบหมุมเวียนได้ แต่มันไม่มี…ทำให้เราต้องกลับมามองว่า เราสามารถเอาองค์ความรู้ที่ตัวเองมีมาใช้อะไรได้บ้าง” กว่าทาอิสจะสร้างนวัตกรรมที่นำเศษหนังเหลือทิ้งจากโรงงานตัดเย็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้นั้น ใช้ระยะร่วมกว่า 2 ปี

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

“ในช่วง 2 ปีแรกก็มีบ้างที่ทบทวนสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เพราะเราแทบไม่ได้อะไรเลย แต่ก็คิดนะว่าเราแปลงวัสดุได้ด้วยระยะเวลาแค่นี้ ถ้าทำต่อไปมันอาจจะไม่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปีแล้วก็ได้ อาจจะใช้เวลาแค่อีก 6 เดือน หรือกี่เดือนก็ตาม แต่ถ้าเราดันหยุดก็คงจบกันแค่นี้ ตอนนั้นเราบอกกับตัวเองว่า เราแปลงเศษหนังเป็นวัสดุที่หน้าตาเปลี่ยนไปประมาณหนึ่งแล้ว เริ่มมีรูปมีร่างแล้ว ถ้าเราหยุดตรงนี้…เท่ากับว่ามันจะไม่สามารถไปถึงภาพที่เราจินตนาการไว้ได้นะ มันเลยทำให้เราเลือกไปต่อจนถึงวันนี้”

สิ่งที่ทาอิสมั่นใจ คือเรื่องของ Milestone การมีหลักชัยในแต่ละก้าวเดินและมีเป้าหมายที่ชัดเจน หนึ่งคือต้องการลดการปนเปื้อนขยะมีพิษหรือขยะอุตสาหกรรม สองคือต้องการลดค่าใช้จ่ายในการขนทำลาย สามคือลดปริมาณขยะที่ต้องเอาไปทิ้ง นั่นก็เพื่อก้าวเข้าไปสู่การเป็น ‘ผู้นำทางด้านวัสดุรักษ์โลก’

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

ธันย์ย้ำชัดอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายสามเดือน หกเดือน หนึ่งปี หรือห้าปี นั่นก็คือ ‘เป้าหมาย’ ที่เราเขียนขึ้นมา ฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในทุกๆ วัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในปลายปากกาแรกที่เราวาดลงไป และเรากำลังเดินตามทางนั้นอยู่”

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

คิดอย่างยั่งยืน

ทั้งสองบอกกับเราว่าในช่วงแรกพวกเขาทั้งค้นคว้า ทดลอง หาข้อมูล จนรู้ว่าตัวเศษหนังในบ้านเรามีมากถึง 10,000 ตัน ต่อ 1 ปี ถ้านึกไม่ออกว่ามากขนาดไหน ให้ลองนึกว่าหากนำเศษหนังมาใส่ถุงแล้ววางเรียงซ้อนกันจะได้ความสูงเท่ากับตึกมหานคร อาคารที่สูงที่สุดในประเทศ ได้ถึง 6 ตึก มากกว่านั้นกองเศษหนังมวลมหาศาลเหล่านี้ จะถูกกำจัดด้วยการเผาและการฝังกลบทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทนไปจนถึงสารพิษปนเปื้อนในดินและน้ำ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ล้วนก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น

THAIS เล็งเห็นปัญหาตรงนี้จึงอยากนำเศษหนังเหลือทิ้งเหล่านั้นกลับมารีไซเคิลให้เกิดเป็นวัสดุและสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยคำนึงว่าต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในฐานะของผู้ผลิตธันย์ต้องตั้งคำถามอีกครั้งว่า “เราจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่ได้บ้าง”

โรงงานตัดเย็บ บริษัทขนทิ้ง และสิ่งแวดล้อม คือห่วงโซ่ที่ธันย์พูดถึงก่อนหน้า “แต่จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าเราขอเข้าไปอยู่ในจุดที่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ถ้าเราได้เศษหนังจากบริษัทขนทิ้ง เรามองว่าเราน่าจะทำอะไรได้บ้าง”

แม้ทาอิสต้องการจะเป็นผู้จัดหาวัสดุรักษ์โลก แต่วัสดุเหล่านั้นก็ต้องผ่านการรับรองและได้มาตรฐานหรือมาจากกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ เพราะธันย์เชื่อว่าด้วยหัวใจตรงนี้จะทำให้ลูกค้าสัมผัสได้จากใจจริง

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

“เราเริ่มรับเศษหนังจากโรงงานต่างๆ ทั้งโรงงานในประเทศและต่างประเทศ จากนั้นเราจะคัดแยกเศษหนังตามสี แล้วนำไปทำความสะอาด เพื่อดึงความชื้นในหนังออก จึงค่อยนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นเคลือบผิวให้หนังคงทนและทนทานต่อกรดด่างกลายเป็นหนังรีไซเคิลผืนใหม่ที่รีไซเคิลจากเศษหนัง 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้สารเคมี 0 เปอร์เซ็นต์ และมีหน้าตาเหมือนหินอ่อนอย่างที่เราได้เห็น” ธันย์เล่าพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแผ่นหนังที่ผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้เราได้ดูใกล้ๆ

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

แต่กว่าจะออกมาเป็นสินค้าหนึ่งชิ้น ขั้นตอนการตัดเย็บก็เป็นส่วนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังชิ้นงานดีไซน์เก๋คือ ชาวบ้านที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้เป็นเหมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญของแบรนด์ “ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เราจะรู้ดีว่าในแต่ละปีมันจะมีช่วงหลังเก็บเกี่ยวที่ชาวบ้านในพื้นที่ว่างงาน หลายคนต้องออกไปหางานทำที่ต่างจังจังหวัดเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงปากท้อง เราเลยมองว่าถ้าคุณมาฝึกงานมาทำงานที่โรงงานของเรา อย่างน้อยคุณก็ยังได้อยู่ในพื้นที่และมีรายได้ ก็เหมือนกับเราได้พึ่งพาซึ่งกันและกัน” นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่เขาอยากกระจายรายได้แก่ชุมชน

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

สู่เครื่องหนังรักษ์โลก

สิ้นค้าทุกชิ้น ทุกเฉดสี ทุกลวดลาย จะมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวมีความยูนีค ด้วยตำแหน่งลวดลายที่ต่างกัน จึงทำให้สินค้าของ Thais มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

ส่วนเรื่องของของความคงทนยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะธันย์บอกกับเราว่า “เพราะใช้เศษหนังแบบ 100 % เข้าสู่กระบวนการผลิต เลยทำให้อายุการใช้งานของเขาค่อนข้างยาวนานตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี ผิวสัมผัสยังสามารถกันน้ำ กันน้ำมันได้ด้วย เลยจัดว่าเป็นของใช้และของตกแต่งบ้านที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน”

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

ทาอิสได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเป็นแบรนด์ผลิตเศษหนังรีไซเคิลด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสะอาด ที่ใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องอายุการใช้งานเป็นหลักได้อย่างที่ตั้งใจ

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

และถ้าจะพูดถึงในเรื่องของความยั่งยืน ธันย์จะบอกเสมอว่าทาอิสไม่ใช่ผู้นำความยั่งยืน แต่เป็นผู้สร้างบาลานซ์ให้เกิดขึ้นระหว่างอุตสาหกรรมการผลิต กระบวนการทิ้ง และผู้ใช้งาน “เราอยู่ในห่วงโซ่อันหนึ่งซึ่งเป็น (Subset) ที่เล็กมากๆ ของคำว่า ‘sustainable’ แต่ถ้าถามว่าความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงๆ มั้ย เราว่ามันสามารถทำได้ถ้าทุกภาคส่วนช่วยกัน ถ้าภาครัฐเข้าใจ องค์กรเข้าใจ ค่านิยมในสังคมก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นความยั่งยืนมันเกิดได้ก็ต่อเมื่อทุกคนเข้าใจ แล้วเราไปด้วยกัน”

THAIS แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในโลก ชุบชีวิตเศษหนังเหลือทิ้งด้วยเทคโนโลยีสะอาด

เราเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้อ่านเริ่มสนใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป เราอาจลองเริ่มกันที่แนวคิดง่ายๆ ว่า ของทุกอย่างทุกชิ้นที่เราเลือกใช้มันสามารถช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้ เหมือนอย่างที่เจ้าของแบรนด์ทิ้งท้ายกับเราว่า “พอเราเข้าใจในการมีส่วนได้ส่วนเสียของคนที่อยู่ในห่วงโซ่ของเราแล้ว มันจะทำให้เกิดการส่งต่อ แล้วก่อเป็นห่วงโซ่แห่งความยั่งยืนขึ้นมา เพราะทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเราให้ดียิ่งขึ้น”

อยากรู้จัก Thais มากขึ้น
Facebook: Thais Ecoleathers
Instagram: thais.ecoleathers

Tags: