DETOUR X Myanmar

ชาวเมียนมาไหว้อะไรในชเวดากอง?

เรื่อง ฐิติภัค พินธุกนก Date 13-10-2020 | View 1923

ชาวเมียนมาส่วนใหญ่เชื่อกันว่า การกราบไหว้บูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากองนั้น จะนำมาซึ่งบุญกุศลและเป็นหนทางสู่การพ้นทุกข์ โดยเฉพาะพระพุทธรูป 9 องค์ ที่ตั้งอยู่ภายในชเวดากอง เป็นสิ่งที่ชาวเมียนมายึดมั่นและศรัทธามานานแสนนาน

About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • ไม่นานมานี้ มีฉากหนึ่งในละครไทยที่ถ่ายทำในประเทศเมียนมา ด้วยความน่ารักของบทประพันธ์และนักแสดง ทำให้ถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก แต่ไม่นานก็ตามมาด้วยดราม่าของการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนชเวดากองกับความเชื่อบางอย่างที่คนไทยรู้ แต่ชาวเมียนมาแท้ๆ กลับไม่รู้..
  • ชเวดากองเป็นหัวใจของชาวเมียนมา ตามความเชื่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาลหรือในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่ ว่ากันว่า ใต้เจดีย์ยังประดิษฐานเครื่องอัฐบริขารพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ ซึ่งรวมถึงพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันด้วย ผู้คนที่เคยมาสักการบูชาล้วนพูดเป็นเสียงเดียวว่าบนเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีพลังอย่างมาก
  • ชาวเมียนมาแท้ๆ มีความเชื่อเช่นเดียวกันว่า ในชีวิตนี้..ควรมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ 9 องค์บนชเวดากอง เพื่อให้สิ่งที่ปรารถนาจะสำเร็จดั่งตั้งใจ

หากวันหนึ่งที่คุณมีโอกาสไปเยือนเมียนมา จุดหมายที่ต้องปักหมุดไว้ในลิสต์คือ "พระมหาเจดีย์ชเวดากอง" สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมียนมา นอกจากความสวยงามทางสถาปัตยกรรมที่งดงาม จนเคยใช้ถ่ายทำละครไทยมาแล้วหลายเรื่อง ที่นี่ยังเต็มไปด้วยพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด 9 องค์ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวเมียนมาไว้ทั้งประเทศ

1. ตะวะกู่ พะยา (ปะดัมยา มะแยะฉิ่น พะยา)

หรือพระพุทธรูปดวงตาทับทิม พระพุทธรูปองค์นี้ ชาวเมียนมาเชื่อว่าขออะไรก็จะสำเร็จได้สมปรารถนา ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของทับทิมบริสุทธิ์ที่อยู่ในดวงตาของพระพุทธรูป กล่าวกันว่า กษัตริย์มอญโบราณถึงกับต้องซ่อนพระพุทธรูปองค์นี้ เพื่อป้องกันการถูกโค่นราชบัลลังก์จากเหล่ารัชทายาทและศัตรูทั้งหลายที่จะเข้ามาพรจากท่าน

ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่ในเจดีย์ชเวดากองชั้นในทางทิศตะวันออก (ใกล้พระประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันจันทร์) เฉพาะผู้ชายและพระสงฆ์เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปสักการะ ส่วนคนทั่วไปสามารถขอพรผ่านการถ่ายทอดผ่านจอโทรทัศน์ในวิหารหลักทั้ง 4 ทิศ

เคล็ดการขอพร : เวลาขอพรให้มองไปที่นัยน์ตาของพระพุทธรูป

ตะวะกู่ พะยา

ฉิ่นอิ๊ดซะกอนะ พะยา

2. เว่ยซาซอจี พะยา

พระพุทธรูปองค์นี้อยู่เยื้องกับพระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันเสาร์ เหนือพระพุทธรูปขึ้นไปมีรูปปั้นของเหล่าวิทยาธร ซึ่งชาวเมียนมาเชื่อว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาโรค วิทยาธรเหล่านี้นอกจากจะนั่งสมาธิเป็นกิจวัตรแล้ว ยังขยันเข้าป่าหาสมุนไพรอีกด้วย ว่ากันว่า ไม่ว่าเราจะตั้งใจเอาดอกไม้ไปถวายท่านเช้ามากแค่ไหน เมื่อไปถึงก็จะมีดอกไม้สักการะบูชาพระพุทธรูปวางอยู่ก่อนแล้ว

เคล็ดการขอพร : คนที่อยากเจริญทางธรรม และอยากให้การนั่งสมาธิมีความก้าวหน้า ต้องนั่งสมาธิต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นี้ ส่วนคนทั่วไปหากมีโรคร้ายหรือสุขภาพไม่ดี ควรไปขอพรจากท่านด้วย

พระพุทธรูปสั่นด่อว์ตวีน เว่ยซาซอจี พะยา

3. ฉิ่นซ่อปุ้พะยา

พระสมปรารถนา ตั้งอยู่บริเวณลานอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ข้างห้องแสดงภาพ “ฉิ่นซ่อปุ้” ซึ่งเป็นชื่อของกษัตรี (กษัตริย์ผู้หญิง) แห่งราชวงศ์หงสาวดี พระนางเป็นกษัตริย์เชื้อสายมอญที่มีความศรัทธาในการสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองเป็นอย่างมาก ถึงขนาดข้ามเมืองมาสร้างพระตำหนักใกล้ชเวดากองเพื่อที่ตื่นบรรทมมาจะได้เห็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นภาพแรกในทุกๆ วัน (ต่อมาพระตำหนักแห่งนั้น รัฐบาลเมียนมานำมาบูรณะใหม่จนกลายเป็นโรงแรมกันด่อว์จี ซึ่งเกิดไฟไหม้เสียหายไปในเดือนตุลาคม 2017) และพระนางยังเป็นผู้ริเริ่มการถวายทองเท่าน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นต้นแบบการทำบุญของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเมียนมาในเวลาต่อมาอีกด้วย

เคล็ดการขอพร : ตอนที่พระนางสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ได้อธิษฐานว่า บุญกุศลที่พระนางได้สร้างไว้ ขอจงสำเร็จแก่ผู้ที่มาขอพร จะอธิษฐานอะไรก็ขอให้สำเร็จสมปรารถนา จึงขอแนะนำสำหรับการขอพรเรื่องการงาน

ฉิ่นซ่อปุ้พะยา

4. พระพุทธรูปสั่นด่อว์ตวีน

พระพุทธรูปองค์นี้ ตั้งอยู่ในศาลาฝั่งตรงข้ามกับวิหารหลักทิศเหนือของเจดีย์ชเวดากอง โดยที่ด้านล่างเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเคยเป็นจุดที่สรงน้ำพระเกศาธาตุ (ทำความสะอาดเส้นผม) ก่อนจะถูกนำไปบรรจุใต้เจดีย์ชเวดากอง จากนั้นจึงมีการสร้างวิหารองค์เล็กๆ ครอบไว้ บ่อน้ำแห่งนี้ ชาวเมียนมาเชื่อว่าเชื่อมต่อกับแม่น้ำอิรวดี ในคืนวันเพ็ญ หากตั้งใจฟังดีๆ จะมีเสียงของกระแสน้ำในบริเวณนี้ด้วย

เคล็ดการขอพร : กราบไหว้เพื่อรับความเป็นสิริมงคลสูงสุด

พระพุทธรูปสั่นด่อว์ตวีน

5. ฉิ่นอิ๊ดซะกอนะ พะยา

ชื่อของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นภาษาบาลีแปลตรงตัวว่า “แพะวัว” ตำนานเล่าขานไว้ว่า เดิมทีมีพระธุดงค์สมัยพุกามรูปหนึ่ง มีความเป็นเลิศทางฤทธิ์เดช แต่มีเหตุให้ตาบอด จึงได้นั่งสมาธิอธิษฐานว่า ขอตาของแพะและวัวอย่างละข้างมาใส่ในดวงตาเพื่อให้กลับมามองเห็นอีกครั้ง และจะสืบทอดศาสนาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ต่อมา ดวงตาของท่านกลับมามองเห็นอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ชาวเมียนมาบางคนที่มากราบไหว้บอกว่า ดวงตาของพระพุทธรูปที่ใหญ่ข้างเล็กข้างนั้น มีปริศนาธรรมซ่อนไว้ด้วย

เคล็ดการขอพร : เมื่อได้รับพรสมปรารถนาแล้ว อย่าลืมที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนาในรูปแบบต่างๆ ที่เราสามารถทำได้

ฉิ่นอิ๊ดซะกอนะ พะยา

6. “โพโพอ่อง”

ได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครู เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์และเป็นอมตะ ตำราเมียนมาบางเล่มกล่าวว่าท่านเป็นอาจารย์ของพระเจ้าบุเรงนองด้วย ชาวเมียนมาเชื่อว่าท่านคอยปกปักรักษาพระพุทธศานาและคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยมาทุกยุคทุกสมัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงไม่แปลกที่จะมีรูปปั้น รูปหล่อของท่านอยู่ตามวัดวาต่างๆ ในเมียนมามากมาย

วิหารตั้งอยู่ใกล้กับต้นตาลที่เป็นจุดแลนด์มาร์กหนึ่งเดียวบนชเวดากอง หากสังเกตดีๆ ทางด้านขวามือของพระพุทธรูป จะมีพระสิวลีหนึ่งเดียวบนชเวดากองที่สามารถขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทองและการเดินทาง

เคล็ดการขอพร : ชาวเมียนมานิยมมาตกลูกประคำด้วยการสวดมนต์ 108 จบ นับโดยใช้ลูกประคำ สวด 108 จบเท่ากับสร้างเจดีย์ได้ 1 องค์ ระหว่างการสวดจะต้องตั้งใจนิ่งกับการสวดมนต์นั้น ส่วนใครจะมีมานะในการสร้างกี่องค์ก็ขึ้นอยู่กับความเพียร แต่นิยมสร้าง 9 หรือ 27 หรือ 108 องค์ (รวมแล้วตัวเลขให้ได้ 9) แล้วพรที่ขอนั้นจะสำเร็จ

โพโพอ่อง พะยา

7. ฉิ่นมะทีพะยา

พระสมปรารถนา ตั้งอยู่ใกล้กับเจดีย์หน่องด่อว์จีทางทิศเหนือ เจดีย์หน่องด่อว์จีนี้ ชาวเมียนมาให้ความสำคัญมากจนเรียกว่าเป็น “เจดีย์พระพี่ใหญ่” เพราะเคยประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าตอนที่ชเวดากองรอการก่อสร้าง ส่วนพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมปรารถนาที่อยู่ในวิหารติดกับเจดีย์แห่งนี้สร้างโดยพระสงฆ์ฉิ่นมะทีเมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว และได้อธิษฐานไว้ว่า ถ้าใครมาขอพรอะไรก็ให้ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันผู้ที่ก้าวขึ้นมามีอำนาจในประเทศนี้ ต่างนิยมขึ้นมาสักการะกราบไหว้

เคล็ดการขอพร : สำหรับคนที่กำลังขึ้นตำแหน่ง หรือกำลังทำโปรเจกต์งานสำคัญๆ

ฉิ่นมะทีพะยา

ฉิ่นมะทีพะยา

8. และแป้ะและ พะยา

พระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในวิหารหลักทิศตะวันออกของเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระพุทธรูปพระพุทธเจ้ากกุสันโธ จุดสังเกตคือพระหัตถ์ขวาจะหงายแบ ต่างจากพระพุทธรูปในวิหารทิศอื่นๆ ที่จะคว่ำมือ

เคล็ดการขอพร : ชาวเมียนมานิยมขอพรเพื่อให้ได้รับสิ่งดีงาม (เหมือนมือที่กำลังแบมือรับของพระพุทธรูป และทิศนี้ยังเป็นทิศตะวันออก ใครที่ยังไม่พบทางออก ลองมาขอพรกับพระพุทธรูปองค์นี้ได้)

และแป้ะและ พะยา

 

9. ปะยาฉิ่น พะยา

เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง ตั้งอยู่ใกล้ๆ วิหารทิศตะวันออกกับพระประจำวันของคนเกิดวันอังคาร พระพุทธรูปองค์นี้ ชาวเมียนมาเชื่อว่าที่พระนลาฏ ( หน้าผาก ) มีแร่ปรอทที่ศักดิ์สิทธิ์บรรจุอยู่ ซึ่งเราสังเกตได้ด้วยตาเปล่าว่าตรงหน้าผากของพระพุทธรูปจะมีรอยปูดบวมออกมา

เคล็ดการขอพร : ชาวเมียนมานิยมมาสักการะเพื่อรับพลังจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์

ปะยาฉิ่น พะยา

แต่ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปองค์ไหนหรือจะไหว้ตามตำราใด การมีโอกาสขึ้นมาสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองสักครั้งในชีวิตก็ถือเป็นมงคลสูงสุดแล้ว และหากมาทั้งที ลองเดินชมให้ทั่วบริเวณสักหน่อย คุณจะพบว่า ที่แห่งนี้รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา แม้รูปภาพนับพันจะถ่ายทอดได้สวยงามเพียงใด ก็ไม่อาจบรรยายได้เท่ากับดวงตาของเราที่ไปเห็นด้วยตนเอง

Tags: