About
ART+CULTURE

Sound & Space

เบื้องหลัง MUSIC PROJECT เมื่อ BANGKOK CITYCITY GALLERY ขอเปลี่ยนแกลเลอรีเป็นสเปซทดลองด้วย ‘เสียง’

เรื่อง Nid Peacock
Date 24-05-2026 Views 55
Read At ONCE
  • ถอดรหัสเบื้องหลังจาก 3 ทีมงานใน ‘MUSIC PROJECT’ โปรแกรมล่าสุดของ BANGKOK CITYCITY GALLERY แพลตฟอร์มระยะยาวที่มุ่งสำรวจการฟังเสียงและดนตรี ในรูปแบบของความทรงจำทางวัฒนธรรม การรวมตัวสาธารณะ และการทดลองข้ามสาขา

หลังใช้เวลาบ่มเพาะไอเดียและเตรียมงานอย่างพิถีพิถันนานกว่า 2 ปี อ๊อป - อรรคพล สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง BANGKOK CITYCITY GALLERY และ ลูกตาล - ศุภมาศ พะหุโล ผู้อำนวยการแกลเลอรี ก็พร้อมแล้วที่จะพาผู้ชมก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของงานทัศนศิลป์ที่รับรู้ด้วยดวงตาเป็นหลัก ไปสู่ MUSIC PROJECT

โปรเจกต์ลูกผสมที่ขมวดรวมเอาประสบการณ์กว่าทศวรรษของแกลเลอรี และแรงบันดาลใจจากวงดนตรี Post-Rock ที่ไร้เนื้อร้องของวง JPBS มาพลิกโจทย์สเปซของ White Cube ร่วมกับทีมสถาปนิก sp/n และดีไซเนอร์จาก Studio Nejc Prah โดยมี แพรว - กานต์ธิดา บุษบา ภัณฑารักษ์โปรแกรมสาธารณะ ร่วมดูแลพาร์ตงานเสวนา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเสียงในทิศทางใหม่ที่ชวนให้เรามองดนตรีไม่ใช่เพียงในฐานะการแสดง แต่เป็นเสมือนเครื่องมือในการสำรวจและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมนุษย์ผ่านมิติทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

ไปพูดคุยกับพวกเขาและร่วมออกเดินทางไปสำรวจไอเดีย เบื้องหลังการทำงาน และโปรแกรมสุดพิเศษใน MUSIC PROJECT กันเลย

MUSIC PROJECT

ทิศทางใหม่ของพื้นที่ศิลปะแบบลูกผสม

อ๊อปเปิดบทสนทนาด้วยการพาเราไปรู้จักและเห็นภาพรวมของ ‘BANGKOK CITYCITY GALLERY’ ที่เขาก่อตั้งมากับลูกตาล ตลอดเกือบ 11 ปีที่ผ่านมา นอกจากจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย สนับสนุนศิลปินและผู้ปฏิบัติงานทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นเหมือนพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำรวจเรื่องราวและ Medium ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะร่วมสมัยมาโดยตลอด

“เราอยากลอง Explore เรื่องของ ‘เสียง’ ดูบ้าง โปรเจกต์นี้มี Core หลักคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเสียง ดนตรี และการอยู่ร่วมกันของคนในพื้นที่ โดยระบบเสียงในห้องนิทรรศการนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ระบบเสียงที่ดีและก้องกังวานน้อยที่สุด รองรับการเปิดเสียงตั้งแต่ระบบ Mono, Stereo ไปจนถึงระบบเสียงรอบทิศทาง (7.1.4) ที่คล้ายกับระบบ Cinema Sound ในโรงภาพยนตร์เลย”

ลูกตาลเสริมว่า “ระหว่างที่เราทำนิทรรศการมาตลอด จะรู้สึกว่ามันมี Medium หรือ Element หนึ่งที่มักจะปรากฏอยู่ในนิทรรศการของเราทุกครั้งเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวนิทรรศการเอง หรือเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือหลังนิทรรศการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของดนตรีและการแสดงสด”

แววตาของเธอเริ่มเป็นประกายชัดขึ้นเมื่อเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ได้เข้าไปคลุกคลีกับวงการดนตรีด้วยตัวเองเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ผ่านวงดนตรีแนว Post-Rock ไร้เนื้อร้องชื่อวง JPBS จนนำมาสู่ความต้องการที่จะสำรวจช่องว่างบางอย่างในสังคมที่กำลังขาดหายไป

“เราได้ลงพื้นที่ไปฟังดนตรีหลายๆ แบบ ทั้งใน Festival, Live House ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าพื้นที่ฟังดนตรีเหล่านี้กำลังค่อย ๆ หายไป เลยคิดกันเล่นๆ ‘ลองทำโปรเจกต์ที่โฟกัสเรื่องเสียงและเรื่องดนตรีกันดูดีกว่า”

นับเป็นทิศทางใหม่ของโปรแกรมที่ริเริ่มโดยแกลเลอรี โดยเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมลูกผสมที่ประกอบขึ้นจากห้องสำหรับการฟัง ห้องสมุดสำหรับการค้นคว้า และเดย์ไทม์คลับ โครงการซึ่งพัฒนาขึ้นผ่านการเปิดใช้งานตลอด 3 เดือนนับจากนี้ จะชวนให้เราเปิดใจมองดนตรีที่ไม่ใช่เพียงในฐานะการแสดง แต่ในฐานะวิธีคิด วิธีจดจำ และวิธีสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน

MUSIC PROJECT

ผสานงานดีไซน์ทลายกรอบเดิมห้องนิทรรศการ

จากการบ่มเพาะไอเดียมานานกว่า 2 ปี ลูกตาลอยากเห็นว่าไอเดียเรื่องเสียงจะแปลงออกมาเป็นหน้าตาแบบไหน จึงติดต่อให้ Studio Nejc Prah ช่วยออกแบบโลโก้ให้ จนได้มาเป็นรูป ‘ลูกโลก’ ในตัวอักษรคำว่า MUSIC เพื่อสื่อสารถึงความลื่นไหลและไร้ขอบเขตของดนตรี ช่วยให้โปรเจกต์นี้เริ่มมีความเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

จากนั้นก็เริ่มมองหาสถาปนิกที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพื้นที่ ‘White Cube’ หรือห้องนิทรรศการสี่เหลี่ยมสีขาวของแกลเลอรีที่มักมีข้อจำกัดด้านการจัดการระบบเสียง โดยได้ ไอศ์ริน สิริวัฒน์ธนกุล และณัฐพล พันธุนรากุล จาก sp/n สตูดิโอสถาปัตยกรรมในกรุงเทพฯ ที่ทำงานระหว่างสถาปัตยกรรมการออกแบบ นิทรรศการ งานจัดวาง และการค้นคว้าเชิงพื้นที่ ได้เข้าช่วยดีไซน์สเปซในงานนี้

โจทย์หลักที่ทั้งคู่วางไว้ คือต้องการ Listening Space ที่เป็นทั้งสเปซฟังเสียง และสเปซให้ศิลปินเข้ามาทดลองเกี่ยวกับแชนแนลเสียงในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ให้คนได้มาอยู่ร่วมกัน อ๊อปอธิบายเพิ่มว่า

“ห้องใหญ่ของแกลเลอรีจะจัดเป็น Listening Room สำหรับฟังเสียงและส่วนด้านหน้าของแกลเลอรีที่อยู่ติดฝั่งถนนจะจัดนิทรรศการฝั่ง Visual Arts เพื่อให้ผู้ชมมีโอกาสสัมผัสและเชื่อมโยงประสบการณ์ศิลปะสองรูปแบบไปพร้อมกัน” ทางสถาปนิกจึงตีโจทย์และเลือกสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เสียงดีที่สุด และยังรวมฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกันในพื้นที่

“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้แกลเลอรีกลายเป็นพื้นที่ชั่วคราวที่ผู้คนสามารถสัมผัสกับดนตรีได้ไม่เพียงแต่ผ่านการแสดงเท่านั้น แต่ยังผ่านระยะเวลา การทำความใกล้ชิด รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความสนใจร่วมกัน ผ่านการรวบรวมโปรแกรมคอมมิชชั่น และกิจกรรมสดที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ครับ”

MUSIC PROJECT

เปิดประตูบานกว้าง ต้อนรับการทดลองร่วมกัน

โปรแกรมตลอดทั้ง 3 เดือนของ MUSIC PROJECT ซึ่ง BANGKOK CITYCITY GALLERY จะเปิดบริการสัปดาห์ละ 3 วัน (พฤหัส-เสาร์) โดยเริ่มต้นในวันพฤหัสบดีด้วยโปรแกรม Open Call ที่เราเปิด ELM (Experimental Library Music) เป็นโครงการเปิดรับผลงานเสียงจากคนทั่วไปและคนทำดนตรีทางเลือกที่อาจจะเข้าไม่ถึงตลาดกระแสหลัก ได้ส่งผลงานเพลงหรือเสียงของตัวเองเข้ามาเปิดในแกลเลอรีโดยไม่มีการคัดออก

ลูกตาลเล่าถึงความตั้งใจในการเปิดรับสเปซแห่งนี้อย่างเท่าเทียมและปราศจากอคติ ด้วยหวังเป็นสะพานเชื่อมโยงกลุ่มคนทำดนตรีนอกกระแสเข้าด้วยกันว่า “วันพฤหัสบดีจะเป็นโปรแกรม Open Call ที่เปิดให้คนส่งเพลงเข้ามาได้ เพราะเราเองก็แอบอยากรู้ว่า จริง ๆ มีใครที่กำลังสนใจอะไรแบบเดียวกับเราอยู่บ้างหรือเปล่า (ยิ้ม) ผลิตงานดนตรีออกมาแล้วพอไม่ได้เข้าสู่ตลาดกระแสหลัก การเข้าถึงเพลงพวกนี้มันยากมากและมักจะหายไป เลยอยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่สมมติว่าเราสนใจอะไรใกล้ๆ กัน เขาส่งเพลงมา เราจะไม่มีการคัดเลือกออกเลย เราเปิดรับทั้งหมด” เป็นประโยคที่หลายคนฟังแล้วคงใจฟูไปตามๆ กัน

อ๊อปเล่าเสริมต่อถึง Station ค้นคว้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้องว่า “เพื่อให้คนสามารถเข้ามานั่งฟังผ่าน Station หูฟังเล็กๆ และหาข้อมูลต่อได้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การร่วมมือหรือทำงานร่วมกันในอนาคตก็ได้”

ส่วนวันศุกร์จะเป็นโปรแกรม Curator & Artist Playlists ที่เชิญศิลปินและภัณฑารักษ์รวม 13 ท่าน มาร่วมจัดชุดเพลย์ลิสต์ตามความสนใจของตนเอง พร้อมเขียนข้อความอธิบายแนวคิด เพื่อเปิดหูผู้ฟังให้ได้ร่วมสำรวจความหลากหลายของเสียง ตั้งแต่เสียงดนตรีทดลอง ไปจนถึงเสียงวัตถุดิบที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน โดยมุ่งตั้งคำถามว่าเสียงสามารถเคลื่อนผ่านพรมแดน ฉากทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และเรือนร่างได้อย่างไร

MUSIC PROJECT

MUSIC PROJECT

สร้างคอมมูนิตีทางเสียง

ความพิเศษยังส่งต่อมาถึงวันเสาร์ ซึ่งเป็นพาร์ตของโปรแกรมเสวนา (Public Program) สลับกับโปรแกรมดนตรีสด โดย แพรว – กานต์ธิดา บุษบา เป็นผู้ดูแลในพาร์ตนี้เล่าให้ฟังถึงแนวคิดในการทำงานส่วนนี้ว่า

“แพรวคิดถึงบทบาทของ Public Space ค่อนข้างเยอะ โดยส่วนใหญ่แล้วโปรแกรมของแกลเลอรีเราทำมาทั้งหมดมันไม่มีค่าใช้จ่าย พื้นที่ตรงนี้มันอาจจะไม่ได้มีฟอร์มที่ชัดเจนเหมือนการไปมหาวิทยาลัยหรือห้องสมุด แต่เชื่อว่าถ้าเรามาในพื้นที่สาธารณะแบบนี้ อย่างน้อยน่าจะได้อะไรกลับไปบ้าง และอยากรู้ว่าความเป็นไปได้ของ Art Space มันจะไปไหนต่อได้อีก มากกว่าแค่พื้นที่จัดนิทรรศการ”

เธอใช้วิธี ‘จับคู่’ สร้างเคมีใหม่ร่วมกันเพื่อพังทลายกำแพงความรู้เดิมๆ “สำหรับโปรแกรม Talk แพรวพยายามจะจับคู่คน 2 คนที่แบ็กกราวด์ไม่เหมือนกันเลยและอาจจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่มีสิ่งที่เขาสนใจจะมองหรือรีเสิร์ชเพิ่มเติมคือเรื่อง ‘เสียง’ เพื่อให้เขาได้แชร์ในสิ่งที่อาจจะไม่ค่อยได้มีบทสนทนาในพื้นที่แบบนี้มาก่อน ให้คนฟังได้ทำความเข้าใจพื้นที่และการมีอยู่ของเสียงในมิติที่กว้างและลึกขึ้นค่ะ”

MUSIC PROJECT

สำหรับวันเสาร์ที่เป็นพาร์ตดนตรีสด (Live Music) จะเป็นพื้นที่เดียวในโปรเจกต์ที่มีการจำหน่ายตั๋วเข้าชม เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่รองรับผู้ชมได้ประมาณ 80-100 คน อ๊อปบอกเราว่า

“Live Music จะเป็นโปรแกรมเดียวที่ต้องซื้อตั๋วเข้ามาดู คนที่เราชวนมาทำงานด้านเสียงจะมาเล่นแบบ Live แต่พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่บนสเตจ ไม่มีไฟกะพริบหรือมีจอสกรีนที่หวือหวา แต่อยากให้เป็นลักษณะของการที่คนเข้ามานั่งฟังร่วมกันจริงๆ”

นอกเหนือจากมิติทางเสียงแล้ว MUSIC PROJECT ยังเชื่อมโยงไปสู่มิติขององค์ความรู้ผ่านพื้นที่สิ่งพิมพ์และการวิจัย (Publishing & Library) ที่จะมีการจัดวางหนังสือ บทความ หรืองานวิจัยเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสียง เพื่อเปิดเป็นพื้นที่ห้องสมุดเล็กๆ ให้คนได้เข้ามาค้นคว้า โดยลูกตาลและอ๊อปได้กล่าวทิ้งท้ายว่า โปรเจกต์นี้คือพื้นที่ทดลองร่วมกัน (Experimental Project) ที่จะพาผู้ฟังร่วมเรียนรู้ ขยายขอบเขตความเข้าใจ และสร้างคำตอบใหม่ๆ ไปพร้อมกันตลอดระยะเวลา 3 เดือนนี้

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การฟังในทิศทางใหม่นี้ MUSIC PROJECT ที่ประเดิมเปิดนิทรรศการ (Opening Reception) ในเย็นวันนี้ (23 พฤษภาคม 2569) ตั้งแต่ 17.00 – 20.00 น. ณ BANGKOK CITYCITY GALLERY แต่ถ้าไม่สะดวกวันนี้สามารถตามมาชมได้ในวันพฤหัสบดีถึงเสาร์ เวลา 13.00 – 18.00 น. จนถึง 22 สิงหาคม 2569

ขอบคุณภาพจาก BANGKOK CITYCITY GALLERY