About
ART+CULTURE

It’s Okay To Do Nothing

คุยกับ Heejae Cho ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ผู้ทำให้การ ‘นั่งโง่ๆ’ กลายเป็นศิลปะฮีลใจผ่านคาแรกเตอร์ Mr. Do Nothing

เรื่อง R.Mintra
Date 22-10-2026 Views 79
Read At ONCE
  • เมื่อการไม่ทำอะไรเลยกลายเป็นเรื่องยากในโลกที่บีบให้เราต้องก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา มาทำความรู้จักกับโลกของ Heejae Cho ผ่าน Mr. Do Nothing คาแรกเตอร์หน้านิ่งที่มาเตือนสติเราว่า บางครั้งการปล่อยให้ตัวเองได้หยุดพักและอยู่เฉยๆ บ้างก็สำคัญไม่แพ้กัน

ในโลกที่ทุกคนถูกบีบให้ต้องเร่งเดินไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา การหยุดนิ่งเฉยๆ อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าที่คิด นี่คือความรู้สึกใกล้ตัวที่ Heejae Cho ศิลปินและนักออกแบบชาวเกาหลีใต้หยิบมาถ่ายทอดผ่าน Mr. Do Nothing คาแรกเตอร์หน้านิ่งที่ไม่ค่อยพูด ไม่แสดงอารมณ์ และพร้อมจะนอนเฉยๆ ได้ทุกเมื่อ แต่กลับสะท้อนภาพคนที่กำลังเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายได้อย่างตรงไปตรงมา

จากภาพร่างในวันสบายๆ Mr. Do Nothing ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการพักผ่อนที่ผู้คนทั่วโลกต่างมองเห็นตัวเองอยู่ในนั้น ทั้งยังส่งต่อข้อคิดสะกิดใจว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรตลอดเวลา และการยอมให้ตัวเองได้หยุดพัก ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน

ในโอกาสที่ Heejae Cho พา Mr. Do Nothing มาพบแฟนๆ ชาวไทย เราจึงชวนเขามานั่งคุยถึงจุดเริ่มต้นของคาแรกเตอร์หน้านิ่งตัวนี้ ชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และเหตุผลที่การไม่ทำอะไรอาจเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการมากกว่าที่คิด

พร้อมร่วมสำรวจความธรรมดาของชีวิต และเติมพลังให้หัวใจได้หยุดพัก ผ่านนิทรรศการ Normal Days — It’s Okay to Do Nothing ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ณ Gump’s อารีย์

Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

ONCE: ก่อนที่จะมี Mr. Do Nothing ชีวิตคุณตอนนั้นเป็นยังไง และกำลังวางเส้นทางของตัวเองไว้แบบไหน

ก่อนที่จะเริ่มสร้าง Mr. Do Nothing ผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรียนด้านดีไซน์และกำลังเตรียมตัวไปทำงานในบริษัทโฆษณา จริงๆ แล้วนั่นคือความฝันแรกของผม จนมีเพื่อนชวนให้มาทำงานด้วยกัน เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่พาผมเข้าสู่โลกของ Mr. Do Nothing

ONCE: แล้วไอเดียการวาด Mr. Do Nothing มายังไง

ครั้งแรกที่ผมสร้าง Mr. Do Nothing คือตอนที่ไม่มีงานทำ วันนั้นนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน แล้วมีโฆษณาคั่น พอโฆษณาจบ ในขณะที่หน้าจอมืด ผมมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองกำลังนอนอยู่ ภาพนั้นดูเหมือน Mr. Do Nothing มาก ผมเลยคิดขึ้นมาว่า น่าจะลองวาดช่วงเวลานี้ออกมา รูปร่างที่เห็นในตอนนั้นเลยกลายเป็นภาพแรกของ Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

ONCE: นั่นเลยเป็นเหตุผลที่คุณเลือกแนวคิดเรื่องการไม่ทำอะไรเลยมาเป็นหัวใจของคาแรกเตอร์ใช่ไหม

ใช่ครับ ผมนำภาพร่างนั้นไปโพสต์บนอินสตาแกรม ปรากฏว่าคนชอบกันมาก จากนั้นผมก็เริ่มตระหนักว่า จริงๆ แล้วพวกเราไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่เป็นเหมือนผมในภาพนั้น หลังจากนั้นผมเลยเริ่มวาด Mr. Do Nothing ในสถานการณ์และรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Mr. Do Nothing

ONCE: Mr. Do Nothing มีรูปลักษณ์เรียบง่ายมาก และแทบไม่แสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าเลย อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบให้มีคาแรกเตอร์แบบนี้

ผมรู้สึกว่าเวลาคนเราเหนื่อยมากๆ เราแทบจะไม่มีสีหน้า ไม่ค่อยพูด และไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมา แค่ลืมตาอยู่เท่านั้น นั่นคือภาพที่ผมนึกถึง ผมอยากให้ Mr. Do Nothing เป็นตัวแทนของคนวัยเดียวกับผม เพราะเมื่อมองเพื่อนๆ และผู้คนรอบตัว รู้สึกว่าเสียงของทุกคนค่อยๆ เบาลง พวกเขาไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่รู้สึก และไม่อยากแสดงออกมาทางสีหน้า แต่เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ข้างใน เลยเป็นเหตุผลที่ผมไม่วาดปากให้ Mr. Do Nothing เหลือเพียงดวงตาสองจุดที่ผมคิดว่า สามารถสื่อสารและอธิบายทุกอย่างได้

Mr. Do Nothing

ONCE: เกาหลีมักถูกมองว่าเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูง และให้ความสำคัญกับการทำงานหนัก คุณมองว่า Mr. Do Nothing เป็นภาพสะท้อนสังคมแบบนั้นด้วยหรือเปล่า

แน่นอน เกาหลีเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูงมาก ทุกคนมีหลายอย่างที่ต้องทำ และต้องประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลา ด้านหนึ่งสิ่งเหล่านี้อาจผลักดันให้คุณก้าวไปได้ไกลขึ้น แต่ในอีกด้านผมคิดว่ามันอาจทำร้ายคุณได้เหมือนกัน และนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมอยากถ่ายทอดผ่าน Mr. Do Nothing ตอนแรกผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องเฉพาะของวัฒนธรรมเกาหลี และคงจะมีแต่คนเกาหลีเท่านั้นที่เข้าใจ แต่หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วผู้คนทั่วโลกต่างก็มีความรู้สึกคล้ายคลึงกัน

ONCE: สำหรับคุณการไม่ทำอะไรเลยมีความหมายยังไง และทำไมช่วงเวลานั้นถึงสำคัญ

ผมคิดว่าการไม่ทำอะไรเลยเป็นเหมือนจินตนาการ เพราะในความเป็นจริงมันแทบเป็น
ไปไม่ได้ Mr. Do Nothing ทำให้คนหัวเราะ ขณะเดียวกันก็มอบความสบายใจให้พวกเขา ผมอยากให้คนรู้สึกผ่อนคลาย เพราะลึกๆ แล้วทุกคนก็อยากมีช่วงเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรบ้าง

แฟนๆ เคยถามผมเหมือนกันว่า คุณต้องทำตั้งหลายอย่าง แล้วทำไมถึงเป็น Mr. Do Nothing ล่ะ สำหรับผมบางทีเราต้องทำอะไรตั้งมากมาย เพื่อที่จะได้มีเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

ONCE: เมื่อ Mr. Do Nothing เติบโตจากคาแรกเตอร์ไปสู่ IP ที่มีทั้งสินค้า นิทรรศการ และ Collaboration คุณรักษาแก่นดั้งเดิมของเขาเอาไว้ได้ยังไง

ก็มีบางครั้งที่ลูกค้าขอให้ผมเปลี่ยนคาแรกเตอร์เป็นสีแดง สีฟ้า หรือสีเหลือง ซึ่งผมสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างได้ ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้คาแรกเตอร์แตกต่างจากเดิมจนเกิน ไป แต่ถ้าสิ่งที่ถูกขอให้ทำไปกระทบหรือทำลายแนวคิดหลัก ผมคงเลือกที่จะปฏิเสธ

Mr. Do Nothing

Mr. Do Nothing

ONCE: วันนี้ Mr. Do Nothing เดินทางไปพบผู้คนในหลายประเทศแล้ว คุณสังเกตเห็นความแตกต่างไหมว่า ผู้ชมในเกาหลีและต่างประเทศเชื่อมโยงกับเขาในแบบเดียวกันไหม

โดยรวมไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่อาจต่างกันตรงวิธีแสดงออก คนเกาหลีมักไม่ค่อยพูดถึงความรู้สึก หรือสิ่งที่อยู่ในใจมากนัก เพราะเรามองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของมารยาท เวลาพวกเขาเห็น Mr. Do Nothing จึงมักมอง เก็บความคิด หรือความรู้สึกนั้นไว้กับตัวเอง แล้วแชร์ให้กับเพื่อนอย่างเงียบๆ แต่ในประเทศอื่นอย่างไต้หวันหรือฮ่องกง ผู้คนจะเดินเข้ามาหาผมแล้วเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง บางคนบอกว่าประสบการณ์ของเขาเหมือนกับสิ่งที่เห็นในโปสเตอร์ หรือผลงานของผม นี่อาจเป็นความแตกต่างเล็กๆ ที่ผมสังเกตเห็น แต่ในแง่ความรู้สึกที่ผู้คนมีต่อคาแรกเตอร์ ผมคิดว่าไม่ได้ต่างกันมาก

Mr. Do Nothing

ONCE: ถ้า Mr. Do Nothing ใช้เวลา 1 วันในกรุงเทพฯ คุณคิดว่าเขาจะเลือกทำอะไร

ครั้งก่อนที่มาเมืองไทย ผมเคยไปวิ่งที่สวนเบญจกิติ หลังจากวิ่งเสร็จ พระอาทิตย์กำลัง
จะตกพอดี บรรยากาศสงบมาก ผมเลยนอนลงบนสนามหญ้าทั้งที่เหงื่อท่วมตัวแล้วอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมง ทุกคนรอบๆ ตัวก็กำลังมองดูท้องฟ้า ผมชอบโมเมนต์นั้นมาก ถ้าเป็น Mr. Do Nothing คิดว่าเขาก็คงใช้เวลาแบบนั้นเหมือนกัน

Mr. Do Nothing

ONCE: สุดท้ายถ้ามีใครสักคนในประเทศไทยกำลังเหนื่อยกับการพยายามทำทุกอย่างให้ดีอยู่ตลอด คุณคิดว่า Mr. Do Nothing อยากบอกอะไรกับเขา

สำหรับผมเอง การไม่ทำอะไรเลยก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นสิ่งที่ทำได้ยากครับ เพราะในขณะที่เราหยุด คนอื่นอาจกำลังก้าวไปไกลกว่าเรา แต่ผมอยากบอกว่า คุณทำมามากพอแล้วและควรได้พักบ้าง แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ทุกวันนี้แม้ในเวลาพัก เราก็ยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโซเชียลมีเดีย หรือทำอะไรอยู่ตลอดเวลา ต่อให้มีเวลา 10 นาที ผมก็อยากแนะนำให้ลองไม่ทำอะไรเลย และพยายามไม่คิดอะไรสักพัก คุณคู่ควรกับช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนจริงๆ ถึงแม้ผมจะรู้ว่าการไม่ทำอะไรเลยอาจเป็นเหมือนจินตนาการก็ตาม