- สำรวจโลกดำขาวดำดิ่งไปกับปรัชญา “ความตายที่งดงาม” ของ The Bathory ที่เปลี่ยนความหมกมุ่นและด้านมืดให้กลายเป็นงานศิลปะขาว-ดำสุดประณีต ภายใต้ลายเส้นคมกริบที่หยิบเอาสัญลักษณ์กะโหลกและดอกไม้มาเตือนใจให้เรา “กล้าเผชิญหน้ากับความเสื่อมสลาย” เพื่อจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม!
“สำหรับเมย์ The Bathory มีความหมายแทนความมืดและความหมกมุ่นต่องานศิลปะ เหมือนกับที่เอลิซาเบธพยายามยึดความเยาว์วัยไว้ เมย์เองก็ทุ่มเทให้กับศิลปะอย่างสุดทาง แม้จะต้องแลกกับความเจ็บปวด หรือด้านมืดของตัวเองก็ตาม”
ถ้ามีเวลา 5 วินาทีในการยืนมองภาพวาดของ The Bathory ภายใต้ลายเส้นคมกริบ รายละเอียดซับซ้อนราวกับทิ่มแทงสายตา และโทนภาพสีขาว-ดำหม่นลึกสุดห้วงมิติ ทุกอย่างคือการจัดวางตามแบบแผนของ เมย์-ภาชิสา ชนาวิไลกุล ที่ตั้งใจใช้ความมืดมิดเป็นสะพานสื่อสารปรัชญาคุณค่าของการมีชีวิต
ไปรู้จักกับเมย์ หรือในฐานะศิลปิน The Bathory ให้ลึกทุกมิติ สำรวจตัวตน ผลงาน และแนวคิดการใช้ชีวิตของเธอกัน
มองความงดงามผ่านด้านมืดของมนุษย์
หลายคนคุ้นชื่อ เอลิซาเบธ บาโธรี (Elizabeth Bathory) เจ้าของฉายาเคาน์เตสสีเลือด (The Blood Countess) ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นฆาตกรต่อเนื่องหญิงที่ฆ่าหญิงสาวเพื่ออาบเลือดให้คงความเยาว์วัย สร้างแรงบันดาลใจให้หนังสือมากมาย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเมย์ในการตั้งชื่อศิลปิน The Bathory

สำหรับเมย์ เอลิซาเบธ บาโธรี เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นแบบสุดขั้ว เธอเปรียบเทียบความพยายามการรักษาความเยาว์วัยของเอลิซาเบธกับความพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อสร้างสรรค์ศิลปะเข้าด้วยกัน



เมย์รื้อค้นด้านมืดลึกสุดหัวใจ ค้นหาความเจ็บปวดและความอ่อนแอของตัวเองออกมาเผาไหม้เป็นเชื้อไฟในการสร้างสรรค์ เธอมองว่าความหมกมุ่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันคือสัญชาตญาณ คอยผลักดันให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อสิ่งที่คู่ควร







ผลงานของเมย์ถ่ายทอดความงดงามผ่านด้านมืดของมนุษย์ โดยหยิบยืมมาจากแนวคิด Dark Romanticism เลือกใช้สัญลักษณ์มาแทนค่าความรู้สึก ใช้กะโหลกศีรษะแทนความตาย ดอกไม้แทนความเปราะบางของชีวิต ผสมผสานกับความชื่นชอบโกธิก (Gothic) ภาพกะโหลกศีรษะ หรืออวัยวะที่งอกเงยเหนือความจริง ไม่ได้วาดเพื่อให้คนรู้สึกหวาดกลัว แต่เมย์ตั้งใจสื่อสารว่า ความเสื่อมสลายก็เป็นส่วนหนึ่งของความสง่างามด้วยเหมือนกัน



การใช้ลายเส้นสีขาว-ดำตัดกันช่วยขับเน้นความเปราะบางของชีวิตมนุษย์ให้เด่นชัดขึ้น คล้ายกับจะสื่อสารว่า ในความมืดมิด เราจะมองเห็นคุณค่าของแสงสว่างได้ชัดเจนที่สุดเสมอ

เบื้องหลังหัวใจบนเฟรมผ้าใบ
เมย์เริ่มต้นเส้นทางสายศิลปะมาตั้งแต่เด็ก จุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อวิธีคิด คือเมย์เคยเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ในโลกของกราฟิกทุกอย่างต้องมีเหตุผล ต้องออกแบบวางลำดับความสำคัญเพื่อสื่อสารให้ชัดเจน ทำให้เมย์สนใจวาดโครงร่างภาพรวมก่อนลงรายละเอียดเสมอ เธอเล่าว่าขั้นตอนการออกแบบภาพเป็นส่วนสำคัญที่สุด ต้องทำให้ภาพ 1 ภาพดึงดูดสายตาคนดูให้อยู่หมัด

ช่วงแรกที่เริ่มวาดรูปเมย์เริ่มจากใช้ปากกา Pigma วาดเส้น ค้นหาลายเส้นของตัวเอง เธอรับแรงบันดาลใจวนเวียนอยู่กับ Vania Zouravliov ศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวรัสเซีย โดดเด่นในเรื่องการถ่ายทอดผลงานแบบ Dark Surrealism ผสมผสานความอ่อนช้อย ความเซ็กซี่ และความตายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รวมไปถึงเมย์ยังนำความหลงใหลในศิลปะยุคเรอเนสซองซ์มาต่อยอดด้วย

หลังจากมุมมองต่อโลกกว้างขึ้น เทคนิคของเธอก็พัฒนาตาม ต่อมาเมย์เริ่มผสมผสานงาน Drawing เข้ากับการลงสีน้ำมัน (Oil Painting) และงานสื่อผสมอื่นๆ ทดลองเทคนิคไปเรื่อยๆ ผิดพลาดบ้าง เรียนรู้บ้าง กล้าลองผิดลองถูกไป

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่ปรากฏซ้ำในงานของเมย์คือกะโหลกศีรษะ โดยปกติมักมีความหมายถึงความตาย หรือสิ่งอัปมงคลในความเชื่อทั่วไป แต่เมย์กลับหยิบยกปรัชญา Memento Mori มาใช้และตีความหมายต่อไป เพื่อสื่อสารว่าความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยงจนหวาดผวา
Memento Mori เป็นภาษาละตินหมายความว่า จงระลึกไว้ว่าคุณต้องตาย (Remember that you must die) มันคือปรัชญาและแนวคิดตั้งแต่ยุคโรมัน โดยมีหัวใจสำคัญเพื่อให้ตื่นรู้ ให้มองเห็นคุณค่าของเวลา หันมาทำสิ่งสำคัญจริงๆ

“เรามักหวาดกลัวกะโหลกศีรษะ ทั้งที่มันมีอยู่ในตัวพวกเรา สมมติบอกว่ากะโหลกคือสิ่งอัปมงคล ก็เท่ากับกำลังบอกว่าร่างกายพวกเราก็อัปมงคลสิ” การหยุดมองภาพความตาย กลับกลายเป็นการช่วยให้เราตื่นขึ้นมาเห็นคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่

การวาดภาพของเมย์จึงเปรียบเสมือนกับการเชื้อเชิญให้เราหันกลับมามองความเป็นจริง เพื่อให้เลิกหวาดกลัวสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และหันกลับมาเข้าใจความเป็นมนุษย์ความเป็นมนุษย์


แสงสว่างส่องสว่างในความมืดมิด
ถ้าถามถึงเป้าหมายของอนาคต เมย์ยังคงเดินหน้าไปในเส้นทางศิลปะ เธอเริ่มขยายขอบเขตจากเฟรมผ้าใบสู่การเริ่มเพนต์บนเสื้อผ้ามือสอง เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับสิ่งที่คนมองข้าม เป็นการตอกย้ำว่าคุณค่าสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดูทรุดโทรมแค่ไหนก็ตาม

เกือบ 10 ปีที่กลับมาจับพู่กัน จับดินสอแบบจริงจัง เมย์เรียนรู้ว่าไม่มีงานชิ้นไหนสมบูรณ์แบบ 100% ในสายตาของศิลปินจะมองเห็นจุดบกพร่องเพื่อพัฒนาต่อเสมอ ก้าวต่อไปในฐานะ The Bathory จึงเป็นการเติบโตไปพร้อมกับจิตวิญญาณกับวิธีการมองโลก และหวังว่างานศิลปะของเธอจะทำหน้าที่เป็นแสงสว่าง ส่งต่อความรู้สึก มอบพลังใจให้แก่ผู้คน ให้หันกลับมาฉุกคิดถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่

เมย์ The Bathory กำลังจัดนิทรรศการกลุ่ม Anatomy of Instinct ตั้งแต่วันนี้ – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ M Contemporary, 1F, Gaysorn Centre, Gaysorn Village มาชมภาพความงดงามผ่านด้านมืดของมนุษย์กันเต็มๆ ตาได้ที่นี่เลย
ติดตามศิลปินได้ที่
The Bathory (ช่องหลักศิลปิน)
FB : https://www.facebook.com/p/The-Bathory-100044144867605/
IG : https://www.instagram.com/the_bathory_/
bloodatelier (ช่องแบรนด์เสื้อผ้า)
FB : https://www.facebook.com/profile.php?id=100063497203127
IG : https://www.instagram.com/bloodatelier/