DETOUR X Spain

Valencia Hot Lists รวมลิสต์ต้องไป
ในบาเลนเซีย เมืองแห่งการออกแบบโลก 2022

เรื่อง Pogghi Date 06-06-2022 | View 1081
About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • ‘บาเลนเซีย’ (Valencia) เมืองสุดจัดจ้านในสเปน ได้รับสถานะให้เป็น ‘เมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก ประจำปี 2022’ (The World Design Capital 2022) และที่สำคัญ ยังเป็นเมืองต้นกำเนิดเมนูอาหารเลื่องลือไปทั่วโลกอย่าง ‘ปาเอญ่า’ (Paella) ข้าวอบกระทะ หรือข้าวผัดสเปนที่คนไทยคุ้นชื่อ
  • เมืองใหญ่อันดับสามของสเปนแห่งนี้ จัดว่ามีครบทุกอย่างสำหรับการท่องเที่ยว ทั้งความโดดเด่นเรื่องประวัติศาสตร์ เมืองศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งอนาคต หาดทรายสีทองยาวหลายไมล์ และอาหารอร่อยขึ้นชื่อ

เราอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักบาเลนเซีย ผ่านความโดดเด่นด้านการออกแบบทั้งยุคเก่ายุคใหม่ – จากฮ็อตลิสต์เหล่านี้ที่ถือเป็นสิ่งห้ามพลาดเมื่อมาเยือน แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมเมืองในสเปนแห่งนี้จึงได้รับการยกให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบระดับโลก

V 1

City of Arts and Sciences

เมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ในบาเลนเซีย ให้บรรยากาศเหมือนคุณกำลังอยู่ในฉากสำคัญของหนังไซไฟโลกอนาคต สมฉายา ‘Tomorrowland’ ที่นี่เป็นคอมเพล็กซ์สุดอลังการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวสเปน Santiago Calatrava ซึ่งประกอบด้วยไฮไลท์อย่างอาคารโอเปร่า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และโรงภาพยนตร์ 3 มิติที่มีหน้าจอขนาด 900 เมตร

เหนือสิ่งอื่นใดที่จะทำให้ผู้มาเยือนต้องตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ คือ การออกแบบ และสถาปัตยกรรมแนว futurism ที่เหล่าสถาปนิก หรือคนรักงานออกแบบต้องกรีดร้องด้วยความชื่นชอบ

V 2

Photo credit: Paolo Certo / Shutterstock.com

The Oceanographic

ขอต้อนรับสู่อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ตั้งอยู่ในเมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ ตื่นตาตื่นใจไปกับสถาปัตยกรรมแนว avant-garde พร้อมไปกับความน่ามหัศจรรย์ของโลกใต้สมุทรของพิพิธภัณฑ์ที่สร้างระบบนิเวศทางทะเลไว้อย่างสมจริง มีสัตว์น้ำและสัตว์ต่างๆ ประมาณ 500 สายพันธุ์ โดยมีปริมาณมากกว่า 45,000 ตัว

Oceanografic แห่งเมืองบาเลนเซีย เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับทะเลที่นอกเหนือสร้างมาเพื่อการพักผ่อนเรียนรู้แล้ว วัตถุประสงค์หลัก คือ การส่งเสริมแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทะเลแก่ชุมชนชาวเมือง รวมถึงผู้มาเยือนทุกคน

V 3

Photo credit: skovalsky / Shutterstock.com

Valencia Cathedral

ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นวัดโรมัน ต่อมาได้กลายเป็นมัสยิด จนกระทั่งในศตวรรษที่ 13 การก่อสร้างมหาวิหารได้เริ่มต้นขึ้นผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ ทั้งโรมัน กอทิก และบารอก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ความงามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

มหาวิหารแห่งนี้คุ้มค่าที่จะเข้าไปด้านในเพื่อชื่นชมงานจิตรกรรมอลังการภายใต้หลังคาทรงโดมขนาดยักษ์ รวมถึงจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ที่ว่ากันว่าเป็นของจริง และมีการตรวจคาร์บอนพบว่ามีอายุราว 300 ปีก่อนคริสตกาล นอกจากนี้ลองปีนหอระฆัง Miguelete ขึ้นไปตามบันไดวนเล็กๆ เพื่อตื่นตะลึงไปกับทิวทัศน์ตระการตาของย่านเมืองเก่าบาเลนเซีย

V 4

Photo credit: Blink Panther / Shutterstock.com

The North Railway Station

สถานีรถไฟสายเหนือ (Estación del Norte) เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่เปรียบดั่งเพชรเม็ดงามของของบาเลนเซีย สร้างขึ้นราวต้นศตวรรษที่ 20 อาคารด้านหน้าออกแบบสะท้อนวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปของบาเลนเซีย ด้วยโทนสีส้ม รูปแบบ Barracas หรือบ้านแบบดั้งเดิมของบาเลนเซีย แต่อย่าเพลิดเพลินเพียงแค่ชมสถาปัตยกรรมข้างนอก เพราะด้านในสถานียังมีประดับกระเบื้องเซรามิกและจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม

สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของสเปน มีเส้นทางเชื่อมไปยังมาดริด และเมืองใหญ่ๆ บางแห่งของยุโรป

V 5

Photo credit: skovalsky / Shutterstock.com

The Silk Exchange (La Lonja)

ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนผ้าไหมของบาเลนเซียในอดีต ปัจจุบันนับเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมแนวกอทิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป และได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

La Lonja สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ซึ่งเป็นยุคทองของบาเลนเซีย ใช้สำหรับเป็นสถานที่ที่พ่อค้าผ้าไหมมาเจรจาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ออกแบบคล้ายปราสาทยุคกลาง ดูน่าเกรงขาม ภายในอาคารมีคุกสำหรับพ่อค้าที่ไม่ได้ชำระหนี้ให้ชมอีกด้วย

V 6

The Round Square (Plaza Redonda)

ย่านตลาดเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1840 เป็นพื้นที่เอกลักษณ์อันมีเสน่ห์อีกแห่งของบาเลนเซีย ที่แม้ว่าบรรยากาศแบบเมืองเก่าจะหายไป เพราะร้านค้าเพิ่งได้รับการบูรณะไปเมื่อราวสิบปีที่ผ่านมา ที่นี่มีการออกแบบที่แปลกประหลาดคล้ายถนนในเขาวงกต รายล้อมไปด้วยร้านงานฝีมือแบบดั้งเดิม ทาปาสบาร์ เพลิดเพลินไปกับการเดินชมแผงลอยเล็กๆ ที่ขายลูกไม้ งานปัก ผ้า และของที่ระลึกจากท้องถิ่น

V 7

Photo credit: David Marin Foto / Shutterstock.com

Ceramics Museum. Marqués de Dos Aguas Palace

พิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งชาติ สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูอุตสาหกรรมเซรามิกแห่งบาเลนเซีย เป็นสถานที่ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมบารอก-โรโกโกในสเปน เนื่องจากเป็นวังเก่าของชนชั้นสูงที่ชื่อ Palacio del Marqués de Dos Aguas ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ภายในแกะสลักหินอ่อนด้วยความประณีต และรวมผลงานเซรามิก เครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนถึงยุคร่วมสมัย รวมถึงผลงานของปิกัสโซ และสินค้าจากเส้นทางสายไหม

V 8

Photo credit: RossHelen / Shutterstock.com

Central Market (Mercado Central)

ตลาดกลางของบาเลนเซียไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของนักชิมเท่านั้น แต่ยังเป็นตลาดกลางแจ้งที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตลาดตั้งอยู่ภายในอาคารสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เป็นจุดหมายสำหรับฟู้ดเลิฟเวอร์ทั้งหลาย โดยเฉพาะการเป็นแหล่งที่คุณจะหาอาหารท้องถิ่นของบาเลนเซียได้ในราคาย่อมเยา

V 9

Photo credit: Massimiliano Vellini / Shutterstock.com

Ruzafa

สมัยก่อน Ruzafa (หรือ Russafa) เคยเป็นย่านชนชั้นแรงงาน แต่ค่อยๆผ่านกระบวนการพัฒนาพื้นที่มาเป็นเวลาหลายปี จนถึงปัจจุบัน Ruzafa ถือเป็นย่านฮิปสเตอร์สุดเท่ เปรียบเสมือน Soho ของนิวยอร์ก เพราะเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ทาปาสบาร์ คาเฟ่ หอศิลป์ที่ดีที่สุดในเมือง ร้านหนังสือโรงเบียร์ขนาดเล็ก และร้านสไตล์บูทีควินเทจ ที่มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ มากมาย เรียกได้ว่ามีทุกอย่างสำหรับผู้ที่มองหาเทรนด์ล่าสุดของเมืองบาเลนเซีย

V 10

Photo credit: Helena GARCIA HUERTAS / Shutterstock.com

Travel Note

รู้ไหมว่าบาเลนเซียคือเมืองต้นกำเนิดปาเอญ่า’’ (Paella) ข้าวอบกระทะ หรือข้าวผัดสเปน อันเลื่องลือไปทั่วโลก ดังนั้นการมาเที่ยวเมืองแห่งนี้ต้องไม่พลาดลิ้มรสชาติปาเอญ่าแบบดั้งเดิมแห่งบาเลนเซีย ปาเอญ่า ในภาษาสเปนมีความหมายว่า กระทะ การเสิร์ฟมาแบบกระทะร้อนๆกลิ่มหอมฟุ้งจึงถูกต้องที่สุด ข้าวผัดสเปนใช้ข้าวรีซ็อตโต้ หรือข้าวอาบอริโอ้ ผัดเข้ากับกับซีฟู๊ด ไก่ หญ้าฝรั่น แต่ถ้าเป็นเมนูของชาวบาเลนเซียดั้งเดิมจริงๆแล้ว นอกจากซีฟู้ดจากทะเลเมติเตอร์เรเนียน อาจมีทั้งเนื้อกระต่าย การ์ราฟอง (ถั่วขาวเม็ดใหญ่) ถั่วเขียว และบางครั้งผสมหอยทากลงไปด้วย! ลองหาประสบการณ์ประเภท Cooking Class ที่จะได้ลองทำข้าวผัดสเปนสไตล์บาเลนเซียด้วยตัวเอง เพื่อจะได้สูตรปาเอญ่าแบบออริจินัลที่ไม่ซ้ำใคร

เทศกาล Las Fallas แห่งบาเลนเซีย

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดประสบการณ์เข้าร่วมสักครั้ง ต้องยกให้ เทศกาลไฟ หรือบ้างเรียกว่าเทศกาลเผาหุ่น ‘ลาส ฟายาส’ (Las Fallas) แห่งบาเลนเซีย ซึ่งเป็นสัญญาณการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่จัดขึ้นประมาณเดือนมีนาคมของทุกปี ประวัติความเป็นมานั้นไม่ชัดเจน แต่ว่ากันว่าเหล่าช่างไม้เผาเศษไม้เหลือใช้ รวมถึงขยะจากฤดูหนาว เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูกาลใหม่ รวมทั้งเป็นการระลึกถึงนักบุญโจเซฟ

แต่ไม่ว่าความเป็นมาจะเป็นอย่างไร ความเป็นไปของเทศกาลในวันนี้ คือ ความยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว แถมยังได้รับการยกให้เป็นมรดกที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโก ภายในเทศกาลมีการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน พร้อมไปกับความเชื่อทางคริสตศาสนา โดยมีไฮไลท์อย่างการสร้าง ‘Ninots’ หุ่นไม้หรือหุ่นเปเปอร์มาเช่ขนาดยักษ์ที่มีความสวยงาม จินตนาการจากเทพนิยาย บุคคลสำคัญ คาแรคเตอร์การ์ตูน ภาพล้อเลียน ฯลฯ เพื่อมาประกวดแข่งขันกัน ก่อนที่มันจะถูกเผาไหม้ในกองเพลิงในค่ำคืนสุดท้าย

Travel Note

เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก ปี 2022 จึงมีกิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจในบาเลนเซียตลอดทั้งปี ติดตามโปรแกรมและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.visitvalencia.com/en/world-capital-design

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่มีเครื่องบินตรงไปยังเมืองบาเลนเซีย ต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง

Tags: