Blissful Culture
bliss project ไมโครซีเนมาจันทบุรีที่ตั้งใจสร้าง ‘คนดูหนัง’ และปลุก ‘วัฒนธรรมหนัง’ ที่อาจซ่อนอยู่ในตัวคนจันท์
- คุยกับ ‘หนุน-ทวีโชค ผสม’ ทีม bliss project ที่พา Micro Cinema เข้าไปอยู่ใน ‘จันทบุรี’ เมืองที่ทำให้ใครหลายๆ คนมักนึกถึงผลไม้ ทว่าที่ทีม bliss project กลับหวนนึกถึงร้านเช่าวิดีโอที่เคยปิดกิจการไป โรงหนัง Stand Alone ที่ปิดตัวลง และความฝันเล็กๆ เมื่อวัยเยาว์ที่ฝันอยากมีพื้นที่ฉายหนังสำหรับเด็ก ม.ปลายบ้าง
ท่ามกลางกระแสหนังแมสที่ครองโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ หนุน-ทวีโชค ผสม และกลุ่มเพื่อนได้ตัดสินใจสร้าง bliss project ขึ้นมาเพื่อเป็น ‘ไมโครซีเนมา’ (Micro Cinema) ในจันทบุรี โดยเปลี่ยนบาร์ลับให้กลายเป็นพื้นที่ฉายหนังทางเลือกที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้สัมผัสสุนทรียะใหม่ๆ ผ่านจอเงินขนาดเล็กที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ฉายหนังเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือน ‘หนังทดลอง’ เรื่องยาวที่เกิดจากความตั้งใจจะสร้างวัฒนธรรมการดูหนังที่ยั่งยืนและเปิดกว้างให้กับคนเมืองจันท์อย่างแท้จริง

จันทบุรีในความทรงจำ
เมืองจันทบุรีในความทรงจำในวัยเด็กของหนุนคือเสน่ห์ของการเป็นเมืองที่เนิบช้า มีน้ำตก มีทะเล มีผลไม้ และมีผู้คนใจดี แต่ยังมีอีกสิ่งที่น่าประหลาด คือความบังเอิญที่คนจันทบุรีมักวนเวียนอยู่รอบตัวเขา และวนเวียนในวงการหนังอยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หลายเรื่องที่ใช้จันทบุรีเป็นสถานที่ในการถ่ายทำ รุ่นพี่ที่เป็นเด็กภาพยนตร์เหมือนกันกับเขาก็มาจากจันทบุรี หรือแม้กระทั่งคนทำงานในวงการภาพยนตร์อีกหลายต่อหลายคนที่มีบ้านเกิดเมืองนอนจากจันทบุรี

“เมื่อก่อนจันทบุรีมีร้านเช่าวิดีโอ ทำให้คนได้ดูหนังหลากหลายนะ แต่พอไม่มีแล้ว ก็ได้ดูแค่หนังแมส ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูหนังอินดี้แล้ว ซึ่งจริงๆ เคยมีคนถามผมด้วยว่า มาทำ Micro Cinema ที่นี่แล้วจะมีคนดูเหรอ? ผมเลยตอบไปว่า ผมไม่สนใจว่าคนจันท์เป็นคนดูหนังหรือเปล่า เพระผมอยากสร้างกลุ่มคนดูที่นี่ อยากมาสร้างสายตาใหม่ๆ ในการดูหนัง ถ้าที่นี่มีคนชอบดูหนังอยู่แล้วก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เราจะยังอยู่ตรงนี้ เพื่อเป็นพื้นที่ทางเลือกให้คนที่สนใจดูหนังอยู่”

bliss project ‘หนังทดลอง’ เรื่องยาว
ก่อนจะเกิดเป็น bliss project หนุนและเพื่อนๆ ได้มารวมตัวกันด้วยจุดร่วมที่เหมือนกันคือ การได้สร้างพื้นที่ที่เป็นความสุขให้ตัวพวกเขาเอง ลดความบอบช้ำและความน่าเบื่อหน่ายจากงานประจำ แล้วมาพักใจด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบภายใต้ชื่อกลุ่ม bliss lab space ที่มีความหมายตรงตัวด้วยคำว่า ‘bliss’ ซึ่งแปลว่า ‘สู่สุคติ’ หมายถึง ความสู่สุคติของหนุนและเพื่อนๆ ที่จะได้ทำบางสิ่งร่วมกัน




บางสิ่งที่ว่าถูกก่อร่างสร้างตัวเป็นโปรเจกต์ Micro Cinema ในชื่อ ‘bliss project’ ที่ถูกจุดประกายจากการได้พูดคุยกับทีม Doc Club & Pub. ถึงโมเดลการเริ่มต้นทำ Micro Cinema ให้เกิดขึ้นและอยู่ได้จริง
“ก่อนจะเกิดโปรเจกต์แบบจริงจัง มีพี่ๆ แนะนำให้ลองฉายหนังดูสักเรื่อง เพื่อดูว่าที่จันทบุรีมีกลุ่มคนดูจริงๆ หรือเปล่า เราได้หนังจากทาง Doc Club & Pub. มาฉายคือเรื่อง Happy End การฉายหนังรอบนั้นเติมไฟให้ผมมากๆ เพราะน้องๆ ที่มาดูเขาบอกว่า
ไม่เคยดูหนังแบบนี้มาก่อนเลย เขาอยากให้ผมฉายแบบนี้ให้ดูทั้งวันก็ไม่เบื่อ ตรงนั้นเลยจุดให้เราไปเซ้งร้านบาร์ และมีชื่อ bliss project ขึ้นมา”





Micro Cinema ที่เป็นมากกว่าแค่โรงหนังทางเลือก
ความบังเอิญหลังจากไฟที่จุดติดและโปรเจกต์ที่กำลังเดินหน้า โครงการจัดฉายภาพยนตร์ทางเลือกและภาพยนตร์อิสระในโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (Micro Cinema) โครงการที่คัดเลือกโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก 5 แห่งจากทั้ง 5 ภูมิภาค นำโดย THACCA THACCA (Thailand Creative Content Agency) หน่วยงานที่ดูแลในเรื่อง Soft Power เพื่อสนับสนุนวงการสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งเกิดขึ้นพอดิบพอดีกับที่ bliss project ที่วางแผนงาน Micro Cinema เอาไว้อยู่แล้ว หนุนจึงได้ส่งแผนโปรเจกต์นี้เข้าไปและทำให้ทีม bliss project ได้รับการคัดเลือกจนได้รับการสนับสนุนในการทำ Micro Cinema ได้รวดเร็วขึ้นเหมือนถูกเติมเชื้อไฟให้พวกเขาขึ้นไปอีก



“ไม่แน่ใจว่าพวกเราจะนิยามตัวเองว่าเป็น Micro Cinema ไหม เพราะผมมองว่า bliss project คือหนังเรื่องหนึ่งที่พวกเราอยากทำ ในพื้นที่ตรงนี้อาจไม่ได้มีแค่ Micro Cinema วันหนึ่งอาจจะเป็นแกลเลอรี อาจจะเป็นพื้นที่จัดแสดง หรืออาจจะแปลงร่างเป็นอย่างอื่นได้ มันคือหนังทดลองเรื่องหนึ่งที่เล่าความทรงจำและประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของพวกเราเอาไว้ อย่างแม้กระทั่งเมนูอาหารที่บาร์ของเรา ก็เป็นเมนูจากทางเหนือและทางใต้ เป็นเมนูฝีมือแม่ หรือแม้กระทั่งเมนูที่หลายๆ คนไม่เคยได้ยิน”

สู่แพลตฟอร์ม ‘ปล่อยของ’ ของเด็กทำหนัง
bliss project จึงเหมือนเป็นพื้นที่ที่ไม่ตีกรอบให้ที่ตรงนี้ต้องมีหน้าที่แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ได้มีสถานะที่ตายตัว แต่จะเป็นพื้นที่ที่พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามผู้คนและยุคสมัยได้
“ในอนาคตอาจจะมีเวิร์กช้อปกับเด็กๆ อยากมีเสวนาและทอล์กอย่างที่ผมเองได้คุยกับเด็กๆ น้องๆ มัธยมที่กำลังเริ่มทำหนัง เขาบอกผมว่า อยากมีพื้นที่ฉายหนังที่พวกเขาทำ ทำให้ผมคิดว่าในอนาคตอาจจะมีโปรแกรมฉายหนังสำหรับคนทำหนังในจันทบุรี เพราะสมัยเด็กๆ ที่เราทำหนัง ก็ไม่มีพื้นที่ฉายเหมือนกัน


“อนาคตของ bliss project เลยเป็นการที่ผมอยากให้มันอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะถ้าวันหนึ่งคนในทีมอาจจะต้องถอยออกมา ผมอยากเห็นว่าแม้ไม่มีพวกเราแล้ว แต่ที่นี่ยังอยู่ด้วยตัวเองไปได้เรื่อยๆ เพราะวัฒนธรรมการดูหนังต้องสร้างยาวๆ ฉะนั้น ไม่ควรผูกติดผม ไม่ควรผูกติดกับใคร และไม่ควรผูกติดกับพวกเรา เพื่อให้มันอยู่ด้วยตัวเองได้จริงๆ ครับ”


ในช่วงแรกของการทดลองเปิดให้เข้าชม bliss project มีหนังให้รับชมอยู่ 5 เรื่อง แต่ในวัน Grand Opening ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 มกราคมนี้ จะมีหนังกว่า 30 เรื่องให้รับชมกัน สามารถติดตามโปรแกรมหนังได้ที่ Facebook : bliss project
ขอบคุณภาพจาก : bliss project