It’s Okay To Do Nothing
คุยกับ Heejae Cho ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ผู้ทำให้การ ‘นั่งโง่ๆ’ กลายเป็นศิลปะฮีลใจผ่านคาแรกเตอร์ Mr. Do Nothing
- เมื่อการไม่ทำอะไรเลยกลายเป็นเรื่องยากในโลกที่บีบให้เราต้องก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา มาทำความรู้จักกับโลกของ Heejae Cho ผ่าน Mr. Do Nothing คาแรกเตอร์หน้านิ่งที่มาเตือนสติเราว่า บางครั้งการปล่อยให้ตัวเองได้หยุดพักและอยู่เฉยๆ บ้างก็สำคัญไม่แพ้กัน
ในโลกที่ทุกคนถูกบีบให้ต้องเร่งเดินไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา การหยุดนิ่งเฉยๆ อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าที่คิด นี่คือความรู้สึกใกล้ตัวที่ Heejae Cho ศิลปินและนักออกแบบชาวเกาหลีใต้หยิบมาถ่ายทอดผ่าน Mr. Do Nothing คาแรกเตอร์หน้านิ่งที่ไม่ค่อยพูด ไม่แสดงอารมณ์ และพร้อมจะนอนเฉยๆ ได้ทุกเมื่อ แต่กลับสะท้อนภาพคนที่กำลังเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายได้อย่างตรงไปตรงมา
จากภาพร่างในวันสบายๆ Mr. Do Nothing ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการพักผ่อนที่ผู้คนทั่วโลกต่างมองเห็นตัวเองอยู่ในนั้น ทั้งยังส่งต่อข้อคิดสะกิดใจว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรตลอดเวลา และการยอมให้ตัวเองได้หยุดพัก ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน
ในโอกาสที่ Heejae Cho พา Mr. Do Nothing มาพบแฟนๆ ชาวไทย เราจึงชวนเขามานั่งคุยถึงจุดเริ่มต้นของคาแรกเตอร์หน้านิ่งตัวนี้ ชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และเหตุผลที่การไม่ทำอะไรอาจเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการมากกว่าที่คิด
พร้อมร่วมสำรวจความธรรมดาของชีวิต และเติมพลังให้หัวใจได้หยุดพัก ผ่านนิทรรศการ Normal Days — It’s Okay to Do Nothing ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ณ Gump’s อารีย์


ONCE: ก่อนที่จะมี Mr. Do Nothing ชีวิตคุณตอนนั้นเป็นยังไง และกำลังวางเส้นทางของตัวเองไว้แบบไหน
ก่อนที่จะเริ่มสร้าง Mr. Do Nothing ผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรียนด้านดีไซน์และกำลังเตรียมตัวไปทำงานในบริษัทโฆษณา จริงๆ แล้วนั่นคือความฝันแรกของผม จนมีเพื่อนชวนให้มาทำงานด้วยกัน เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่พาผมเข้าสู่โลกของ Mr. Do Nothing
ONCE: แล้วไอเดียการวาด Mr. Do Nothing มายังไง
ครั้งแรกที่ผมสร้าง Mr. Do Nothing คือตอนที่ไม่มีงานทำ วันนั้นนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน แล้วมีโฆษณาคั่น พอโฆษณาจบ ในขณะที่หน้าจอมืด ผมมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองกำลังนอนอยู่ ภาพนั้นดูเหมือน Mr. Do Nothing มาก ผมเลยคิดขึ้นมาว่า น่าจะลองวาดช่วงเวลานี้ออกมา รูปร่างที่เห็นในตอนนั้นเลยกลายเป็นภาพแรกของ Mr. Do Nothing

ONCE: นั่นเลยเป็นเหตุผลที่คุณเลือกแนวคิดเรื่องการไม่ทำอะไรเลยมาเป็นหัวใจของคาแรกเตอร์ใช่ไหม
ใช่ครับ ผมนำภาพร่างนั้นไปโพสต์บนอินสตาแกรม ปรากฏว่าคนชอบกันมาก จากนั้นผมก็เริ่มตระหนักว่า จริงๆ แล้วพวกเราไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่เป็นเหมือนผมในภาพนั้น หลังจากนั้นผมเลยเริ่มวาด Mr. Do Nothing ในสถานการณ์และรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ONCE: Mr. Do Nothing มีรูปลักษณ์เรียบง่ายมาก และแทบไม่แสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าเลย อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบให้มีคาแรกเตอร์แบบนี้
ผมรู้สึกว่าเวลาคนเราเหนื่อยมากๆ เราแทบจะไม่มีสีหน้า ไม่ค่อยพูด และไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมา แค่ลืมตาอยู่เท่านั้น นั่นคือภาพที่ผมนึกถึง ผมอยากให้ Mr. Do Nothing เป็นตัวแทนของคนวัยเดียวกับผม เพราะเมื่อมองเพื่อนๆ และผู้คนรอบตัว รู้สึกว่าเสียงของทุกคนค่อยๆ เบาลง พวกเขาไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่รู้สึก และไม่อยากแสดงออกมาทางสีหน้า แต่เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ข้างใน เลยเป็นเหตุผลที่ผมไม่วาดปากให้ Mr. Do Nothing เหลือเพียงดวงตาสองจุดที่ผมคิดว่า สามารถสื่อสารและอธิบายทุกอย่างได้

ONCE: เกาหลีมักถูกมองว่าเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูง และให้ความสำคัญกับการทำงานหนัก คุณมองว่า Mr. Do Nothing เป็นภาพสะท้อนสังคมแบบนั้นด้วยหรือเปล่า
แน่นอน เกาหลีเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูงมาก ทุกคนมีหลายอย่างที่ต้องทำ และต้องประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลา ด้านหนึ่งสิ่งเหล่านี้อาจผลักดันให้คุณก้าวไปได้ไกลขึ้น แต่ในอีกด้านผมคิดว่ามันอาจทำร้ายคุณได้เหมือนกัน และนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมอยากถ่ายทอดผ่าน Mr. Do Nothing ตอนแรกผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องเฉพาะของวัฒนธรรมเกาหลี และคงจะมีแต่คนเกาหลีเท่านั้นที่เข้าใจ แต่หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วผู้คนทั่วโลกต่างก็มีความรู้สึกคล้ายคลึงกัน
ONCE: สำหรับคุณการไม่ทำอะไรเลยมีความหมายยังไง และทำไมช่วงเวลานั้นถึงสำคัญ
ผมคิดว่าการไม่ทำอะไรเลยเป็นเหมือนจินตนาการ เพราะในความเป็นจริงมันแทบเป็น
ไปไม่ได้ Mr. Do Nothing ทำให้คนหัวเราะ ขณะเดียวกันก็มอบความสบายใจให้พวกเขา ผมอยากให้คนรู้สึกผ่อนคลาย เพราะลึกๆ แล้วทุกคนก็อยากมีช่วงเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรบ้าง
แฟนๆ เคยถามผมเหมือนกันว่า คุณต้องทำตั้งหลายอย่าง แล้วทำไมถึงเป็น Mr. Do Nothing ล่ะ สำหรับผมบางทีเราต้องทำอะไรตั้งมากมาย เพื่อที่จะได้มีเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรเลย




ONCE: เมื่อ Mr. Do Nothing เติบโตจากคาแรกเตอร์ไปสู่ IP ที่มีทั้งสินค้า นิทรรศการ และ Collaboration คุณรักษาแก่นดั้งเดิมของเขาเอาไว้ได้ยังไง
ก็มีบางครั้งที่ลูกค้าขอให้ผมเปลี่ยนคาแรกเตอร์เป็นสีแดง สีฟ้า หรือสีเหลือง ซึ่งผมสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างได้ ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้คาแรกเตอร์แตกต่างจากเดิมจนเกิน ไป แต่ถ้าสิ่งที่ถูกขอให้ทำไปกระทบหรือทำลายแนวคิดหลัก ผมคงเลือกที่จะปฏิเสธ


ONCE: วันนี้ Mr. Do Nothing เดินทางไปพบผู้คนในหลายประเทศแล้ว คุณสังเกตเห็นความแตกต่างไหมว่า ผู้ชมในเกาหลีและต่างประเทศเชื่อมโยงกับเขาในแบบเดียวกันไหม
โดยรวมไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่อาจต่างกันตรงวิธีแสดงออก คนเกาหลีมักไม่ค่อยพูดถึงความรู้สึก หรือสิ่งที่อยู่ในใจมากนัก เพราะเรามองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของมารยาท เวลาพวกเขาเห็น Mr. Do Nothing จึงมักมอง เก็บความคิด หรือความรู้สึกนั้นไว้กับตัวเอง แล้วแชร์ให้กับเพื่อนอย่างเงียบๆ แต่ในประเทศอื่นอย่างไต้หวันหรือฮ่องกง ผู้คนจะเดินเข้ามาหาผมแล้วเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง บางคนบอกว่าประสบการณ์ของเขาเหมือนกับสิ่งที่เห็นในโปสเตอร์ หรือผลงานของผม นี่อาจเป็นความแตกต่างเล็กๆ ที่ผมสังเกตเห็น แต่ในแง่ความรู้สึกที่ผู้คนมีต่อคาแรกเตอร์ ผมคิดว่าไม่ได้ต่างกันมาก

ONCE: ถ้า Mr. Do Nothing ใช้เวลา 1 วันในกรุงเทพฯ คุณคิดว่าเขาจะเลือกทำอะไร
ครั้งก่อนที่มาเมืองไทย ผมเคยไปวิ่งที่สวนเบญจกิติ หลังจากวิ่งเสร็จ พระอาทิตย์กำลัง
จะตกพอดี บรรยากาศสงบมาก ผมเลยนอนลงบนสนามหญ้าทั้งที่เหงื่อท่วมตัวแล้วอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมง ทุกคนรอบๆ ตัวก็กำลังมองดูท้องฟ้า ผมชอบโมเมนต์นั้นมาก ถ้าเป็น Mr. Do Nothing คิดว่าเขาก็คงใช้เวลาแบบนั้นเหมือนกัน

ONCE: สุดท้ายถ้ามีใครสักคนในประเทศไทยกำลังเหนื่อยกับการพยายามทำทุกอย่างให้ดีอยู่ตลอด คุณคิดว่า Mr. Do Nothing อยากบอกอะไรกับเขา
สำหรับผมเอง การไม่ทำอะไรเลยก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นสิ่งที่ทำได้ยากครับ เพราะในขณะที่เราหยุด คนอื่นอาจกำลังก้าวไปไกลกว่าเรา แต่ผมอยากบอกว่า คุณทำมามากพอแล้วและควรได้พักบ้าง แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ทุกวันนี้แม้ในเวลาพัก เราก็ยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโซเชียลมีเดีย หรือทำอะไรอยู่ตลอดเวลา ต่อให้มีเวลา 10 นาที ผมก็อยากแนะนำให้ลองไม่ทำอะไรเลย และพยายามไม่คิดอะไรสักพัก คุณคู่ควรกับช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนจริงๆ ถึงแม้ผมจะรู้ว่าการไม่ทำอะไรเลยอาจเป็นเหมือนจินตนาการก็ตาม