About
RESOUND

Soontaree's Time

บทสนทนาว่าด้วย Soontaree คู่ชีวิตสายดีไซน์กับไอเดียเบื้องหลังเฟรนลี่มาร์เก็ตของอุดรฯ

เรื่อง วิชชุ ชาญณรงค์ ภาพ ฉัตรชัย มาตยภูธร Date 14-02-2024 | View 2489
Beingthere Detour Be myguest FLAVOR Resound art+culture Insights Trends Business Insiders Balance Craftyard News
Read At ONCE
  • ชวนไปปูเสื่อ นั่งคุยกับ ‘เล็ก และ วาว’ สารตั้งต้นที่ทำให้อุดรธานีมีอะไรมากกว่าเป็ดเหลืองและดอกบัวแดง เพราะเผลอแป๊บเดียว ‘Soontaree’s time’ ก็จัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว มาร์เก็ตและคอมมูนิตี้ของคนรักงานคราฟต์ ของทำมือ สินค้าวินเทจ ของเล่นของสะสม เสียงเพลง หนังสือเก่า เลยเถิดไปจนถึงเครื่องดื่ม อาหาร ขนม และสนามเด็กเล่นของวัยเยาว์

พื้นที่สุดแสนจะมีชีวิตชีวา ‘Friendly Market’ ที่ชื่อว่า ‘Soontaree's time’ น่ารักกรุบกริบกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเพียงแค่ 48 ชั่วโมงที่อุดรธานี จัดปีละครั้ง มีเว้นวรรคไปบ้าง…ชวนให้คิดถึง จะว่าไปคงคล้ายกับดอกไม้ที่นานๆ บานครั้งนึง ให้ความรู้สึกพิเศษกว่าดอกที่บานบ่อยๆ ทั้งที่อาจสวยพอๆ กัน…

ที่มาที่ไปของ Soontaree's time มาร์เก็ตปีละครั้ง เจ้าของไอเดียมาจากคู่ชีวิตสายดีไซน์อย่าง เล็ก ‘จักรพันธ์ บุษสาย’ และ วาว ‘วาสิฏฐี ลาธุลี’ ในนาม ‘Soontaree’ ที่แตกไลน์แบรนด์เล็กแบรนด์น้อยออกมาเพียบ แต่ละหมวดพ่วงด้วยคอนเซ็ปต์ที่ล้อไปตามบริบทของสิ่งนั้นสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน

ย้อนกลับไป จากจุดเริ่มต้น เมื่อ 9 ปีก่อน โชคชะตาชวนให้เราได้ทำความรู้จักเล็กและวาว จากคอมมูนิตี้เล็กๆ ในแวดวงเพื่อนๆ สถาปนิก ‘45 Studio’ ที่ตั้งอยู่แถวถนนรอบเมือง เราเคยบุกเข้าไปในเวิ้งที่เป็นทั้งออฟฟิศ โรงไม้ บ้าน สตูดิโอ ให้กลิ่นอายราวกับหลุดเข้าไปในหมู่บ้านมิยามะ เกียวโต อยู่เหมือนกันนะ ตอนนั้นยังแอบคิดเลย เฮ้ย! นี่มันอุดรธานี แหล่งสุมพลังหนุ่มสาวชัดๆ

Soontaree 1

เมื่อเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง

บอกเลย ดีใจมากๆ ที่มีโอกาสได้เจออีกครั้ง ในรอบวงกลมกว่า 3,285 วัน สารภาพว่าก่อนถึงวันนัด เตรียมคำถามและบทสนทนาเอาไว้เต็มไปหมด พอถึงเวลาจริงๆ กลายเป็นนั่งคุยแบบไม่ได้สัมภาษณ์ซะงั้น เหมือนเพื่อนแวะมาเยี่ยมบ้านพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันเสียมากกว่า คลอไปกับเพลย์ลิสต์เพลงของ Soontaree ที่มุมเทอร์เรสหน้าบ้านรับลมเย็นๆ มีชาและขนมอร่อยๆ เสิร์ฟตรงหน้า เพิ่มเติมก็ตรงที่มีเด็กชายตะวัน สมาชิกใหม่ของบ้าน นั่งอยู่ด้วยข้างๆ กับพ่อและแม่

Soontaree จากวันแรกจนถึงวันนี้เป็นยังไงบ้าง

วาว : มาไกลกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยค่ะ แทบไม่ได้มองภาพปลายทางไว้เลย
เล็ก : คล้ายๆ กัน มีแค่วางแผนไว้บ้าง เป็นเป้าหมายระยะสั้น แต่ไม่เคยแพลนเป๊ะๆ ว่าอีก 3- 5 ปี จะต้องทำอย่างนั้นนี้ อย่างที่บอกทำไปสักพักจะเบื่อ ไม่อยากทำแล้ว จริงๆ แบรนด์ก็เป็นแบรนด์เดิมนี่แหละ แต่เป็นความรู้สึกที่ผมพยายามรีแบรนด์เพื่อรีเฟรชตัวเองมากกว่า เราเองต่างหากที่อยากให้ตัวเองได้ทำอะไรสนุกๆ ขึ้น

บ้านไม้

เรียกว่า…สร้าง ขยายแบรนด์ไปพร้อมๆ กับการออกแบบชีวิตเราถูกมั้ย

วาว : ก็น่าจะใช่ค่ะ Soontaree เกิดขึ้นตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 3 เราเป็นแฟนกันได้สักประมาณปีนึง โจทย์คือ วาวอยากหารายได้ระหว่างเรียน นั่งคุยกันว่าจะตั้งชื่อแบรนด์ที่มีความหมายโพสิทีฟชื่ออะไรดีนะ จู่ๆ มีคำว่า ‘สุนทรีย์’ แทรกเข้ามาในบทสนทนา ก็เลยโยนไปว่า เอาคำนี้มั้ย พี่เล็กก็โอเคแต่อยากให้ใช้เป็นคำภาษาอังกฤษง่ายๆ ว่า ‘Soontaree’ ไม่ได้ออกแบบฟอนต์อะไรซับซ้อน ย้อนกลับไปตอนนั้น วาวเริ่มจากฝึกเย็บผ้า พอเรียนจบก็ทำ ‘Soontaree Closet’ ที่เป็นงานเกี่ยวกับผ้า ส่วนพี่เล็กทำงานเครื่องหนัง งานไม้ จนค่อยๆ ขยับชื่อ เป็น ‘Soontaree Zakka and Craft since 2012’ จากนั้นก็จับงานอีเวนต์ งานแต่งงาน งานปาร์ตี้ ขายของตกแต่งบ้าน มันมาจากเราชอบซื้อของแต่งบ้านพอมีเก็บเยอะเกินไปแล้วก็เอาออกมาให้เช่า เลยแตกไลน์เป็น ‘Soontaree Decor’ แล้วก็แตกไลน์เป็น ‘Soontaree+’ เกี่ยวกับงานสถาปนิก อินทีเรียร์ ช่วงหนึ่งวาวทำขนม พี่เล็กทำกาแฟเราก็เป็น ‘Soontaree Home &Cafe’ พอแต่งงาน ก็เริ่มสร้างบ้านจนกลายเป็น ‘Soontaree’s Life & farm’ และก็เป็น ‘Soontaree’s time’ เอาจริงๆ ตอนนั้นยังสร้างบ้านไม่เสร็จด้วยซ้ำ ยังเป็นเสาๆ อยู่เลย แต่อยากทำตลาดเล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน จัดกันเองในรั้วบ้าน

บ้านสีขาว

เล็ก :  ‘Soontaree’ เป็นสารตั้งต้น รูตของมันคือชื่อ มาจากความหลงใหลอยากเรียนรู้และลงมือทำ อยากลองทำไปเรื่อยๆ อยากให้เตือนสติเราตลอดเวลา เอาจริงๆ ผมไม่รู้หรอกว่าจะมีอะไรบ้าง ซึ่งหลายอย่าง ผมก็ไม่เคยทำมาก่อนเลย แต่ชอบชาเลนจ์ตัวเอง ที่ผ่านมาพอเราทำงานเป็นลูปมาพักหนึ่งมันใช้ความคิดสร้างสรรค์ก็จริง แต่บางงานมีปัญหาเจออุปสรรค ทำให้เหนื่อย อยากเอาพลังไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานบ้างจะได้ใส่พลังเต็มที่ ไม่ต้องคิดเยอะว่าจะได้อะไรกลับมา

ครอบครัวเล่นกับสัตว์เลี้ยง

ดูเหมือนชีวิตอยากจะชาเลนจ์ไปเรื่อยๆ

เล็ก : ประมาณนึงครับ อย่างงานอินทีเรีย งานแต่งงาน งานปาร์ตี้ที่รับทำ ผมว่าเป็นความมินิมอลที่ขาดแคลนมากกว่า ในเมืองใหญ่ในกรุงเทพฯ มีเยอะแต่ทีอุดรธานีอาจจะมีไม่เยอะ บางงานไม่ได้มีประสบการณ์ตรงอะไรเลย แต่คิดว่าทำแล้วสนุกดี ได้เรียนรู้ ไม่ได้มองว่าทำแล้วได้เงินคุ้มมั้ย แต่ได้ทำงานแบบนี้แล้วเหมือนแก่ขึ้นอีกสามปี (หัวเราะ) ผมแค่รู้สึกว่าเราต้องสร้างโอกาสให้ตัวเองต้องวิ่งไปหาโอกาสด้วย ในเมื่อเขายื่นมาแล้วก็พร้อมที่จะรับมันแล้วลุยให้เต็มที่ครับ

จากนั้นงานก็เริ่มขยายไปจังหวัดอื่นๆ นครพนม ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เรื่องสนุกมันคือไปทำความรู้จักแต่ละเมืองแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง สมมติเป็นโครงการเพื่อธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร เราก็ต้องไปดูว่าละแวกนี้เป็นแบบไหนกัน ต้องเซอร์เวย์ก่อนลูกค้าจะพาไปเที่ยวเมือง กระบวนการนี้ผมชอบมาก ไปกินของอร่อย ดูวิถีชีวิต เขากินอยู่แบบนี้ หรือร้านที่มีอยู่ประมาณนี้ เป็นฟีลสนุกกับชีวิตด้วย

ไข่ไก่สด

วาว : ตอนทำคาเฟ่ ทำขนม ชอบโมเมนต์นั้นที่ได้นั้งอ่านคอนเทนต์เวลาลูกค้าเช็คอินมากๆ บางคนเจอเราตั้งแต่ร้านเล็กๆ บางคนเห็นชีวิตเรามาตลอด จนเราแต่งงาน มีลูกก็อินไปกับเรา พอสร้างบ้านทำสวนปลูกผัก ทำเล้าไก่ ก็มีคนติดตามมีคนมาทักปรึกษา วาวรู้สึกดีนะ มันคือชีวิตเราที่ค่อยๆ โตไปแต่ละวัน เหมือนว่าแค่การเลี้ยงสัตว์ในบ้าน จริงๆ ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน แต่มันสอนให้รู้จักรับผิดชอบและจัดการ สำหรับวาวไม่เชิงชาเลนจ์แต่มันเป็นจังหวะของการโตขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ

อะไรดลใจให้ทำ ‘Friendly Market’

วาว : มันเติมพลังให้เรามากเลย ส่งพลังให้เรา ให้คนที่มาทั้งมาเดิน คนที่มาออกร้าน แต่ละคนที่มาเรารู้สึกว่าเขาคือตัวจริงทั้งของเล่น เสื้อผ้า จักรยาน กล้องถ่ายรูปเก่า แผ่นเสียง อาหาร ฯลฯ

เล็ก : ผมว่าทุกคนต้องการพื้นที่ ต้องการเชื่อมต่อกัน งานผมต่อให้ผมไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยเขาก็ได้รู้จักกัน ผมแทบไม่ต้องพูดอะไรมาก บางทีมีคนทำแบรนด์บอกจะเลิกทำแบรนด์นี้นานแล้ว แต่พอมีโอกาส อยู่ดีๆ ได้เอาออกมา ทำให้ได้เจอคนที่อยากได้ของแบบนี้ หรือบางคนทำซาวร์โด ยีสต์ธรรมชาติอร่อยมาก ไม่มีใครได้กินหรอก  มันเป็นความเฉพาะกิจของคนเจ๋งๆ ที่มาร่วมแจมในงาน เหมือนเป็นงานต่างคนต่างเติมไฟให้กัน

ภาพบรรยากาศตลาดในปีก่อนๆ เครดิตภาพ : Soontaree

เครดิตภาพ : Soontaree

ทำคอมมูนิตี้แบบนี้ ให้อะไรกับเราบ้าง

วาว : จากที่ผ่านมาเราทำกันสองคน แต่พอปีต่อมาเริ่มมีคนนั้นคนนี้มาช่วย มาแจม พอเกิดขึ้นจริง มันไม่เหมือนงานแต่งงานที่ทุกคนต้องมาโฟกัสที่เรา ทุกคนเป็นแม่งาน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน เอนจอยและเป็นคนสำคัญเท่ากันหมด สองปีก่อนตอนจบเคลียร์งาน เก็บขยะเราก็ทำกันเองหมดเลย มีปีนึงที่จัดงาน เชื่อมั้ย? แทบจะไม่มีขยะลงพื้นสักชิ้นโดยที่ไม่ได้บอก แค่นี้ก็ให้อะไรกับเรามากแล้ว
เล็ก: ผมรู้สึกได้กับได้ คือถ้าไม่จัดอะไรแบบนี้ผมจะรวมคนกลุ่มนี้กับกลุ่มนี้มาเจอกันได้ยังไง ไม่ต้องจำผมจำน้องวาว ไม่ต้องจำสถานที่ตรงนี้ก็ได้ แต่ให้จำโมเมนต์นั้นไว้ก็พอ ว่าเคยมานั่งจิบดื่ม กินข้าวกัน คุยกัน เคยมาทำเวิร์กช็อปกัน ส่วนเด็กๆ อาจจะพอจำได้ว่าครั้งหนึ่งพ่อแม่เคยให้เขามาขายของตอนเด็ก ชวนมาเจอเพื่อนแบบนี้ หรือให้มาร้องเพลงในงานแบบนี้ อยากให้เป็นฟีลของการเป็นอินสไปร์อะไรบางอย่าง และเราจะดูแลทุกคนให้เต็มที่ เหมือนที่เขาดูแลเรา แค่ได้ทำความรู้จักกันก็ดีมากๆ แล้ว

Soontaree Project ที่อยากทำในอนาคต

เล็ก : อย่างที่บอกครับ ปีละครั้งสำหรับงานเด็กและงานผู้ใหญ่ แต่ในเชื้อเพลิง มันคือเด็กในร่างผู้ใหญ่ (หัวเราะ) แต่ต่อไปตลอดทั้งปี อาจเป็นโปรแกรมอย่างอื่นที่ไม่ใช่มาร์เก็ตก็ได้ เราอาจจะฉายหนัง ทำเวิร์กชอปศิลปะ ลองต่อเรือ มีโยคะ ต่อยมวย แต่คงให้จองมาก่อน และลูกผมต้องได้ทำด้วย ใดๆ แล้วคือเป็นโปรแกรมที่ทำเพื่อลูกได้เรียนรู้ได้เล่นด้วย
วาว : ยังไม่ได้คิดไกลเลยค่ะ อยู่ที่ความพร้อมเราด้วย อย่างโฮมคาเฟ่เล็กๆ ในสนามหญ้าหน้าบ้านคาเฟ่ที่ต้องจองล่วงหน้า (เท่านั้น) เพราะเราอยากดูแลให้ทั่วถึง ปีก่อนปิดให้บริการมาตลอดทั้งปี เพราะเราโฟกัสที่เลี้ยงลูกก่อน อีกสักพักค่อยว่ากัน หรือจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่ทำออกมา แล้วลูกเราก็ได้ใส่ด้วยมั้ง (หัวเราะ)

ในฐานะสถาปนิกและนักจัดกิจกรรม อยากให้เมืองมีอะไรเพิ่มขึ้น

วาว : คิดว่าพื้นที่สำหรับเด็กสำคัญนะ อย่างสนามเด็กเล่นหรือพื้นที่ให้เด็กได้ปล่อยพลังอยากให้มีเยอะขึ้นๆ จริงๆ สวนสาธารณะอย่างหนองประจักษ์ หรือหนองบัวมันดีอยู่แล้วนะ แต่ในพื้นที่หมู่บ้านก็แอบอยากให้มีสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ต่อได้ ให้เขาจินตนาการต่อได้ ไม่จำเป็นต้องฟิกซ์หรือเอาเครื่องเล่นใหญ่ๆ มาลงขนาดนั้น วาวแอบรู้สึกว่ามันไม่สร้างเสริมการเรียนรู้เท่าไหร่
เล็ก : สำหรับผม playground แล้วกัน ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าสำหรับเด็ก อย่างผมเคยฟังเรื่อง playground ในต่างประเทศ มันใช้ได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย คนวัยทำงานเลิกงานแล้วมานั่งพัก มีสเปซได้นั่งพักได้ เคลียร์ตัวเอง 40 นาทีก่อนกลับที่พักในเมืองใหญ่ หรือมีพื้นที่ได้นั่งปิกนิกกินข้าว หรือเล่นกีฬา อะไรก็ได้ที่คนได้มีพื้นที่ มันสำคัญมากๆ นะไม่ว่าจะเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่

บ้านในแสงไฟ

ไม่แน่ใจว่าบทสนทนาเราเริ่มต้นจนสิ้นสุดจบเมื่อไหร่ เพราะวันนั้นเรายังคุยกันได้ต่ออีกสารพัดเรื่อง
ไม่มีใครรู้หรอกว่าต้องทำอะไรถึงจะมีความสุข จนกว่าจะได้ลงมือทำ!
เอาเป็นว่า สุนทรีย์…เกิดขึ้นได้ทุกที่ มิตรภาพก็เช่นกัน …

ชวนไปเดินเล่นที่ Soontaree’s Time

วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่ 9.00 -22.00 น.
ใครว่างหรือมีโอกาสได้ไปแจมงานที่งาน Soontaree’s time ครั้งที่ 3
จัดที่สนามหญ้าด้านหลังโรงแรม Blu Monkey Brown House Udonthani Hotel
มาร์เก็ตที่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้าตัวน้อย และพ่อค้าแม่ค้าตัวโต กว่า 80 ร้าน รวมของทำมือ สินค้ามือสอง อาหารท้องถิ่น พร้อมเวิร์กชอป มีโซนเครื่องดื่มจาก Homebrewing พร้อมนั่งฟังดนตรีสบายๆริมน้ำ มาในคอนเซ็ปต์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตนเอง และคนรอบข้าง
• Eco Friendly • Family Friendly• Pet Friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยง เข้าร่วมงานได้ อย่าลืมสายจูง มีคุณหมอมาตรวจสุขภาพฟรี และมีร้านอาหารสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ ที่สำคัญ เข้างานฟรีจ้า!!!

Tags: