RAMMANA
รู้จัก Salin มือกลองที่ผสมดนตรีชาติพันธุ์ไทยเข้ากับ Afro Beats เชื่อว่าการเป็นนักดนตรีหญิงไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับใคร
- ‘สลิล ชีวพันธุศรี’ มือกลองไทยที่ไปเติบโตในแคนาดาและหวนกลับมาศึกษาวัฒนธรรมบ้านเกิด เพื่อสร้างเสียงและจังหวะที่รวมหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ย้อนดูเส้นทางการเป็นนักดนตรีที่ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ และประสบการณ์การเป็นผู้หญิงในวงการเพลง รวมถึงการไปเรียนรู้วัฒนธรรมดนตรีจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเพื่อสร้างอัลบัมล่าสุด ‘Rammana’
ความประทับใจแรกของ ‘สลิล ชีวพันธุศรี’ หรือ ‘Salin’ สำหรับเราคือผู้หญิงยิ้มสวยในชุดไทยที่เกล้าผมขึ้นเป็นมวยด้วยปิ่นปักผม ในมือเธอถือไม้กลองแและกำลังตีกลองชุดอย่างเมามัน ในบีทที่ไม่ใช่เพลงไทยซะทีเดียว แต่ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด เธอดูเก่งและมั่นใจ จนทำเราอดสงสัยไม่ได้ว่า คนคนนี้มีที่มาที่ไปยังไง?
ส่วนภาพที่เรามองเธอหลังจากได้มีบทสนทนาร่วมกัน เธอคือนักดนตรี โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลงที่มีศักยภาพ และเชื่อมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไทยเข้ากับ Afro-Jazz และ Funk ได้อย่างน่าสนใจ แถมยังเล่าออกไปผ่านเสียงดนตรีด้วยจังหวะที่แน่วแน่ จนล่าสุดได้รับคัดเลือกให้เข้าชิงรางวัล “Global Music Album of the Year” บนเวที Juno Award จากแคนาดา
ไปรู้จักสลิลให้มากขึ้น และย้อนเรื่องราวเส้นทางการเป็นศิลปินของเธอตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ เข้าใจกระบวนการการทำเพลงของเธอที่เกิดขึ้นผ่านการค้นคว้าและลงพื้นที่ ก่อนจะฟังเจตจำนงในการใช้ดนตรีรวมคนเข้าด้วยกันเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคม ไม่ใช่เพียงในฐานะศิลปินคนหนึ่งแต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

SOULFUL JOURNEY
สลิลเล่นกลองตั้งแต่เด็ก แต่จุดที่ปลุกความชอบในดนตรีโซลของเธอและทำให้ได้เป็นนักดนตรีอาชีพ คือตอนไปเรียนต่อในเมืองมอนทรีออล รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา
“มอนทรีออลเป็นเมืองดนตรี เป็น Jazz Hub เหมือนกับที่นิวยอร์กเลย ถ้าเป็นสมัยก่อนถนนทั้งเส้นจะมีแต่คนเล่นเพลงแจ๊ซ เพลงโซลเเทบทุกร้าน นักดนตรีเล่นร้านนึงเสร็จก็ไปต่อที่อีกร้าน ถึงตอนนี้จะไม่เป็นแบบนั้นแล้ว แต่ที่นั่นผู้อพยพชาวแอฟริกันที่พูดภาษาฝรั่งเศสจะเยอะมาก มีทั้งชาวคองโก ชาวแอฟริกันตะวันตก ชาวเฮติ ชาวโมร็อกโก ทำให้มอนทรีออลมีดนตรีที่หลากหลาย เลยทำให้ได้รู้จักดนตรีแนวใหม่ๆ” สลิลเล่าถึงความหลากหลายของเมืองที่เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ของเธอ






แต่ก็ใช่ว่าการเริ่มต้นเส้นทางศิลปินจะง่าย โดยเฉพาะในต่างแดนที่ไม่ได้มีคนซัปพอร์ตแบบที่บ้าน เลยทำให้สลิลเริ่มต้นด้วยการเล่นดนตรีเปิดหมวก “ช่วงแรกไม่ค่อยได้เงินเท่าไหร่ อยู่ไม่ค่อยได้ ตอนนั้นเราเลยเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารไปด้วย ตีกลองตามถนนไปด้วย ตามสถานีรถไฟอะไรอย่างนั้น จนได้เงินมาประมาณนึงเลยเลิกงานเสิร์ฟ”
เป็นจังหวะเดียวกับที่ Dominique Fils-Aimé นักร้องที่มีชื่อเสียงที่แคนาดา กำลังตามหามือกลองอยู่พอดี สลิลเลยได้เข้าไปเป็น Session Drummer หรือมือกลองรับจ้างมืออาชีพแบบเต็มตัว ทำไปเรื่อยๆ เกือบ 10 ปี จนช่วงโควิด-19 ที่ทุกอย่างหยุดชะงัก ถึงมีโอกาสได้มาลุยเพลงของตัวเองต่อหลังจากที่ทำค้างไว้นานแล้ว และปล่อยอัลบัมแรกซึ่งมีชื่อว่า ‘Cosmic Island’ แจ้งเกิดการเป็นศิลปินในที่สุด



แต่ถ้าพูดถึงจุดที่เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น สลิลบอกเราว่า เพิ่งเป็นช่วง 2-3 ปีให้หลังนี่เอง เหตุเกิดจากการอัดคลิปตีกลอง ‘Kouta Drums’ (กลองแบบพกพา) ซึ่งสามีเธอเป็นคนทำ ระหว่างที่ทั้งสองเดินทางไปศึกษาดนตรีชาติพันธุ์ในภาคอีสาน และต้องขอบคุณสามีที่ช่วยผลักดันให้เธอลงคลิปในวันนั้น ทั้งๆ ที่เธอคิดว่านั่นยังไม่ใช่การเเสดงที่ดีที่สุด เพราะคลิปชุด ‘Kouta in Siam’ ดันไวรัล ทำให้สลิลกล้าที่จะตัดสินใจเลิกเป็น Session Drummer และออกมาเล่นแค่เพลงของตัวเองเเเบบเต็มตัวจนถึงทุกวันนี้

(FEMALE) DRUMMER
“การที่เราเป็นศิลปินชาวเอเชียบนเวทีโลกมีข้อจำกัดอะไรไหม? เขาจำกัดเราอยู่ใน Niche อะไรไหม?” เราถามสลิลถึงประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเพื่อชิงรางวัล Global Music Album of the Year ด้วยอยากรู้ว่าการเป็นศิลปินไทยในเวทีโลกต้องมีคุณสมบัติไหนบ้าง แต่คำตอบที่ได้กลับมากลับเปิดประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่า
“ไม่นะ ข้อจำกัดเดียวที่มีคือเราจะทำยังไงให้คนยอมรับเราจริงๆ ในฐานะนักแต่งเพลง ศิลปิน และโปรดิวเซอร์ที่เป็นผู้หญิง”

สลิลเล่าว่า บางคนไม่เชื่อว่าเธอแต่งเพลงเอง กระทั่งเคยมีคนขอ Set List ไปแล้วบอกว่า เขียนให้หน่อยว่าใครแต่งเพลงไหนบ้าง ซึ่งเธอก็ไม่ได้จะบอกว่า แต่งเองหมดทุกเพลงนะ แต่วิธีที่อีกฝ่ายแสดงออกเหมือนไม่เชื่อว่าเธอจะแต่งหรือโปรดิวซ์เองได้มากกว่า ทั้งๆ ที่ความจริงเธอแต่งเป็น เพราะเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็กๆ สลิลเลยคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเธอเป็นมือกลองและเป็นผู้หญิง
“ยากไหม? เพราะเอาจริงๆ มือกลองก็เป็นผู้ชายกันแทบจะทั้งวงการ” เราถามต่อ
“การจะเป็นมือกลองต้องฝึกหนักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร แต่สิ่งที่ยากคือเราต้องพยายามบอกตัวเองว่า เราไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ตัวเองกับใคร”

จากประสบการณ์ สลิลมองว่า การเป็นมือกลองผู้หญิงไม่ยากที่จะทำให้คนสนใจ เพราะผู้หญิงในวงการนี้มีน้อยทำให้ถูกมองเห็นง่าย แต่ในทางกลับกันการที่คนจะยอมรับว่าเธอเป็นโปรนี่สิยาก ทั้งๆ ที่ผู้หญิงหลายๆ คนก็ไม่ได้มีสกิลด้อยไปกว่าผู้ชายเลย

RAMMANA
มาคุยกับสลิลเรื่องเพลงของเธอกันบ้าง อย่างที่เกริ่นไปว่ าสลิลสามารถนำ Afro Beats มาผสมผสานเข้ากับดนตรีชาติพันธุ์ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาในอัลบัมที่ 2 ของเธออย่าง ‘Rammana’ อัลบัมที่ได้เข้าชิงรางวัลนั่นเอง
โดยจุดเริ่มต้นของอัลบัมนี้เริ่มจากการอยากเบลนด์ความชอบใน Afro Beats และหมอลำเข้าด้วยกัน แต่ด้วยความที่สลิลก็ไม่ได้รู้เรื่องดนตรีอีสานลึกมาก เลยเดินทางไปลงพื้นที่กับชุมชนในภาคอีสานเมื่อปี 2023 เพื่อศึกษาเครื่องดนตรีชาติพันธุ์และ Sample เสียงดนตรีที่น้อยคนจะเคยได้ฟังมาพัฒนาต่อเป็นเพลง

“เราไปประมาณ 10 วันได้ ชุมชนแรกที่ไปเลยคือชุมชนของชาว ‘ญัฮกุร’ ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เก่าแก่มาก เก่าที่สุดในอีสานเลยก็ว่าได้ เขาก็โชว์ให้เราดูว่า เขาทำเครื่องดนตรีจากใบไม้บ้าง จากไม้ไผ่บ้าง เราก็มีการอัดเก็บไว้ ทำเป็นสารคดีด้วย (ดูได้ในช่อง Youtube : Salin) เพื่อที่จะเผยแพร่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ”
สลิลยกตัวอย่างเพลง ‘Puaj (พวจ)’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการ Sample เครื่องดนตรีที่ชื่อว่า “พวจ” ของชาวญัฮกุร เธอเล่าว่า ที่น่าสนใจคือเมื่อนำบีทของพวจมาทับกับบีท Percussion จากคองโกแล้วทุกอย่างดันเรียงกันพอดี แสดงถึงความน่าสนใจของวัฒนธรรมดนตรีที่แม้จะมาจากคนละซีกโลกเเต่ดันเชื่อมโยงกันได้

บ้านขี้เหล็กใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ ก็เป็นอีกหนึ่งเดสทิเนชัน เพราะเป็นจังหวัดที่ผลิตนักดนตรีเก่งๆ ออกมาเยอะมาก อย่างเช่น ‘Tontrakul’ และ ‘มาร์ช’ จากวง HED เพื่อนร่วมวงการของเธอที่นำเสียงดนตรีจากทางอีสานมาทดลองให้ร่วมสมัยขึ้นเช่นกัน
“พอเราได้ไปที่นั่น เรารู้เลยว่า ดนตรีอีสานเป็นดนตรีพื้นบ้านที่อยู่กับวิถีชีวิตของเขาทุกวันจริงๆ ทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อซ้อมเพลงด้วยกัน แล้วแต่ละคนก็จะเล่นได้หลายเครื่องมากเลย คนนึงอาจจะเล่นได้ทั้งแคน พิณ พวจ”

นอกจากจะไปอีสาน สลิลยังล่องใต้ไปหมู่เกาะอันดามัน จนไปเจอชาว ‘อูรักลาโว้ย’ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเล และเจ้าของบทเพลง Rammana ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชื่ออัลบัมล่าสุดของสลิลนั่นเอง
“เราสันนิษฐานเอาเองว่า ชาวอูรักลาโว้ยอาจจะเอาดนตรีที่มีกลิ่นอายแอฟริกันจากทางทะเลมาชนกับวัฒนธรรมไทยที่นี่ แล้วก็เกิดเพลง Rammana เราเลยตั้งชื่ออัลบัมแบบนั้น เพราะรู้สึกว่าคำว่า Rammana คือสัญลักษณ์ของการรวมตัวกันของคนหลายๆ ประเทศ”
ซึ่งหากใครได้ตามไปฟังอัลบัม Rammana ก็จะสัมผัสได้ถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมและเครื่องดนตรีตามที่สลิลว่า

MUSIC AS A UNIVERSAL LANGUAGE
“ทำไมถึงชอบตีกลอง?” เราถาม เพราะอยากรู้ถึงแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สลิลพาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้
“มันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์ เหมือนการทำสมาธิ แล้ว ก็เป็นตัวกำหนดจังหวะของโลก” สลิลตอบ สำหรับเธอจังหวะของกลองมีพลังในระดับนั้น
นอกจากนี้ สลิลเลือกที่จะใช้จังหวะของกลองในการสื่อสารเรื่องที่เธออยากจะเล่า โดยเฉพาะประเด็นทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เธอมองว่าเป็นหน้าที่ของศิลปินที่จะใช้ไมโครโฟนที่ตัวเองถืออยู่ให้เป็นประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่นเพลง ‘Si Chompu (สีชมพู)’ ที่สลิลได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา 2516

“แล้วตอนนี้สลิลอยากจะเล่าเรื่องอะไร?” เราถามอีกครั้ง
“น้ำ เพราะสลิลแปลว่าแม่น้ำ แล้วตอนนี้น้ำก็ลดน้อยลงมาก เพราะศูนย์ข้อมูลของ AI ใช้น้ำเยอะ และคนก็ใช้ AI กันเยอะขึ้น สหประชาชาติก็เพิ่งออกมาประกาศว่าตอนนี้ “It’s a global crisis of water” เราอยากจะทำอะไรให้เร็วที่สุด ไม่อยากใช้คน ไม่อยากใช้เงิน แต่เราลืมคิดไปว่า ทุกสิ่งที่เราทำมีผลกระทบ อยากให้ทุกคนคิดดีๆ”

หากต้องสะท้อนความคิดนี้ออกมาเป็นเพลงสักเพลง สลิลบอกว่า คือเพลง ‘Painted Lady’ ของเธอ เป็นเพลงที่มีจังหวะช้า สบายๆ เพราะเธออยากให้คนใจเย็นลง ทำอะไรให้ช้าลง เเละมองสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวบ้าง
ในขณะเดียวกันสลิลก็เข้าใจว่า บางสิ่งยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะการจะเป็นศิลปินหรือทำเพลง ก็ย่อมมีเรื่องเทคโนโลยีและ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมทำเพลงต่างๆ หรือแม้แต่ Streaming Platform
“คิดว่าต้องหาบาลานซ์ แต่ก็เป็นคำถามที่ใหญ่เหมือนกันว่า บาลานซ์อยู่ตรงไหน? และจะต้องทำยังไงให้พอดี?” สลิลตอบเป็นคำถามทิ้งท้าย
สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และผู้คนคือสิ่งที่เธอสนใจมาโดยตลอด และดนตรีนี่แหละคือสิ่งที่เธอเชื่อว่าจะรวมคนให้เข้มแข็ง ก่อนจะมีการเคลื่อนไหวอะไรสักอย่างได้
ขอบคุณภาพจาก: salin music


ติดตาม Salin และผลงานเพลงของเธอได้ที่ Instagram : Salin_music, Spoitfy : Salin และ Website : https://salinmusic.com/