ART+DESIGN

Jardin Majorelle
สวนแห่งสี Majorelle Blue
ที่กลายมาเป็นสีสัญลักษณ์กรุงมาร์ราเกช

เรื่อง สุภักดิภา พูลทรัพย์ Date 23-04-2022 | View 851
About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • Majorelle Blue คือสีที่ Jacque Majorelle ศิลปินชาวฝรั่งเศสคิดค้นขึ้นมาทาสี Jardin Majorelle วิลล่าของตนในกรุงมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก
  • สีน้ำเงินมาชอแรลล์มีรากฐานมาจากสีน้ำเงินในยุคโบราณที่ใช้หินลาพิส ลาซูลีซึ่งเป็นหินแร่สูงค่ามาบดเป็นรงควัตถุ พบเห็นสีน้ำเงินโทนนี้ได้ในวัตถุและงานศิลปะยุคก่อนคริสตกาล
  • แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส Yves Saint Laurent เข้ามาซื้อและปรับปรุง Jardin Majorelle ให้งดงาม โดดเด่นด้วยวิลล่าสีน้ำเงินสดและสวนกระบองเพชรจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงมาร์ราเกช

กิจกรรมทาสีบ้านถือเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง และวันหนึ่งเราเกิดอุตริอยากเปลี่ยนฝาบ้านให้เป็นสีน้ำเงินสดเหมือนอย่างสีวิลล่าของแฟชั่นดีไซเนอร์ Yves Saint Laurent ที่โมร็อกโก

หลังจากวนเวียนหาสีเจ้ากรรมนี้ไปทั่ว ก็ไม่ปรากฏว่าที่ไหนมีสีนี้ อย่าว่าแต่มีขายเลย บริษัทขายสีบางเจ้ายังเพิ่งจะเคยเห็นสีน้ำเงินที่ว่านี้ครั้งแรกด้วยซ้ำ

อากู๋บอกว่ามีสีน้ำเงินนี้ขายอยู่เหมือนกัน หนึ่ง คือบริษัทสีในอังกฤษซึ่งทางบริษัทบอกว่า ค่าขนส่งนี่เอาไปซื้อตั๋วบินไปซื้อเองที่โมร็อกโกเลยไม่ดีกว่าหรือ

สอง ไปซื้อสีต้นตำรับนี้ที่ร้านกิ๊ฟต์ช็อปที่อยู่ภายในวิลล่าของอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ กรุงมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโกที่ชื่อว่า Jardin Majorelle และมองหาสีน้ำเงินกระป๋องเล็กๆที่แปะป้ายว่า ‘Majorelle Blue’

D 1

credit: Alexander A.Trofimov / Shutterstock.com

สีที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Cennino Cennini จิตรกรชาวอิตาลีร่ายประโยคนี้ไว้ประมาณปีค.ศ.1400 ในหนังสือ Book of the Arts ว่า “สีที่ดูสูงสง่า สวยงามและสมบูรณ์แบบในบรรดาสีทั้งปวง” เขาหมายถึงสีน้ำเงินสดที่ในวงการศิลปะเรียกกันว่าสีอัลตร้ามารีน ซึ่งสมัยโบราณ – ตั้งแต่อียิปต์ยุคฟาโรห์ ประมาณ 1,000 – 1 ปีก่อนคริสตกาล ต้องเอาหินลาพิส ลาซูลีมาบด โดยหินลาพิส 1 กิโลกรัมบดได้รงควัตถุหรือเม็ดสี 30 กรัมเท่านั้น

ความที่เป็นหินแร่สูงค่าหายากกว่าทอง ตระกูลผู้มั่งคั่งที่อุปถัมภ์ศิลปินเท่านั้น อาทิ ตระกูลเมดิชีในอิตาลี จึงจะมีงานศิลปะที่ใช้สีน้ำเงินจากลาพิส ลาซูลี

Johannes Vermeer จิตรกรชาวดัตช์เขียนภาพที่โด่งดังที่สุดชิ้นหนึ่งของเขา ‘Girl with a Pearl Earring’ ในปี 1665 ก็ใช้หินลาพิสมาบดให้พอระบายสีแถวผ้าคาดผมของ Girl ในภาพได้เท่านั้น

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 แหล่งหินลาพิสหนึ่งเดียวที่ใช้กันไปทั่วในทวีปยุโรป เอเชียและแอฟริกา ต้องไปขุดมาจากหุบเขา Sar-e-Sang ในเทือกเขาบาดัคชาน ทางตอนเหนือของประเทศอัฟกานิสถานซึ่งทำเหมืองหินลาพิสมากว่า 600 ปี

D 3

D 4

D 2

สีน้ำเงินมาชอแรลล์

กลับมาพูดถึงสีน้ำเงินมาชอแรลล์กันบ้าง ครั้นย้ายมาอยู่กรุงมาร์ราเกชเพราะเคยเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วหลงรักสีสันของเมือง Jacques Majorelle ศิลปินชาวฝรั่งเศสก็ซื้อที่ดิน 10 ไร่และเริ่มสร้างวิลล่าและสวนสไตล์แขกมัวร์ซึ่งมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมของชาวเบอร์เบอร์ ชาวอาหรับในแอฟริกาเหนือ

ฌากส์สร้าง Jardin Majorelle เหมือนดั่งกำลังวาดรูป เขาจัดวางพืชพรรณรูปทรงแปลกตาที่หาซื้อมาระหว่างเดินทางท่องโลกและเส้นสายของร่องน้ำกับทางเดินให้อยู่ระหว่างแสงและเงา

D 6

ในปี 1937 ฌากส์ทาสีพื้นผิวด้านหน้าของสตูดิโอทำงานด้วยสีน้ำเงินที่บดมาจากหินลาพิส ลาซูลี

ซึ่งก่อนจะเสียชีวิต ฌากส์พัฒนาขึ้นเป็นโทนสีน้ำเงินเฉพาะของตนเองและจดสิทธิบัตรในชื่อว่า Majorelle Blue รหัสสี #6050dc ซึ่งในระบบสี RGB ประกอบไปด้วยสีแดง 37.6%, สีเขียว 31.4% และสีน้ำเงิน 86.3% ส่วนในระบบสี CMYK ใช้สีไซแอน 56.4%, สีมาเจนต้า 63.6% สีเหลือง 0% และสีดำ 13.7%

จากด้านหน้าสตูดิโอ สีน้ำเงินมาชอแรลล์เริ่มลามไปประตูรั้ว ซุ้มไม้เลื้อย หม้อไหตกแต่ง จนเป็นสีน้ำเงินมาชอแรลล์ทั้งวิลล่าในที่สุด

และเพราะการทำนุบำรุงสวนเกือบ 10 ไร่นั้นไม่ใช่งานง่าย ฌากส์จึงจำใจเปิดบ้านให้คนเข้าชมในปี 1947 เมื่อเขาหย่าจากภรรยาในปี 1956 ก็จำใจเฉือนที่ดินขายไปบางส่วน พอถึงปี 1962 ฌากส์ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถที่ปารีสจนเสียชีวิต Jardin Majorelle อันเป็นบ้านและสวนในมาร์ราเกชที่เขาเรียกว่า “ผลงานศิลปะที่ดีที่สุดในชีวิต” ถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิง

D 5

โลกในโลกของอีฟส์

วันหนึ่งในปี 1980 Yves Saint Laurent แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายอัลจีเรียพร้อมด้วยคนรัก Pierre Bergé และเพื่อนสนิทของทั้งคู่ Madison Cox สถาปนิกแลนด์สเคป เดินจากที่พัก Villa of the Snake ไปดูวิลล่าที่อยู่ใกล้กันซึ่งประกาศขายอยู่

ภาพที่เห็นคือวิลล่าสีน้ำเงินสดในดงไผ่แห้งกรอบและกระบองเพชรลำต้นอวบ อีฟส์ตกลงใจซื้อวิลล่าเก่าโทรมแห่งนี้ทันที ซึ่งก็ช่วยให้มันพ้นมือเครือโรงแรมที่จ้องตาเป็นมันอยู่เหมือนกัน

“อีฟส์ไม่ใช่คนที่ชอบทำสวนเลยไม่ว่าจะในแง่มุมใดๆก็ตาม” แมเดอสันกล่าวถึงเพื่อนรัก แต่อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์นั้นมีสายตาที่มีไว้มองของสวยงามได้เฉียบขาดกว่าใคร ทั้งยังมีหัวใจที่รักบูชาสีสันธรรมชาติ ทักษะนี้ของอีฟส์พิสูจน์ไว้แล้วในแฟชั่นที่เขาเสกสรรขึ้นและยังทรงอิทธิพลอยู่ในแฟชั่นยุคปัจจุบัน

อีฟส์ทาสีให้วิลล่ากลับมาเป็นสีน้ำเงินสดกระจ่าง เติมน้ำให้กับร่องน้ำที่ฌากส์ออกแบบให้ไหลวนรอบทั้งสวน และด้วยความช่วยเหลือของแมเดอสัน ค็อกซ์ สถาปนิกแลนด์สเคปก็จัดการเปลี่ยนสภาพสวนเสียใหม่ สนามหญ้าถูกรื้อทิ้งแล้วโรยกรวดแทน พุ่มดอกเจอราเนียมถูกถอนรากถอนโคนออกแล้วแทนที่ด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่ทนแล้งดีกว่าอย่างกระบองเพชรและเฟื่องฟ้า ตลอดทางเดินคลุมหลังคาด้วยระแนงไม้เลื้อยที่กิ่งก้านตกลงมาปัดป่ายใบหน้าคนที่เดินผ่าน บ่อน้ำพุปูหินอ่อนเปิดน้ำพวยพุ่ง

D 7

อีฟส์สเก็ตช์คอลเล็กชั่นมากมายของแบรนด์ชื่อเดียวกับตน (ซึ่งทุกวันนี้รู้จักกันในชื่อ Saint Laurent) ที่วิลล่าโอเอซิส บ้านหลังเก่าที่ฌากส์เคยอยู่อาศัย โดยปิแอร์ แบร์เช่ อดีตคนรักและหุ้นส่วนธุรกิจของอีฟส์เล่าว่า เมื่อไรที่เซ็งหรืองอแงไม่อยากทำงาน อีฟส์จะหนีจากปารีสแล้วแล่นไปหมกตัวอยู่ที่บ้านในมาร์ราเกชหลังนี้

ในปี 2008 เถ้ากระดูกของอีฟส์ก็โปรยฟุ้งอยู่ในสวนมาร์ชอแรลล์ และถนนที่ตัดผ่านวิลล่าได้รับชื่อใหม่เสียว่า Rue de Yves Saint Laurent ในปี 2010

แมเดอสันเล่าว่า ที่นี่มีแขกเวียนมาหาอีฟส์ไม่เคยขาด ครั้งหนึ่งอีฟส์เคยจัดปาร์ตี้ในสวนที่จุดเทียนนับร้อยเล่ม วงออร์เคสตร้าบรรเลงบทเพลงขับกล่อมแขกเหรื่อ แต่สุดท้ายดนตรีต้องล่มไปเพราะสู้กับเสียงกบที่ร้องระงมทั้งสวนไม่ไหว

D 8

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ฌากส์และอีฟส์คงไม่เคยคิดฝันว่าจะมีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางก้าวผ่านประตูสีเขียวน้ำทะเล เพื่อเข้ามาชมบ้านสีน้ำเงินของตนมากถึงปีละ 700,000 – 850,000 คน จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเมื่อไปเยือนโมร็อกโก

และถ้าใครได้ไปแล้วลองซื้อสี Majorelle Bleu ต้นตำรับมาเป็นของที่ระลึกให้ระลึกเรื่องราวเบื้องหลังของ

‘สีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสีทั้งปวง’ จากบ้านสีน้ำเงินหลังนี้


อ้างอิง
• https://www.jardinmajorelle.com/en/
• https://museeyslparis.com/en/
• https://www.architecturaldigest.com/story/history-of-hyper-blue-in-the-wild
• https://www.nytimes.com/2015/08/19/arts/international/lapis-lazuli-and-the-history-of-the-most-perfect-color.html
• https://gardencollage.com/wander/gardens-parks/history-jardin-majorelle-marrakesh-garden-transfixed-yves-saint-laurent/
• https://www.thiscityknows.com/a-brief-history-of-the-color-majorelle-blue/
• https://museeyslparis.com/en/biography/achat-de-la-villa-oasis-et-du-jardin-majorelle
• https://www.faisaljamshaid.com/blog/why-i-bought-blue-moroccan-paint
• https://www.ft.com/content/98fcf694-b726-11e6-961e-a1acd97f622d
• https://edition.cnn.com/style/article/jardin-majorelle-yves-saint-laurent-marrakech-new-museum/index.html

Tags: