About
DESIGN

Vertical Neighborhood

ฮอปขึ้นตุ๊กตุ๊กกับทีมอินทีเรียร์ดีไซน์ Andaz One bangkok สำรวจแรงบันดาลใจการออกแบบที่ได้จากชุมชนถนนวิทยุ

Read At ONCE
  • ฮอปขึ้นตุ๊กตุ๊กสำรวจย่านลุมพินีกับ ‘เต้ย-นิวัติ อุ้นเปรื่อง’ และ ‘มายด์-to fill in’ จาก PIA Interior เพื่อตามรอยแรงบันดาลใจในการออกแบบ Andaz One Bangkok ภายใต้คอนเซปต์ Vertical Neighborhood ที่เก็บดีเทลเหล็กดัดจากบ้านเรือนในชุมชน สีสันสดใสแต่เป็นเอกลักษณ์ของไทยโทน และสไตล์อินทีเรียร์แบบ Mid-Century จากอะพาร์ตเมนต์ในย่านมาผสมผสานเป็น ‘ย่านตั้งฉาก’ ถ่ายทอดความไทยโมเดิร์นได้อย่างลงตัว

เรานัดพบ ‘เต้ย-นิวัติ อุ่นเปรื่อง’ และ ‘มายด์-to fill in’ จาก PIA Interior ที่ชั้น G ของ Andaz One Bangkok โดยได้รับบรีฟมาว่า นี่จะไม่ใช่การพูดคุยธรรมดาๆ แต่อินทีเรียร์ดีไซเนอร์เจ้าตัวจะมาพาเราไปดูต้นกำเนิดแรงบันดาลใจถึงที่ด้วยตัวเอง ระหว่างนั่งรอก็เหลือบเห็นรถตุ๊กตุ๊กที่จอดรออยู่หน้าโรงแรม ซึ่งช่วยยืนยันว่าประสบการณ์วันนี้คงจะน่าตื่นเต้นไม่เบา และไม่นานคนที่เราสงสัยว่าน่าจะเป็นเต้ยและมายด์ก็เดินไปหยุดอยู่ตรงจุดนั้นจริงๆ

เต้ยเผยให้เราฟังว่า เขารักการลงพื้นที่ยิ่งกว่าอะไร และเชื่อว่าถ้าไปนั่งคุยกันในห้องแอร์ก็คงจะไม่เห็นภาพ เลยออกแบบประสบการณ์นี้ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ไปเห็นที่มาที่ไปของ Andaz One Bangkok เองกับตา

โดยรูทวันนี้จะเริ่มจากโรงแรม ลัดเลาะสำรวจวิถีชีวิตชุมชนตามถนนไปเรื่อยๆ ก่อนเข้าไปในซอยร่วมฤดีซึ่งเป็นซอยที่ยังคงทิ้งกลิ่นอายความ Luxury ในยุคทองของเมืองไทยเอาไว้ วนไปดู ‘สิริ อพาร์ตเมนต์’ หนึ่งในสถาปัตยกรรมมิดเซ็นจูรีที่ยูนีกที่สุดในกรุงเทพฯ และจบที่ซอยสนามคลี (ซอยโปโล) ที่ตั้งของราชกรีฑาสโมสร และร้านไก่ทอดเจ๊กีในตำนานเป็นสถานีสุดท้าย

Andaz One bangkok

โจทย์คือพื้นที่สีเขียวที่ชูชุมชน

ท่ามกลางความวุ่นวายแต่มีเสน่ห์ของถนนในกรุงเทพฯ มายด์เริ่มเล่าที่มาที่ไปของโปรเจกต์นี้แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ให้เราฟัง โดยทั้งหมดเริ่มจากโจทย์ใหญ่ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2019 ว่า ทาง Andaz อยากให้ดึงเอเลเมนต์ของความเป็น ‘พื้นที่สีเขียว’ เข้ามาอยู่ในโรงแรมให้ได้มากที่สุด

“พูดถึงพื้นที่สีเขียว เรานึกถึงสวนลุมพินีและย่านนี้ ซึ่งเราไม่อยากทิ้งเขาไป PIA เลยทำงานร่วมกับสตูดิโอสถาปนิก A49 เพื่อเฉลิมฉลองชุมชนถนนวิทยุโดยการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Vertical Neighborhood’ ที่ดึงเอกลักษณ์ของย่านมาอยู่ในตึกแนวตั้ง” ซึ่งคอนเซปต์นี้ นอกจากจะเป็นการแชร์ให้คนได้รับรู้ถึงดีเทลที่น่าสนใจของบริบทรอบๆ โรงแรมแล้ว ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แขกที่มาพักอีกด้วย

Andaz One bangkok

Andaz One Bangkok จัดอยู่ในหมวดหมู่ของโรงแรม Luxury & Lifestyle ที่ไม่เพียงแต่ให้บริการในแบบที่เข้ามาแล้วรู้สึกหรูหรา สะดวกสบาย แต่ต้องเป็นสเปซที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์และความสนุกเข้าไปด้วย “เป็นความสนุกที่ไม่ขี้เล่นจนเกินไป แบบ Young at Heart” เต้ยย้ำ

Andaz One bangkok

ในส่วนของกระบวนการการทำงาน ทาง PIA ใช้เวลาการค้นคว้าเพื่อสร้างสตอรีที่กลมกล่อมอยู่นาน เต้ยเล่าว่า “ทาง Andaz กำชับมาว่า สิ่งที่เราออกแบบต้องเป็นสิ่งที่ออริจินัลและไม่ซ้ำกับอะไรที่เขาเห็นใน Pinterest เพราะฉะนั้น เราเลยไม่ให้ทีมเปิด Pinterest เลย และพามาลงพื้นที่จริงเพื่อคลุกคลีกับชุมชน เข้าใจบริบทของสถานที่ และหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่อาจจะนึกไม่ถึงเลยถ้าไม่ได้มาดูเอง”

การลงพื้นที่ทำควบคู่กันกับการทำรีเสิร์ชผ่านอินเทอร์เน็ตที่โฟกัสในแง่ของประวัติศาสตร์และที่มาที่ไปของพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งเริ่มจากการเป็นสถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย ก่อนจะกลายเป็นไนท์บาซาร์และเปลี่ยนผ่านกาลเวลาจนกลายมาเป็น One Bangkok ในทุกวันนี้

Andaz One bangkok

ตามรอยแรงบันดาลใจ

อย่างที่บอกว่าพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นมาหลายอย่าง ทาง PIA เลยมองว่า ความไม่เพอร์เฟกต์ ไม่เรียบร้อยตามลักษณะของบาซาร์นี่แหละคือเสน่ห์ที่ Andaz One Bangkok จะหยิบมาเล่าต่อได้ โรงแรมเลยไม่ได้ออกแบบโดยยึดธีมแบบเคร่งครัดจนเกินไป แต่มีหัวใจสำคัญเป็น ‘Thainess’ ซึ่งตีความโดยทาง PIA เอง

Andaz One bangkok

“วัฒนธรรมบ้านเรามีความขี้เล่นโดยพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่นสี ฝรั่งเคยบอกเราว่า ‘บ้านคุณนี่เป็น Pop Country มากเลยนะ ตั้งแต่มาได้ขึ้นแท็กซี่ สีไม่ซ้ำคันเลย แถมสีสันจัดจ้านด้วย’ แต่นั่นแหละ คำถามคือเราจะสนุกยังไงให้ยังดูหรูหราและมีความเป็น Andaz? เราเลยเลือกที่จะเอาความสนุกแบบไทยๆ อันนั้นมาทวิสต์ให้มีความโมเดิร์นขึ้น ซึ่งทาง Head of Design ของแบรนด์เขาก็ชอบและตอบมาเลยว่า ‘This is Andaz.’” เต้ยอธิบายในขณะที่รถตุ๊กตุ๊กค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ซอยร่วมฤดี

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

“ประตูหน้าต่างเหล็กดัดพวกนี้ เป็นอะไรที่ยูนีกกับบ้านเรามากๆ เลยนะ พวกนี้เราเอาไปใช้ในงานออกแบบหมดเลย เดี๋ยวจะได้เห็นที่โรงแรม อย่างหน้าต่างกลมๆ บ้านนั้นตอน Pitch เราก็อัดวิดีโอไปให้ทาง Andaz ดู” เต้ยเล่าพลางชี้ให้เรามองออกไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น และพอสังเกตมากขึ้น เราก็มองเห็นถึงรายละเอียดอย่างที่เขาว่าจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของสี ซึ่งมีทั้งสีเหลืองมัสตาร์ดของตึกรามบ้านช่อง สีแดงอิฐของฟุตบาท และสีส้มแปร๋นของกรวยจราจร

“พูดตรงๆ ว่าเราไม่เพลย์เซฟเลย ปกติโรงแรมเขาจะเน้นเรียบๆ เข้าไว้ มีสีที่เป็น Standard Checklist อยู่ แต่สิ่งที่เราออกแบบ ฉีกคาแรกเตอร์นั้นไปเลย” เต้ยเสริม

Andaz One bangkok

แล้วก็มาถึงจุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดของทัวร์เมื่อเรากำลังจะเลี้ยวผ่าน ‘สิริ อพาร์ตเมนต์’ ต้นแบบสถาปัตยกรรม Mid-Century จากยุค 70 ที่โดดเด่นที่สุดในย่าน ตัวตึกถูกออกแบบให้มีองค์ประกอบคล้ายเสาโค้งมนล้อมรอบ เพิ่มความแปลกตาด้วยหน้าต่างทรงกลมทั่วตึกแบบที่แทบจะไม่มีให้เห็นแล้วในยุคนี้ เต้ยบอกให้รถหยุดและพาพวกเราวิ่งตามกันลงไปมองให้ใกล้ขึ้น พร้อมบอกว่า นี่แหละคือความ Luxury ในแบบยุคทองสมัยก่อนที่เขาตั้งใจนำมาไว้ใน Andaz One Bangkok

Andaz One bangkok

มาที่เดสทิเนชันสุดท้ายของเราในซอยสนามคลี ที่ตั้งของราชกรีฑาสโมสร จุดพักผ่อนหย่อนใจสุดเอกซ์คลูซีฟสำหรับสายกีฬา และที่ตั้งของ Polo Club ซึ่งเป็นดั่งเสาหลักของย่านนี้มายาวนานตั้งแต่ปี 1978 และเป็นสถานที่ที่แสดงถึงการรับเอาวัฒนธรรมการพักผ่อนของชาวตะวันตกเข้ามาสู่กรุงเทพฯ ข้างๆ คือร้านไก่ทอดเจ๊กีในตำนาน ที่ว่ากันว่าทอดไก่ได้ฉ่ำ ไม่แห้ง แถมกรอบ โดยผังของร้านก็ทำให้เต้ยฉุกคิดได้ถึงความน่าสนใจของการมี Open Kitchen เลยไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมทั้ง 2 ร้านอาหารในโรงแรมถึงมีครัวแบบเปิดทั้งคู่ เเละเช่นเดิม เต้ยพาเรากระโดดลงจากรถลงไปซื้อขนมจากเจ๊กีแบบไม่คิดเยอะ

Andaz One bangkok

รู้ตัวอีกทีก็เกือบชั่วโมงแล้ว ตุ๊กตุ๊กกำลังจะใกล้ถึงโรงแรม เต้ยเล่าถึงความยากในการออกแบบให้เราฟังอีกว่า “โปรเจกต์นี้เริ่มในปี 2019 ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 6-7 ปีแล้ว ความยากคือเราจะทำยังไงให้สิ่งที่เราคิดไว้นานแล้ว ยังสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบัน”

“แปลว่าเราต้องไม่ตามเทรนด์?” เราถาม

“ถูก เราต้องมีจุดยืนว่า สิ่งที่เราออกแบบจะอยู่ไปตลอดได้” เต้ยสรุป และรถก็มาจอดเทียบชั้น G ของ Andaz พอดี

Andaz One bangkok

จากถนนวิทยุสู่ย่านตั้งฉาก

ทั้งหมดทั้งมวลที่เราได้ไปเห็นมาถูกรวมเข้าเป็นคอนเซปต์สำหรับทีมอินทีเรียร์ “The bizzare alley of Mid-Century Thainess”

เรากดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น Lobby เพื่อนั่งพักให้หายร้อน ก่อนมายด์จะอาสาพาเราเดินรอบโรงแรมเพื่อโชว์ว่าทีมได้หยิบจับเอเลเมนต์อะไรมาใช้ในส่วนไหนของโรงแรมบ้าง

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

“เริ่มจากชั้น G โถงต้อนรับที่เราเจอกันเมื่อกี้ก่อนเลย ชั้นนั้นเราเรียกว่า ‘Urban District’ เพราะเป็นชั้นที่เราปล่อยให้ความเป็นเมืองและความเป็นถนนวิทยุไหลเข้ามา ตัวประตูทางเข้าหลักออกแบบให้คล้ายพุ่มไม้ในสวนลุมฯ ที่แสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้ ส่วนพรมสีส้มได้รับแรงบันดาลใจจากสีของสถานีตำรวจลุมพินี” นอกจากนี้ยังมีเชลฟ์ที่จัดแสดงเรื่องราวของถนนสถานีวิทยุเก่า ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งเชลฟ์นั้นผลงานศิลปะ ‘Pocket Nature’ ของ ‘อาย-พินรี สัณฑ์พิทักษ์’ ที่หลอมรวม Andaz One Bangkok เข้ากับประวัติศาสตร์ของพื้นที่

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

ตามด้วยชั้น L หรือ Lobby ในคอนเซปต์ ‘Gallery Alley’ ที่ทาง PIA ตั้งใจออกแบบให้มีพื้นที่สีขาวสบายตา ตัดกับงานศิลปะสีสันฉูดฉาดของ ‘มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์’ ซึ่งแขวนประดับไว้อยู่ ส่วนระเบียงด้านนอก (Andaz Terrace) ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ไทยที่ดูแล้วอบอุ่นสบายตา ซึ่งเต้ยเป็นคนไปเลือกซื้อมาเอง

Andaz One bangkok

ตามขอบกระจกมีดีเทลของเหล็กดัดที่ไม่ได้เก็บมาใส่ตามลายดั้งเดิมเป๊ะๆ แต่ลดทอนให้มีความเรียบขึ้นและกลมกลืนไปกับบรรยากาศจนเราแทบไม่ทันสังเกต ที่สำคัญในชั้นนี้ เพดานปรากฏความมนโค้งแบบสิริ อพาร์ตเมนต์อย่างเด่นชัด ทำให้รู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้ามาสู่โลกเมื่อ 50 ปีที่แล้วจริงๆ แถมยังเป็นที่ตั้งของร้าน ‘Jǐng’ ร้านอาหารจีน Open Kitchen ที่ออกแบบมาให้ร้านไม่จีนเกิน เเต่เล่าผ่านอาหารแทน เพื่อให้ดีไซน์ยังไม่หลุดจากความเป็นไทย

“ชั้นนี้เป็นไฮไลต์เลย เพราะมีทั้ง Indoor Space ที่โคซีและ Outdoor Space ที่มองเห็นวิวสวนลุมฯ อีกด้านได้แบบชัดเจน ตอนเช้าๆ บางทีจะมีอีกามาเกาะด้วยนะ ทำให้เห็นว่าระบบนิเวศแถวนี้ดีจริงๆ” มายด์เสริมพลางยิ้ม ก่อนจะพาเราขึ้นลิฟต์ไปชั้น 3 เพื่อดูฟีเจอร์กำแพงเปลือกข้าวโพดที่เรารอคอย

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังเลย เพราะเมื่อออกจากลิฟต์ไป ‘Lush Tunnel’ ที่เขียวชอุ่มปะทะเข้ากับหน้าเราอย่างจัง เปลือกข้าวโพดสีเขียวอ่อนจากจังหวัดเพชรบูรณ์เรียงตัวกันเหลื่อมๆ บนบานประตูแต่ละบานอย่างสวยงาม แต่ก็ยังดูออกว่าคราฟต์และใช้เวลาวางชิ้นต่อชิ้นเพื่อเพิ่มความมีมิติให้กับพื้นผิว เเละว้าวยิ่งกว่าเมื่อเปิดเข้าไปพบความเขียวชอุ่มของพรมในบอลรูมที่ไหลสาดออกไปบรรจบกับวิวสวนลุมพินีด้านนอก สร้างภาพของทุ่ง Infinity Green นอกจากนี้ตามทางเดินมีเก้าอี้สีมัสตาร์ดวางอยู่เป็นจุดๆ แบบไม่ขัดตา ซึ่งมายด์เล่าว่าเป็นตัวอย่างของการดึงสีสันที่จัดจ้านของกรุงเทพฯ มาปรับใช้ในสเปซ

Andaz One bangkok

เราเข้ามาในลิฟต์อีกครั้งเพื่อไปยังจุดถัดไป แต่คราวนี้เจอกับชื่อเต็มๆ ของกรุงเทพมหานครแบบใหญ่เบ้อเริ่มแปะอยู่กลางลิฟต์ ก่อนจะได้รับการเฉลยว่า นี่เป็นดีเทลเล็กๆ ที่เต้ยตั้งใจซ่อนไว้ให้แขกได้เซอร์ไพรส์และสนุกกัน

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

เมื่อก้าวขาออกมาจากลิฟต์ เราพบกับสระว่ายน้ำ และ Pool House ซึ่งห้อมล้อมด้วยสีและดีเทลของไม้สน ที่นี่คือ ‘Royal Club House’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากราชกรีฑาสโมสร มายด์อธิบายเพิ่มเติมว่า “เราอยากให้ที่นี่เป็นทั้งเลานจ์พักผ่อน เป็นทั้งสถานที่ทำกิจกรรม เลยมีโซนแยกให้นั่งเล่น และมียิมไว้สำหรับคนที่อยากขึ้นมาออกกำลังกาย อยากให้มีกลิ่นอายของยุครุ่งโรจน์ที่คนออกมาเล่นกีฬากลางแจ้งกัน” ซึ่งบอกเลยว่ายิ่งในอากาศร้อนๆ แบบนี้ เราแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะกระโจนลงสระว่ายน้ำตรงหน้า

Andaz One bangkok

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือโซนห้องพักที่ก็มีคอนเซปต์เฉพาะตัวอีกเช่นเคย โดย PIA เรียกโถงทางเดินที่พวกเขาออกแบบว่า ‘Gleaming Alley’ เพราะนี่ไม่ใช่ทางเดินธรรมดา แต่คือตัวแทนของความเป็นตรอกซอกซอยในชุมชนที่จะพาเราไปสู่ความเซอร์ไพรส์ในแต่ละห้อง

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

Andaz One bangkok

เราเริ่มด้วยการชม Standard Room เพื่อสำรวจดีเทลความเป็นบ้านยุคมิดเซ็นจูรีที่ซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่า สีสันในห้องไม่เหมือนโรงแรมที่ไหนที่เราเคยไปพักเลยจริงๆ สีส้ม แดง เขียวและมัสตาร์ดช่วยขับให้ห้องดูมีความสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้น ตามด้วยดีเทลพื้นที่ออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายพื้นไม้ปาร์เกต์ในบ้านเก่าๆ แต่ซี่ใหญ่กว่าเพื่อเพิ่มความทันสมัย กระเบื้องในห้องน้ำที่ใช้วัสดุจากชุมชนในภาคเหนือ ตามด้วยมินิบาร์ทรงคล้ายตู้กับข้าวที่เสริมไวบ์อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านใต้อย่างดี

Andaz One bangkok

เช่นเดียวกันกับในห้อง Executive Suite ที่มีการ Repeat ดีเทลเหล่านั้นแบบชัดเจนและแน่นขึ้น ประกอบกับวิวหลักล้านที่มองเห็นตั้งแต่สวนลุมพินี ตัวเมืองกรุงเทพฯ ยาวไปจนถึงเงาของพื้นผิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงแดดช่วงเย็นจนเกิดเป็นเงาระยิบระยับ

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ มายด์และทีม Andaz ยังพาเราขึ้นไปชม ‘Piscari’ รูฟท็อปชั้น 23 ซึ่งแม้จะออกแบบโดย Paradigm Shift อีกสตูดิโอหนึ่ง ก็ยังคงความโคซีไว้ได้ โดย Piscari เป็น Mediterranean Supper Club ซึ่งดีไซน์ให้เหมือนเรือยอชต์ไม้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผสมผสานวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่ เข้ากับวัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างลงตัว

Andaz One bangkok

ความเป็นไทยที่กลืนไปกับไลฟ์สไตล์

ก่อนจะจากกัน เราถามทีม PIA ในฐานะคนออกแบบสเปซภายในว่า “อยากให้คนที่มา Andaz One Bangkok ได้รับความรู้สึกอะไรกลับไป?”

“อยากให้เขารู้สึกสบายๆ ไม่เกร็ง มาผ่อนคลายกับเพื่อน เเฟน ครอบครัว แล้วก็มาสัมผัสความเป็นไทยในสไตล์ของเราเท่านั้นพอแล้ว” มายด์ตอบ และเน้นย้ำเรื่องความเป็นไทยอีกครั้งว่า ไม่จำเป็นจะต้องประดับด้วยดอกบัว ลายไทย หรือดีเทลที่มีความดั้งเดิมชัดๆ เสมอไป “เราอยากให้ความเป็นไทยในแบบของเรากลืนไปกับชีวิตคนได้ด้วยความโมเดิร์นแบบที่เขาจะไม่ทันสังเกต แต่จิตใต้สำนึกของเขาจะสัมผัสได้และรู้สึกคุ้นเคยเมื่อได้มาอยู่ที่นี่”

สิ่งนี้คือภาพสะท้อนจาก Core Values ของ Andaz One Bangkok ที่เน้นการชูบริบทของย่าน ซึ่งทีมทำออกมาได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ได้มีการดึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาเคียงคู่กันไป ซึ่งบอกได้ว่า Combination นี้ ไม่ซ้ำโรงแรมไหนในกรุงเทพฯ แน่นอน

ทางโรงแรมทิ้งท้ายกับเราว่า นอกจากดีไซน์ที่เกิดขึ้น Andaz ก็ยึดมั่นใน Core Values นี้ผ่าน Activations ส่วนอื่นๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะในฝ่ายอีเวนต์และโปรแกรมมิงที่จะมีการจัดโปรแกรมที่ทำให้คนได้ใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านการพาไปเดินชมย่าน การพาไปวิ่งในสวนลุมฯ และอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้!

ไปชมความเป็นไทยที่ผ่านการตีความในแบบของ PIA และ Andaz ดื่มด่ำกับบรรยากาศของสวนลุมพินี และกินดื่มให้เต็มที่ได้กับทั้งอาหารจีนและอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ Andaz One Bangkok บนถนนวิทยุ
และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและจองที่พักได้ที่
เว็บไซต์: https://www.hyatt.com/andaz/en-US/bkkaz-andaz-one-bangkok
Instagram: andazonebangkok
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/WiJb4CCTFpAb94vC9