About
DESIGN

Humor Sapiens

Humor Sapiens นักสร้างสรรค์โปรดักต์สายพันธุ์ซนๆ ด้วยดีไซน์กวนๆ และมุกตลก

Date 17-02-2026 Views 105
Read At ONCE
  • คุยกับ ‘ยชญ์ บรรพพงศ์’ หัวหน้าสายพันธุ์ Humor Sapiens แบรนด์ที่เรียกตัวเองว่า ‘นักออกแบบ’ มากกว่าการเป็นนักธุรกิจ เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนไทยพร้อมเปิดใจรับและเสพงานออกแบบสร้างสรรค์

“ไม่มีโปรดักต์ชิ้นไหนที่มั่นใจว่าจะขายได้เลยครับ”

คำตอบง่ายๆ ที่ติดตลกของ ‘ยชญ์ บรรพพงศ์’ ทำเอาเราเห็นบุคลิกของแบรนด์ Humor Sapiens แบรนด์ที่อาจไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นแบรนด์ในเชิงธุรกิจ แต่เรียกตัวเองว่า Product Designer ที่ออกแบบโปรดักต์เจ๋งๆ กวนๆ เพื่อ ‘แก้ปัญหากวนใจในชีวิตประจำวัน’ ไม่ว่าจะปัญหาเล็กหรือใหญ่ Humor Sapiens ก็พร้อมสนุกไปกับการแก้ปัญหาเหล่านั้นจนโดนเส้นความฮาของคนไทยสุดๆ

หลังจากเป็นครีเอทีฟให้กับ Salmon อยู่ 4 ปี ยชญ์ บรรพพงศ์ก็โยกย้ายตัวเองมาเป็นครีเอทีฟให้กับ ‘ขายหัวเราะ’ ในจังหวะที่ขายหัวเราะต้องการทำแคมเปญครบรอบ 50 ปี ไปพร้อมๆ กับการรีแบรนดิงลุคใหม่ๆ ให้ขายหัวเราะด้วย ระหว่างที่ซึมซับความตลกสุดเจ๋งของรุ่นพี่ขายหัวเราะ ยชญ์เองก็เกิดไอเดียอยากขยับขยายความสนุกแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์ ทำพอดแคสต์ หรือทำวิดีโอ แต่เป็นความสนุกที่จับต้องได้ ผู้คนสามารถใช้งานและสนุกไปกับไอเดียสร้างสรรค์ได้ บวกกับนิสัยโดยธรรมชาติของคนไทยที่เป็นคนตลกกันอยู่แล้ว Humor Sapiens จึงเป็นอีกสายพันธุ์ใหม่ที่ได้ส่วนผสมความฮามาจากเหล่ารุ่นพี่ขายหัวเราะ

Humor Sapiens

🦖สายพันธุ์นักแก้ปัญหาจากความสนุก

“เราตั้งใจให้เป็นชื่อ Humor Sapiens เพราะตอนที่เราทำขายหัวเราะ เรามักเรียกพี่ๆ นักวาดการ์ตูนว่าเป็น Humor Sapiens ประมาณว่าเรายกย่องให้เขาเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มองอะไรก็เป็นเรื่องตลกไปหมด หรือเขามักมีสายตาที่เล่นมุกกับทุกสิ่งทุกอย่างได้”

Humor Sapiens

และต่อให้สถานการณ์การเมืองหรือสังคมจะย่ำแย่ แต่พี่ๆ ขายหัวเราก็ยังมีมุกบางอย่างที่ทำให้คนหัวเราะได้ แถมยังไม่ได้เป็นมุกตลกที่เล่นให้ขำแล้วจบไป แต่เป็นมุกที่บันทึกช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างสร้างสรรค์ด้วย ด้วยเหตุนั้นชื่อ Humor Sapiens จึงเป็นแก่นของแบรนด์ที่หยิบปัญหาใกล้ตัวมาแก้ปัญหาแบบสนุกๆ

Humor Sapiens

การแก้ปัญหาด้วยมุกฮาๆ ไม่อาจทำได้ด้วยตัวยชญ์เพียงคนเดียว เพราะการทำสินค้าหนึ่งขึ้นมาให้คนเห็นแล้วรู้สึกขำหรือยิ้มได้ ล้วนต้องไม่ได้เกิดมาจากประสบการณ์ความฮาของคนคนเดียว ดังนั้น ยชญ์เองก็มีทีมเล็กๆ ที่แก้ปัญหาจากความฮาไปด้วยกัน เพื่อที่จะได้แตะเส้นความตลกของคนไทยได้ในหลายๆ มุมมอง

Humor Sapiens

Humor Sapiens

“เวลาเห็นปัญหารอบตัว แล้วมีไอเดียว่ามันน่าจะแก้ปัญหาแบบไหนได้บ้าง ผมก็จะสเกตช์ไอเดียขึ้นมาก่อน เป็นภาพโง่ๆ ที่ส่งให้ ‘โบ’ Art Director และ ‘นภา’ Product Manager ของทีมเรา แล้วทั้งคู่ก็จะพัฒนาโปรดักต์ชิ้นนั้นต่อ ไม่ว่าจะเรื่องสีสัน สไตล์ หรือลวดลาย แล้วจึงค่อยส่งแบบเหล่านั้นให้ซัปพลายเออร์และเริ่มทำการตลาดโดยมี ‘พี่หง’ Marketing ที่คิดว่าเราจะต้องโปรโมตสินค้าแต่ละชิ้นด้วยท่าไหน”

Humor Sapiens

Humor Sapiens

Humor Sapiens

การรวมกันของ Humor Sapiens ทีมเล็กๆ ที่มีเส้นความตลกใกล้เคียงกัน มีเส้นความสร้างสรรค์คล้ายคลึงกัน ทำให้ ‘กระเป๋าหางโผล่’ และ ‘เสื้อเชิ้ตที่ติดผ้าเช็ดแว่นรูปเสื้อ’ ไวรัลในโลกออนไลน์ สร้างภาพจำแรกเริ่มที่ทำให้คนอยากรู้จักสายพันธุ์คนตลกเหล่านี้มากขึ้น และเริ่มสงสัยว่า พวกเขาจะออกโปรดักต์กวนๆ เพื่อมาแก้ปัญหาแบบไหนกันอีกนะ?

“จริงๆ ปัญหารอบตัวเรามีอยู่มากมายเนอะ แต่เวลาที่ผมเลือกสักปัญหาเพื่อมาทำโปรดักต์ คือการเลือกจากความอยากทำ แค่นี้เลยครับ เพราะถ้าเราอินกับปัญหาหรือเข้าใจปัญหานั้น เราก็จะมีอินไซต์เกี่ยวกับมัน แล้วเราก็จะหาวิธีแก้ปัญหานั้นที่มันตลกออกมาได้ ซึ่งในส่วนของการคิดไอเดียตั้งแต่การหยิบปัญหามาพิจารณา การคิดวิธีการแก้ปัญหาคือขั้นตอนที่สนุกที่สุดแล้ว เพราะถ้าแค่คิดไอเดียแล้วยังไม่สนุก แปลว่าหลังจากนี้ความสนุกก็จะถูกลดทอนลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ต้องสนุกตั้งแต่ต้นครับ”

Humor Sapiens

แต่การคิดไอเดียแก้ปัญหาให้มันตลกนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยชญ์ได้เซนส์ความตลกนี้มาจากไหนกันนะ

“ผมรู้สึกว่าทุกคนก็มีความตลกอยู่ในตัวนะ เพียงแต่ว่าเล่นมุกแล้วคนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน บางคนเป็นตลกเชิง Inside Joke คือเล่นมุกแบบวงในได้ตลกเก่งสุดๆ แต่พอไปเล่นกับคนวงนอก ก็อาจจะไม่ฮาในหมู่ที่แมส แต่โชคดีที่ผมเองก็เป็นคนมีเซนส์ตลกค่อนข้างทั่วไป เป็นมุกที่แมสอย่างมุกสามช่า มุกตลกคาเฟ่ แต่บางมุกที่เราเล่นออกไปมันก็แป้กได้เหมือนกัน แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์การเล่นมุกตลกมั้งครับ”

Humor Sapiens

👕 คนไทยรักความสนุก แต่ก็รักงานดีไซน์ด้วย

จำได้ว่าโปรดักต์บางตัวที่ ONCE เห็นครั้งแรก ทำเอาเรามีคำถามผุดขึ้นมาว่า ‘คนแบบไหนที่จะใส่สินค้าแบบนี้นะ?’ เป็นความคิดเชิงบวกที่งุนงงไปพร้อมกับการทึ่งในไอเดียที่สร้างสรรค์สุดขั้วของ Humor Sapiens ซึ่งยชญ์ที่เป็นผู้ริเริ่มต้นแบบของโปรดักต์ทุกชิ้นก็คิดแบบนี้เช่นกัน

“อีกสิ่งที่คิดเลยคือ ‘มันจะขายออกเปล่าวะ?’ จริงๆ ผมไม่มั่นใจสักโปรดักต์เลยว่าจะขายได้ แต่กลับขายดีมาก ผมก็ตกใจมากที่ขายดีขนาดนี้ ทั้งที่เป็นโปรดักต์ที่แปลก โดยเฉพาะตัว T-Shed ที่เป็นเสื้อยืดที่มีผ้าเช็ดแว่นทรงเสื้อติดอยู่ปลายเสื้อ เราไม่มั่นใจเลยว่าคนจะใส่

Humor Sapiens

“แต่เหตุการณ์ที่ผมจดจำเลยคือมีวันหนึ่งผมไปเดินสยาม แล้วก็เห็นมีคนใส่เสื้อ T-Shed ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาอาจจะซื้อเพราะติดตามรายการพอดแคสต์ Untitled Case อยู่แล้วหรือเปล่านะ ผมเลยเดินไปพูดกับเขาว่า ‘โอ้ เสื้อ T-Shed สวยมากเลยครับ’ ปรากฏว่าเขาไม่รู้จักผมเลย เขามองหน้าผมแล้วเขาก็เดินผ่านไป เป็นโมเมนต์ที่น่าประหลาดนิดหนึ่งแหละ แต่ทำให้ผมประทับใจเลยว่า โปรดักต์ของเราไปสู่กลุ่มเป้าหมายแล้วจริงๆ นะ”

เสื้อ T-Shed ที่ดูกวนๆ แต่แท้จริงแล้วกลับแก้ปัญหาของคนใส่แว่นได้อย่างตรงจุด แถมยังบ่งบอกถึงบุคลิกของคนสวมใส่ด้วยว่า คนที่ใส่ T-Shed คือคนที่ชอบความสนุกสนาน ไม่ติดกรอบ และชอบความสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใคร

Humor Sapiens

“พอผมเห็นกระแส T-shed ก็ทำให้ผมมั่นใจในการคิดไอเดียโปรดักต์มากขึ้นนะ ผมตกตะกอนได้อย่างหนึ่งว่าจริงๆ แล้วที่คนมักบอกว่า ‘คนไทยไม่รับงานสร้างสรรค์’ อาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะโปรดักต์เจ๋งๆ ที่คนไทยไม่ยอมรับ อาจจะเป็นเพราะเขาขาดประตูด่านแรกไป หรือยังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดแรก ผมเลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วคนไทยก็พร้อมรับฟังและพร้อมเปิดรับความสร้างสรรค์ได้ด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ว่าอาจจะต้องหาลู่ทางในการเล่าที่เข้าถึงความสนใจของเขาได้”

Humor Sapiens

วิธีการเล่าเรื่องของ Humor Sapiens ไม่ใช่การทำคอนเทนต์ที่อธิบายงานดีไซน์แบบเนิร์ดๆ หรือขายแบบ ฮาร์ดเซลล์ แต่เป็นการดึงเรื่องราวและปัญหาใกล้ตัวมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้คนที่ผ่านมาเห็นคอนเทนต์ของแบรนด์รู้สึกมีส่วนร่วมและมีจุดร่วมกับปัญหาหรือเรื่องราวเหล่านั้น และอยากที่จะติดตามว่า Humor Sapiens ทำอย่างไรกับปัญหาเหล่านั้นต่อไปบ้าง ต่อให้คนที่ผ่านมาเห็นคอนเทนต์จะยังไม่ได้ซื้อโปรดักต์ แต่คนไทยหลายคนก็ได้รับฟังไอเดียสุดสร้างสรรค์และจดจำแบรนด์ Humor Sapiems ได้โดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้ว

Humor Sapiens

Humor Sapiens

นอกจาก T-Shed แล้วยังมีโปรดักต์อื่นๆ ที่ดีไซน์กวนๆ จนเห็นแล้วก็ต้องมีหลุดขำกันไปข้างแหละ อย่างเช่น กล่องจุ่มถุงเท้าที่ยชญ์ชื่นชอบโปรดักต์นี้มากเป็นพิเศษ

“Oop Socks กล่องจุ่มถุงเท้า เพราะมีความอลังการในเชิงตัวสินค้ามากๆ พวกเราคิดว่าน่าจะสนุกดีถ้าคนได้สุ่มว่า ถุงเท้าที่เขาใส่จะเหยียบเลอะอะไร ก็เลยออกมาเป็นกล่องจุ่มที่เป็นกล่องจุ่มแรกของแบรนด์เราเลยครับ มีทั้งเหยียบกล้วย เหยียบหมากฝรั่ง หรือเหยียบเงินก็มีนะครับ ซึ่งเป็นตัวซีเคร็ตเลยครับ พอเปิดตัวก็กระแสตอบรับดี เลยภูมิใจในตัวกล่องจุ่มถุงเท้ามากเลยครับ”

Humor Sapiens

🕺🏻Humor Sapiens สายพันธุ์ที่อยากตลกแบบยั่งยืน

ความซนของ Humor Sapiens คงทำให้หลายคนเห็นภาพตัวตนของแบรนด์นี้ได้ไม่ยาก แต่เราอยากเห็นมุมมองของยชญ์ว่า ถ้า Humor Sapiens เป็นคน 1 คน เขามอง Humor Sapiens เป็นคนแบบไหนนะ

“จริงๆ จุดตั้งต้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกันในแง่วิธีคิดเลยครับ จุดตั้งต้นเราก็พยายามคิดให้ Humor Sapiens อาจจะเป็นเด็กดีไซน์ เป็นคนที่เรียน Industrial Design แล้วก็เป็นคนบ้านๆ มาจากต่างจังหวัด ชอบไปตึกแดง ชอบไปซื้อของมือสอง หรือชอบไปสำรวจงานศิลปะ และมีวิธีคิดบางอย่างที่อาจจะเหมือนชาวบ้านบ้างหรือไม่เหมือนชาวบ้านบ้าง แต่ก็ชอบที่จะแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่า Humor Sapiens เป็นใครก็ได้แล้ว ผมไม่ได้มองว่าจะต้องเป็นคนใดคนหนึ่ง ผมเลยรู้สึกว่าทุกคนสามารถเป็น Humor Sapiens ได้ เพราะไม่ใช่แค่ Humor Sapiens แต่ทุกคนมักมีไอเดียของแปลกๆ ในหัวอยู่แล้ว แต่ Humor Sapiens เป็นแค่คนที่ทำในสิ่งที่ทุกคนคิดออกมา”

Humor Sapiens

Humor Sapiens

ONCE เองก็เชื่อว่า คนไทยมีความเป็น Humor Sapiens อยู่ในตัว เพราะการที่ Humor Sapiens และเหล่าลูกค้าได้มาหากันเจอ แต่แปลว่าทุกคนมีจุดเชื่อมโยงเดียวกัน และเชื่อในงานดีไซน์ว่า งานดีไซน์สามารถแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งหลังจากที่ Humor Sapiens ได้เป็นไวรัล เสื้อ T-Shed และกระเป๋าหางโผล่ ก็มีคนรู้จัก Humor Sapiens และเข้ามาพูดคุยเพื่อแชร์ประสบการณ์และแชร์ปัญหาชีวิตประจำวัน เพื่อเสนอไอเดียให้ Humor Sapiens ช่วยออกแบบโปรดักต์ใหม่ๆ สำหรับแก้ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญอยู่ ซึ่งไอเดียเหล่านั้นก็มีสิ่งที่ Humor Sapiens เลือกหยิบไปพัฒนาต่อจริงๆ ด้วยเหมือนกัน

Humor Sapiens

Humor Sapiens

“ผมอยากให้คนจำเราแบบเป็นเลเวลครับ เลเวลแรกคือการที่อยากให้เขาเห็นโปรดักต์ชิ้นหนึ่งของเรา แล้วรู้สึกว่า อุ๊ย แบรนด์นี้ทำโปรดักต์นี้ตลกจังเลย เลเวลที่สองคืออยากให้มันไปถึงคือเขาเริ่มเห็นคอนเทนต์เราบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มจำได้ว่าแบรนด์ของเราทำโปรดักต์มากกว่า 1 ชิ้น และเลเวลสุดท้ายคือการที่จำได้แล้วรู้สึกว่า “แบรนด์นี้ทำของตลกจังเลย สิ่งนี้มันยั่งยืน เพราะพอคนจำแบรนด์ได้ หลังจากนั้นไม่ว่าเราจะทำโปรดักต์อะไรออกมา คนก็มักจะรอติดตามและรู้สึกว่าน่าสนุก และอาจจะเกิดเป็นคอมมูนิตีของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันได้ครับ”

Humor Sapiens

Humor Sapiens

สิ่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นความยั่งยืนของคนที่รักงานสร้างสรรค์ เพราะเมื่อเข้าใจและรักในงานดีไซน์ในรูปแบบหนึ่งไปแล้ว เรามักจะตกหลุมรักงานออกแบบนั้นไปอีกนาน Humor Sapiens จึงไม่เรียกตัวเองว่าเป็นแบรนด์ธุรกิจ แต่ขอเรียกตัวเองว่าเป็น Product Designer จะถูกต้องที่สุด

“Humor Sapiens เป็นทีมโปรดักต์ดีไซน์ที่ตอนนี้พยายามจะเป็นทีมที่เก่งทางด้านการทำโปรดักต์มากๆ เพราะสิ่งนี้ยั่งยืนกว่า ถ้าทำโปรดักต์ที่ดีแต่ขายไม่ได้ เราก็หาทีมการตลาดมาช่วยขายได้ แต่ถ้าจุดตั้งต้นอย่างการทำโปรดักต์ทำออกมาให้ดีไม่ได้ น่าจะทำให้อย่างอื่นที่ตามมาไม่ยั่งยืนครับ”

Humor Sapiens

ใครเล็งสินค้าชิ้นไหนของ Humor Sapiens อยู่ แต่ยังรู้สึกลังเล ไม่มั่นใจว่าสินค้านั้นจะเข้ากับตัวเองไหม งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ไปลองจับของจริงกันดูได้ที่บูธ M16 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569

ติดตามผลงานของแบรนด์ Humor Sapiens เพิ่มเติมได้ที่ Instagram : humorsapiens.co