About
DETOUR X Cuba

The Best of Havana

The Best of Havana ความคูลของเมืองหลวงคิวบา 15 กิจกรรมไม่ควรพลาด

เรื่อง Pogghi Date 13-01-2023 | View 973
Beingthere Detour Be myguest FLAVOR Resound art+culture Insights Trends Business Insiders Balance Craftyard News
Read At ONCE
  • ถ้าหากคุณสอดส่ายสายตาหาเมืองไหนสักแห่งบนโลกที่มอบบรรยากาศและความรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาหยุดเดินตั้งแต่ยุค 80s แล้วทิ้งให้เสน่ห์ของวันวานเฉิดฉายต่อไปอยู่อย่างนั้น ราวกับไม่แยแสต่อจังหวะความทันสมัยแห่งโลกทุนนิยม…‘ฮาวานา’ เมืองหลวงของประเทศคิวบา คือ จุดหมายปลายทางที่คุณต้องการ

ฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1519 โดยชาวสเปน จนกระทั่งเมื่อถึงศตวรรษที่ 17 ได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำหรับการต่อเรือในแถบทะเลแคริบเบียน วันเวลาผ่านมาอีกหลายร้อยปี มหานครแห่งนี้แผ่กิ่งก้านสาขาจนมีประชากรอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน แต่สำหรับใจกลางเมืองเก่านั้นแทบไม่เปลี่ยนไป ยังคงไว้ซึ่งการผสมผสานระหว่างสไตล์บารอกและนีโอคลาสสิกแบบในอดีต

ย่านเมืองเก่าและระบบป้อมปราการในศตวรรษที่ 16 ของที่นี่ได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ในนาม ‘Old Havana and its Fortification System’ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ฮาวานายั่วยวนใจให้คุณตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย

มารู้จัก 'ฮาวานา' เมืองเก๋าและเก๋ที่เหมือนหลุดมาจากฉากภาพยนตร์กับ 15 กิจกรรมที่เราไม่อยากให้คุณพลาดเลย

HA 1

Photo credit: Denis Turavtsov / Shutterstock.com

ทัวร์ ‘Old Havana’ ฟรี

ย่านเมืองเก่า Old Havana เป็นพื้นที่มรดกโลก ซึ่งมีทัวร์เดินชม ‘ฟรี’ มากมาย บรรยากาศนั้นผสมผสานสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่งดงามกับวิถีชีวิตบนท้องถนน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็น 1 ใน 25 แหล่งมรดกโลกที่มีแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์เมืองเก่า

ทัวร์เดินชมเมืองเก่าไปตามสถานที่โด่งดัง เช่น ตามรอยเฮมิงเวย์ ชมตลาดท้องถิ่น สถาปัตยกรรมย้อนยุค และปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารบนชั้นดาดฟ้า โดยกิจกรรมทัวร์เดินชมเมืองฟรี มีทุกวันตั้งแต่ช่วงสายๆ หาได้จากบริเวณ Plazuela de Santo Ángel (แม้เป็นกิจกรรมฟรีก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติ การให้ทิปไกด์ทัวร์ก็เป็นธรรมเนียมที่ควรทำ ส่วนจะให้มากหรือน้อยก็ตามความพึงพอใจ)

ข้อมูลเพิ่มเติม https://freewalkingtourhavana.com

HA 5

Photo credit: javier gonzalez leyva / Shutterstock.com

นั่ง ‘รถคลาสสิก’ ย้อนอดีตไปยุค 60s

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฮาวานา คือ การนั่งรถคลาสสิกหลังคาเปิดประทุนพร้อมคนขับให้บริการตะลอนออกไปรับแสงแดดกับสายลมรอบๆ เมืองหลวงอันงดงาม รถยุคโบราณที่ว่านี้ เช่น Cadillac, Buick ที่เป็นรุ่นยอดนิยมในยุค 1960 สีสันสดใสสะใจสามารถเลือกได้ตามใจชอบ

หารถสไตล์ย้อนยุคได้จากบริเวณหน้า Parque Central (ใกล้กับ Hotel Inglaterra หรือ Gran Hotel Manzana Kempinski) หรือ Parque La Maestranza ทางเข้า Havana Harbour นอกจากนี้ลองถามโรงแรมที่พักดู บางแห่งก็สามารถจัดหาทัวร์รถคลาสสิกให้ได้เช่นกัน

ทัวร์เมืองไปกับรถบัส Hop-on Hop-off

อีกหนึ่งวิธีสำรวจฮาวานาได้อย่างรวดเร็ว ราคาย่อมเยา คือ เลือกใช้บริการรถทัวร์ชมเมือง อย่างรถบัส Hop-on Hop-off ที่มีชื่อว่า Havana Bus Tour ซึ่งให้บริการทุกๆ 20-30 นาที จากบริเวณ Parque Central ตรงข้ามกับ Hotel Inglaterra ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์เท่านั้น จากนั้นคุณสามารถไปสำรวจได้ตามอัธยาศัย หรือใช้เวลากับสถานที่ที่คุณต้องการได้นานขึ้น เพราะรถวิ่งวนเป็นเส้นทางเดิม ขึ้นลงได้ตามสะดวก

Havana Bus Tour มีบริการวิ่งในสองเส้นทางหลักตลอดทั้งวัน ได้แก่ T1 วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใน Centro Habana, Vedado และ Miramar ส่วน T3 วิ่งไปยังชายหาด Playas del Este ผ่านป้อมประวัติศาสตร์ของเมือง

HA 4

Photo credit: Diego Grandi / Shutterstock.com

ถ่ายรูปคู่ ‘เช’ ที่ ‘Plaza de la Revolucion’

ไปฮาวานาทั้งที ต้องเช็กอินถ่ายภาพคู่กับไอคอนิก ‘เช เกวารา’ นักปฏิวัติชาวอาร์เจนไตน์ผู้นำปฏิวัติคิวบา ที่ ‘Plaza de la Revolucion’ หรือจัตุรัสแห่งการปฏิวัติ (Revolution Square) ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดห้ามพลาดของเมือง สำหรับการถ่ายภาพที่คู่ ‘เช’ ด้วยศิลปะร่วมสมัย เป็นงานที่ปรากฏใบหน้าของนักปฏิวัติในตำนานโดดเด่นบนตึก Ministry of the Interior of the Republic of Cuba ซึ่งแค่ได้แวะไปยืนถ่ายรูปเท่ๆ ก็คู่ควรกับการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของเราอย่างที่สุด

เดินเล่นรับลมทะเลที่ Malecón

หนึ่งในสถานที่แสดงให้เห็นความรุ่งโรจน์ของฮาวานา ให้ลองไปเดินถนนเลียบชายหาดที่เรียกว่า มาเลกอน (Malecón) ซึ่งมีความยาวประมาณ 7 กม.ทอดยาวจากปากอ่าวไปยังปากแม่น้ำ Río Almendares

Malecón เสมือนกำแพงริมทะเล เป็นสถานที่สำคัญของเมืองที่ผู้คนออกมาเดินเล่นไปตามทางเท้าริมหาด โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่ชุมนุมของคนในท้องถิ่น มีพ่อค้าแม่ค้าขายไวน์ เหล้ารัม และอาหาร ชาวประมงยืนตกปลา นักวิ่ง นักดนตรี คู่รัก กลุ่มวัยรุ่นมารวมตัวกันและนั่งบนกำแพง ชมคลื่นที่ซัดฝั่งและอาคารเก่าแก่ที่สวยงามอีกด้านไปจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า

HA 3

ทำความรู้จัก ‘ซิการ์’ คิวบา

ไปคิวบาดินแดนซิการ์ทั้งที การสูบซิการ์คิวบาที่ม้วนด้วยมือจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด (อย่างน้อยก็สำหรับนักสูบ) ถ้าเป็นซิการ์ที่ไม่มียี่ห้อจะมีราคาถูกมากกว่าซิการ์ที่คุณพบในโรงแรมหรูๆ แต่คุณภาพก็ไม่แย่เลย ลองมองหาซิการ์คุณภาพดีที่ได้มาจากโรงงานใน Viñales ส่วนใครไม่สูบ แค่ลองซื้อไปให้คนที่ชอบซิการ์รับรองว่าเป็นของฝากที่ถูกใจผู้รับที่สุด โดยยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและแพงที่สุด ต้องยกให้ Cohiba ซึ่งในอดีตผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลคิวบา หรือใช้เพื่อมอบเป็นของขวัญแก่ผู้นำต่างประเทศ

เดย์ทริปไป ‘Viñales’

Viñales เป็นเมืองชนบทเล็กๆ รายล้อมด้วยหุบเขาเขียวขจีที่มีชื่อเดียวกัน ‘หุบเขา Viñales’ นั้นได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกด้วยภูมิประเทศงดงามสลับกับโขดหินอันน่าทึ่ง และยังดำรงไว้ในวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำยาสูบ ซึ่งภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมแห่งนี้ได้รับการพัฒนาเรื่อยมา จึงนับเป็นการตัดสินใจที่ดีแน่นอน หากจะลองไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากฮาวานา

การไปดูไร่ยาสูบที่ Viñales ต้องเดินทางจาก ฮาวานาไปราว 180 กม. โดยสารรถบัสไปราว 3 ชม.ครึ่ง สามารถเยี่ยมชมโรงงานทำซิการ์ เรียนรู้วิธีการมวนซิการ์ และซื้อซิการ์ในราคาที่ถูก หรือหาซื้อกาแฟ เมล็ดกาแฟได้ที่นี่เช่นกัน

HA 2

Photo credit: The Visual Explorer / Shutterstock.com

ชม ‘คาบาเรต์ โชว์’

การจองตั๋วเพื่อชมการแสดงคาบาเร่ต์ เป็นหนึ่งในตัวเลือกแสนวิเศษในฮาวานา แม้ว่าราคาเริ่มต้นที่ 75 ดอลลาร์ สำหรับโชว์มาตรฐาน แต่ก็คุ้มค่าและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะมีโอกาสแต่งตัวหรูๆ ในค่ำคืนที่ฉาบฉายไปด้วยสีสัน เสียงดนตรี และการแสดงอันยิ่งใหญ่ที่หลงเหลือตกทอดมาตั้งแต่ยุคก่อนปฏิวัติคิวบา

แนะนำให้มุ่งไปที่ ‘ทรอปิคานา’ คลับที่มีชื่อเสียงโด่งดังสุดของฮาวานา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแสดงมานานกว่า 80 ปีรูปแบบโรงละครขนาดใหญ่ที่บรรยากาศราวกับหยุดไว้ในยุครุ่งเรืองตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ทั้งนี้การแสดงส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเวลาอาหารมื้อค่ำ ไหนๆ ก็ไปแล้ว เพิ่มงบอีกหน่อยจองแบบดูโชว์พร้อมอาหารไปเลย (เริ่มต้นที่ 100 ดอลลาร์)

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.cabaret-tropicana.com/en/

เสพศิลป์ยามค่ำคืนที่ Fábrica de Arte Cubano

Fábrica de Arte Cubano คือ แหล่งวัฒนธรรมยามค่ำคืนที่ไม่ควรพลาดชนิดที่นิตยสารไทม์เลือกให้สถานนี้ ติดอันดับ 100 สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 มาแล้ว ในอดีตเคยเป็นโรงงานผลิตน้ำมันปรุงอาหาร ที่ในวันนี้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมแบบผสมผสาน เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติสถานบันเทิงยามค่ำคืนกับฉากศิลปะของฮาวานาได้อย่างลงตัว

ภายในอาคารมีนิทรรศการศิลปะ พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ได้สำรวจทั้งงานวิจิตรศิลป์ นิทรรศการภาพถ่าย การแสดง ดนตรี คลาสเรียนเต้นแทงโก้ คอนเสิร์ต ร้านค้าแบบป๊อปอัพ บาร์ และร้านอาหารเล็กๆ

Fábrica de Arte Cubano เปิดวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 02.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.fac.cu

เรียนรู้วัฒนธรรมแอฟโฟร-คิวบาที่ ‘Regla’

นั่งเรือข้ามฟากขนาดเล็กชื่อ ‘Lanchita de Regla’ ไปยัง ‘เรกลา’ (Regla) ที่ได้พานักท่องเที่ยวข้ามฟากไปยังสถานที่สำคัญในฮาวานามาเนิ่นนานหลายปี จุดหมาย คือ ย่าน Regla และรูปปั้น ‘Cristo de la Habana’ ของพระเยซูคริสต์ที่ตระหง่านอยู่เหนือท่าเรือ

นอกจากร้านรวงที่ดูมีเสน่ห์แบบเรียบง่าย เดินชมโบสถ์ขนาดเล็กริมท่าเรือที่มีภาพสักการะของพระแม่มารีแห่งเรกลา ซึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวคาทอลิก รวมถึง ‘Santería’ หรือ Regla de Ocha ศาสนาพลัดถิ่นของชาวแอฟริกันที่กำเนิดขึ้นในคิวบาช่วงปลายศตวรรษที่ 19

รอบๆ โบสถ์ พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นจะขายดอกไม้และรูปปั้นเกี่ยวกับศาสนา แล้วเดินจากจุดขึ้นเรือข้ามฟากไปบนเนินเขาที่ตั้งของรูปปั้น จะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของฮาวานา ที่ถือเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดในเมือง

ฟังเสียงปืนใหญ่ El Cañonazo

Cañonazo ประเพณีเก่าแก่ของเมืองที่ย้อนกลับไปต้นศตวรรษที่ 18 เป็นพิธียิงปืนใหญ่ที่จัดขึ้นทุกคืนเวลาสามทุ่ม บนเชิงเทินของป้อมปราการ La Cabaña ตรงข้ามท่าเรือ Old Havana ซึ่งแม้ว่าได้ยินเสียงกึกก้องในไปทั่วละแวกใกล้ๆ ป้อมปราการ แต่หากอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด ก็ต้องไปชมที่ป้อมแห่งนี้

การยิงปืนใหญ่ถือเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปลี่ยนเวรยาม มีทหารสวมเครื่องแบบดั้งเดิมในยุคก่อน และการจุดคบไฟเพื่อประกาศการปิดท่าเรือของฮาวานา โดยการปฏิบัตินี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1670 ถึง 1860 โดยการยิงปืนใหญ่ทุกคืนนี้เพื่อเป็นสัญญาณปิดประตูเมือง ในเวลา 21.00 น. จนกระทั่งกำแพงพังทลายลงในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แต่ประเพณีก็ยังคงดำเนินต่อมาจนปัจจุบัน

HA 6

กินไอศกรีมที่ Coppelia

การไปกินไอศกรีมที่ Coppelia นับเป็นสิ่งไม่ควรพลาด ที่นี่สร้างขึ้นในปี 1966 หลังจากการปฏิวัติคิวบาไม่นาน มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่น่าสนใจ ถือเป็นหนึ่งในร้านไอศกรีมที่ใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลก ว่ากันว่า ฟิเดล คาสโตร ก็ช่วยวางแผนการสร้าง โดยหวังว่าจะสร้างสรรค์รสชาติที่ดีกว่าและหลากหลายรมากกว่าร้านไอศกรีมในอเมริกา ส่วนที่มาของชื่อนั้นมาจาก Celía Sanchez หนึ่งในเพื่อนร่วมงานที่สนิทของคาสโตรตั้งชื่อสถานที่นี้ตามบัลเล่ต์ที่เธอชื่นชอบ

ไปแล้วอาจพบนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวเหยียดล้นออกมาด้านนอก แต่เมื่อเข้าไปในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ จะพบแผงขายไอศกรีม และที่นั่งใต้ร่มไม้กระจายอยู่รอบๆ ในอดีตไอศกรีมเคยมีหลายรส แต่ปัจจุบันรสชาติมีให้เลือกจำกัด อาจมีอย่างน้อยแค่ 2-3 อย่าง แต่การแวะมาที่นี่ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่เหมือนใคร และเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้กระทบไหล่สัมผัสวิถีคนการกินแบบคนท้องถิ่น

จิบกาแฟระดับโลกในฮาวานา

มาถึงคิวบาทั้งที ต้องลองกาแฟคิวบาในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในฮาวานา สำหรับคนในแวดวงคอกาแฟย่อมรู้ดีว่า คิวบาขึ้นชื่อเรื่องกาแฟที่อร่อยระดับโลกและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งโชคดีมากว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีร้านกาแฟใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายกระจายไปทั่วฮาวานา แนะนำให้ไปแวะที่ร้าน El Café ใน Old Havana หรือ HAV Coffee & Art รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ

พัก ‘คาซ่า’ กับคนท้องถิ่น

ลองตัดใจ wi-fi ในโรงแรมไปสักพัก เพื่อแลกกับประสบการณ์คิวบาขนานแท้ แล้วจองบ้าน หรือคาซ่า (Casa) น่ารักๆ ที่คุณจะได้อยู่กับครอบครัวคนท้องถิ่นซึ่งเป็นประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อ ไปเรียนรู้ความน่ารักของชาวคิวบา ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร

Casa Particular หรืออสังหาริมทรัพย์ที่เช่าโดยชาวคิวบา นับเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือนมานานก่อนที่ Airbnb จะฮิตเสียอีก นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาคาซ่าที่มีตั้งแต่ห้องให้เช่าหรืออพาร์ทเมนต์ธรรมดา ไปจนถึงแมนชั่นที่ได้รับการบูรณะใหม่ ซึ่งการเลือกพักรูปแบบนี้ยังหมายถึงการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่นไปในตัว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.casasparticularcuba.com

HA 7

Photo credit: Anton_Ivanov / Shutterstock.com

ตามรอยเท้าของเฮมิงเวย์

ฮาวานา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของนักเขียน ศิลปิน และนักสร้างสรรค์ชื่อดังระดับโลกนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้น คือ ‘เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์’ นักเขียนระดับโลก ที่หลงรักคิวบาเป็นที่สุด

สถานที่โปรดของเฮมิงเวย์ให้ตามรอย ได้แก่

El Floridita บาร์และร้านอาหารชื่อดังอันเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘แหล่งกำเนิดของค็อกเทล Daiquiri’ ซึ่งว่ากันว่า เฮมิงเวย์ ล้มลงหลายครั้งที่มุมบาร์แห่งนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นตั้งของรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ของเขาในปัจจุบัน

Hotel Ambos Mundos บ้านหลังที่สองของนักเขียนชื่อดัง นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กในโรงแรมแห่งนี้ซึ่งอุทิศให้กับเฮมิงเวย์ในห้อง 511 หรือเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มแก้วโปรดของเฮมิงเวย์ที่บาร์

Casa Vigía บ้านของเฮมิงเวย์ที่ชานเมืองฮาวานาเป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนสนใจในนักเขียนชื่อดังต้องไม่พลาด คฤหาสน์หลังนี้ยังรักษาไว้ในสภาพเดิม พร้อมเครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวดังเช่นอดีต

รู้ไว้ก่อนไป ‘ฮาวานา’

• การเดินทางไปคิวบา ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา ต้องใช้วีซ่า ติดต่อสถานทูตคิวบาประจำประเทศไทยได้ที่ มีล่าแมนชั่น ชั้น 3 ซ. สุขุมวิท 27 เขตวัฒนา กทม. โทร. 0 2665 2803

• เอกสารการยื่นวีซ่า ได้แก่ หนังสือเดินทาง อายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน, หลักฐานตั๋วเครื่องบินไป-กลับ, หลักฐานการจองที่พัก, รูปถ่าย 2 นิ้ว, ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมประเทศคิวบา

• กรณีเดินทางเข้าคิวบาจากสหรัฐอเมริกา สามารถซื้อ Cuba Tourist Card ได้จากเคาน์เตอร์สายการบิน ใช้แทนวีซ่า

• Peso cubano convertible (CUC) เป็นเงินที่ใช้สำหรับชาวต่างชาติ แลกได้ที่สนามบิน พกเงินดอลลาร์ หรือยูโร ไปแลกได้ และประเทศคิวบา ยังไม่ใช้บัตรเครดิต

• ค่าครองชีพคิวบาไม่แพง ค่าอาหารมีตั้งแต่ประมาณ 2-10 ดอลลาร์ ค็อกเทลดีๆ หาได้ในราคา 5-6 ดอลลาร์ แท็กซี่จากสนามบินเข้าเมือง ประมาณ 20-30 ดอลลาร์

• ที่พักมีให้เลือกหลากหลายแบบ ค้นหาข้อมูลที่พักได้ไม่ยาก จากเว็บเอเจนซี่จองโรงแรมทั่วไป หรือที่พักสไตล์ Airbnb ก็มีให้เลือกหลากหลาย

• ถ้าคุณพูดภาษาสเปนได้ คงได้พูดทั้งวันแน่นอน ส่วนภาษาอังกฤษ ใช้สำหรับคนทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้น พกคู่มือภาษาสเปนติดไปด้วย มีโอกาสได้ใช้แน่ๆ

• คิวบาเป็นดินแดนดิจิทัลดีท็อกซ์อย่างดี เพราะอินเทอร์เน็ตยังเป็นของหายาก สามารถหา wi-fi ได้ตามโรงแรม หรือซื้อ internet card จากโรงแรม ร้านค้าที่จำหน่าย โดยอย่าคาดหวังว่าจะใช้ได้ดีในทุกสถานที่

• ไฮซีซั่นคล้ายประเทศท่องเที่ยวเขตร้อน คือ พฤศจิกายน – มีนาคม แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เพราะฝนตกชุก และอาจมีพายุ

• ความปลอดภัยของการท่องเที่ยวคิวบา ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แม้แต่ผู้หญิงเดินทางไปลุยเดี่ยวมาแล้วก็ไม่น้อย ดังนั้นมีความระแวดระวังตามมาตรฐานของการเดินทางทั่วไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

• สำหรับคอดนตรี ลองหาหนังสารคดีเรื่อง Buenavista Social Club (1999) มาดู เพื่อปลุกแรงบันดาลใจให้ลุกโชนก่อนเดินทาง

Tags: