About
CRAFTYARD

Juno's Jungle

Juno’s Jungle มิกซ์ผ้าเก่ากับขยะทะเลเป็นงานคราฟต์สุดเก๋ที่มีชิ้นเดียวในโลก

เรื่อง นัฎสุดา ผาคำ Date 06-12-2022 | View 1531
Beingthere Detour Be myguest FLAVOR Resound art+culture Insights Trends Business Insiders Balance Craftyard News
Read At ONCE
  • Juno’s Jungle เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2015 หลังจากที่ได้พบกับปัญหาของอุตสาหกรรมแฟชั่นสิ่งทอที่ทั้งเคมีเยอะ ขยะแยะ จึงเริ่มหันมาสร้างแบรนด์ที่รักโลกมากขึ้น
  • วัสดุที่ใช้มาจากผ้าไหมมือสอง ผ้าค้างสต็อก และเหล่าเศษขยะจากทะเล ทำให้สินค้าแต่ละชิ้นมีน้อย บางชิ้นมีแค่ชิ้นเดียวในโลก
  • ในอนาคต Juno’s Jungle มีเป้าหมายว่าจะเพิ่มความอาร์ตและพยายามใช้วัสดุรีไซเคิลให้ได้ 100%

ในโลกที่อุตสาหกรรมกำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเบื้องหลังยังคงมีปัญหาจากผ้าเก่าค้างสต็อกที่มีน้อยคนจะสนใจ รวมถึงขยะที่ทั้งโรงงานและมนุษย์ทิ้งสู่ท้องทะเล สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นห่อผ้าขี้ริ้วเหล่านี้ จูโน่ - เบญญาภา เจนเสน กลับมองเห็นทองคำที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นแบรนด์คราฟต์สุดอาร์ตที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบสุดๆ อย่าง Juno's Jungle

ju 1

เรื่องราว

เส้นทางของแบรนด์ Juno’s Jungle เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2015 หลังจากที่อยู่บนเส้นทางศิลปะมาทั้งชีวิต สาวน้อยจากเชียงใหม่อย่างจูโน่ก็เริ่มคิดออกแบบแบรนด์ตัวเองจากการทำจิวเวอรี กระเป๋า เสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ และค่อยๆ ขยายไปเป็นงานชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานนักก็เริ่มเข้าสู่วงการประกวดสินค้า ทำให้ได้ทั้งประสบการณ์และคำแนะนำ เธอจึงปิ๊งไอเดียมองหาความแตกต่างมากขึ้นจากการออกแบบ แต่การออกแบบมีต้นทุนที่ทำให้ราคาสูงขึ้น กลายเป็นว่าลูกค้าก็จะมีเฉพาะกลุ่มที่ชอบแต่งตัว หรือสายเที่ยวที่ชอบสีจี๊ดๆ

ju 2

ทว่า ความพยายามก็ไม่เคยทรยศใคร จูโน่ได้สร้างสินค้าที่ลูกค้าถามหากันไม่ขาดสายอย่าง ‘กระเป๋ากระติบ’ แถมครั้งหนึ่งเธอได้นิยามกระเป๋าตัวเองว่า “แร่ดและกระแดะมากเลย” อีกด้วย

“juno’s Jungle มาจากช่วงหนึ่งที่เราได้ไปอยู่ในแม่ออนซึ่งค่อนข้างเป็นป่า แล้วบุคลิกของเราเป็นคนที่สามารถเดินเท้าเปล่า จับปลา ปีนต้นไม้ ไม่กลัวสัตว์ ไม่กลัวแมลง คนเลยตั้งฉายาให้ว่า She from the jungle แบบยัยนี่มาจากป่า อย่าไปสนใจพฤติกรรมมัน สุดท้ายก็เลยรู้สึกว่ามาจากป่าก็ได้วะ (หัวเราะ)” จูโน่เล่าถึงที่มาน่ารักๆ ของชื่อแบรนด์ด้วยน้ำเสียงสดใส

ju 4

ล่าสุดทางจูโน่ก็ได้ไปเจอกับกลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นชมรมเย็บปักถักร้อย แม่บ้านกลุ่มนี้เป็นแม่ของบรรดาเด็กที่ต้องการความดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษที่มารวมกลุ่มกันเพื่อฆ่าเวลาหารายได้ในตอนกลางวัน เพราะบางครั้งเด็กๆ มักมีเรื่องที่ต้องคอยดูแล การที่ได้ร่วมงานกับแม่บ้านเหล่านี้ก็ทำให้พวกเธอสามารถมีรายได้ อีกทั้งยังดูแลลูกๆ ได้อย่างเต็มที่

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าประทับใจมากเลย~

ju 5

ผ้ามือสอง+ขยะทะเล

กว่าจะมาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างทุกวันนี้ ช่วงแรกจูโน่เองยังไม่ได้โฟกัสเรื่องรักโลกเท่าไหร่นัก จนได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมมนากับโครงการที่กรมส่งเสริมการส่งออกและกรมสิ่งทอ เธอพบกับปัญหาของอุตสาหกรรมแฟชั่นสิ่งทอที่มีทั้งขยะและสารเคมีระหว่างการผลิตสิ่งทอแบบโป๊ะเชะ แถมปัญหาเหล่านี้สะกิดใจเข้าอย่างจัง ทำให้จูโน่เริ่มหันมาออกแบบกระเป๋ากับสิ่งต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ju 6

“พอเราคำนึงเรื่องรักโลก เราจะไปเลือกวัสดุมาเอง ถ้าได้ผ้ามือสองก็จะหาขยะที่เข้าสีกันอีกที แล้วค่อยจัดแจงตามความเหมาะสมว่า สามารถใช้อุปกรณ์อะไรของเราได้บ้าง ฉะนั้นวัสดุที่ใช้ทำก็จะมีน้อยชิ้นหรือมีแค่ชิ้นเดียว สินค้าของเราก็เลยจะมีชิ้นเดียวในโลกทุกชิ้น”

ju 7

ปัญหาอุตสาหกรรมสิ่งทอ101 นี่เอง ทำให้เธอจึงเลือกใช้วัสดุเป็นเศษผ้าไหม ผ้าไหมมือสอง ไม่ก็ผ้าสต็อกเก่าที่เก็บมาเป็น 10 ปีแล้วขายไม่ออก หรือแม้กระทั่งเสื้อโปโล เสื้อกีฬา ที่คนทั่วไปไม่นิยมเอามาใส่ต่อ เพราะเรื่องของความสะอาดและกลิ่นเหงื่อต่างๆ จูโน่ก็จะนำมาซัก ดัดแปลงเป็นกระเป๋า เสริมทัพด้วยการตกแต่งจากเศษแก้ว และวัสดุที่เก็บมาจากขยะทะเล

ju 8

ศิลปะที่สวมใส่ได้

จูโน่นิยามคอนเซ็ปต์แบรนด์ของตัวเองว่าเป็น wearable Art – ศิลปะที่สวมใส่ได้ ความตั้งใจแรกนั้นเธออยากให้สินค้ามีความเป็นไทย แต่แล้วความตั้งใจแรกก็หายไปหลังจากที่ได้ตกตะกอนว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไทยแท้ วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แบ่งปันผสมผสานกันเสมอมา จูโน่จึงนำมารวมกับความชอบสีสันสดใสของตัวเอง กลายแบรนด์ที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว

ju 9

เธอเล่าว่า “เวลาลูกค้าเห็นเขาก็จะยิ้ม ถ้าคนที่ชอบเขาจะบอกว่า ประหลาดจังเลย ทำไมทำกระเป๋าหน้าตาแบบนี้ เอามาใส่อะไรได้เยอะไหม มันจะมีบางอันน่ารักอย่างเดียวใช้อะไรไม่ค่อยได้ ด้วยความที่สินค้ามีความยูนีคสูง อีกคำถามที่เจอบ่อยคือ ใช้ได้บ่อยไหม เราเลยพยายามทำชิ้นที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น”

ju 3

สิ่งที่แสดงความเป็นจูโน่ออกมาได้ดีที่สุด ก็คงจะเป็นไฮไลต์เด็ดของแบรนด์อย่าง ‘กระเป๋ากระติบ’

เธอนำกระติบข้าวเหนียวสีน้ำตาลที่ทุกคนคุ้นเคย มาเสริมเติมแต่งให้ส่วนบนและตัวสายกลายเป็นกระเป๋าที่แต่ละใบไม่ซ้ำกันเลยซักใบ แม้จะน่าเสียดายตรงที่กระเป๋ากระติบนี้ ไม่เหมาะกับสายลุยมากนัก จากวัสดุที่ไม่เหมาะกับการโดนน้ำ จูโน่เองก็เสริมว่า กระเป๋ากระติบเหมาะสำหรับการใส่ออกงานเป็นครั้งคราวมากกว่า

เอ๊ะๆ ถ้าใครเป็นมือใหม่หัดแต่งตัวก็ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้ยากไปหมดทุกอย่างเน้อ Juno’s Jungle ยังมีพวกกระเป๋าย่าม เสื้อผ้า รวมถึงตุ๊กตาแม่เหล็กเอาไว้ติดตู้ให้น่ารักๆ ให้ได้เลือกกันอีกเยอะแยะให้เราได้เลือกใช้ในวันสบายๆ

ju 11

ju 10

เธอทิ้งท้ายว่า “เราคาดหวังว่า ในอนาคตจะเพิ่มความอาร์ตและพยายามใช้วัสดุรีไซเคิลให้มากขึ้น เพราะจากเดิมที่พวกกระติบ ตัวที่สานข้างล่างจะเป็นไนลอนที่เป็นของใหม่ซึ่งจะทนกว่าของเก่า ถ้าใช้วัสดุ
รีไซเคิลอายุการใช้งานอาจจะสั้นขึ้นมาหน่อย แต่ตัวข้างล่างก็สามารถเอาไปแทนกระถางต้นไม้หรือเอาไปใส่ของประดับโต๊ะแทนได้ เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นรีไซเคิล 100%”

https://youtu.be/8IQq5pBudlk

รู้จักแบรนด์นี้มากขึ้นได้ที่
ICON SIAM 299 ถ. เจริญนคร แขวง คลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
Facebook : Juno’s Jungle
Instagram : junosjungle

Tags: