DETOUR X Bali

The Best of Bali
เที่ยวบาหลีฉบับบีกินเนอร์
กับ 15 สถานที่สุดป๊อบที่ต้องไป!

เรื่อง Pogghi Date 30-04-2022 | View 1135
About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard

“บาหลี” ขึ้นหิ้งเป็นเกาะท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของอินโดนีเซียอย่างไร้ข้อสงสัย ด้วยการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มอบประสบการณ์ครบครัน ธรรมชาติสุดตระการตา ศิลปวัฒนธรรมกับความเชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แหล่งพักผ่อนรีสอร์ทหรูหรา ศูนย์กลางของกีฬาทางน้ำ และยังครองสถานะมรดกโลกด้านวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกอีกต่างหาก

ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2565 ที่ผ่านมา บาหลีเปิดเกาะให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนได้อีกครั้งโดยไม่ต้องกักตัวอีกแล้ว และตอนนี้บรรดาสายการบินทั้งหลายที่บินตรงจากเมืองไทยก็พร้อมให้บริการด้วยเช่นกัน

สำหรับคนที่ไม่เคยไปบาหลี และคิดจะลองเที่ยวบาหลีเป็นครั้งแรก แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เรามีเช็กลิสต์ 15 ที่เที่ยวสุดปังและป๊อบปูลาร์มากๆ จากหลากหลายสไตล์ที่สายเที่ยวบาหลีต้องไปสักครั้ง

BA 2

วัดเบซากิห์ (Pura Besakih)

เที่ยวบาหลีครั้งแรก ต้องไปชมวัดเก่าแก่และใหญ่ที่สุดบนเกาะนี้ ตั้งอยู่บริเวณไหล่ภูเขาไฟ กุนุง อากุง (Gunung Agung) ภูเขาไฟสูงตระหง่านน่าเกรงขาม การสร้างวัดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานจากอายุหินที่พบ คาดได้ว่าวัดน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าสองพันปี

วัดเบซากิห์ประกอบไปด้วยวัดย่อยรวมกัน 23 แห่ง สร้างลดหลั่นกันลงมาสวยงาม และได้รับการยอมรับให้เป็นดั่ง “วัดแม่” หรือ “วัดหลวง” แห่งบรรดาวัดทั้งปวงบนเกาะบาหลี โดยมีวัดสำคัญ คือ ปุราเปนาทารัน อากุง (Pura Penataraa Aguan) ซึ่งมักเป็นจุดที่ได้เห็นความเชื่อความศรัทธาจากชาวท้องถิ่นที่แต่งกายในชุดพื้นเมืองเดินทางมาประกอบพิธีกรรมกันอย่างคึกคัก

BA 1

วัดอูลุน ดานู บราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)

หยิบธนบัตร 50,000 รูเปียห์อินโดนีเซียขึ้นมา แล้วมองความงามสง่าของเจดีย์ 11 ชั้นริมทะเลสาบที่ปรากฏบนหลังธนบัตร นั่นคือ สถานที่เดียวกันกับวัดแห่งนี้นั่นเอง

วัดมีภูมิทัศน์ที่สวยงามตั้งอยู่กลางทะเลสาบบราตัน ได้รับการขนานนามว่า “วัดลอยน้ำ” สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาถวายแด่เทพีดานู (Dewi Danu) เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเทพแห่งทะเลสาบ ซึ่งทะเลสาบบราตัน ก็นับเป็นแหล่งชลประทานที่สำคัญมาตั้งแต่อดีตกาล

BA 3

วัดเลมปูยางค์ (Pura Lempuyang)

ศาสนสถานตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูที่มีความสำคัญและโด่งดังระดับท็อป เป็นขวัญใจช่างภาพ และชาวโซเชียลมีเดียที่ชอบเที่ยวบาหลีที่สุดอีกแห่งก็ไม่ผิดนัก เพราะประตูสวรรค์ หรือซุ้มประตูของวัดที่สะท้อนผืนน้ำราวกับกระจกนำไปสู่สรวงสรรค์ ถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายภาพของผู้มาเยือนแทบไม่เคยว่างเว้น ใครไปช้าต้องต่อคิวกันยาวเหยียด

วัดตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 1,000 เมตร มีทัศนียภาพของภูเขาไฟ กุนุง อากุง เป็นฉากหลัง ภายในวัดแบ่งออกเป็นสามส่วน เปรียบเป็นศีรษะ ร่างกาย และเท้า โดยชั้นบนสุดเป็นที่ประทับขององค์พระศิวะตามความเชื่อของชาวฮินดู

BA 15

วัดเตียร์ตา อัมปึล (Pura Tirta Empul)

เตียร์ตา อัมปึล มีความหมายว่า น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ที่สื่อถึงน้ำผุดใต้ดินอันบริสุทธิ์ที่มีต้นน้ำมาจากภูเขาไฟ ตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู จึงถือว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลไว้ วัดจึงเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของศาสนิกชนที่เดินทางมาประกอบพิธีกรรมอาบน้ำชำระร่างกายในบ่อน้ำโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคล การขับไล่สิ่งชั่วร้าย ไปจนถึงความเชื่อเรื่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การเดินทางมาที่นี่ ได้เห็นผู้คนมาอาบน้ำในบ่อโบราณจึงเป็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของวิถีชีวิตกับความเชื่อที่สืบทอดไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย

BA 4

วัดทานาห์ ล็อต (Tanah Lot)

มีตำนานเล่าขานกันว่านักบวชนามว่า “นิราร์ธา” เดินทางมาจากชวา และบำเพ็ญเพียรอยู่บริเวณนี้ แนะนำให้ชาวบ้านสร้างวิหารขึ้นเพื่อบูชาแด่เทพเจ้ารวมถึงปีศาจแห่งท้องทะเล ที่มาของชื่อวัด ทานาห์ (โลก) กับ ล็อต (ทะเล) จึงมีความหมายของการบรรจบกันระหว่างจักรวาลกับธรรมชาติ

ด้วยภูมิศาสตร์ของการสร้างวิหารไว้บนโขดหินขนาดมหึมาซึ่งสามารถเดินข้ามจากฝั่งไปได้เมื่อน้ำลด ทำให้ทิวทัศน์ของวัดแห่งนี้ยิ่งงดงามชวนตะลึง และกลายเป็นหนึ่งในภาพสัญลักษณ์ที่คุ้นตามากที่สุดอีกแห่งของบาหลี

BA 5

วัดอูลูวาตู (Uluwatu)

วัดเก่าแก่จากศตวรรษที่ 11 ที่แบ่งการสร้างเป็นสามส่วน ได้แก่ สวรรค์ โลกมนุษย์ และปีศาจ โดยมีจุดดึงดูดใจของผู้มาเยือน ด้วยการสร้างสถาปัตยกรรมตระหง่านงามบริเวณเนินผาริมทะเล ที่มีความสูง 70 เมตร มองเห็นผืนน้ำสีครามเบื้องล่าง พร้อมทิวทัศน์ของเส้นขอบฟ้าไกลสุดสายตา

ตามตำนานพื้นบ้านเล่าว่า เนินผาบริเวณวัดเป็นส่วนหนึ่งของเรือสำเภาที่กลายเป็นหินของเทพีดานู เทพผู้ปกปักรักษาท้องทะเล ซึ่งเนินผาดังกล่าวนับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งบนเกาะบาหลีอีกด้วย

BA 6

อุทยานเตียร์ตากังกา (Taman Tirtagangga)

“Tirta” หมายถึง น้ำศักดิ์สิทธิ์ และ “Gangga” คือ ชื่อแม่น้ำคงคาแห่งอินเดีย สถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นพระราชวังของอาณาจักรการังงาเซ็ม (Karangasem) สร้างไว้ในปี 1946 แต่การเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่เมื่อปี 1963 ทำให้เสียหายเหลือเพียงบริเวณสวนและสระน้ำ

สถานะในวันนี้จึงเป็นอุทยานท่องเที่ยวที่ยังหลงเหลือความงามทางสถาปัตยกรรมสไตล์บาหลี โดยเฉพาะบริเวณแท่นหินตรงสระน้ำที่เหล่าปลาคาล์ฟตัวโตว่ายวนมาต้อนรับนักท่องเที่ยว

BA 7

นาข้าวขั้นบันได เตกัลลาลัง (Tegalalang Rice Terraces)

หมู่บ้านเตกัลลาลัง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองอูบุด (Ubud) มีจุดขายสำคัญของทัศนียภาพด้านเกษตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ นาขั้นบันไดเขียวขจีที่ร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวปลูกผสมผสานกันไปเป็นบรรยากาศสุดรื่นรมย์ โดยหลังจากเดินทัวร์ชมนาขั้นบันไดแล้ว ก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ให้บริการพร้อมสรรพ

นอกจากได้ชมวิวสวยๆแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตมรดกด้านวัฒนธรรมแห่งบาหลี เมืองได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกในฐานะภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขตบาหลี: ระบบสุบัก (Subak) หลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ภูมิปัญญาด้านการชลประทานและการเกษตรนั่นเอง

BA 8

ภูเขาไฟบาตูร์ (Mount Batur)

นักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยต้องไม่พลาดการไปเยือนภูเขาไฟบาตูร์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดอลังการของบาหลี และเป็นอุทยานธรณีโลกที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก

มีบริการทัวร์แบบเดย์ทริปให้เลือกมากมาย รถจะมารับตั้งแต่รุ่งสางและใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ก็ถึงจุดชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท ซึ่งมีความสูง 1,717 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แล้วปล่อยให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมแสงแรกของวันไปพร้อมกับความน่าเกรงขามของขุนเขาได้แบบ 360 องศา

BA 9

น้ำตกติบูมานา (Tibumana Waterfall)

น้ำตกขนาดเล็กๆ ที่มีเพียงชั้นเดียว แต่เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมาก เพราะสายน้ำที่ถาโถมลงมาจากเนินผาสูงราว 80 เมตร ลงมาสู่แอ่งน้ำกว้างเบื้องล่างที่ราวกับเป็นสระน้ำส่วนตัวซ่อนอยู่กลางป่า กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่โดนใจใครต่อใครได้ไม่ยาก นอกจากนี้การเดินทางไปสะดวกสบายไม่ต้องออกแรงปีนป่ายหรือบุกป่าฝ่าดงอะไร ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนอยากไปถ่ายภาพสวยๆ ที่น้ำตกแห่งนี้

BA 10

หาดกูตา (Kuta Beach)

ย้อนอดีตกลับไปในยุค 70s ชายหาดแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความเงียบสงบและเป็นแหล่งเที่ยวลับๆของนักเดินทางผู้ชื่นชอบความเงียบสงบ แต่ทุกวันนี้ หาดกูตา คือศูนย์กลางของกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะเหล่านักเซิร์ฟ ทั้งมือใหม่ หรือรุ่นเก๋า ที่ต่างเดินทางมาสัมผัสกับเกลียวคลื่นลมแรง หน้าหาดมีความกว้าง และยาวถึง 5 กิโลเมตร เหมาะแก่กิจกรรมเซิร์ฟบอร์ดเป็นที่สุด

BA 12

หาดปาดังปาดัง (Padang Padang Beach)

ถ้าหาดกูตา เป็นจุดเริ่มต้นของนักเซิร์ฟมือใหม่ หาดปาดังปาดัง ก็เป็นขั้นถัดมาของนักเซิร์ฟมือโปร ที่ต้องการออกมาท้าทายกับคลื่นขนาดยักษ์หรืออุโมงค์คลื่นที่หาไม่ได้ง่ายๆ ชายหาดแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงระดับโลกในวงการเซิร์ฟ และยังเป็นชายหาดที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ Eat, Pray, Love (2010) ที่ทำให้ภาพของบาหลีเป็นจุดหมายสุดโรแมนติกมาจนถึงทุกวันนี้

BA 14

เกาะนูซาเปนีดา (Nusa Penida)

ล่องเรือออกจากเกาะบาหลีไปสักหน่อย มุ่งหน้าเกาะนูซาเปนีดา เกาะที่เตรียมต้อนรับคุณด้วยทัศนียภาพสุดอลังการของโตรกผาขนาดมหึมาริมทะเลสีเทอร์คอยซ์ของมหาสมุทรอินเดีย โดยไฮไลท์เด็ดต้องยกให้กับ “หาดเกอลิงกิง” (Kelingking) ซึ่งมีจุดเช็กอินสุดปัง คือ เนินเขาสูงราว 400 เมตรที่ยื่นออกไปสู่ทะเล มีรูปร่างให้จินตนาการว่าคล้ายหัวของไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ สวยงามคุ้มค่าแก่การมาเยือน

นอกจากนี้ยังมี Broken Beach เนินผาที่น้ำทะเลกัดเซาะผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นสะพานขนาดยักษ์ราวกับฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี หรือ Angel’s Billabong แอ่งน้ำธรรมชาติจากหินภูเขาไฟใสแจ๋วจนต้องลงไปดำผุดดำว่ายให้ได้ภาพสวยๆ กลับมา

BA 11

ระบำบารอง (Barong Dance)

อย่าพลาดไปหมู่บ้านบาตูบูลัน (Batubulan) เพื่อชมการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์แห่งบาหลี นั่นคือ ระบำบารอง ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ผสมผสานความเชื่อกับพิธีกรรม เต็มไปด้วยความงดงามน่าทึ่งไปในความเดียวกัน

“บารอง” เป็นสัตว์วิเศษในจินตนาการรูปร่างคล้ายสิงโต เสมือนตัวแทนความดีงามที่คอยปกปักรักษามนุษย์ ซึ่งต้องต่อกรกับ “รังดา” ราชินีปีศาจตัวแทนสิ่งชั่วร้าย การแสดงนี้จึงแฝงคติการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม ถ่ายทอดออกมาเป็นนาฏกรรมทั้งอ่อนช้อยและดุดันที่หาชมได้ที่บาหลีเท่านั้น

BA 13

ตลาดอูบุด (Ubud Market)

วิธีทำความรู้ท้องถิ่นใดๆให้ลึกซึ้ง หนึ่งในนั้นต้องลองไปตลาด ซึ่งตลาดเมืองอูบุด ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การทำความรู้จักวิถีบาหลีแบบท้องถิ่นให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น

เมืองอูบุด เมืองสำคัญบนเกาะที่เป็นศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรม ตลาดแห่งนี้จึงมีทั้งความเป็นตลาดชุมชนและตลาดเพื่อนักท่องเที่ยว ละลานตาไปด้วยของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง งานศิลปะ งานคราฟต์ท้องถิ่น อาหารพืชผักผลไม้สดแห้ง และสินค้าอีกมากมายเกินกว่าคณานับ แม้ว่าสินค้าหลายอย่างอาจพอจะซื้อที่อื่นก็ได้ แต่ความเป็นศูนย์กลางการค้าของตลาดแห่งนี้น่าสนใจและเป็นสวรรค์สำหรับนักชอป นักต่อรองราคา ที่สามารถเดินสนุกหาซื้อของได้เพลิดเพลินไปทั้งวัน

BALI Travel Tips

  • นักท่องเที่ยวชาวไทย เดินทางเข้าประเทศอินโดนีเซียได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า พำนักได้นานถึง 30 วัน (มีอายุพาสปอร์ตเหลืออย่างน้อย 6 เดือน)
  • การเดินทางจากประเทศไทย บินตรงสู่เกาะบาหลี (สนามบินงูราห์ไร เมืองเดนปาซาร์) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 20 นาที ทั้งนี้ ภายหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ในเดือนพฤษภาคม 2022 มีสายการบินกลับมาเปิดให้บริการบินตรงสู่บาหลีอีกครั้ง เช่น แอร์เอเชีย, การบินไทย
  • เวลาที่บาหลี เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง
  • ค่าเงิน 10,000 รูเปียห์อินโดนีเซีย เท่ากับ 24 บาท โดยมีค่าครองชีพใกล้เคียงกับประเทศไทย นอกจากนี้ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมในบาหลี ยินดีรับบัตรเครดิต
  • การเดินทางภายในเกาะบาหลี สามารถทำได้หลากหลาย เช่น เช่ารถยนต์ขับเอง (ควรมีความชำนาญ เนื่องจากบางพื้นที่ถนนแคบและคดเคี้ยว) เช่ารถยนต์พร้อมคนขับ เช่ามอเตอร์ไซค์ รถรับจ้าง แท็กซี่ ฯลฯ รวมถึงการหาซื้อแพ็คเกจของบริษัททัวท้องถิ่นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถช่วยจัดการโปรแกรมให้เสร็จสรรพ
  •  เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวชมศาสนสถาน จำเป็นต้องแต่งกายสุภาพ มิดชิด และให้ความเคารพ ก่อนเข้าชมมีบริการเช่าโสร่ง หรือผ้าคลุม การพกติดเป็นของใช้ส่วนตัวไปเลยจะสะดวกกว่า นอกจากนี้ มีกฎห้ามเข้าสถานที่ทางศาสนาสำหรับสตรีผู้มีรอบเดือน
  • หากเห็นเครื่องไหว้บูชาที่ใส่กระทงวางอยู่ตามพื้น ห้ามเดินเหยียบหรือเดินข้ามโดยเด็ดขาด
  • สภาพภูมิอากาศเกาะบาหลีใกล้เคียงกับเมืองไทย มี 2 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน คือ พฤษภาคม – ตุลาคม กับฤดูฝน คือ พฤศจิกายน-เมษายน
  • ไฮซีซั่นของบาหลีเป็นช่วงกรกฎาคม-กันยายน (อากาศดีไม่ค่อยมีฝนตก) และธันวาคม-มกราคม (ไฮซีซั่นปลายปี) แต่ความจริงแล้วสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับประเภทของกิจกรรม และความชื่นชอบ เช่น บรรดาสายเซิร์ฟ ก็ต้องไปท้าทายเกลียวคลื่นกันในช่วงฤดูฝน
Tags: