- ไปเคาะประตูหน้าบ้าน Eight De Klong มาพิสูจน์รสชาติโฮมเมดที่ปรุงด้วยความรักจากครอบครัว จิบกาแฟซิกเนเจอร์ที่มีเพียง 8 แก้วต่อวัน (มาช้าระวังอด!) และมานั่งห้อยขาสังเกตวิถีชีวิตริมคลองชักพระ
เสียงเพลงแอนะล็อกจากวิทยุเก่าเคล้าเสียงเรือแล่นกระทบน้ำในริมคลองชักพระ คือจังหวะดนตรีอันไพเราะที่หาฟังที่อื่นไม่ได้ นอกจากต้องมาเยือนที่บ้านเลขที่ 8 หรือ Eight De Klong เท่านั้น ตอนมาถึง Eight De Klong เราคาดเดา นี่คงเป็นบ้านริมคลองหลังเล็กๆ แต่หลังจากก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามา พื้นที่ด้านในกลับกว้างขวาง อบอุ่น มีพื้นที่ให้นั่งใช้เวลาส่วนตัว
ONCE นัดพูดคุยกับ พลอย-เอษรา วัฒกีหัตถกรรม ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้นำพาความรักในบ้านมาแบ่งปันให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ทุกตารางนิ้วของบ้าน Eight De Klong คือการรักษาคุณภาพชีวิตและความทรงจำของครอบครัวเอาไว้

Analog-Craft Home
ย่าเก็บเงินซื้อที่ดินผืนนี้ พ่อเป็นคนต่อเติมบ้านไม้ ส่วนพลอยเข้ามาสานต่อจิตวิญญาณของครอบครัว
Eight De Klong ทำหน้าที่เป็นหลักฐานแห่งความรักและความผูกพันของครอบครัวตลอด 40 ปี พลอยพาย้อนเวลากลับไปเล่าเรื่องราวของ Eight De Klong เริ่มต้นจากย่าค่อยๆ เก็บหอมรอมริบจนซื้อที่ดินผืนนี้ได้ พ่อย้ายขึ้นมาตั้งรกรากอยู่บ้านหลังนี้ สวมบทเป็นสถาปนิกทั้งออกแบบทั้งลงมือสร้างความรักให้ตัวบ้าน หากลองสังเกตดู จะมองเห็นความรักของบานหน้าต่างที่มีไม่ซ้ำรูปแบบ ทุกชิ้นคือไม้เก่าแก่ที่ไม่มีใครใช้งานแล้ว พ่อของพลอยนำมาเติมคุณค่า สร้างเป็นงานฝีมือเพื่อตกแต่งบ้าน สะท้อนสไตล์แบบที่เขาชื่นชอบ




“เวลาบ้าน Eight De Klong ประกาศปิดยาวๆ ลูกค้าถามตลอดไปเที่ยวไหน ความจริงคือพวกเรากำลังช่วยกันต่อเติมพื้นที่ จัดระเบียบบ้านเพื่อให้ลูกค้ามีมุมนั่งใหม่ๆ และมีพื้นที่สำหรับถ่ายภาพมุมอื่นด้วย” พลอยชี้ให้เราดูโต๊ะเก้าอี้กว่า 16 ตัวที่คนในบ้านร่วมมือร่วมใจกันตกแต่ง โดยมีพ่อของพลอยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก นั่งออกแบบพื้นที่ เลื่อยไม้ และตอกตะปู





ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าบ้านเป็นระยะๆ ผสานกับทำนองแอนะล็อกจากวิทยุโบราณ ด้านใน Eight De Klong มีกรุเครื่องเล่นแผ่นเสียงตั้งตระหง่านเด่นหราอยู่ ของสะสมเหล่านี้คือตัวตนส่วนหนึ่งพ่อของพลอยตั้งแต่วัยหนุ่ม

ของทุกชิ้นที่นี่มีกฎเหล็กคือต้องใช้งานได้จริง โดยพ่อจะคอยหมุนเวียนเปิดเพลงจากแผ่นเสียง และคลื่นวิทยุเพื่อขับกล่อมแขกด้วยบทเพลงคลาสสิก

Taste of Home
พอกระเพาะเริ่มส่งสัญญาณเตือน กลิ่นหอมจากครัวหลังบ้านก็ลอยมาเตะจมูก เป็นสัญญาณว่าอาหารที่ปรุงด้วยรสมือคนในครอบครัวพร้อมเสิร์ฟแล้ว อาหารทุกจานมีปรัชญาเดียวกับตัวบ้าน นั่นคือความจริงใจและเรียบง่าย

พลอยเล่าถึงการแบ่งหน้าที่ภายในบ้าน Eight De Klong ราวกับฟันเฟืองที่หมุนเวียนด้วยความรัก พลอยรับหน้าที่ดูแลภาพรวมและต้อนรับแขก พ่อรับบทเป็นสถาปนิกทั้งออกแบบกับดูแลบ้าน แถมยังสลับบทบาทมาเป็นบาริสตา แม่เป็นคนคิดสูตรทำขนมจีบกับเมนูน้ำปั่นต่างๆ ส่วนเมนูอาหารจานหลักคือหน้าที่ของอาผู้ชาย และอาผู้หญิงดูแลส่วนของเบเกอรีทั้งหมด โดยมีคนในบ้านคอยช่วยกันจัดจานและยกเสิร์ฟ


“พลอยไม่ได้ตั้งราคาอาหารไว้สูง เพราะอยากให้ทุกคนแวะเวียนมา Eight De Klong บ่อยๆ บรรยากาศในร้านก็เหมือนมานั่งกินข้าวบ้านเพื่อนในราคาสบายใจ พวกเราอยากส่งต่อของดีๆ วัตถุดิบดีๆ ให้ลูกค้ากินเหมือนกับที่พวกเรากินเอง”

มื้อนี้เราเริ่มต้นด้วยสปาเกตตีพริกแห้งเบคอน เมนูเบสิกแต่รสชาติกลับถึงใจ เส้นสปาเกตตีลวกมาแบบ Al Dente หนึบกำลังดี คลุกเคล้ากับพริกแห้งคั่วหอมๆ เบคอนกรอบๆ โรยมาแบบไม่ยั้งมือ ความเผ็ดร้อนนิดๆ ตัดกับความเค็มมันของเบคอน เข้ากันได้ดีกับลมโชยริมน้ำที่พัดมาปะทะหน้า

ปิดมื้ออาหารกับโรลล์สตรอว์เบอร์รี ที่ใช้เนยพรีเมียมส่งตรงจากฝรั่งเศสมาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อเค้กจึงมีความนุ่มฟูและหอมมันละมุนลิ้น ตัดกับรสเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รีสดสอดไส้อยู่ด้านใน หวานนุ่มละมุนลิ้น เมนูนี้มีจำหน่ายเฉพาะช่วงวันวาเลนไทน์เท่านั้นนะ

The Infinity Cup
ยามแสงแดดเริ่มซ่อนตัวอยู่ใต้เมฆหมอก คนเริ่มจางลง ถึงเวลาจิบกาแฟซิกเนเจอร์ที่ขายเพียง 8 แก้วต่อวันเท่านั้น!
ชื่อของมันคือ Coconut Cold Brew ที่พ่อของพลอยพิถีพิถันหมักเมล็ดกาแฟกับน้ำมะพร้าวน้ำหอมนานถึง 24-48 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งในรูปแบบ Ice Ball ทำจากน้ำมะพร้าวแท้ 100% ขณะที่น้ำแข็งค่อยๆ ละลาย ความหอมหวานจากมะพร้าวก็เพิ่มความนุ่มนวลผสมกับรสชาติกาแฟ

ส่วนคำถามทำไมต้อง 8 แก้วต่อวัน?
“กาแฟสกัดเย็นของป๊าตั้งใจขายแค่ 8 แก้วต่อวันตามธีมของ Eight De Klong พวกเราเป็นคนจีนก็มีความเชื่อเรื่องโชคลาง เลข 8 หมายถึงเครื่องหมาย Infinity เป็นความหมายดีๆ และป๊าก็ยืนยันว่า ‘8 คือ 8’ ถ้าใครมาไม่ทันวันนี้ ก็ต้องรอโอกาสหน้าจริงๆ”

โชคดีที่วันนี้เรามาค่อนข้างไว โควตา 8 แก้วยังเหลือ ขอเป็นตัวแทนจิบ Coconut Cold Brew แล้วกันนะ
ถ้าใครมาแล้วพลาดกับ Coconut Cold Brew เราแนะนำให้ลอง Aerocano รสชาติดีไม่แพ้กัน นี่เป็นกาแฟสำหรับคนไม่ชอบดื่มกาแฟรสชาติหนักๆ โดยพ่อนำอเมริกาโนไปตีจนเกิดฟองนุ่มละเอียดละมุนลิ้น ข้างล่างเสิร์ฟพร้อมน้ำส้มยูซุโซดาเปรี้ยวซ่า หลังจากจิบเข้าไปจะได้รสชาติบางเบา สดชื่น คล้ายกับการดื่ม Soft Drink เมนูนี้สะท้อนความใส่ใจของพ่อที่อยากให้ลูกสาว (และลูกค้าที่ไม่ถนัดดื่มกาแฟเข้มๆ) ได้รื่นรมย์ไปกับรสชาติกาแฟ

Endless Happiness
ปัจจุบันคลองชักพระยังคงทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ ขณะที่เรานั่งห้อยขาอยู่ที่ Eight De Klong ก็มีเรือแล่นผ่านอยู่เรื่อยๆ พอได้ยินเสียงเรือแล่นกระทบน้ำ คลอไปกับเสียงเพลงแอนะล็อก ทำให้เราได้เอนกายผ่อนคลายลงอัตโนมัติ



ก่อนบอกลา Eight De Klong เรามองกลับไปที่ริมคลองชักพระอีกครั้ง ความวุ่นวายในเมืองหลวงดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปคนละโลก ลองหาเวลามาเคาะประตูบ้านหลังเลขที่ 8 ริมคลองชักพระ แล้วจะค้นพบว่าความสุขแบบเรียบง่ายนั้น… มีอยู่จริงที่นี่
Eight De Klong
ที่อยู่ : บ้านเลขที่ 8 ถนนแก้วเงินทอง 22 แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์)
ตั้งแต่ 10.00 – 16.30 น.
โทร.081 985 0465