About
ART+CULTURE

Threads Beyond

มองความเป็นอยู่ของแรงงานหญิงที่ต้องเผชิญปัญหาสภาพอากาศ ผ่านศิลปะจากยางพาราของแก้วตระการ จุลบล

Date 14-10-2026 Views 83
Read At ONCE
  • สัมผัสชีวิตเบื้องหลังผืนผ้าของแรงงานหญิงกัมพูชาและชนเผ่าวิชีในอาร์เจนตินา ที่ต้องรับศึกหนักทั้งจากวิถีชีวิตดั้งเดิม อุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่น และวิกฤตสภาพอากาศโลก ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “Threads of Resilience” โดยศิลปิน ‘นิ่ม-แก้วตระการ จุลบล’ ผู้ดึงศักยภาพของ ‘ยางพารา’ มาผสมผสานกับเศษผ้าและแสงไฟนีออน เพื่อสะท้อนความยากลำบากที่แลกมาด้วยแรงกาย พร้อมชวนเราตั้งคำถามและย้อนมองตู้เสื้อผ้าในบ้านใหม่อีกครั้ง

ตลอดเดือนตุลาคม 2569 นี้ ชั้น 2 ของร้านชาอายุมากกว่า 100 ปีอย่าง Nokyoong ชาตรานกยูง
ได้ถูกเส้นใยถักทอให้กลายเป็นพื้นที่ที่ตีแผ่คุณภาพชีวิตแรงงานหญิงกัมพูชาและอาร์เจนตินา ท่ามกลางปัญหาสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิม ผ่านนิทรรศการ “Threads of Resilience: Women on the Frontlines of Climate Change” ที่ศิลปินอย่าง ‘นิ่ม-แก้วตระการ จุลบล’ นำเอาวัตถุดิบ เส้นใย ภาพถ่าย เสื้อผ้าส่วนตัวของศิลปินและแสง มาเล่าเรื่องราวของแรงงานหญิงจากสองพื้นที่ห่างไกลอย่างอาร์เจนตินาและกัมพูชา

หลังเดินออกจากนิทรรศการนี้ไป คุณอาจจะหันกลับไปมองเสื้อผ้าในบ้าน หรือยั้งใจไม่ซื้อเสื้อผ้าที่กดเพิ่มลงในตะกร้าแอปช็อปปิง เพราะชีวิตของผู้หญิงกัมพูชาและอาร์เจนตินาอาจจะทำให้เราได้ย้อนมองตู้เสื้อผ้าในบ้านเปลี่ยนไปก็ได้

Threads of Resilience

วิกฤตภูมิอากาศในวิถีแรงงาน

ศิลปินทำงานร่วมกับ The Pulitzer Center องค์กรไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐอเมริกาที่ได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลของกลุ่มผู้หญิงในสองบริบทที่แตกต่างกันแต่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ได้แก่ ชุมชนชาววิชี (Wichí) ชนเผ่าพื้นเมืองในอาร์เจนตินา และกลุ่มแรงงานหญิงในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในประเทศกัมพูชา ที่ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นแรงงานหญิงชั้นล่างที่ต้องใช้ทักษะการเย็บ ปัก ถัก และทอผ้าเพื่อการดำรงชีวิต แม้จะใช้เทคนิค วิธีการ และเครื่องมือต่างกันก็ตาม แต่กลับต้องเผชิญกับความยากลำบากในวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลก

Threads of Resilience

“งานที่นิ่มทำอยู่แล้วคือเรื่องยางพารา ซึ่งพูดเรื่อง Climate Change ตรงที่ถ้าโลกร้อนเกินไป ยางพาราก็ไม่ออก เพราะอุณหภูมิมีผลต่อการไหลของน้ำยาง ซึ่งการผลิตยางได้น้อยก็กระทบต่อหลายๆ อุตสาหกรรม จุดร่วมของงานที่นิ่มทำโดยส่วนตัวกับนิทรรศการนี้จึงเป็นการที่แม้ว่านิ่มจะไม่ได้เป็นคนทอผ้า แต่เราเป็นคนที่ใช้มันและเข้าใจเรื่องของ Climate Change จึงเห็นจุดร่วมของผลกระทบที่เกิดตั้งแต่คนสร้างสรรค์งาน จนถึงอุตสาหกรรมที่ใหญ่ขึ้น”

Threads of Resilience

ผลงานในนิทรรศการนี้ นิ่มใช้วัสดุที่ถนัดโดยส่วนตัวอย่างยางพาราร่วมกับวัสดุและวัตถุอื่นๆ การใช้เสื้อผ้าส่วนตัวศิลปิน รวมถึงการเล่นกับแสงสีในพื้นที่ คือสิ่งที่สื่อสารถึงความเป็นอยู่ของแรงงานทั้งสองพื้นที่นี้

Threads of Resilience

Threads of Resilience

ยางพารา เศษผ้า และแสงไฟ

ผลงานติดตั้งเส้นใยทอขนาดใหญ่ที่ทำจากยางพารา สื่อถึงระยะทางอันยาวไกลที่หญิงชาว Wichí ต้องเดินเท้าออกไปหาเส้นใยชากัวร์ เส้นใยพื้นถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ และการถูกรุกรานจากการทำปศุสัตว์และเกษตรกรรม ทำให้ต้นชากัวร์มีลดจำนวนลง หายากขึ้น ส่งผลให้ผู้หญิงต้องเดินเท้าไกลขึ้นหลายสิบกิโลเมตร เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนทุกวัน เพื่อหาวัตถุดิบมาทำสิ่งทอ

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

ศิลปินจึงนำเสนอผลงานชิ้นนี้ด้วยการนำยางพารามาย้อมสีและเรียงทีละเส้น เพื่อสะท้อนถึงการเดินทางของเส้นใยผ้าด้วยความยากลำบาก แต่ขณะเดียวกันศิลปินก็ทำให้ชิ้นงานนี้มีเส้นใยยางพาราแบบไม่เต็มผืน สะท้อนผ้าที่ยังทอไม่เสร็จ เพื่อเป็นการบอกกลายๆ ว่า ทรัพยากรธรรมชาติจะค่อย ๆ หายไปเพราะภาวะโลกร้อน พร้อมกันกับอาชีพ-รายได้ของแรงงานหญิงที่ลดลงเรื่อยๆ และความอ่อนล้าทางกายที่ต้องแลก แรงงานหญิงชาว Wichí จึงพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการปลูกชากัวร์ในพื้นที่เล็กๆ บริเวณบ้านของตนเอง เพื่อเพิ่มจำนวนต้นชากัวร์ให้มากขึ้นพอที่จะเลี้ยงปากท้องได้

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

ดวงอาทิตย์จากผ้าใบ เมื่อมองขึ้นไปด้านบนจะเห็นประติมากรรมรูปดวงอาทิตย์ที่ทำมาจากเศษผ้าเหลือทิ้งที่ศิลปินขอมาจากโรงงานเย็บผ้า สื่อถึงความร้อนที่แผดเผาและสะท้อนภาพเบื้องหลังของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ผลิตเสื้อผ้าส่งออกให้แบรนด์ดังทั่วโลกอย่างแรงงานหญิงกัมพูชาที่ผลิตเสื้อผ้าส่งออกให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก แต่คุณภาพชีวิตแรงงานกลับต้องทำงานหนักตลอดวันตลอดคืน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความเป็นมนุษย์

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

นอกจากนี้ยังมีการใช้แสงไฟนีออนในการจำลองบรรยากาศการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมกัมพูชา ทั้แสงสว่างยิ่งทำให้แสบตาและร้อนอบอ้าว สร้างความทุกข์ทรมานต่อแรงงานที่ต้องทนทำงานภายใต้ความกดดันและอากาศที่ร้อนจัดนั่นเอง

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

Threads of Resilience

คุณค่ามนุษย์ในตู้เสื้อผ้า

“รูปโครงสร้างคนที่อยู่ด้านหลัง นิ่มอยากพูดถึงร่างกายของแรงงานผู้หญิงที่เป็นทั้งเมีย แม่ ผู้ดูแลโลก เป็นผู้ดูแลชุมชน หรือเป็นผู้นำครอบครัว เราแค่มองว่าทำไมความเป็นผู้หญิงทำไมดูหนักอึ้งจังเลยนะ

Threads of Resilience

“แรงงานไทยตอนนี้ก็น่ากังวลเหมือนกัน คือแรงงานไทยมีฝีมือ มีความประณีต มีความละเมียดละไมมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแรงงานจากที่อื่นเข้ามา ถ้าพูดตรง ๆ แอบรอดยากเหมือนกัน เพราะถ้าให้คัดเกรดคุณภาพที่ดีจริงๆ ราคาก็ต้องเป็นอีกแบบ แต่ถ้าเราชัดเจนว่า แบรนด์นั้นๆ ถักทอด้วยช่างฝีมือหรือแบรนด์ต้องการสื่อสารอะไรกับคนซื้อ จะมีกลุ่มคนที่ยอมจ่าย เพราะรู้ว่านี่มาจากฝีมือมนุษย์จริง ๆ ทางรอดตอนนี้คงไม่ใช่การไปตัดราคาแข่งกับใคร แต่เป็นการชูคุณภาพและตัวตนเข้าสู้แทน เพื่อให้คนตระหนักถึงฝีมือแรงงานของไทยด้วย”

Threads of Resilience

Threads of Resilience

และในความตระหนักที่ว่า ทำให้นิ่มได้หวนย้อนมองเสื้อผ้าในตู้ของตนเอง ที่แม้ว่านิ่มจะเคยซื้อมาแล้วไม่ได้ใส่เลย ซื้อมาเพียงเพราะชิ้นนั้นสวย ซื้อด้วยความคิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้มาซึ่งชุดนี้อย่างง่ายดาย แม้ว่ามีคุณค่าทางใจบางอย่าง แต่นิ่มไม่เคยหยิบชุดนั้นมาใส่เลย ชุดของนิ่มจึงถูกตรึงเอาไว้คู่กันกับผ้าผืนใหญ่ที่ผู้หญิงอีกกลุ่มอย่างชาว Wichí ต้องใช้แรงกาย ความอดทน และเวลาเป็นเดือนๆ เพื่อแลกมาซึ่งการดำรงชีวิต ถึงจะได้ผ้าผืนข้างๆ กันออกมา

“แม้ว่านิ่มจะเป็นคนที่ช็อปปิงน้อยอยู่แล้ว แต่การทำนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้เราคิดมากขึ้น คิดว่าจะใช้เสื้อผ้าต่อได้อีกนานไหม ใช้ในโอกาสไหนได้บ้าง วู่วามน้อยลง ไม่ได้บอกว่าหลังทำนิทรรศการนี้ นิ่มกลายเป็นคนดีเลย แต่เรากลายเป็นคนที่คิดเยอะขึ้นมากกว่า”

Threads of Resilience

นิทรรศการนี้ไม่ได้ตั้งเป้าให้ผู้เข้าชมต้องกลายเป็นคนสมบูรณ์แบบหรือเลิกบริโภคโดยสิ้นเชิง แต่ต้องการจุดประกายให้เกิดความตระหนักรู้ และการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนการเลือกซื้อเสื้อผ้า หรือใช้ชีวิตในสังคมบริโภคนิยม ให้ตระหนักถึงเบื้องหลังความยากลำบากและคุณค่าของแรงงานมนุษย์ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนการผลิต

Nokyoong Tea House ทรงวาด
4 – 31 ตุลาคม 2569
วันอังคาร-อาทิตย์ 10.30 – 16.00 น.
เข้าชมฟรี