TRENDS

Travel Medicine
อีกหนึ่งศาสตร์น่ารู้สำหรับนักเดินทาง

เรื่อง วิชชุ ชาญณรงค์ ภาพประกอบ ANMOM Date 12-11-2020 | View 1541
About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่อาศัยความเชี่ยวชาญเชิงสหวิชาการในการดูแลสุขภาพอนามัยที่เกี่ยวกับการนักเดินทางและท่องเที่ยว ทั้งปัญหาก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทางและหลังจากเดินทาง มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอัตราการป่วย และเสียชีวิตในกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยว
  • ศาสตร์นี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเดินทางทุกประเภท ที่มีการเคลื่อนย้ายหรือเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ทั้งแบบ Domestic Travel และ International Travel
  • การเดินทางไปต่างประเทศและในบางรูปแบบ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปขอรับคำปรึกษาด้านสุขภาพได้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร มีข้อควรระวังอะไรบ้าง หรือสามารถขอรับการรักษาได้เมื่อมีอาการผิดปกติ

ไปต่อ หรือ รอก่อน ??? ยังไม่สามารถเป็นคำตอบได้ ณ เวลานี้ เพราะเป็นปีที่การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงักกับมหันตภัยรอบด้าน ทั้งความแปรปรวนของสภาพอากาศ ไฟป่า ซ้ำยังโดนฮุกด้วยหมัดหนักของโรคระบาดโควิด-19 ทำได้แต่…เฝ้ารอข่าวดีให้สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้สำเร็จ

เรื่องโควิด-19 อาจต้องรอไปก่อน แต่รู้ไหมว่าที่ผ่านมา เวลาเราจะเดินทางไปยังประเทศเสี่ยงๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรค ทำให้เราป่วยได้นั้น เราสามารถไปรับวัคซีนป้องกันหรือขอข้อมูลต่างๆ เหล่านี้กับคลินิกท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการของ เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่า ‘Travel Medicine’ ศาสตร์ทางการแพทย์สาขาหนึ่งที่พัฒนาขึ้นในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา และค่อยๆ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

เพราะอะไร...เพราะทุกคนต่างก็ต้องเดินทางไง!

เวชศาสตร์การเดินทาง

Travel Medicine + การเดินทาง

เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวหรือ Travel Medicine เป็นศาสตร์ทางการแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ที่ทำงานเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง สอบสวนโรคที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและประเมินความเสี่ยง ให้คำปรึกษา ให้ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับการป้องกัน และดูแลรักษานักเดินทางและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงการจัดการปัญหาและภัยสุขภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นนะ แต่รวมถึงนักเดินทางทุกประเภท ที่มีการเคลื่อนย้ายหรือเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ทั้งแบบ Domestic Travel และ International Travel ไม่ว่าจะเป็นคณะทูตและผู้ติดตาม นักกีฬา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม (NGOs) ผู้ทำงานบนเรือสำราญ คนอพยพ ผู้ลี้ภัย ค่ายอพยพ อาสาสมัคร การทำกิจกรรม หรือสถานที่ซึ่งมีผู้คนเดินทางไปรวมตัวกันเยอะๆ เช่น พิธีฮัจจ์ การแข่งขันฟุตบอลโลก หรือแม้กระทั่งกีฬาโอลิมปิก

เทรนด์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากไหน ?

เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวได้รับอิทธิพลมาจากประเทศในโซนยุโรปและอเมริกา เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมเที่ยวในประเทศเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือแถปแอฟริกา ซึ่งมีความเสี่ยงของโรคระบาดระดับหนึ่ง และหลังการเดินทางท่องเที่ยวมักมีอาการเจ็บป่วยกลับไป ซึ่งการรักษาในประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกานั้น บางครั้งไม่มีข้อมูลเพื่อรักษาโรคที่ติดต่อในอีกทวีป ทำให้บางรายถึงแก่ชีวิต จึงเป็นที่มาของการให้ความสำคัญเรื่องการเตรียมตัวก่อนเดินทาง

ความสนใจของนักท่องเที่ยวไทย

เอาเข้าจริงๆ แล้ว ที่ผ่านมา คนไทยยังไม่มีความกังวลเรื่องโรคที่มาจากการเดินทางมากนัก แต่ก็เริ่มมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมก่อนเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น

ข้อมูลจากเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า

ที่ผ่านมาสัดส่วนการเข้ารับบริการที่คลินิก จากเดิมชาวต่างชาติเข้ามารับคำแนะนำในการเดินทางมีประมาณร้อยละ 70 ขณะที่คนไทยอยู่ที่ร้อยละ 30 แต่ปัจจุบันสัดส่วนระหว่างคนต่างชาติและคนไทยอยู่ที่ใกล้เคียงกันคือร้อยละ 50

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่ามีจำนวนคนไทยที่เริ่มตระหนักและหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง โดยเปลี่ยนวิธีการจากการหาข้อมูลบนสื่ออินเทอร์เน็ต อ่านบล็อกหรือรีวิวการท่องเที่ยว มาเป็นการขอคำแนะนำจากคลินิกท่องเที่ยว ทั้งการอ่านข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ของเพจและเว็บไซต์ ซึ่งเผยแพร่ความรู้ในเชิงวิชาการ รวมถึงมีการขอรับคำแนะนำจากคลินิกท่อง เที่ยว (Travel Clinic) โดยตรง

ใช้บริการคลินิกท่องเที่ยวได้เมื่อไหร่

หากจำเป็นต้องเดินทาง เวลาไปเที่ยวสถานที่ที่เป็นป่าเขาต้องระวังโรคไข้ป่า หรือมาลาเรีย หากเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกาหรือเอเชียใต้ ต้องระวังโรคไทฟอยด์ ซึ่งมักเกิดจากอาหารที่ไม่สะอาด หรือโรคไข้เลือดออกอีโบล่า ไข้เหลือง ไข้กาฬหลังแอ่น วัณโรค ฯลฯ ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงควรป้องกันตัวเองด้วยการฉีดวัคซีนกันไว้ล่วงหน้า

ฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง

นอกจากนี้ เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ยังรวมถึงภาวะทางสุขภาพอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเพียงแค่นั้น โดยเฉพาะคนไทยกลุ่มที่นิยมเที่ยวในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่นิยมเดินทางแบบท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในสถานที่แปลกใหม่ เช่น การเดินทางบนเขาที่ประเทศเนปาล เปรู ทิเบต รวมไปถึงการปีนขึ้นยอดเขาเอเวอร์เรส ต้องระวังโรค High Altitude Sickness หรืออาการแพ้ความสูง ซึ่งจำเป็นต้องมียาป้องกันโรคที่มีความเสี่ยง

ภูเขาเอเวอร์เรสต์

สำหรับกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่อเมริกาใต้ ซึ่งคนไทยก็นิยมเช่นกัน อาทิ บราซิล ป่าอเมซอน โบลิเวีย เปรู หรือดำน้ำที่กาลาปากอส ผู้เดินทางต้องมีการเตรียมตัวฉีดวัคซีน แม้แต่การเดินทางไปดูฟุตบอล หรือคอนเสิร์ตในต่างประเทศ ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพราะแต่ละกิจกรรม มีคนจากที่ต่างๆ มารวมตัวกันโดยไม่มีใครรู้ว่าแต่ละคนมีปัญหาสุขภาพอย่างไร จึงต้องมีการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางและมีข้อระวังในเบื้องต้น

ในส่วนของรูปแบบหรือสไตล์ของการท่องเที่ยวก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน อาทิ กรณีนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กจะมีโอกาสติดเชื้อมากกว่า ทั้งจากการเดินทาง และการรับประทานอาหารท้องถิ่นหรือข้างทางที่ไม่มีคุณภาพ ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโรค รวมถึงสุขภาพและความแข็งแรงของแต่ละคน ถ้าคนเป็นโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด จะเดินทางไปเที่ยวหรือขึ้นเครื่องบินไกลๆ ได้ไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร เหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวพันกับ Travel Medicine ทั้งสิ้น ทั้งยังครอบคลุมไปถึงเวชศาสตร์การบิน เวชศาสตร์ใต้น้ำ อีกด้วย

Travel Medicine เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

ในต่างประเทศเองมีเครือข่ายนักวิชาการด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว อาทิ The International Society of Travel Medicine ที่เป็นสมาคมของผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางในระดับนานาชาติ หรือเครือข่าย Geosentinel Network ซึ่งเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง ติดตาม และรายงานโรคที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 50 แห่ง ซึ่งคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ถือเป็น Geosentinel Network ที่สำคัญของไทย แว่วมาว่าในอนาคตอาจจะมีการขยายไปตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ในบ้านเราด้วย อาทิ เชียงใหม่ และชลบุรี


อ้างอิง

Tags: