Crafted Code
10 ปี ‘1DD’ ครีเอทีฟดิจิทัลสตูดิโอที่ยังสนุกกับการคราฟต์เว็บไซต์ให้เป็นบ้านที่แข็งแรงของแบรนด์ด้วยดีไซน์คัสตอมเมด
- 10 ปีของ ‘1DD’ บริษัทครีเอทีฟดิจิทัลที่ยังสนุกกับการคราฟต์เว็บไซต์ด้วยดีไซน์สไตล์คัสตอมเมด เพราะมองว่าเว็บไซต์ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือ ‘บ้านที่แข็งแรงและยั่งยืน’ ของแบรนด์ เราพาไปถอดวิธีคิดของสองผู้ก่อตั้งที่ลบเส้นแบ่งระหว่างงานออกแบบกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว และส่งต่อแพสชันเต็มร้อยในทุกรายละเอียด
ในยุคที่ใครๆ ก็แห่ไลฟ์ขายของบน TikTok หรือปักตะกร้าสร้างยอดขายกันรัวๆ ใน IG จนโซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายในการทำเงิน เลยเผลอลืมไปว่า ‘เว็บไซต์’ ยังเป็นบ้านหลังใหญ่และสินทรัพย์ถาวรที่แบรนด์เป็นเจ้าของตัวจริง ท่ามกลางกระแสที่ทุกอย่างดูเร่งรีบและเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วนี้ ‘1DD’ ครีเอทีฟดิจิทัลสตูดิโอเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยสองพาร์ตเนอร์อย่าง เอิน - สรญา ปริยวงศ์ กับ เพียว - ปิยวุฒิ สุขทอง พวกเขากลับเลือกเดินสวนทางด้วยการยึดมั่นในวิถีความช่างคราฟต์ และพวกเขายังคงสนุกกับการสร้างเว็บไซต์ผ่านงานดีไซน์สไตล์คัสตอมเมดที่ไม่ได้เน้นแค่เว็บสวย แต่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการและรองรับการเติบโตระยะยาวให้กับทุกแบรนด์อย่างแท้จริง

เริ่มต้น ‘วันดีดี’ จากเคมีที่ลงตัว
ทั้งคู่พาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน สมัยยังทำงานบริษัทรับออกแบบเว็บไซต์ด้วยกัน แม้จะคนละตำแหน่ง แต่ดูเหมือนจะหลงใหลในเสน่ห์ของ ‘เว็บไซต์’ เหมือนกัน
“เอินเรียน Communication Design มา ไม่ได้เจาะจงว่าจะทำเว็บ แต่เน้นการออกแบบเพื่อการสื่อสาร เคยได้ฝึกงานบริษัททำเว็บแล้วรู้สึกชอบ งานแรกที่ทำเลยก็คือทำเว็บ แต่ก็สนใจด้านมาร์เกตติงด้วย ก็เลยไปเรียนต่อสาขานี้มาจากอังกฤษ เคยลองไปทำเอเจนซีโฆษณาแล้วไม่คลิก มันกดดัน แต่พอทำเว็บแล้วรู้สึกว่ามันเป็นศิลปะที่รวมกับเรื่องเทคโนโลยี การสื่อสารที่ดีนอกจากขายของได้ เว็บมันเป็นเหมือนเครื่องมืออันนึงที่ทำให้เขาทำมาหากินได้”
“ส่วนผมเรียนอุตสาหกรรมเกษตรที่ไม่ได้เกี่ยวกับการออกแบบเลย (ยิ้ม) แต่ชอบทำเว็บมาตั้งแต่มัธยมแล้ว ปกติสิ่งที่ดีไซเนอร์คิดไว้ในหัวอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่นักเขียนโค้ดสามารถทำออกมาได้ ผมเลยลองเขียนเองดีกว่า พอทำได้ก็เลยมีแรงฮึด”เพียวเล่าต่ออีกว่า “ผมเหมือนมวยวัดที่อาจจะมีข้อเสียตรงท่าชกอาจจะไม่ถูกต้อง การเขียนโค้ดหรือโปรเซสของผมอาจจะมีวิธีที่เร็วกว่า แต่ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน เลยไม่มีข้อจำกัดอะไรที่ผมจะไม่ลองทำ”

ความที่บริษัทรับออกแบบเว็บไซต์กับงานมาร์เกตติงที่ทั้งคู่เคยทำงานอยู่เป็นของชาวอเมริกัน ลูกค้าทั้งหมดจึงเป็นชาวต่างชาติ เอินอดรู้สึกไม่ได้ว่า ‘ทำไมบ้านเราถึงไม่มีเว็บที่ดีๆ นะ’ จุดเริ่มต้นของ 1DD จึงเกิดขึ้น
“เดี๋ยวก็จะดูอวยกันเองอ่ะค่ะ” เอินหัวเราะร่วนเมื่อเราถามถึงเหตุผลที่เอินเลือกชวนเพียวมาเปิดบริษัทด้วยกัน “ตอนแรกก็ไม่ได้สนิทกัน ยังนึกในใจว่า จะคุยกันรู้เรื่องไหมคนนี้ แต่พอได้คุยถึงมุมมองอนาคตของเว็บ มันคลิกว่าเรามองเหมือนกัน แล้วเพียวเป็นคนที่ Shape เรื่องราว จินตนาการของเอินให้เข้ามาเป็นรูปเป็นร่างได้ เราน่าจะทำงานด้วยกันได้”

“ส่วนผมแค่รู้สึกว่าเห็นด้วยกับที่เอินพูด เราค่อนข้างเห็นตรงกันในหลายๆ เรื่อง ความที่เว็บยังเป็นสิ่งใหม่ในตอนนั้น ผมสนุกกับมัน อยากที่จะออกนอกกรอบ โชคดีที่เราได้ทำงานด้วยกัน”
แล้วทำไมถึงตั้งชื่อบริษัทว่า “1DD” (วันดีดี) “อยากได้ชื่อภาษาไทยที่สะกดหรือออกเสียงภาษาอังกฤษได้ไม่ยาก ฝรั่งอ่านง่าย 1DD ส่วนสัญลักษณ์สีส้มบนโลโกมาจากพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้า” เอินเสริมเพียวว่า “เป็นการเริ่มวันใหม่ อยากให้วันใหม่ของเรา ของลูกค้า ของน้องในทีม เป็นวันที่ดี ถึงจะเจอวันไม่ดี ก็ให้จำชื่อไว้ว่า นี่คือวันดีดี” (ยิ้ม)

ล(อ)งสนามจริง
หลังจากเอินให้เพียวได้ประเดิมฝีมือการเขียนโค้ดด้วยการชิมลางออกแบบเว็บไซต์ให้กับโรงงานขายไก่ที่พังงาของญาติเอิน เมื่อทุกอย่างผ่านฉลุย ก็ถึงคราวได้ลงสนามจริงกับลูกค้าเจ้าแรก Once Again Hostel โรงแรมย่านซอยประตูผี เว็บนี้สร้างชื่อให้คนรู้จัก 1DD และโรงแรมเองก็เป็นลูกค้ากันยาวจนถึงทุกวันนี้ งานแรกเข้าใจได้ว่าเป็นธุรกิจญาติของเอิน แต่รายนี้ละมาเป็นลูกค้า 1DD ได้ยังไง ทั้งคู่หันมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ ก่อนเพียวเฉลยว่า “เอินกับเจ้าของโรงแรมเจอกันในคลาสปั้นเซรามิก”
“พอทำเว็บให้ญาติเสร็จ ก็มั่นใจว่าเพียวทำได้ ทีนี้เจอใครก็กล้าขายของละ (หัวเราะ) เขาถามเอินกลับว่า มาลองทำเว็บโรงแรมไหม ทั้งที่ไม่เคยเห็นงานเราแต่ก็เชื่อใจ ในเมื่อเขาให้โอกาส เราก็คว้าไว้แล้วปล่อยของให้เต็มที่”

เราหันไปถามเพียวถึงความรู้สึกในการลงสนามจริงครั้งแรก คำตอบเขาผิดคาด “ผมไม่กดดันเลย ไม่กลัวด้วยแม้จะเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน ผมชอบและสนุก รู้สึกว่าเรามีวัตถุดิบดี เอามาทำอาหารก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว เพราะเจ้าของทำบริษัทอินทีเรียร์ด้วย เลยมีทั้งภาพ 3D ภาพสเกตช์ โลโก และความเป็นแบรนดิงชัดเจน ผมแค่ทำออกมาในเวอร์ชันที่คิดว่าดีที่สุด”
“แต่เอินกดดัน” เสียงหัวเราะปิดท้ายตามมา
“เราไปตั้งแต่ตอนเขายังทุบตึกเก่าที่เป็นโรงพิมพ์อยู่เลย” เพียวย้อนภาพวันแรกๆ “การทำงานของ 1DD ขึ้นอยู่กับการคุยกับลูกค้า เราอยากคุยให้ได้เยอะที่สุด จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการอะไร มีอินเนอร์อะไรซ่อนอยู่ โชคดีที่เขาก็พร้อมจะสนุกไปกับเรา”

“ตอนนั้นยังไม่มีตัวเลือกออนไลน์ การลงพื้นที่จริงทำให้ได้เห็นบรรยากาศว่า เขาเป็นโฮสเทลที่สนุกสนานแต่ต้องการความสงบ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างอบอุ่นและกันเอง และดูแลแขกเหมือนเป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้าแขกอยากกินผัดไทยก็พาเดินไปกินเลย”
การมีเว็บของตัวเองช่วยสร้างความน่าเชื่อถือโดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้เป็นเว็บแรกในนามของ 1DD ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น และกลายเป็นใบเบิกทางที่ทำให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก นี่คือเหตุผลว่า ทำไม 1DD ถึงไม่เคยมีทีมขายอย่างเป็นทางการ
“เราไม่เคยมีเซลส์เลยสักคน ไม่เคยทำการตลาดตั้งแต่แรก เป็นการแนะนำบอกต่อจากคอนเนกชันของลูกค้าเก่าล้วนๆ” เอินยืนยัน “เรายึดหลักความรับผิดชอบมาเป็นอันดับหนึ่ง เสียหน้าไม่ได้ (หัวเราะ) ติดขัดตรงไหนต้องรีบสื่อสาร แต่ยังไงก็จะพยายามส่งงานให้ตรงเวลาที่สุด”

คราฟต์ฟังก์ชันตอบทุกโจทย์
เปิดบริษัทมาได้สัก 5-6 ปี ทั้งคู่เริ่มเห็นสัจธรรมของโลกดิจิทัลว่า ความสวยงาม ความหวือหวาจัดเต็มตามเทรนด์ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย คุณค่าที่แท้จริงของเว็บไซต์คือการแก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์ให้ลูกค้าได้จริงต่างหาก
“ช่วงแรกเราก็พยายามใส่แอนิเมชันเยอะๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับการออกแบบเว็บเป็นของตัวเอง เราเลยใส่ลูกเล่นเทคโนโลยีที่ชอบเข้ามา” เพียวยอมรับแบบตรงๆ “แต่พอทำไปสักพัก ความสุขนั้นไม่ยาวนาน แต่ถ้าลูกค้าขายของได้ ยอดเข้าเว็บเยอะ ขยายสาขาได้ มันคือความสุขที่ยั่งยืนและเรียลกว่า ทำให้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ตามเทรนด์ให้ใหม่ที่สุดก็ได้ เพราะคนที่ชอบเข้าเว็บสวยๆ คือดีไซเนอร์ ไม่ใช่ผู้ใช้งาน หรือลูกค้าของเขา”

“บางเว็บแอนิเมชันจัดเต็ม คนเปิดครั้งเดียว เพราะเครื่องร้อน มือถือกระตุก เขาก็ไม่เปิดอีกแล้ว” เอินยืนยันอีกเสียง “หลังๆ เราเลยพยายามเกลี้ยกล่อมลูกค้าว่า เว็บสวยที่มีเอฟเฟกต์หวือหวาอาจจะต้องแลกมากับการโหลดหน้าเว็บที่ช้าหรือลองลดทอนเทคโนโลยีบางอย่างแล้วไปเสริมเรื่องคอนเทนต์ ไปลงทุนกับการถ่ายรูปดีไหม รูปสินค้าสวย… หลังๆ เอินเริ่ม convince ให้ลูกค้าลงทุนกับภาพและคอนเทนต์แทน”
ประสบการณ์และวัยที่โตขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์สถิติหลังบ้าน ทำให้เอินและเพียวมั่นใจและยืนยันว่า ทุกงานของ 1DD ได้เลือกไอเดียที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นให้ลูกค้าเสมอ
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการดีไซน์เว็บไซต์คือพฤติกรรมการใช้เว็บไซต์ของคนไทย เพียวเลือกยกตัวอย่างใกล้ตัวอย่างเมนูอาหารที่คนไทยต้องมีรูปประกอบ ต่างกับต่างชาติที่สั่งจากชื่อเมนูได้เลย “พอทำเว็บไซต์ให้คนไทยเลยต้องเน้นรูปหรือกราฟิกประกอบ จะมามินิมัล เรียบๆ คนไทยจะไม่เก็ต” ส่วนเอินแชร์เรื่องการนัดหมาย “ถ้าเป็นต่างชาติเขาจะกรอกแบบฟอร์มระบุเวลานัด แต่คนไทยต้องการความยืดหยุ่น ชอบให้มีช่องทางติดต่ออื่นให้เลือกด้วย เป็นไทยสไตล์”

ความเข้าใจนำมาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง เช่น การปรับโฉมเว็บไซต์ให้ Vista Café & Kitchen เดิมเน้นขายหน้าร้าน แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าของถึงรู้ว่า จริงๆ แล้วยอดขายอีกช่องทางของร้านมาจากงาน Catering และ Snack Box ลูกค้าติดต่อผ่านไลน์ หรือส่งข้อความมาทางเพจเฟสบุ๊กแบบง่ายๆ
1DD ดีไซน์ฟีเจอร์ใหม่ Customise Snack Box ขึ้นมา ให้ลูกค้าคลิกเลือกขนมจัดใส่กล่อง และคำนวณราคาบนหน้าเว็บได้ทันที ไม่ต้องเลือกจากเซตขนมที่ทางร้านกำหนดไว้ ไม่ต้องโทร.มาสั่งหรือเช็กสินค้าให้วุ่นวาย ร้านเองก็ไม่ต้องทำใบเสนอราคา เพราะลูกค้ารู้ราคาทันทีเมื่อคลิกเลือกขนมใส่กล่อง ช่วยสร้างยอดขายออนไลน์ที่สะดวกทั้งคนซื้อและคนขาย รวมถึงการพัฒนาระบบให้มีฟังก์ชันคำนวณเงินผ่อนค่างวดรถหรือค่าผ่อนบ้านที่ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินกำลังซื้อของตัวเองและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีที่คราฟต์อย่างถูกจุดจึงสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนและช่วยสร้างยอดขายได้

งานสเกลใหญ่กับเส้นแบ่งความท้าทาย
คุยกันมาสักพัก ได้ฟังไอเดียเจ๋งๆ เห็นถึงการมองรอบด้านในงานจากกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย เอินย้ำกับเราว่า “ถ้าอันไหนมั่นใจว่า เราไม่ถนัดจริงๆ เอินบอกเขาเลยแต่แรกเลย เพราะรู้ว่าทีมเราทำได้แค่ไหน เราไม่อยาก overpromise กับงาน เรารับบรีฟมาแล้วรู้ว่า อันนี้เราทำได้ มั่นใจ ถึงจะรับงาน”
แล้วบททดสอบครั้งสำคัญก็มาถึง กับโปรเจกต์ระดับเมืองอย่าง Greener Bangkok ของกรุงเทพมหานคร และการปรับโฉมครั้งใหญ่ของเว็บไซต์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สเกลงานใหญ่ที่เกินกำลัง 1DD ไปมาก แต่ก็เป็นโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่ไม่อยากปล่อยโอกาสดีๆ นี้หลุดมือไป ทั้งคู่ตัดสินใจรับงาน โดยก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเองและทำงานกับพาร์ตเนอร์มือโปร

“Greener Bangkok เป็นเว็บที่ไม่เคยมีมาก่อน โจทย์แรกเขาอยากได้แพลตฟอร์มเพื่อไว้สื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM2.5, Climate Change, ขยะรีไซเคิล โจทย์คือจะทำยังไงให้คนเมืองสนใจ” เพียวเล่าถึงเบื้องหลังวิธีคิด “เรานำเนื้อหามาปรับและเติมเนื้อหาใหม่เข้ามา เช่น แทนที่จะพูดถึงสวน 15 นาที หรือโครงการปลูกต้นไม้ เราเปลี่ยนมาทำฟังก์ชันค้นหาสวนสาธารณะกว่า 50 แห่งใน กทม. มีรายละเอียดว่าแต่ละสวนเปิดปิดกี่โมง สวนไหนพาน้องหมาเข้าได้บ้าง สวนไหนมีลานปั่นจักรยาน รวมถึงแผนที่จุดรับขยะชิ้นใหญ่ฟรี เป็นการผสมระหว่างนโยบาย กทม.กับประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจริง”
เมื่อสเกลงานใหญ่ขึ้น การประสานงานกับทุกฝ่ายคือหัวใจสำคัญ เอินรับหน้าที่นี้ “เราเหมือน collaborate เอินเชื่อมั่นทีมที่เราเลือกมาว่าแต่ละทีมเขาถนัดในสิ่งนั้นๆ อยู่แล้ว อย่างทีมนะโม คิดดี เก่งการเก็บรวบรวมข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ หรือนักเขียน ONCE ที่ช่วยย่อยเนื้อหากว่า 200 หน้าที่เต็มไปด้วยภาษาทางการให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปอ่านแล้วเก็ต อย่าง ‘โปรดแสดงตน’ เป็น ‘กรุณามาด้วยตัวเอง’ ‘ดำเนินการ’ เป็น ‘ทำ’ ‘ลงนาม’ เป็น ‘เซ็นชื่อ’ ภาพถ่ายที่ต้องลงพื้นที่จริงฝีมือ @wit.jpg งานวิชวลที่ออกแบบโลโกตัว g เป็นคนและใบไม้” พร้อมคราฟต์ฟีเจอร์โดนใจคนเมือง ทั้งแผนที่รับขยะชิ้นใหญ่ฟรี, ควิซ Carbon Footprint, เกม WasteCaptcha, แผนที่สวน 50 แห่งที่บอกว่าสัตว์เลี้ยงเข้าได้ไหม และโปสเตอร์แยกขยะ How to ทิ้ง ร่วมกับลุงซาเล้งฯ ที่ติด Default Result ของ Google


ความทุ่มเทนี้ส่งให้เว็บไซต์ Greener Bangkok คว้าราวัล DEmark Award 2025 หมวดดิจิทัลแพลตฟอร์มมาครอง เอินยื้มเล่าว่า“เป็นปีแรกที่ 1DD ส่งเข้าประกวดพอเห็นธีม ‘THE LIVABLE CREATION’ แหม…มันเข้าทางเราเลยส่ง” เอินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “รางวัลนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเห็นว่า เราทำเว็บสเกลใหญ่ได้นะ”

ส่วนเว็บไซต์จุฬาฯ เป็นการยกเครื่องเว็บครั้งใหญ่ในรอบหลายปี โจทย์หินคือการย้ายฐานข้อมูลมหาศาล เพิ่มภาษาจีน และดูแลระบบหลังบ้าน และวางโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์โดยแบ่งเป็น 3 ก้อนทำงานซิงค์กัน เพื่อป้องกันเว็บล่ม ใช้เวลาทำเกือบปี

“เราลองเพิ่มสเกลงานทีละ 10-20% แต่เว็บจุฬาฯ นี่ผมให้โดดไปสัก 100% เลย (หัวเราะ) มันยากตรงที่ต้องเริ่มจาก 0 เลย วางโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ออกแบบระบบหลังบ้านให้เห็นเหมือนกับหน้าบ้าน ซึ่งคิดขึ้นใหม่เพื่อจุฬาฯ โดยเฉพาะ และการจัดการข้อมูลมหาศาลให้ค้นง่าย”

เอินเล่าเพิ่มถึงประเด็นนี้ “พอสถิติฟ้องว่า กลุ่มที่เข้าเว็บหลักคือคนที่อยากเรียนจุฬาฯ เราเลยเติมเนื้อหาและสิ่งที่ว่าที่นิสิตใหม่น่าจะอยากรู้ อย่าง facility ในมหาลัย มีกล้องวงจรปิดไหม คาเฟตรงไหนอยู่ใกล้บ้าง ฯลฯ เรานำเสนอไวบ์ชีวิตนิสิต รอยยิ้ม เพื่อส่งต่อพลังบวกให้คนที่เข้าเว็บมา และผลลัพธ์ที่ได้มียอดผู้เข้าชมทะลุหมื่นคนทุกวัน!

บ้านที่แข็งแรง...เป็นพาร์ตเนอร์กันยาวๆ
แม้โมเดลบริษัทจะใกล้เคียงกับสตาร์ตอัป แต่ปรัชญาของ 1DD คือการ “สร้างบ้านให้แข็งแรง” มากกว่าที่จะเร่งโตแบบก้าวกระโดด พวกเขายังจำกัดการรับงานไว้ที่เดือนละ 2-3 เว็บไซต์ เพื่อคุมคุณภาพให้ออกมาดีที่สุด สร้างบรรยากาศการทำงานที่ยืดหยุ่น และเติมแฮปปีไลฟ์ให้ทีมงาน





“เราไม่ได้อยากขยายบริษัทเร็วๆ หรือรับคนเยอะๆ เพื่อรับงานมากๆ แต่อยากทำเท่าที่จะเข้าไปดูแลได้จริง เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ” เอินเปิดใจถึงโครงสร้างทีม “อยากให้บ้านเราแข็งแรงก่อนที่จะชวนคนมาอยู่ด้วย ไม่อยากให้น้องตื่นมาแล้วไม่อยากมาทำงาน”

คำถามสุดท้ายก่อนจบการสนทนาครั้งนี้ ทั้งคู่สรุปมุมมองถึงเว็บไซต์ว่า แม้โซเชียลมีเดียจะขายของได้เหมือนกับเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์คือคลังข้อมูล (Archive) และสินทรัพย์ที่มั่นคง แต่โซเชียลมีเดียเหมือนการเช่าพื้นที่ที่อาจโดนปรับเปลี่ยนกฎหรือปรับค่า GP ได้ หรือแม้แต่จะปิดตัวลงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เว็บไซต์คือบ้านที่เราเป็นเจ้าของ 100%
เพียวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า เขายังแวะเวียนเข้าไปดูเว็บไซต์เก่าๆ ที่เคยออกแบบไว้เสมอ ความสุขของคนทำเว็บก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้เห็นเจ้าของบ้านคอยดูแล ปรับแต่ง และทำให้บ้านดิจิทัลที่พวกเขาเคยร่วมกันปลูกสร้างค่อยๆ เติบโตและบานสะพรั่งขึ้น
“Core Value ที่เราตกตะกอนหลังผ่าน 10 ปี คือ ‘Creative Digital Partner’ — Creative คือใส่ไอเดีย Digital คือไม่ได้หยุดแค่เว็บแต่หา Tool ดิจิทัลมาเสริมและ Partner คือเราดูแลลูกค้าเจ้าแรกมา 10 ปี เราเรียกตัวเองว่าเป็น Partner ของธุรกิจลูกค้าได้เต็มปากจริงๆ”