About
FLAVOR

From Bake to Love

ทัศปัณ เบคช็อป โฮมเมดเบเกอรีกลางเมืองหาดใหญ่ที่ส่งต่อความอบอุ่นจากเตาแทนรักของคู่เชฟแม่ลูก

Read At ONCE
  • ทัศปัณ เบคช็อป คาเฟและโฮมคุกกลางเมืองหาดใหญ่ของสองแม่ลูก เชฟรัตน์-อมรรัตน์ และ เชฟฝน-ทัศนพร ดิลกวราห์กุล เริ่มต้นจากความรัก ความใส่ใจ และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เยียวยากายและใจ โดยตั้งใจมอบ ‘มื้ออาหารที่ดี’ เพื่อเติมเต็มความสุขให้ผู้คนในทุกๆ วัน

มีร้านแบบนี้อยู่ไม่กี่แห่งหรอก ร้านซึ่งไม่ได้เริ่มจากแผนธุรกิจสวยหรู แต่เริ่มจากความสุขตอนได้กินของอร่อย แล้วอยากแบ่งความสุขนั้นให้คนอื่นด้วย

พอเดินเข้า 'ทัศปัณ เบคช็อป' ร้านเล็กๆ กลางเมืองหาดใหญ่ของแม่ลูกคู่หนึ่ง คือเชฟรัตน์-อมรรัตน์ ดิลกวราห์กุล (แม่) กับเชฟฝน-ทัศนพร ดิลกวราห์กุล (ลูก) ความรู้สึกแรกก็มาถึงทันที ‘กันเองและอบอุ่น’

คอนเซปต์ของร้านเรียบง่ายมาก แต่ยิ่งฟังยิ่งรู้ว่าแฝงความหมายไว้เต็มเปี่ยม เพราะบางความรักไม่เคยถูกพูดออกมาเป็นคำ แต่ถูกส่งผ่านมื้ออาหารที่แม่ตั้งใจทำให้ลูกหลานได้กิน แล้ววันนี้ ความตั้งใจเงียบๆ นั้นก็เปิดประตูต้อนรับทุกคนที่แวะเข้ามา...

ทัศปัณ เบคช็อป

สองเส้นทางชีวิตที่มาบรรจบกัน

แม้ช่วงเริ่มต้น เส้นทางชีวิตของแม่ลูกคู่นี้จะดูเหมือนไปคนละทิศทาง แต่สุดท้ายความรักในอาหารและสุขภาพก็หมุนเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาเจอที่จุดเดียวกัน

กว่าจะมาเป็นร้านที่ลงตัวอย่างวันนี้ เชฟรัตน์เล่าให้เราฟังพร้อมรอยยิ้มว่า เคยผ่านช่วงล้มลุกคลุกคลานมาเหมือนกัน ทั้งจุดเริ่มต้นของร้านแรกและการลองผิดลองถูก

เชฟรัตน์ เคยเป็นพยาบาลที่ใช้ชีวิตทั้งวันดูแลสุขภาพคนอื่น จนวันหนึ่งเมื่อต้องเผชิญปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าครึ่งเดือน จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกอาหารอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จเสียทีเดียว แต่เพื่อ ‘เยียวยา’ คนผ่านอาหาร ด้วยความเชื่อว่า อาหารไทยรสชาติบ้านๆ แบบที่เธอเติบโตมาจากระโนด จะสามารถเยียวยากายและใจของผู้กินให้รู้สึกเหมือนได้ ‘กลับบ้าน’

ทัศปัณ เบคช็อป

ส่วนเชฟฝนก็เดินทางมาไกลไม่แพ้กันกับแม่ จากบัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ที่พบว่า ความสุขของตัวเองไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่กลับอยู่ที่เตาอบ เธอเริ่มเรียนรู้การทำเบเกอรีด้วยความเชื่อว่า “ขนมที่ดีต้องอบมาจากความสุขก่อน แล้วค่อยตามด้วยฝีมือ”

หลังจากตัดสินใจกลับบ้านและมาช่วยคุณแม่ เชฟฝนก็ออกเดินทางตามหาวัตถุดิบดีๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกลือน่าน น้ำตาลโตนดแท้กลิ่นหอมละมุนจากสงขลา หรือผลไม้ตามฤดูจากสวนอินทรีย์ใกล้บ้าน แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นเบเกอรีที่มีทั้งความเป็นสากลและกลิ่นอายบ้านเกิดอยู่ในตัว

ทัศปัณ เบคช็อป

จุดเปลี่ยนและปรากฏการณ์ ‘นิ้วล็อก’

ก่อนจะเปิดร้าน เชฟรัตน์ลงทุนไปเรียนชงกาแฟกับร้านดังของหัวหินอย่าง Velo Cafe อยู่พักใหญ่ กระทั่งได้เปิดเป็นคาเฟห้องเล็กๆ พร้อมกับเบเกอรีนิดหน่อย ในยุคที่ร้านกาแฟสดในหาดใหญ่ยังมีอยู่ไม่กี่แห่ง

“ตอนนั้นมีพนักงาน 2 คน รวมคุณแม่กับคุณพ่อก็ 4 คน ตั้งใจจะเปิดร้าน 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม แต่พอ 5 โมงเย็นพนักงานกลับบ้าน เหลือคุณแม่กับคุณพ่อรับศึกหนักกันเองสองคน ยอมรับว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด พอเปิดร้านจริงกลับชงผิดชงถูก ลูกค้าคอมเมนต์ว่า ทำไมสั่งแต่ละเมนูรสชาติเหมือนกันหมดเลย จนลูกค้ากาแฟหายหมด เหลือแต่ลูกค้าขนมปัง ยอมรับค่ะตอนนั้นเครียดมาก”

ทางออกแรกที่เชฟรัตน์เลือกคือการปรึกษาลูกสาว ซึ่งเจ้าตัวยังอยู่กรุงเทพฯ แต่เชฟฝนก็เสนอไอเดียให้คุณแม่ไปว่า “ลองทำ ‘น้ำผักผลไม้สกัดเย็น’ ดูไหม” เพราะเป็นเทรนด์สุขภาพมาแรงมาก ซึ่งยุคนั้นในหาดใหญ่ยังไม่มีใครทำเลย แม้ตอนแรกจะยังหวั่นๆ เรื่องราคา แต่จุดพลิกผันก็เกิดขึ้นเมื่อร้านนำน้ำสกัดเย็น 5 สูตรไปออกบูธในงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ผลตอบรับวันนั้นล้นหลามเกินคาด

“สรุปว่าขายดีมาก ขายดีชนิดที่เจ้าของร้านและน้องๆ พนักงานทำกันจน ‘นิ้วล็อก’ จนต้องขอปิดร้านพักผ่อนกันยาวๆ 2 วัน”

เหตุการณ์นั้นไม่เพียงทำให้ชื่อของทัศปัณ เบคช็อป กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสายเฮลตีของหาดใหญ่ แต่ยังเป็นแรงผลักให้เชฟฝนตัดสินใจย้ายกลับมาลุยร้านร่วมกับแม่อย่างเต็มตัว

ทัศปัณ เบคช็อป

ครัวโฮมคุก ภูมิปัญญาใต้ในรสมือแม่เฒ่า

จะมาสายสุขภาพซะทีเดียวก็ไม่น่าจะตอบโจทย์ สองแม่ลูกจึงค่อยๆ ปรับคอนเซปต์และจุดแข็งของร้านรวมถึงชื่อจนลงตัว ทุกวันนี้พื้นที่ของร้านแบ่งเป็น 2 ฝั่ง โซนอาหารโฮมคุกดูแลโดยเชฟรัตน์ เป็นห้องปรับอากาศรองรับลูกค้าได้ 4-5 โต๊ะ ส่วนโซนเครื่องดื่มและเบเกอรีดูแลโดยเชฟฝน ทั้งสองฝั่งต่างมีทั้งลูกค้าประจำ ทั้งคนในพื้นที่ และชาวต่างชาติที่มาทำงานอยู่ในหาดใหญ่แวะเวียนมาฝากท้องกันไม่ขาดสาย

สำหรับครัวโฮมคุก หนึ่งในเคล็ดลับความอร่อยและมิติของรสชาติในครัวทัศปัณ มีรากเหง้าอันลึกซึ้งที่ส่งต่อผ่านสายเลือดจากรุ่นต่อรุ่น เป็นครอบครัวที่มีความสุขกับการกินอยู่แล้ว เริ่มจากบรรพบุรุษคุณทวดมีเชื้อสายชาวเพชรบุรี ผู้พิถีพิถันในงานครัวโบราณและขนมหวานเป็นที่สุด ส่วนคุณแม่ของเชฟรัตน์ (ยายของเชฟฝนหรือแม่เฒ่า) เป็นชาวระโนด ก็เป็นคนหนึ่งที่พิถีพิถันมากเรื่องในครัว

ทัศปัณ เบคช็อป

เชฟรัตน์เล่าเสริมว่า คุณยายพิถีพิถันกับการกินมาก จะไม่ยอมไม่กินแกงถุง ไม่กินอาหารที่ซื้อมาโดยไม่รู้ว่ามาจากร้านไหน สูตรการทำเครื่องแกงได้รับการถ่ายทอดจากคุณยายตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่าง ‘มุมนั่งตำเครื่องแกง’ ที่ต้องเอียงครกเล็กน้อยเพื่อให้เครื่องแกงออกมาละเอียดและเข้าเนื้อ ไปจนถึงการควบคุมน้ำหนักมือในการตำ หรือแม้แต่เซนส์รสมือที่ไร้สูตรตวง คนรุ่นก่อนทำอาหารโดยไม่มีเครื่องชั่งตวงวัด แต่อาศัยความคุ้นชิน ภูมิปัญญา และรสมือที่รู้ว่าแกงขนาดนี้ต้องหยิบจับกะปิหรือเกลือเท่าไหร่ถึงจะพอดี

“สมัยก่อนการปรุงต้องอาศัยการชิมทุกครั้ง เพราะวัตถุดิบแต่ละล็อตไม่เหมือนกัน มะพร้าว มะขาม หรือส้มในแต่ละฤดูกาลให้รสชาติไม่เท่ากัน ทำอาหารให้อร่อยจึงต้องชิมและปรับตามวัตถุดิบหน้างานเสมอ”

เชฟรัตน์เล่าต่อว่า “พอเราเข้าใจรากเหง้าและวัฒนธรรมการกิน เราจะยิ่งเคารพวัตถุดิบจากแหล่งที่มา อาหารพาเราไปเจอเพื่อน เจอมิตรภาพดีๆ และทำให้เรามีความสุขที่จะส่งต่อ”

ทัศปัณ เบคช็อป

หัวใจของ Gastronomy และความยั่งยืน

ส่วนของเบเกอรีที่เชฟฝนดูแล ทำให้เธอเรียนรู้ว่า Gastronomy ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเรื่องราวของชีวิต ชุมชน และความยั่งยืนที่แท้จริง เบเกอรีของทัศปัณ เบคช็อป จึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ชุมชน และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ให้ได้สัมผัสอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ และดีต่อโลกไปพร้อมๆ กัน

ทัศปัณ เบคช็อป

ทัศปัณ เบคช็อป

ถ้าต้องย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์เบเกอรีที่นี่ เชฟฝนเล่าว่า น่าจะมาจากความใส่ใจตั้งแต่ต้นทางของวัตถุดิบ แม้ในส่วนของแป้งบางครั้งจะยังคงเลือกใช้แป้งคุณภาพสูงที่ไม่ใส่สารกันราและกันมอด เพื่อให้ได้สัมผัสที่ดีที่สุด แต่ในส่วนของไส้และรสชาติต่างๆ กลับเต็มไปด้วยการนำเสนออัตลักษณ์อันโดดเด่นของสงขลาและวัตถุดิบพื้นบ้าน

ทัศปัณ เบคช็อป

“ช่วงฤดูกาลไหนมีอะไร เราจะพยายามดึงมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำผักเหลียงตามฤดูกาลมาทำผักโขมอบชีส การเลือกใช้หมูหย็องจาก Local Artisan ในหาดใหญ่ น้ำตาลโตนดจากชุมชนสิงหนครและสทิงพระมาแปรรูปเป็นผงตีลงในเนื้อแป้งสำหรับขนมซีรีส์พิเศษ หรือแม้แต่ ส้มจุกจะนะ ส้มโอควนลัง ทุเรียนอินทรีย์จากสวนเพื่อนคุณแม่”

ขณะที่วัตถุดิบต่างถิ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างเกลือน่านที่ให้รสนัวกลมกล่อม เพื่อสร้างรสชาติที่เปิดกว้างและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น หรืองาจากทางภาคเหนือเธอก็นำมาใช้เช่นกัน ขอให้เป็นของดีประจำถิ่นและรู้ที่มา

ทัศปัณ เบคช็อป

ทัศปัณ เบคช็อป

นอกจากนี้ เชฟฝนและเชฟรัตน์ยังตั้งใจขับเคลื่อนประสบการณ์อาหารผ่านการจัดเวิร์กช็อปและคุกกิงคลาสสั้นๆ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชนต้นทาง ให้ผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาพักผ่อนร่วมกับครอบครัว สัมผัสวัฒนธรรมอาหารสงขลาอย่างใกล้ชิด แล้วยังเป็นการส่งต่อสูตรอาหารกันผ่านเสียงครก รสมือ และโต๊ะอาหารด้วย

“บางครั้งร้านเราเลยชอบจัดเวิร์กช็อป ชวนคนมาตำเครื่องแกง มาเรียนทำอาหาร จัดคุกกิงคลาส 5-10 คน หรือบางครั้งก็ออกไปตามหาถึงแหล่งวัตถุดิบ ไปสะกอม ไปจะนะแบบครึ่งวันอะไรแบบนี้”

ทัศปัณ เบคช็อป

ทัศปัณ เบคช็อป

ความตั้งใจนี้ยังขยายออกไปถึงพื้นที่ทางกายภาพของร้านด้วย ด้านหลังร้านมีพื้นที่ backyard เล็กๆ ที่เก็บไว้สำหรับจัดเวิร์กช็อปหรืออีเวนต์พิเศษโดยเฉพาะ เป็นมุมที่ทำให้การเรียนรู้เรื่องอาหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในครัว แต่กลายเป็นพื้นที่ให้คนมานั่งล้อมวงทำอาหารด้วยกันจริงๆ และหากวันหนึ่งถึงจังหวะที่พร้อม เชฟฝนยังฝันไกลกว่านั้นไปถึงการจัดตลาดเล็กๆ ชวนเพื่อนฝูงและคนในชุมชนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในพื้นที่นี้

ทัศปัณ เบคช็อป

ช่องว่างระหว่างวัย ที่เติมเต็มกันได้ลงตัว

เราเอ่ยถามถึงประเด็นการทำธุรกิจครอบครัวร่วมกันระหว่างคนสองรุ่น

เชฟฝนตอบอย่างเปิดใจว่า แน่นอนย่อมมีความต่างและความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่หัวใจสำคัญที่ครอบครัวใช้ขับเคลื่อนร้าน คือการปรับจังหวะ ผ่อนหนักผ่อนเบา และสลับบทบาทผู้นำ-ผู้ตาม วิธีนี้ดีที่สุด

เธอเล่าว่า แม่เปรียบเสมือน ‘ห้องสมุดเคลื่อนที่’ หรือคลังความรู้ทางวัฒนธรรมอาหารที่มี know-how ดั้งเดิมอย่างเปี่ยมล้น รู้ลึกถึงที่มาและศาสตร์ของรสชาติไทยโบราณ บางครั้งด้วยความเป็นศิลปินสูง ทำอาหารด้วยความรัก ความตั้งใจ และความจริงใจเพื่อส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้า จึงอาจไม่ได้เน้นเรื่องโครงสร้างการบริหารหรือการควบคุมต้นทุนมากนัก

ทัศปัณ เบคช็อป

“ฝนเองเลยหยิบเอาทักษะด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการเข้ามาช่วยเสริมในส่วนของโมเดลธุรกิจ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ รวมถึงวิธีปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย โชคดีมากที่คุณแม่เป็นคนเปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้และเติบโต ทำให้ร้านเดินหน้าต่อไปได้”

การผสานกันของสองรุ่นนี้เองทำให้ร้านผ่านวิกฤตมาได้หลายครั้ง ทั้งช่วงโควิด-19 ที่ต้องปรับตัวเป็นร้านเดลิเวอรีเต็มรูปแบบ ไปจนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ยังเป็นแผลใจของทั้งครอบครัวอยู่จนวันนี้

“ช่วงที่เจอโควิด-19 เราก็รีบปรับตัว เป็นร้านเดลิเวอรีร้อยเปอร์เซ็นต์ คอยรับส่งอาหาร ทำปิ่นโต ส่วนช่วงน้ำท่วมยอมรับว่าเราก็ยังเจ็บปวดอยู่นะ มันหนักมากๆ ของเสียหายเยอะมาก แถมยังมีของที่ไม่ได้รื้อลงมาเลย แต่เราก็ต้องเดินหน้าต่อ ลุยกันไปค่ะ (หัวเราะ)”

ทัศปัณ เบคช็อป

สิ่งที่แม่อยากให้ลูกกิน คือสิ่งที่อยากมอบให้ทุกคน

เมื่อเอ่ยถามถึงหัวใจสำคัญของร้าน คำตอบที่ได้คือการยึดถือมาตรฐานเรื่องวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยาย (ผู้เพิ่งจากไปเมื่อ 3 ปีก่อน)

อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น คุณยายจะหยิบเครื่องปรุงขึ้นมาอ่านฉลากทุกครั้ง และปฏิเสธอาหารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ความใส่ใจนั้นถ่ายทอดมาสู่ร้านอย่างเต็มเปี่ยม ผักสดต้องรู้ว่ามาจากสวนของเกษตรกรคนไหน กุ้งหรือปลาทะเลต้องตอบได้ว่ามาจากประมงพื้นบ้านที่ไหน เช่นเดียวกับโต๊ะขนมของทัศปัณ เบคช็อป ที่หมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไปทุกวัน ขนมอบสดใหม่จากเตาในรอบเช้า สลับกับขนมพื้นบ้านฝีมือเพื่อนคุณแม่วัยเกษียณที่ผลัดกันนำมาส่งตามวันว่าง ไปจนถึงปิ่นโตอาหารใต้โฮมคุก ล้วนปรุงขึ้นด้วยมือโดยไม่ใส่สารกันเสีย

“เรามีความสุขทุกวันที่ได้เห็นลูกค้าเดินเข้ามาเช็กไลน์อัปขนม วันไหนมาไม่เจอขนมที่ชอบ แค่มาทักทายกันก็ชื่นใจแล้ว”

ทัศปัณ เบคช็อป

ตัวแทนผู้ส่งต่ออาหารเมืองสงขลา

นอกเหนือจากบทบาทในร้าน ทัศปัณ เบคช็อป ทั้งคู่ยังเป็นเชฟคู่แม่-ลูกชาวสงขลาที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมอาหารของจังหวัด เชฟรัตน์เชี่ยวชาญวัตถุดิบถิ่นใต้และรสชาติสงขลาดั้งเดิม เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการ Songkhla Gastronomy ที่ร่วมขับเคลื่อนเมืองสู่สากล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเชฟ เกษตรกร และประมงพื้นบ้าน ผ่านกิจกรรมยกระดับอาหารและ Pop-up Dining

ขณะที่เชฟฝน ตัวแทนของกลุ่มเชฟรุ่นใหม่สงขลา มีบทบาทในโครงการ Gastronomy ผ่านการสร้างสรรค์ Dining Experience และคอร์สอาหารสไตล์ Farm-to-Table อย่างยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่วิทยากร ถ่ายทอดความรู้เรื่องอัตลักษณ์อาหารสงขลา มีประสบการณ์รังสรรค์กาลาดินเนอร์ต้อนรับแขกระดับประเทศและนานาชาติมาแล้วด้วย

ทัศปัณ เบคช็อป

ฟังเรื่องเล่าจากครัวแห่งนี้แล้ว เราอดนึกถึงประโยคคลาสสิกของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนชาวอังกฤษที่เคยเขียนไว้ใน A Room of One’s Own (1929) ไม่ได้ว่า

“One cannot think well, love well, sleep well, if one has not dined well.” (คนเราไม่อาจคิดได้ดี รักได้ดี หรือนอนหลับได้ดี หากยังไม่ได้กินอาหารที่ดี)

เพราะสุดท้ายแล้ว อาหารดีๆ หนึ่งมื้ออาจไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมกระเพาะให้อิ่ม แต่คือการเติมเต็มความรู้สึกข้างใน ให้เราพร้อมกลับไปคิดให้ดี รักให้ลึก และนอนหลับได้อย่างสงบใจ… เหมือนอย่างที่ทัศปัณ เบคช็อป ได้ตั้งใจมอบให้ทุกๆ คนเช่นกัน

ทัศปัณ เบคช็อป
เลขที่ 32 ถนนกระจ่างอุทิศ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น.
โทร: 098-652-6636, 093-774-4324
FB : Tasspun Bake Shop, Hatyai