

Empowering Echoes
Whyte ศิลปินไต้หวันอดีตนักเรียนแพทย์ ผู้มีหมวก-แว่นเป็นอาวุธคู่ใจ ใช้บทเพลงทลายกรอบเพศชาย-หญิง
- Whyte (ไวท์) ศิลปินไต้หวัน อดีตนักศึกษาแพทย์อินเทิร์น ที่แหวกขนบความกดดันของพ่อแม่และสังคมไต้หวัน สู่การเป็นนักร้องที่ยืนหยัดเพื่อผู้หญิง พร้อมเสิร์ฟบทเพลงความหมายสุดทรงพลังแก่ชาวไทยครั้งแรก ในงาน Bangkok Music City 2025
นี่คือบทสนทนาสุด empowering ที่ ONCE มีเวลาพูดคุยกับ ‘?te หรือ Whyte’ (ไวท์) ศิลปินไต้หวัน ได้แค่ไม่กี่นาที ก่อนที่เธอจะต้องรีบขึ้นไปแสดงบนเวที Bangkok Music City 2025 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
แม้ Whyte จะมีเวลาสนทนากับเราเพียงน้อยนิด แต่ทุกคำตอบของเธอช่างทรงพลัง เปี่ยมแพสชันการเป็นศิลปิน ทำเอาเราได้แรงบันดาลใจอยู่ไม่น้อย จนนึกอยากให้มีเวลาคุยมากกว่านี้ จะได้รู้จักเธอมากขึ้นกว่าเดิม
‘Whyte (ไวท์)’ ศิลปินไต้หวันอดีตนักศึกษาแพทย์ ผู้มีเสียงนุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเสียงฟังสบายของเธอเข้ากันกับดนตรีสไตล์ Neo-soul, jazz และ lo-fi ได้อย่างลงตัว เพลงของ Whyte จึงเป็นเพลงที่ฟังง่าย เหมาะกับการฟังขณะทำงาน เรียนหนังสือ หรือในช่วงเวลาที่อยากพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีเพลงยอดฮิตที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนลองได้ฟังคือ ‘Happiness’ และเพลงล่าสุดอย่าง ‘Dating Me Ain't Hard’
บทความจากการสนทนากันไม่เกิน 5 นาทีนี้ จะพาทุกคนไปรู้จักศิลปินผู้ยืนหยัดในสิทธิของผู้หญิงและความเท่าเทียมของคนทุกเพศ ผ่านผลงานเพลงและตัวตนของเธอ ก่อนจะเลื่อนลงไปด้านล่าง อย่าลืมฟังเพลง Happiness แล้วต่อด้วยเพลง Dating Me Ain't Hard ระหว่างอ่านบทความด้วยนะ
มาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทยครั้งแรก Whyte รู้สึกยังไงบ้าง?
ตื่นเต้นและกังวลด้วยค่ะ จริงๆ เป็นการมาประเทศไทยที่สั้นมากๆ เพราะอยู่ที่นี่แค่ 3 วันเอง แต่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้น ส่วนความรู้สึกกังวลเป็นเรื่องการแสดงมากกว่า
อาหารไทยเมนูไหนที่ Whyte ได้ชิมเป็นอย่างแรก
เมนูแรกที่ได้ลองชิมตั้งแต่มาถึงไทยคงเป็นเมนูส้มตำ เป็นอาหารมีทั้งรสเผ็ด หวาน เปรี้ยว แต่อร่อยมากๆ ส่วนเมนูอื่นๆ ก็ชอบนะคะ อย่างก๋วยเตี๋ยวและกะเพราก็อร่อย ซึ่งจริงๆ แล้วตอนอยู่ไต้หวัน ก็ชอบกินอาหารไทยอยู่แล้ว ทุกสัปดาห์จะไปตระเวนชิมร้านอาหารไทยกับเพื่อนๆ และครอบครัว ลองชิมและเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ
นิยามแฟชั่นในสไตล์ตัวเองว่า…
ชอบแต่งตัวสไตล์วินเทจ โดยเฉพาะสไตล์ยุค 60 และยุค 90 มีความเป็นสูทหรือวันพีช เสื้อผ้าส่วนใหญ่มักมีสีสันสดใสและสีที่ตัดกัน เช่น การแต่งตัวด้วยคู่สีฟ้าและเหลือง เพราะชอบสีโทนร้อน เป็นสีที่อยู่ในที่มืดยังไงก็เห็น แต่จริงๆ รู้สึกว่า ใส่สีอะไรก็ได้ อย่างวันนี้ ใส่สูทสีดำที่มีความเท่ ชอบเสื้อผ้าทุกสีเลย
Whyte มีสไตล์เฉพาะตัวสูงมาก คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของตัวเอง?
สปอตไลต์ของฉันคงเป็นเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ทั้งพื้นเพชีวิต ครอบครัว การต่อสู้กับชีวิตและสังคม แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดในการทำเพลงได้ สังคมพร่ำบอกว่าเนื้อเสียงที่ทุ้มต่ำของฉันไม่สามารถร้องเพลงเสียงสูงได้ เสียงของฉันร้องเพลงแบบผู้หญิงไม่ได้ แต่ก็ต่อสู้จนทำให้สังคมได้เห็นว่า พวกเขาคิดผิด ฉันทำได้ ฉันค้นพบเสียงของตัวเอง ฉะนั้น เสน่ห์ของฉันคือ ความกล้าให้ฉันได้เติบโตและเฉิดฉายในแบบของตัวเองได้ โดยไม่สนว่าใครจะพูดยังไงก็ตาม
แสดงว่าเสียงเพลงมีอิทธิพลต่อ Whyte มากเลยใช่ไหม
ก่อนที่จะมาเป็นนักร้อง ฉันเรียนที่โรงเรียนหญิงล้วน 3 ปี และเรียนหมอมา 7 ปี อยู่ในครอบครัวที่ยึดถือขนบธรรมเนียมสูง เป็นครอบครัวหัวอนุรักษนิยม ในเวลานั้นเพลงเลยเป็นประตูอนาคตเพียงบานเดียวของฉัน ประตูที่ทำให้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้เห็นอนาคตของตัวเอง ได้เห็นฝันที่เป็นจริง และประตูบานนั้นทำให้ได้มาอยู่ที่ประเทศไทยในตอนนี้ด้วย เสียงเพลงจึงเป็นประตูที่ทำให้ค้นพบว่า ชีวิตยังมีอีกหลายอย่างให้ได้ค้นหาอีกเยอะจริงๆ
แล้วประตูบานนั้นเป็นสีอะไรสำหรับ Whyte ?
คงเป็นประตูไม้สีน้ำตาลปกติเลย (หัวเราะ) ไม่ได้มีสีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นประตูแห่งความลับ ประตูที่ไม่รู้ว่าจะนำไปสู่อะไร แต่ก็อยากจะเปิดประตูบานนั้นและค้นหามัน เพราะในสังคมที่อยู่รอบตัวฉัน มักตีความถึงคุณค่าผู้หญิงด้วยไม่กี่อย่าง เช่น การเรียน ถ้าได้เกรดดีๆ ก็จะนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จของผู้หญิง แต่ประตูลับที่ฉันเจอ ได้ค้นพบสิ่งที่มีความหมายในแบบของตัวเอง โดยไม่ต้องมาสนใจขนบธรรมเนียมความเป็นชาย-ความเป็นหญิงที่สังคมกำหนดอีกต่อไป
แล้วทำไม Whyte ถึงสวมหมวกและแว่นเสมอ
ตอนที่เริ่มทำเพลงแบบโฮมสตูดิโอ ฉันกำลังเป็นแพทย์อินเทิร์นพอดี สิ่งแวดล้อม ณ ขณะนั้นต้องอยู่ในกรอบมากๆ ถ้าเป็นหมอก็ต้องทำหน้าที่หมอเพียงอย่างเดียว และพ่อแม่ของฉันเองก็อยากให้ฉันทำตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ด้วยเหตุผลนั้นจึงต้องทำเพลงแบบลับๆ ห้ามไม่ให้ใครรู้
การปกปิดความลับเลยเป็นไอเดียให้ฉันเลือกสวมหมวกและแว่นมาปิดบังตัวตน ขณะที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในฐานะหมอ ก็จะใส่แมสก์ปกปิดใบหน้าส่วนล่าง แต่ในบทบาทศิลปินจึงเลือกหมวกและแว่นมาปกปิดส่วนบนของใบหน้า
ยิ่งกว่านั้นฉันมองว่าสิ่งนี้ทรงพลังมากๆ เพราะโดยปกติแล้วศิลปินคือคนสาธารณะ ไม่ว่าใครก็รู้ตัวตนของศิลปิน ขณะที่ศิลปินเองไม่ได้รู้ตัวตนของคนอื่น หรือคนที่อยู่หลังจอแล้วพิมพ์ด่าทอพวกเขา หมวกและแว่นที่ปกปิดตัวตนของฉันคืออาวุธอย่างหนึ่ง เป็นอาวุธที่อยากบอกทุกคนว่า ‘พวกคุณไม่มีสิทธิมาวิพากษ์วิจารณ์ตัวตนฉัน’ นี่คือการต่อสู้ในฐานะศิลปินหญิงของฉัน เพราะสังคมไม่ได้มองศิลปินแค่ผลงาน แต่มองสิ่งที่อยู่ภายนอกของศิลปินด้วย อยากให้คนที่มองมาที่ฉันได้รู้ว่า คนเราสามารถยืนหยัดในสิ่งที่เลือกและเชื่อได้เช่นกัน
อย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ต้องเผชิญคือ ฉันได้โพสต์ความรู้สึกที่ไม่โอเคกับคำเหยียดหยามต่อผู้หญิงในวงการเพลงฮิปฮอป ทำให้มีคอมเมนต์โจมตีจำนวนมาก ทั้งด่าทอ ทั้งบอกให้หุบปาก บ้างก็บอกว่าฉันไม่เข้าใจวัฒนธรรมฮิปฮอป บ้างก็ใช้คำเหยียดหยามในวงการฮิปฮอปมาด่าทอฉัน ฉันแค่อยากตะโกนออกไปถึงจุดยืนของผู้หญิง และอยากให้เสียงของฉันได้ช่วยให้คนรู้จักเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น
มีอะไรบอกแฟนคลับคนไทยไหม?
หลังจากดูโชว์จบแล้ว ก็หวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งในอนาคต และหลังจากจบคอนเสิร์ตแล้ว อยากให้ทุกคนได้กลับไปใช้ชีวิตโดยหวังว่า เพลงของฉันจะเข้าไปอยู่ในชีวิตของทุกคนได้ไม่มากก็น้อย และดีใจมากจริงๆ ที่ได้มาแสดงที่ประเทศไทย หวังว่างานแสดงเล็กๆ ของฉันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ใครสักคนได้จริงๆ
ติดตามผลงานของศิลปิน Whyte (?te) ได้ที่
Youtube : Whyte ?te
Intagram : Whytetete
Website : https://whytetete.com/