About
ART+CULTURE

Intangible Heritage

เปิดหอสุพรรณ-พัสตร์ครั้งแรก ชมความประณีต 8 ชุดไทยพระราชนิยมที่เตรียมดันขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา UNESCO

Read At ONCE
  • ONCE พาเดินสำรวจนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ที่หอสุพรรณ-พัสตร์ ภายใต้สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดอยุธยา เพื่อร่วมส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO พร้อมทั้งพาไปส่องชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ล้วนสะท้อนความประณีตของงานช่างฝีมือ และรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของคนไทย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวความงดงามของชุดไทยพระราชนิยมกันมาบ้าง วันนี้ ONCE ชวนทุกคนมาส่องความประณีตแบบละเอียดยิบด้วยตาตัวเองที่ ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ ที่อยู่ด้านในสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดอยุธยา

หอสุพรรณ-พัสตร์ เกิดจากความร่วมมือของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านพัสตรศิลป์ไทย จัดแสดงผลงานจากศิลปะ ประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และภูมิปัญญาของสังคมไทย

ปัจจุบันหอสุพรรณ-พัสตร์กำลังจัดแสดงนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เพื่อร่วมผลักดันให้ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จาก UNESCO ในปี 2569 และต่อยอดจากนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity  ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ในฐานะที่หอสุพรรณ-พัสตร์เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรก ONCE ขอพาทุกคนไปส่องชุดไทยพระราชนิยมฉบับเจาะลึกทุกรายละเอียด หากยังไม่มีเวลาแวะเวียนไป สามารถอ่านบทความนี้ก่อนได้เลย

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยเรือนต้น

หากจะกล่าวถึงชุดไทยที่เป็นดั่งตัวแทนของความสบาย แต่ยังคงความสุภาพไว้ได้อย่างลงตัว คงหนีไม่พ้น ‘ชุดไทยเรือนต้น’ ได้รับแรงบันดาลใจชื่อเรียกมาจากพระตำหนักเรือนต้น ครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นภายในพระราชวังดุสิตใน พ.ศ. 2447 โดยมีลักษณะเป็นเรือนหมู่เครื่องไม้ไทยโบราณ ประกอบด้วยเรือนนอน เรือนรับแขก และเรือนครัว เชื่อมต่อกันด้วยนอกชาน สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัยนั้น

หอสุพรรณ-พัสตร์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงนำมาเป็นต้นแบบในการพระราชทานชื่อชุดไทยลำลอง เพื่อสะท้อนถึงวิถีการแต่งกาย เน้นความสะดวกสบาย ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่าย เปรียบราวกับได้พักผ่อนอยู่ในบรรยากาศของพระตำหนักเรือนต้น

ลักษณะเด่นของชุดไทยเรือนต้นคือ ตัวเสื้อเป็นคอกลมชิดคอ ติดกระดุมด้านหน้าจำนวนห้าเม็ด แขนสามส่วน ปกติจะจับคู่เสื้อกับผ้านุ่งแบบป้ายยาวจรดข้อเท้า โดยผ้านุ่งจะไม่ผ่าหลังและไม่ผ่าข้าง เพื่อให้คล่องตัวสูง

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยจิตรลดา

อีกหนึ่งชุดที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของพิธีการกลางวันคือ ‘ชุดไทยจิตรลดา’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นภายในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2456 เดิมทีทรงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงใช้เป็นที่ประทับถาวร และเป็นสถานที่ทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎร จนกลายเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานของสถาบันพระมหากษัตริย์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ด้านลักษณะเด่นของชุดไทยจิตรลดา ตัวเสื้อเป็นคอกลมมีขอบตั้งน้อยๆ ผ่าอกและแขนยาวจรดข้อมือ ติดกระดุมหน้าจำนวนห้าเม็ด สวมคู่กับผ้านุ่งป้ายหน้าที่มีชายผ้านุ่งยาวกรอมเท้า โดยเสื้อและผ้านุ่งจะแยกชิ้นกัน สำหรับตัวผ้าสามารถเลือกใช้ผ้าไหมเกลี้ยงมีเชิง หรือเลือกใช้ผ้าไหมทอยกดอกทั้งตัวก็ได้ และด้วยรูปแบบของผ้านุ่งที่ไม่มีการผ่าหลังหรือผ่าข้าง ทำให้ได้รูปทรงสุภาพและคล่องตัวในวาระเป็นทางการ

ชุดไทยจิตรลดาเป็นชุดที่นิยมใช้ในพิธีกลางวัน และโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานพระราชพิธี หรือการรับรองประมุขจากต่างประเทศ โดยการแต่งกายชุดนี้ไม่จำเป็นต้องประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยอมรินทร์

ถ้าชุดไทยจิตรลดาคือตัวแทนความสง่างามในพิธีการกลางวัน ‘ชุดไทยอมรินทร์’ คือชุดที่เหมาะสำหรับพิธีในช่วงกลางคืน เช่น งานเลี้ยงรับรอง รับเสด็จ ไปชมละครตอนค่ำ โดยเฉพาะในงานพระราชพิธีสวนสนามในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ชื่อชุดไทยอมรินทร์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เสด็จฯ ออกว่าราชการและประกอบพระราชพิธีสำคัญ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ลักษณะเด่นของชุดไทยอมรินทร์มีเค้าโครงคล้ายคลึงกับชุดไทยจิตรลดา แต่ทวีความโอ่อ่าด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมยกดอกทองแกม หรือผ้าไหมยกทองทั้งตัว สร้างความโดดเด่นสะท้อนแสงไฟในยามค่ำคืน โดยตัวเสื้อและซิ่นจะแยกชิ้นกัน และไม่มีการใช้เข็มขัดเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ส่วนเสื้อมีลักษณะคอกลมมีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ติดกระดุมหน้าห้าเม็ด คู่กับผ้านุ่งยาวกรอมข้อเท้าแบบไม่ผ่าข้างหรือผ่าหลัง พร้อมทั้งประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อความสง่างามตามแบบฉบับการแต่งกายเต็มยศ หรือครึ่งยศในงานสโมสรสันนิบาต

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยบรมพิมาน

‘ชุดไทยบรมพิมาน’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งบรมพิมานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2440 ที่บริเวณสวนศิวาลัย ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อพระราชทานเป็นที่ประทับในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร โดยในอดีตใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

ปัจจุบันพระที่นั่งบรมพิมานต่อเติมเพื่อใช้เป็นที่พักรับรองพระราชอาคันตุกะชั้นประมุขของประเทศ และพระราชวงศ์ชั้นสูงจากนานาประเทศ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ลักษณะเด่นของชุดไทยบรมพิมาน คือการเลือกใช้ผ้ายกไหม ผ้ายกทองมีเชิง หรือผ้ายกทองทั้งตัว มีเสื้อแขนยาวคอตั้ง ปลายแขนยาวกรอมข้อมือ ตัวเสื้อและผ้านุ่งตัดเย็บติดกันเป็นชุดเดียว มีซิปซ่อนด้านหลังยาวตั้งแต่ต้นคอจนถึงสะโพกล่าง เสริมความโดดเด่นด้วยผ้านุ่งจีบหน้านางมีชายพก และคาดทับด้วยเข็มขัดไทยเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้ชุด

เหมาะสำหรับใส่งานพิธีในยามค่ำคืนที่ต้องการความเต็มยศและครึ่งยศ ไม่ว่าจะเป็นงานอุทยานสโมสร งานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ หรือชุดเจ้าสาวในวันสำคัญ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยดุสิต

‘ชุดไทยดุสิต’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2332 เพื่อใช้เป็นสถานที่เสด็จฯ ออกรับแขกเมือง และใช้เป็นที่ประทับในการทรงประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่น การบำเพ็ญพระราชกุศล หรือการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ลักษณะเด่นของชุดไทยดุสิต คือตัวเสื้อไม่มีแขน คว้านคอกว้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยขับเน้นช่วงลำคอและไหล่ของผู้สวมใส่ให้ดูระหง และออกแบบมาเพื่อให้สวมสายสะพายในพระราชพิธีเต็มยศ นอกจากนี้ตัวเสื้อยังนิยมตกแต่งด้วยงานฝีมือ เช่น การปักไข่มุกหรือลูกปัด เพื่อสร้างประกายระยิบระยับยามค่ำคืน

หอสุพรรณ-พัสตร์

สำหรับองค์ประกอบส่วนล่าง ชุดไทยดุสิตจะสวมคู่กับผ้านุ่งที่ใช้ผ้ายกไหม หรือผ้ายกทอง โดยตัวซิ่นมีการจีบหน้านางเป็นระเบียบสวยงาม และมีชายพกสำหรับใช้คาดเข็มขัดไทย ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของชุดไทยดุสิตเป็นการถ่ายทอดความอ่อนช้อยของงานช่างฝีมือ

นิยมใส่ในงานพระราชพิธีตอนค่ำที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยจักรพรรดิ

‘ชุดไทยจักรพรรดิ’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธานในหมู่พระมหามณเฑียร สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ราว พ.ศ. 2325 เพื่อใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ รวมถึงเป็นสถานที่สำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

หอสุพรรณ-พัสตร์

เอกลักษณ์ของชุดไทยจักรพรรดิ คือการห่มสไบสองชั้น สะท้อนธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีชั้นสูงสมัยโบราณ ชั้นแรกจะเป็นแพรจีบแบบไทยห่มให้แนบเนียน ก่อนจะห่มทับด้วยสไบปักละเอียดลออด้วยดิ้นทองหรืออัญมณีล้ำค่า เพิ่มมิติความหรูหราให้ผู้สวมใส่ และแสดงถึงความประณีตบรรจงของงานช่างศิลป์ไทยที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญขั้นสูงในการจับจีบและปักลวดลายให้สมบูรณ์แบบ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ในส่วนผ้านุ่งใช้ซิ่นไหมหรือผ้ายกทองนำมานุ่งแบบเอวจีบ โดยจับจีบหน้านางเรียงตัวสวยงาม และมีชายพกนำมาประกอบกับเข็มขัดไทย เสริมให้ภาพรวมของผู้สวมใส่ดูสง่างามดุจนางในวรรณคดี เหมาะสมสำหรับใส่ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายแบบเต็มยศ

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยจักรี

‘ชุดไทยจักรี’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญใจกลางพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ใน พ.ศ. 2419 เพื่อใช้เป็นพระที่นั่งสำหรับเสด็จฯ ออกรับแขกเมือง และพระราชทานเลี้ยงในโอกาสสำคัญ ปัจจุบันปรับเปลี่ยนบทบาทใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีทางโบราณราชประเพณี และเป็นสถานที่เก็บรักษาเครื่องราชูปโภค

หอสุพรรณ-พัสตร์

ความงดงามของชุดไทยจักรีอยู่ที่การเปิดไหล่และห่มสไบ สามารถเลือกได้ว่าจะเย็บติดกับซิ่นเป็นชุดเดียวกัน หรือใช้สไบห่มต่างหากตามความนิยม โดยชายสไบจะต้องทิ้งตัวยาวลงมาด้านหลัง ช่วยเสริมให้ท่วงท่าของผู้สวมใส่ดูสง่างาม ส่วนผ้านุ่งจับจีบยกข้างหน้า มีชายพกช่วยเพิ่มความสุภาพและเป็นทางการ นิยมใช้ผ้ายกมีเชิงหรือผ้ายกทั้งตัวที่มีลวดลายวิจิตรบรรจง

นิยมใส่สำหรับงานตอนค่ำ และใส่คู่กับเครื่องประดับให้งดงามตามโอกาส

หอสุพรรณ-พัสตร์

ชุดไทยศิวาลัย

‘ชุดไทยศิวาลัย’ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ตั้งอยู่ในบริเวณสวนศิวาลัย เขตพระราชฐานชั้นกลางฝั่งตะวันออกในพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ก่อนจะได้รับพระราชทานนามใหม่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ถือเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ลักษณะพิเศษของชุดไทยศิวาลัย คือการดึงเอาจุดเด่นของชุดไทยแบบต่างๆ มารวมกัน โดยมีโครงสร้างหลักคือเสื้อแขนยาว คอตั้ง ผ่าหลัง เย็บติดกับผ้านุ่งจับจีบหน้านาง มีชายพกแบบชุดไทยบรมพิมาน ส่วนสไบปักลวดลายละเอียดลออห่มทับลงไปบนตัวเสื้ออีกชั้นหนึ่ง

นิยมใส่ชุดไทยศิวาลัยสำหรับงานพระราชพิธี หรือพิธีการระดับประเทศที่ต้องแต่งกายตามธรรมเนียมโบราณ รวมถึงได้รับความนิยมในหมู่เจ้าสาวสำหรับพิธีรับพระราชทานน้ำสังข์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์

ถ้ามีเวลาว่างอย่าลืมหาโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ไปดูการปักดิ้นทอง การจับจีบหน้านาง หรือส่องความวิจิตรของผ้าไทยด้วยตาตัวเอง เพราะงดงามเกินกว่าภาพถ่าย หรือคำบอกเล่าใดๆ จะเทียบเท่าได้

หอสุพรรณ-พัสตร์

หอสุพรรณ-พัสตร์ ด้านในสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดอยุธยา
ที่อยู่ : เลขที่ 59 ตำบล ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13290
เปิดทุกวัน
เวลา 08.00 – 17.00 น.
Website : https://www.sacit.or.th/th/home
Facebook : https://www.facebook.com/sacitofficial/
Instagram : https://www.instagram.com/sacit_official/
โทรศัพท์ 035-367-054