About
ART+CULTURE

Flower Power

ภาษาดอกไม้ในแบบของ ‘บอล นรภัทร’ ผู้พาดอกไม้มาบอกเล่าความทรงจำ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของคนตัวเล็กในห่วงโซ่ตลาดดอกไม้

Date 21-08-2026 Views 89
Read At ONCE
  • บทสนทนากับ ‘บอล-นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์’ ว่าด้วยเรื่องดอกไม้ อัตลักษณ์ทางเพศ ชีวิต และการเป็นศิลปินที่ให้ความทรงจำที่มีต่อดอกไม้นำไปสู่การสร้างศิลปะเพื่อเกษตรและแรงงาน

ถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่ผูกพันกับปากคลองตลาดและดอกไม้ เราอยากให้คุณมารู้จักศิลปินที่รู้จักดอกไม้ดีคนหนึ่งอย่าง ‘บอล-นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์’ ผู้ที่เติบโตมากับความรักในการทำพานไหว้ครู ไม่อยากเรียน ร.ด. และรักการเล่าเรื่องของคนเบื้องหลังการเบ่งบานของดอกไม้ผ่านงานศิลปะ

ONCE เห็นบทบาทล่าสุดของ ‘บอล-นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์’ ในการทำงานร่วมแบรนด์ไทยหลายแขนง รวมถึงยังคงพาผลงานศิลปะแห่งดอกไม้ของเขาไปอยู่ในเทศกาลความหลากหลายอย่าง H0M0HAUS มาแล้วด้วย การทำงานของบอลจึงอยู่ในสายตาของใครหลายคนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานที่พูดถึงความทรงจำ อัตลักษณ์ และเกษตรกรหรือแรงงานที่ทำงานเกี่ยวกับดอกไม้

ความสนุกของบทสนทนาที่เราได้มานั่งจับเข่าคุยกับบอลในครั้งนี้คือการที่ผู้เขียนเองมักใช้ชีวิตด้วยหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับดอกไม้เพื่อแสดงออกถึงตัวตน ขณะเดียวกันที่บอลกลับมีดอกไม้เป็นสิ่งจุดประกายตัวตนที่แท้จริงภายในใจของเขาออกมาได้ ดอกไม้และบอลจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิง บทความนี้อยากพาไปมองพลังของดอกไม้ที่ได้อยู่ในมือของศิลปินที่เปี่ยมแพสชันในการสร้างงานศิลปะอันคำนึงถึงคนข้างหลัง

บอล นรภัทร

ฝังราก

วัยเด็กของบอลอาจไม่ได้หวือหวาถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าเป็น ‘วีรกรรมในวัยเด็ก’ แต่ทุกก้าวเล็กๆ ของเด็กน้อยวัยประถมอย่างบอลกลับมีดอกไม้เป็นชิ้นส่วนชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายอยู่ในทุกๆ ห้วงความจำ จนกระทั่งความรักในดอกไม้เริ่มเติบโตในหัวใจ ผลิบานจนร้องเรียกอยู่เสมอว่า ดอกไม้คือตัวตนของบอล

ทำไมดอกไม้ถึงมีอิทธิพลกับบอล

เราชอบดอกไม้มาตั้งแต่จำความได้แล้ว ทุกครั้งที่ได้ไปต่างจังหวัดกับแม่ แม่จะแอบถ่ายภาพเก็บเอาไว้ว่าไปดมดอกไม้ตรงไหน หรือไปหยิบดอกไม้ตรงไหนกันบ้าง อย่างตอนช่วงปิดเทอมฤดูร้อนประมาณป. 1 – ป.2 แม่พาไปบ้านป้าที่สุรินทร์ แล้วป้าเก็บสะสมหนังสือพฤกษศาสตร์ เราชอบหยิบมาดูเวลาว่าง เป็นการดูแบบไม่ได้ตั้งใจจำแต่เรากลับจำดอกไม้ได้หมดเลยว่า ดอกไหนชื่ออะไร หรืออย่างตอนที่ไปตลาดต้นไม้กับที่บ้าน เราก็จะชี้และตอบได้หมดเลยว่า ต้นที่เห็นคือดอกอะไร คนในบ้านก็ตกใจว่าทำไมเราถึงจำได้ (หัวเราะ) จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราเก็บดอกไม้รอบบ้านมาทำเป็นมงกุฎดอกไม้และก็สวมมัน เรามีความสุขมาก ในตอนนั้นเองก็ได้เข้าใจถึงอัตลักษณ์ทางเพศของเรามากขึ้น เพราะในความทรงจำนั้น รู้สึกว่าอยากเป็นเจ้าหญิง

ณ เวลานั้น ดอกไม้เลยอาจไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่เราชอบนะ แต่กลายเป็นวัตถุหนึ่งที่พาไปค้นหาตัวตนของเรา ได้ค้นหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ ได้ค้นพบว่าเ ราเป็นใคร ต้องการทำอะไร ดอกไม้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สะสมตัวตนของเราตั้งแต่เด็กจนโตเลย

บอล นรภัทร

ความผูกพันกับปากคลองตลาด

เราโตมาในฝั่งธนฯ โรงเรียนที่เรียนก็อยู่ฝั่งธนฯ สมัยเรียนเราชอบจัดพานไหว้ครู จัดบอร์ด จัดกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนด้วยดอกไม้สดตลอด อะไรที่เป็นงานฝีมือ ทุกคนมักจะเรียกให้เราไปทำเสมอ (หัวเราะ) เพราะเราเป็นคนที่ชอบวาดรูป ชอบจัดดอกไม้ ชอบร้อยมาลัย ชอบทำพานไหว้ครูมาโดยตลอด เราเลยชอบไปปากคลองตั้งแต่เด็กๆ เลย เพราะว่าปากคลองเป็นพื้นที่เดียวที่สามารถซื้อดอกไม้มาทำพานไหว้ครูได้

การได้ไปซื้อดอกไม้เพื่อทำพานไหว้ครูบ่อยๆ เลยทำให้เราเห็นการเปลี่ยนผ่านของปากคลองตลาด เมื่อก่อนปากคลองตลาดเป็นทางเท้า คนสามารถเดินได้แค่เลนเดียวเท่านั้น เพราะว่าทั้งสองฝั่งจะเต็มไปด้วยดอกไม้ ฝั่งที่เป็นร้านดอกไม้ ปัจจุบันยังคงเป็นร้านอยู่ แต่อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นที่ที่คนท้องถิ่นเอาดอกกุหลาบมาขายในราคาถูกกว่าร้านใหญ่ๆ คุณภาพอาจไม่ได้ดี ไม่ได้สวยมากมาย แต่น่าใจหายที่พื้นที่ตรงนั้นหายไป เพราะสุดท้ายกรุงเทพฯ ได้มีการจัดระเบียบเมืองใหม่เพื่อคืนทางเท้าให้คนเดิน พื้นที่ตรงนั้นก็เลยไม่เหลืออีกแล้ว ซึ่งเราเข้าใจนะ มันดีต่อคนเดินเท้าและคนที่ใช้ชีวิตแถวนั้นมากขึ้น รถติดน้อย แต่วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นหายไป ซึ่งจริงๆ แล้วโลกเป็นแบบนี้แหละ ในทุกๆ เรื่องก็ต้องมีทั้งคนเสียประโยชน์และคนที่ได้ประโยชน์ ทุกเรื่องไม่ได้มีแค่ขาวและดำ บางอย่างจะมองแค่เรื่องความสวยงามก็คงไม่ได้ เหตุการณ์ตรงนี้เลยทำให้เรารู้สึกเข้าใจคน เข้าใจโลกมากขึ้น และได้ฉุกคิดอะไรหลายอย่างเลย

บอล นรภัทร

รั้วมหาวิทยาลัยของบอลได้มีพื้นที่ให้บอลแสดงออกถึงตัวตนไหม

ช่วงมหาวิทยาลัย สิ่งที่นำเสนอออกไปผ่านการวาดรูปหรือผลงานอื่นๆ ก็แล้วแต่ มันบอกตัวตนเราทั้งหมดแบบปิดซ่อนไม่ได้ จำได้ว่าตอนปีหนึ่งที่เรายังไม่ได้ออกตัวว่าเป็นอะไร หรือตัวตนลึกๆ ของเราเป็นแบบไหน มีคลาสที่อาจารย์ให้วาดอะไรก็ได้บนเฟรมผ้าใบ เราวาดผีเสื้อตัดด้วยขอบสีทอง แล้วทุกคนก็ตกใจกับสิ่งที่เราวาด ตอนนั้นเราไม่เข้าใจว่าการวาดผีเสื้อแล้วมันน่าตกใจยังไงเหรอ? เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าสัญญะอย่างดอกไม้และผีเสื้อคือการบ่งบอกว่า เราไม่ใช่ผู้ชาย

พอรู้แบบนั้น เราเลยหยุดทำสิ่งนั้นไป เพราะกลัวเพื่อนล้อ ตอนนั้นเราไม่พร้อมที่จะเปิดตัวหรือแสดงออกตัวตนของตัวเอง ทำให้ไม่กล้าวาดผีเสื้อ หรือฟังเพลง มันอาจจะระบุได้ว่า เขาไม่ใช่ผู้ชาย เพราะสมัยมัธยมเราอยู่โรงเรียนวัด ทุกคนไม่สนใจเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเขาเองก็ไม่รู้ ทุกคนมาเรียนแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่มหาวิทยาลัยคือโลกที่มันกว้างขึ้น แล้วก็มีบางสังคมที่เขาแสดงออกด้วยสัญญะกันอยู่จริงๆ

บอล นรภัทร

บอลในเวลานั้นได้นิยามว่า ตัวเองเป็นดอกไม้ชนิดไหนไหม

คำถามนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาเลย อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ถามเหมือนกันว่า เราคิดว่าตัวเองเป็นดอกไม้อะไร ตอนนั้นเราตอบไปว่าเป็นดอกพุด จริงๆ ตอนนี้ก็ยังคิดแบบนั้นนะ เพราะดอกพุดเป็นดอกไม้ที่ชอบมากตั้งแต่เด็กจนโต ชอบกลิ่นและรูปลักษณ์ของมันที่สุด แล้วจริงๆ ใบของดอกพุดมักนำมาใช้ปักแจกันเยอะมากๆ เพราะเป็นใบที่มันวาว แข็งแรง จุ่มน้ำแล้วอยู่ได้นาน ในขณะที่ดอกของมันเหลืองง่าย เหี่ยวง่าย แต่สดใสและหอม เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นดอกพุด ดอกไม้ที่มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนแออยู่ในตัวเอง รู้สึกว่าเราเป็นคนแบบนั้น

ในเวลานั้นอาจารย์ก็พูดกับเราว่า ‘แล้วคุณรู้ไหมว่า ดอกพุดเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นพิศวง’ ซึ่งในประโยคนั้นมันแฝงความหมายว่า เขารับรู้นะว่าเราปกปิดเรื่องเพศสภาพ อาจารย์คงหวังดีและอยากผลักดันให้เรากล้าแสดงออกนั่นแหละ แต่ตอนนั้นเราไม่พร้อมจริงๆ ซึ่งพอมองย้อนกลับไปแล้ว เราก็มองว่า ดีใจที่ตัวเองยืนหยัดในตัวเอง และคิดถูกแล้วที่ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเปิดตัว เพราะการได้พูดในตอนที่พร้อมมันดีที่สุดแล้ว ฉะนั้นงานศิลปะของเราในช่วงแรกเลยยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องเพศ แต่พูดถึงความทรงจำมากกว่า

บอล นรภัทร

สำหรับบอลแล้ว ดอกไม้มีเพศไหม (ละเว้นความหมายเชิงชีววิทยา)

ตอบยากจัง แต่คิดว่า ก็คงต้องมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ไม่ต้องระบุเพศ มันก็มีชีวิตที่สวยงามของมันได้ แต่ในขณะเดียวกันบางอย่างก็ต้องระบุ จะได้มีตัวตนของมันได้เช่นกัน ทุกอย่างมีสองแง่มุมตลอด อย่างตัวเรามองว่า ไม่ต้องการให้ใครมาระบุตัวตนและไม่ได้อยากระบุตัวตนของตัวเอง แต่กับคนบางกลุ่มเขาต้องการจะระบุตัวตนเพื่อให้มีคำที่นิยามความเป็นเขา เพราะการได้มีตัวตนคือสิ่งที่มีคุณค่ากับมนุษย์จริงๆ

บอล นรภัทร

เติบโต

หลังจากผ่านรั้วการศึกษา บอลก็ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า จริงๆ แล้วบอลไม่ได้ทำงานเป็นศิลปินทันทีที่เรียนจบการศึกษา แต่บอลเข้าสู่วัฏจักรของการเข้างานเช้า-เลิกงานตรงเวลา และพยายามใช้วันหยุดไปกับการเติมแพสชันศิลปินที่ยังคงซ่อนอยู่ดั่งเงาตามติดที่คอยเรียกหาบอลอยู่ตลอดเวลา

ในตอนนั้นชีวิตงานประจำของบอลเป็นยังไงบ้าง

ตอนนั้นเรายิ่งรู้สึกว่า การทำงานศิลปะมันพิเศษ เพราะมีจุดหนึ่งที่ทำงานประจำมานานมากจนรู้สึกว่าตื่นมาแล้วรู้สึกชีวิตมันไร้ค่า งานประจำที่ทำคือกราฟิก ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองทำงานแบบเดิมๆ เข้างานแล้วก็มาเปิดจอคอมพ์ ทะเลาะกับคนในออฟฟิศ (หัวเราะ) แล้วก็กลับบ้านไปนอน ตอนนั้นเองรู้สึกว่า ชีวิตของมนุษย์ที่เรียนจบมาแล้ว มันเหลือแค่นี้เองเหรอ? เราก็เลยเอางานศิลปะมาพาให้ตัวเราได้ออกไปพูดคุยกับคน ได้คุยกับคนขายดอกไม้ ได้ไปสวนดอกไม้ ได้กลับมาจัดงานศิลปะที่บ้าน ได้เห็นชีวิตของดอกไม้ พอได้ทำแบบนั้นก็ได้รับรู้ว่า นี่แหละคือคุณค่าของชีวิตที่เราตามหา

ตอนนั้นเราชอบมากเลยนะที่ในแต่ละเดือน เงินจะหมดไปกับการซื้อดอกไม้เพื่อนำมาถ่ายงาน ตอนนั้นเราไม่ซีเรียสด้วยซ้ำที่ไม่มีเงินเก็บ เพราะได้เงินมาเท่าไหร่ก็เอาไปลงกับดอกไม้หมดเลย ไม่ซีเรียสที่ไม่มีเวลาว่างด้วย

บอล นรภัทร

การจัดดอกไม้เป็นงานศิลปะนอกเวลางานประจำ พาบอลไปเจอกับอะไร?

คงเป็นช่วงที่ถ่ายดอกชบา เป็นชิ้นงานที่เราออกตามหาดอกชบาจาก 50 เขตในกรุงเทพฯ แบบที่เราไม่มีความรู้มาก่อนเลยว่า จุดไหนที่จะมีดอกชบาบ้าง ตอนแรกๆ ที่เดินตามหาคนเดียว เราสิ้นหวังมาก จนกระทั่งเดินไปเจอพี่วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งแถวๆ คลองถม เราเลยขอให้พี่เขาช่วยพาขับหาดอกชบาทั่วเขตในกรุงเทพฯ ได้ไหม โชคดีมากที่พี่วินคนนี้รู้ว่า ดอกชบาหน้าตาเป็นยังไง เพราะบางคนก็ไม่รู้จักดอกชบานะ ตอนนั้นเลยเป็นการขับหาดอกชบาจากเขตบางแคไปถึงลาดกระบัง

บอล นรภัทร

เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ทั้งตากฝน ทั้งตากแดด เพื่อออกไปตามหาดอกชบา กลายเป็นว่าระหว่างทางที่ค้นหาดอกชบาทั้ง 50 เขต ทำให้เราได้เห็นพื้นที่ต่างๆ ของผู้คนเยอะมากๆ มีบางเวิ้งในกรุงเทพฯ ที่ได้เห็นแล้วเหมือนเราหลุดไปอยู่อีกโลก งานภาพชุดดอกชบาเลยพาเราไปเจอชีวิตคนที่หลากหลายมากๆ เช่น มีบ้านหลังหนึ่งที่ปลูกดอกชบาไว้ข้างในบ้าน เป็นบ้านหรูเลย ซึ่งอะไรดลใจไม่รู้ให้เราไปกดออดหน้าบ้านเขา เพื่อขออนุญาตเข้าไปถ่ายดอกชบา ไม่รู้เราคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็ใจดีให้เข้าไปถ่ายภาพจริงๆ ฉะนั้น 50 ภาพถ่ายดอกชบาเป็นงานที่พาไปเจอผู้คนหลากหลายรูปแบบ เรามีความสุขกับการทำสิ่งนี้ ณ ช่วงเวลานั้นมากจริงๆ

บอล นรภัทร

เรื่องราวที่บอลมักเล่าในผลงานคืออะไร

นอกจากเรื่องความทรงจำ การแสดงออกทางอัตลักษณ์ของตัวเองแล้ว ก็มีเรื่องชนชั้นที่อยากเล่าถึง เพราะมีช่วงที่เราได้ไปเป็นศิลปินพำนักที่ต่างประเทศ เราต้องดิ้นรน การไปอยู่ตรงนั้นทำให้ยิ่งเห็นว่า คนแบ่งชนชั้นกันได้จริงๆ เราเลยเห็นว่าคนเราไม่ได้แบ่งแยกกันแค่เรื่องเพศ แต่แบ่งแยกกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะชนชาติ สีผิว หรือแม้กระทั่งแนวคิด เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญพอๆ กัน เราก็เลยใช้ประเด็นเรื่องชนชั้นมาพูดต่อในงานศิลปะช่วงหลังๆ ด้วย

บอล นรภัทร

นั่นเป็นเหตุผลที่บอลชอบทำงานที่สื่อถึงเกษตรกร/แรงงานหรือเปล่า

งานของเราโฟกัสกับคนที่อาจจะไม่ได้โอกาสเท่าเรา อย่างชุดที่เราทำงานกับดอกกุหลาบ เราเล่าเรื่องของเกษตรกรสวนกุหลาบที่เชียงใหม่ หรือกลุ่มคนที่ร้อยมาลัย หรือกลุ่มคนที่เป็นแรงงานที่อยู่ในปากคลองเอง เพราะดอกไม้แต่ละดอกย่อมมีคนเบื้องหลัง มีสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องแลกหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นกลุ่มคนที่ไม่ถูกมองเห็นในสังคม

กลับกลายเป็นว่างานในยุคหลังมานี้ของเราเป็นเรื่องความเป็นมนุษย์ เราแค่อยากเป็นตัวกลางในการพาคนกลุ่มนั้นมาอยู่ในงานของเรา แล้วทำให้คนอื่นๆ ได้เข้าใจกลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้นเท่านี้เอง

บอล นรภัทร

(กำลัง) ผลิบาน

บทความนี้คือการย่นย่อเส้นทางศิลปินผู้ผูกพันกับปากคลองตลาดแบบที่พยายามจะพาให้ทุกคนได้รู้จักบอลมากขึ้น แม้เสียดายว่า เล่าสิ่งที่ ONCE นั่งพูดคุยกับบอลได้ไม่หมดทุกถ้อยคำ แต่เชื่อว่าทุกกระบวนการการเติบโตของบอลตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน จะทำให้ทุกคนเข้าใจในอุดมคติ แพสชัน จุดยืน และตัวตนของบอลได้มากขึ้น และบอลในวันนี้คือบอลในเวอร์ชันที่พึงพอใจกับทุกเส้นทาง ประสบการณ์ และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตอย่างแท้จริงแล้ว

บอล นรภัทร

บอล นรภัทร

แล้วการทำงานศิลปะของบอลในปัจจุบันนี้เป็นแบบไหน

ตอนนี้การทำงานต่างๆ ก็ดีขึ้น แม้ว่าจะยังทำงานประจำอยู่ แต่มีเวลาให้งานศิลปะมากขึ้นได้ ซึ่งเราก็ยังไม่ละทิ้ง นี่เป็นรากฐานของเรามาโดยตลอด เรายังคงทำงานศิลปะที่เชื่อมโยงไปหากลุ่มคนเบื้องหลังเสมอ เพราะไม่อยากกลายเป็นคนที่ไม่คิดถึงคนข้างหลังในวันที่เราสบายแล้ว แต่เราควรคิดถึงคนข้างหลังมากขึ้นในวันที่เราสบายขึ้นแล้วมากกว่า

บอล นรภัทร

ดอกไม้ ปากคลองตลาด และงานศิลปะ ได้ปลดล็อกความหมายชีวิตบอลยังไง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงเห็นภาพการเป็นศิลปินคือการที่มีงานศิลปะจัดแสดงสวยๆ ในแกลเลอรีที่มีชื่อเสียง และผลงานก็ถูกซื้อโดยนักสะสมหรือมิวเซียม แต่สำหรับเราในตอนนี้ การเป็นศิลปินทำให้เราได้ใช้ชีวิตและได้พูดถึงกลุ่มคนที่เขาไม่มีโอกาสถูกพูดถึง

อีกอย่างคือการที่ได้เลือกใช้ดอกไม้ในการทำงานศิลปะบางชิ้น เราได้ซื้อโดยตรงจากสวนดอกไม้เอง โดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แค่นั้นเราก็มีความสุขมากขึ้นแล้ว แม้ว่าเงินก้อนนั้นจะเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่มันกลับไปหาเกษตรกรได้อย่าง 100%

อีกอย่างคือความสุขที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้คือการที่เราได้เข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น และมีโอกาสได้คิดก่อนที่ทำมากขึ้น แล้วก็ได้ยอมรับว่า ตัวเองไม่ใช่คนดีเลิศขนาดนั้น สามารถเตือนตัวเองได้ว่า เราไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้น

ช่วงเวลาที่เราได้ทำงานศิลปะคือช่วงเวลาที่มีคุณค่าของที่สุดในชีวิตแล้ว ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ยึดติดอีกต่อไปแล้วว่า เราต้องมีชีวิตยืนยาวเพื่อเห็นความสำเร็จของตัวเอง เพราะตอนนี้มองว่า เราทำสำเร็จแล้ว เราได้ใช้งานศิลปะเป็นตัวกลางในการไปเจอผู้คน ได้พูดคุยกับคน ได้กินข้าวกับแม่ค้า ได้เข้าใจคนมากขึ้น นี่คือปลายทางของเราแล้ว เราตายได้แล้ว (หัวเราะ)

ไปสำรวจผลงานและเส้นทางการผลิบานต่อไปของบอลได้ที่
Instagram : naraphat_s
Website : https://www.naraphatsakarthornsap.com/