POLHUI
The Showcase Festival by POL HUIPRASERT เวทีทดลองที่พา T-POP ไทย มาเล่นคอนเสิร์ตตามคาแรกเตอร์ของตัวเอง
- The Showcase Festival ครั้งแรกของการจัดคอนเสิร์ตที่มาในรูปแบบเฟสติวัลผ่านเลนส์ ‘นักออกแบบความรู้สึก’ อย่าง ‘พล หุยประเสริฐ’ ที่ดึงคาแรกเตอร์ 6 ศิลปินอย่าง JEFF SATUR, NONT TANONT, THE TOYS, VIOLETTE WAUTIER, BOWKYLION และ 4EVE ให้ออกมาเป็น 6 คอนเสิร์ตที่มัดรวมอยู่ในเฟสติวัลเดียวแบบจัดเต็ม!

โชว์ - ความครีเอทีฟของคนเบื้องหลัง
The Showcase Festival by POL HUIPRASERT คืออะไร?
คงเรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่มีความเป็นเฟสติวัลซับซ้อนมากๆ ในเชิงโปรดักชัน ซึ่งการซับซ้อนในเชิงโปรดักชันไม่ได้แปลว่า เราจะโฟกัสที่ทำโปรดักชันใหญ่หรืออลังการ แต่แปลว่านี่คือ 6 คอนเสิร์ตที่จะอยู่ในเฟสติวัลนี้ ความซับซ้อนของงานนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ทำงานเบื้องหลังแน่ๆ ครับ ซึ่งทั้ง 6 คอนเสิร์ตของศิลปินแต่ละคนก็จะมีรายละเอียดไม่เหมือนกันเลย เช่น ฉาก คอนเซปต์โชว์ หรือการออกแบบเวทีในส่วนต่างๆ ก็จะไม่เหมือนกัน หรืออาจจะมีให้ศิลปินบางคนหรือบางคู่ได้วนมาแสดงคู่กันได้ รูปแบบของงานจะมีหลายรูปแบบปะปนกันไป เราเลยเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นเฟสติวัลกึ่งคอนเสิร์ตครับ
ชื่อโชว์ว่า ‘The Showcase Festival by POL HUIPRASERT’ แปลว่าจะเป็นเวทีที่เกิดจากความคิดของพล หุยประเสริฐเลยใช่ไหม?
จริงๆ ชื่อนี้ก็มาจากการที่เราอยากลองทำบางอย่างที่มีตัวเราเป็นสารตั้งต้นก่อน โดยที่ไม่ใช่มีศิลปินเป็นสารตั้งต้น แปลง่ายๆ ก็คือเราอยากทำโชว์เคสของศิลปินผ่านความคิดของเรา มันเกิดจากการที่เราทำงานกับศิลปินหลายท่านมาหลายครั้ง ซึ่งการทำงานโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปินกับคนเบื้องหลัง หรือบางทีศิลปินเขาเป็นคนออกแบบและแสดงความต้องการของตัวเองในโชว์ของเขาเอง แต่ในงานชิ้นนี้เราอยากทำในฐานะคนทำงาน ในฐานะคนดู และในฐานะคนที่รักศิลปินเหล่านี้ เพราะพอเรามองเขาในฐานะแฟนคลับหรือคนที่ชื่นชมเขา เราก็อยากจะเห็นเขาในการแสดงแบบต่างๆ ที่เราอยากจะเห็น หรืออยากจะให้เขาได้ลองทำดู
จริงๆ โชว์นี้เป็นสิ่งที่เรามีความตั้งใจอยากจะทำให้ได้ทุกปีเลยนะ ซึ่งปีนี้เราเริ่มด้วยศิลปินทั้ง 6 คน JEFF SATUR, NONT TANONT, THE TOYS, VIOLETTE WAUTIER, BOWKYLION และ 4EVE โดยโจทย์จริงๆ คือการที่เราเป็นนักออกแบบประสบการณ์ เลยอยากทำอะไรที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้คนดู ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องของความอลังการด้วยซ้ำ แต่อาจจะเป็นเล่าเรื่องผ่านเพลงที่น่าสนใจก็ได้ หรืออาจจะเป็นรูปแบบของการร้องเพลงในสไตล์ใหม่ หรือเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่คนดูและแฟนๆ อย่างเราอยากเห็นจริงๆ

มีคอนเซปต์หรือธีมที่ออกแบบมาเพื่อโชว์นี้หรือเปล่า?
ไม่มีการเซ็ตธีมนะ เพราะนี่ไม่ใช่คอนเสิร์ตที่ทำมาเพื่อสร้างธีมใหม่ๆ แต่เป็นคอนเสิร์ตที่เราเห็นคาแรกเตอร์ในตัวศิลปินแต่ละคน ฉะนั้น คอนเสิร์ตแต่ละคนจะเป็นธีมของตัวเขาเลย อย่าง JEFF SATUR ก็อาจจะอยู่ในนรกของเขา หรือ VIOLETTE WAUTIER อาจจะมาอยู่ในละครเวทีของวีเองก็ได้ มันไม่ได้มีธีมหลัก แต่ทุกคอนเสิร์ตจะมีความเป็นตัวของศิลปินเอง กลายเป็นตัวตนของเขามาเจอกับสิ่งที่เราในฐานะแฟนคลับและคนทำงานอยากเห็น ฉะนั้น เฟสติวัลนี้จะมีความเป็นคนละโลกของแต่ละคอนเสิร์ตพอสมควร แต่จะออกมาเป็นแบบไหน อยากให้ทุกคนมาดูด้วยตัวเองเลย
พล หุยประเสริฐที่ทำคอนเสิร์ตมากว่า 500 คอนเสิร์ต เคยทำผลงานสไตล์นี้มาก่อนไหม?
เพิ่งเคยทำงานแบบนี้ครั้งแรกเลย เพราะยุคนี้เป็นยุคที่เรากำลังพยายามหาตัวเองด้วยว่า งานที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ คืออะไร เพราะบางคนจะบอกว่า ‘พี่พลชอบทำโปรดักชันอลังการ’ แต่จริงๆ เราว่าเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเสียทีเดียว เพราะทุกครั้งที่ทำคอนเสิร์ต จะเริ่มจากการเลือกเพลงที่อยากจะฟัง ซึ่งจริงๆ บางเพลงก็เพียงพอของมันแล้วโดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน แต่เวลาทำโปรดักชันจริงๆ เราต้องเน้นโชว์ในบางจุดหรือเน้นบางเพลง หรือต้องเติมในจุดที่โชว์มันดรอป ซึ่งสไตล์การทำงานของเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การทำโชว์ให้อลังการอยู่แล้วตั้งแต่แรก เพราะเรามักตั้งต้นจากการทำสคริปต์ เลือกเพลง ทำเพลง จนนำไปสู่การเป็นโปรดักชันบนเวทีอีกที ดังนั้น งานสไตล์นี้ก็เลยเป็นการทำงานครั้งแรกที่เราจะได้ทำในแบบที่ตัวเองอยากเห็น ได้ทำงานในสไตล์ของตัวเองด้วย
กลายเป็นว่า โชว์นี้มีความเป็น ‘การทดลอง’ และความยากของมันคือการที่เราต้องค้นหาสิ่งที่เป็นตัวเรานี่แหละ เพราะนี่คือลูกผสมระหว่างเรากับศิลปินแล้ว ดังนั้น มันเลยมีความท้าทายมากๆ เพราะตอนที่เราทำงานศิลปินในผลงานที่ผ่านมา ก็เหมือนเราได้ใส่ตัวเองบางส่วนผสมผสานเข้ากับโชว์ของศิลปินอยู่แล้ว แต่คราวนี้มาอยู่บทบาทที่เป็นเราจริงๆ ทั้งหมด เราก็ต้องมาคิดว่าจะทำยังไงให้ทุกคนเห็นถึงความแตกต่าง
The Showcase Festival เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ๆ สำหรับวงการนักสร้างสรรค์ของไทย และวงการการแสดงของไทยไหมนะ?
อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ เพราะเราหวังไว้ไกลๆ ว่า The Showcase Festival ในจุดหนึ่งอาจจะเป็นจุดที่ศิลปินไม่ต้องทำคอนเสิร์ตของตัวเองก็ได้ แต่สามารถแสดงตัวตนในคอนเสิร์ตหนึ่งหรือในเฟสติวัลแบบนี้ก็ได้ เพราะเราเปิดประตูบานนี้เพื่อสนับสนุนศิลปินทุกคน เรามองว่าเราแค่เป็นคนเริ่มทำโปรเจกต์นี้ แต่ต่อไปอาจจะมีคนอื่นมาทำต่อจนเกิดเป็นโชว์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจก็ได้ เพราะไม่แน่ว่าบางทีคนอาจจะเริ่มเบื่อรสชาติอาหารของพลหุยแล้ว ก็อยากให้มีรสชาติใหม่ๆ ให้คนดูและคนทำงานได้ลองชิม ซึ่งจริงๆ แล้วใครจะรู้ล่ะ ปีต่อไปอาจจะเป็น The Showcase ของคนอื่นเลยก็ได้ เช่น อาจจะคอลแล็บกับสถาปนิก นักออกแบบสักคนก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ครับ แต่เราแค่อยากเป็นคนกลางให้กับคนทำงานสร้างสรรค์หลายๆ แขนงได้มาเจอกัน

โชว์ - จากคนชอบทำงานอาร์ต ส่งถึงคนชอบเสพอาร์ต
คิดว่า The Showcase Festival จะทำให้คนรู้จักหรือมองภาพของความเป็นพลหุยแตกต่างออกไปจากเดิมไหม?
เรามองแค่ว่า เราคือคนทำงานให้ศิลปินโดดเด่นดีกว่า คนมักจะคิดเนอะว่า งานของพลหุยต้องอลังการ แต่จริงๆ แล้วบางงานเราก็อยากทำเป็นงานเล็กๆ ด้วยซ้ำ เช่นการที่ให้ศิลปินสักคนมานั่งเล่นกีตาร์ตัวเดียวตลอดทั้งโชว์ ซึ่งต่อให้จะไม่ได้อลังการ แต่คนดูต้องรู้สึก เราอยากให้คนดูดูแล้วรู้สึก เพราะฉะนั้นเราเลยอยากให้คนมองว่า เราเป็น ‘นักออกแบบความรู้สึก’ หรืออย่างที่เราได้ออกแบบคอนเสิร์ตล่าสุดของ BILLKIN เราบอกได้เลยว่าซีนที่ชอบที่สุดคือซีนที่ BILLKIN เล่นเปียโน เพราะเป็นซีนที่ทำให้เรารู้สึกได้จริงๆ เราดูไปร้องไห้ไป ฉะนั้น เราเลยไม่ได้อยากออกแบบความอลังการ แต่อยากออกแบบความรู้สึก The Showcase Festival เลยไม่ได้จะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อลังการหรอก แต่อยากให้ทุกคนมาดูองค์ประกอบต่างๆ ที่ส่งเสริมศิลปิน อยากให้มาดูความครีเอทีฟของคนเบื้องหลัง และอยากให้มาดูแล้วทุกคนได้รู้สึกไปด้วยกัน
The Showcase Festival by POL HUIPRASERT อยากมอบประสบการณ์และความรู้สึกแบบไหนให้คนดู
อยากให้ทุกคนดูศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบแล้วรู้สึกมีพลังกลับไปนะ ดูแล้วได้แรงบันดาลใจ แล้วจริงๆ ก็สร้างแรงบันดาลใจกลับมาให้คนที่ทำงานด้วยเหมือนกัน ทั้งในแง่คนดูที่ดูแล้วได้รับพลังกลับไป และในแง่คนทำงานเองที่มาดูแล้วก็อยากจะทำโชว์แบบนี้บ้าง เราอยากให้พื้นที่ทดลองตรงนี้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แค่นี้เราก็โอเคแล้วนะ

แล้ว The Showcase Festival by POL HUIPRASERT มอบอะไรให้กับนักออกแบบความรู้สึกอย่างพลหุย
เอาจริงๆ งานชิ้นนี้น่าเป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการบ้านให้ตัวเองด้วย เราพยายามค้นหาความเป็นตัวเองในระหว่างคำว่า Artistic กับ Designer มาตลอด เพราะดีไซเนอร์คือบุคคลที่รับโจทย์ แล้วก็เอาไปดีไซน์ต่อ แต่ Artistic คือบุคคลที่ไม่ต้องรับโจทย์ ถ้าอยากทำสิ่งนี้ก็ทำเลย อยากเขียนเพลงแบบไหนก็เขียนเลย มันคือการที่เราเป็นคนสร้างงานขึ้นมา นี่เลยเป็นหนึ่งในกระบวนการที่เรากำลังพยายามขยับจากการเป็น Designer ไปสู่ความเป็น Artistic ด้วยเหมือนกัน The Showcase Festival ก็เลยเป็นอีกโจทย์ที่ท้าทายเรา
ก่อนจะถึงวันงาน พลหุยมองภาพของ The Showcase Festival ไว้ยังไงบ้าง
ยังไม่ได้มองอะไรไปไกล แล้วก็อาจจะสปอยล์ตอนนี้ได้ไม่มาก คงต้องให้ทุกคนรอดูกันเอง แต่ภาพที่อยากเห็นคงเป็นการที่ The TOYS ที่กลับมาเท่มากๆ แต่ยังมีความกวนอยู่ หรือเราอยากเห็น NONT TANONT เป็น Entertainer แต่มีความกวนๆ ส่วน VIOLETTE WAUTIER ก็เป็นนักแสดงในโรงละคร ส่วน BOWKYLION อาจจะเน้นความเป็น Art เป็น Art & Design หรืออย่าง JEFF SATUR เป็นมวลแห่งความหม่นๆ เข้มๆ ซึ่งศิลปินทุกคนก็จะมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน เราอยากขยายการตีความจากคาแรกเตอร์ออกไปงานศิลปะแต่ละชิ้น คอนเสิร์ตเลยมีความเป็นคนดีไซน์มากๆ เรียกได้ว่านี่คือผลงานจากคนครีเอทีฟและจากคนเบื้องหลังเลย อยากให้ลองมาสัมผัสกันครับ

THE SHOWCASE FESTIVAL
🗓️ 25 เมษายน 2569
📍อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
📌กำหนดการจำหน่ายบัตร
🎟️ TRUEMONEY PRE-SALE : 28-30 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
🎟️ PUBLIC SALE : 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
กดบัตรได้ที่ : https://www.eventpop.me/e/142442/theshowcasefestival