BE MY GUEST X Thailand

Places to Pause
ชมโรงแรมสวยด้วยเรื่องเล่าจากสถาปัตยกรรม

เรื่อง วิชชุ ชาญณรงค์ Date 22-06-2020 | View 698

เมื่อประสบการณ์ทุกเสี้ยววินาที ต่างนำมาซึ่งรายละเอียดเล็กน้อยที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำ นี่คือ 3 สถานที่พักชวนค้นหาที่น่าจะช่วยเติมเต็มวันพักผ่อนในช่วงวันหยุดของคุณให้ลึกซึ้งกว่าใคร

About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • ในยุคสมัยที่ประสบการณ์เป็นสิ่งล้ำค่า การพาตัวเองออกเดินทาง หลีกหนีจากบรรยากาศอันคุ้นเคยเพื่อสัมผัสสิ่งใหม่ๆ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้คนปรารถนา
  • โรงแรมหรือรีสอร์ทมีบทบาทต่างไปจากเดิม การสร้างประสบการณ์พิเศษให้ผู้มาเยือนจึงเป็นหัวใจสําคัญของแต่ละโรงแรม ซึ่งสร้างสรรค์ได้ด้วยงานออกแบบวัสดุใหม่และการพึ่งพิงธรรมชาติรายรอบที่แตกต่างกันไป
  • หลายคนไม่ได้คาดหวังเพียงแค่สถานที่สําหรับนอนพักค้างคืนระหว่างทาง ซึ่งมีสิ่งอํานวยความสะดวกครบครันเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นเหตุผลชวนให้ใครหลายคนออกเดินทางอีกด้วย

KAOMAI LANNA Chiangmai

จะว่าไปแล้วการออกแบบมีส่วนอย่างมากกับการสร้างความเชื่อมโยงในการนำเสนอคุณค่างานฝีมือท้องถิ่นพร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งต่างพาเราหวนกลับไปสู่โลกแห่งอดีตในมิติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

ดีไซน์ของฟาซาดและห้องพักต่างถูกโอบรัดไว้ด้วยตีนตุ๊กแกสีเขียวครึ้มกลายเป็นภาพจำจนเกิดเป็นอัตลักษณ์คุ้นตาของ “เก๊าไม้ล้านนารีสอร์ท” หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ารีสอร์ทแห่งนี้คือที่พักแห่งแรกในประเทศไทยซึ่งพัฒนามาจากโรงบ่มใบยาสูบ และที่สุดได้กลายเป็นธีมและไฮไลท์สำคัญของที่นี่

หากย้อนเรื่องราวในอดีตอันเป็นยุครุ่งเรืองของเมืองล้านนาคงหนีไม่พ้นธุรกิจใบยาสูบ  นับตั้งแต่ .. 2498 หรือ ..1955  บนพื้นที่ 44 ไร่นี้ ธุรกิจใบยาสูบอันรุ่งเรืองอยู่คู่ที่ดินผืนนี้มาอย่างยาวนานควบคู่กับการเพาะพันธุ์ต้นไม้เพื่อจำหน่ายกว่า 100 สายพันธุ์ กระทั่งเป็นแรงบันดาลใจให้ปรับปรุงจากโรงบ่มให้กลายเป็นรีสอร์ทและห้องพักแสนคลาสสิกในปัจจุบัน นอกจากใบจิ๋วๆ ของตีนตุ๊กแกยังมีต้นพริกไทยและผลสีแดงจากต้นดีปลีแซมขึ้นมาอย่างกลมกลืน บนผนังอาคารนี้สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ทางผลหมากรากไม้ แถมยังขับเน้นให้ทุกพื้นที่เอิบอาบไปด้วยความงามของธรรมชาติโดยรอบของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างดี

ล่าสุดได้ปรับภูมิทัศน์ด้านในให้กลายมาเป็น Kaomai Estate 1955 และเพิ่งได้รับรางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO เอเชียแปซิฟิก ในสาขาการออกแบบใหม่ในบริบทมรดก พื้นที่ที่รวมเอาคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และลานอเนกประสงค์กลางแจ้งที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน

ที่แห่งนี้จึงเป็นอีกสถานที่พักผ่อนที่แม้คุณจะไม่ใช่แขกของรีสอร์ทก็สามารถเข้ามานั่งทอดอารมณ์ยามเช้าจรดบ่ายได้อย่างรื่นรมย์

เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท
เลขที่ 1 หมู่ 6 ถนนเชียงใหม่ – ฮอด ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

JUNGLE BUBBLES ChiangRai

ท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันสวยงามเขียวชอุ่มของป่าไผ่สลับกับป่าเชิงเขาเป็นเสน่ห์จากธรรมชาติที่ดึงดูดนักเดินทางมานักต่อนัก บวกกับความพิเศษในบริบทใหม่ของห้องพักหรูในรูปแบบกระโจมแก้วใสตั้งอยู่ใจกลางความเขียวครึ้มและเงียบสงบของป่าสุดเขตแดนจังหวัดเชียงราย ห้องพักแบบโดมใสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเรียกขานกันว่า จังเกิ้ล บับเบิ้ล (Jungle Bubble)  ตัวโดมได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษในรูปแบบ Eye In The Sky ใช้วัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Precontraint Serge Ferrari อันล้ำสมัยให้ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับอนันตราสามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์รีสอร์ท

แขกผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินกับการพักผ่อนท่ามกลางวิวธรรมชาติในแบบ 360 องศา และโขลงช้างกลางป่าใหญ่

ทั้งยังน่าทึ่งด้วยทิวทัศน์ของภูเขาไทยเมียนมาและประเทศลาว รวมถึงการบรรจบกันของแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง เสมือนว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็สะดวกสบายและมีทัศนียภาพเฉพาะตัวของโรงแรมให้คุณตัดขาดความวุ่นวายจากภายนอก

ที่สำคัญยังมีค่ายช้างที่มีชื่อเสียงของรีสอร์ทร่วมกับมูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation หรือ GTAEF) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือช้าง ดังนั้น นอกจากได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ออกแบบให้รู้จักและเรียนรู้ธรรมชาติแล้ว ยังสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้อีกด้วย

ANANTARA GOLDEN TRIANGLE ELEPHANT CAMP & RESORT
229 ม.1 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150

The Mustang Blu BKK

“บางความเจ็บปวดนั้นงดงาม อีกเช่นกันบางความเศร้าก็งดงาม หากเพียงเรามองเห็น…”  คำกล่าวนี้น่าจะช่วยเติมเต็มและขยายความหมายของบูทีกโฮเทลสุดเท่แห่งนี้ได้อย่างดี

ไม่น่าเชื่อว่า “The Mustang Blu” อันมีรากฐานมาจากอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล ซึ่งได้รับการบูรณะโดยรักษาโครงสร้างดั้งเดิมของประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2448 เอาไว้ อาคารตระหง่านแห่งนี้มีขนาด 900 ตารางเมตร สูง 3 ชั้น แปลนเป็นทรงสามเหลี่ยม ผ่านการใช้งานในหลากหน้าที่ ทั้งเคยเป็นโรงพยาบาล เป็นธนาคาร เป็นสถานอาบอบนวด ณ เวลานี้ได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนสุดติสท์ ถูกใจผู้นิยมร่องรอยการกะเทาะจากห้วงอดีตที่ต่างพากันพูดถึง

โครงกระดูกนกกระจอกเทศและม้าสตัฟฟ์ขนาดใหญ่ปะทะสายตาภายใต้ดวงไฟวอร์มแสงอุ่นสลัว และคอลเล็กชั่นเฟอร์นิเจอร์โบราณ ซึ่งเจ้าของพิถีพิถันในการเลือกและตั้งใจจัดวางในแต่ละมุมของอาคาร

หวังใจให้ผู้เข้าพักได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ ล้วนช่วยเติมแต่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของย่านเก่าในคิวบา

ทันทีเมื่อผลักเข้าสู่บริเวณล็อบบี้ สิ่งหนึ่งที่ไม่ขาดไปจากการรับรู้คือเสียงเพลงที่ดังคลอ แนะนำความเป็นตัวตนที่ เท่ดิบให้รู้จักกันตั้งแต่บริเวณต้อนรับ สีที่หยิบมาใช้ตั้งแต่โถงชั้นล่างจนถึงในทุกห้องพักก็ถูกกำหนดให้ไม่หลุดจากอารมณ์เดียวกัน  นอกจากสีขาว เทา ดำเป็นเบสแล้ว ยังใช้สีธรรมชาติของไม้ สีเหลืองมัสตาร์ด น้ำเงินทึม ทองเหลือง เขียวมะกอกคุมโทนให้อารมณ์เหมือนอยู่ในมิวเซียม แต่ละมุมจึงหยอดบรรยากาศความตื่นเต้นได้อย่างแยบยล

ที่สำคัญทุกห้องไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ไม่ว่าหันหน้าออกสู่ฝั่งไหน ได้ออกแบบให้อยู่ในธีมเดียวกันทั้งอาคาร แต่ตกแต่งแต่ละห้องให้ชวนมองต่างกันไป ที่นี่จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดจากการตีความทางวัฒนธรรมในรูปแบบร่วมสมัย

และทั้งหมดนี้คือส่วนผสมและดีเทลแห่งร่องรอยอดีตที่รอคอยคุณมาเช็กอินด้วยตัวเอง

The Mustang Blu
721 ถนนไมตรีจิตต์ แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
โทร. 06 2293 6191

Tags: