World of Minsterwood
Wayn Traub ผู้กำกับละครเวทีจากยุโรปที่ย้ายมาอยู่สกลนครเกิน 10 ปี เพื่อโอกาสกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก
- คุยกับ Wayn Traub ผู้กำกับละครเวทีชื่อดังจากยุโรปที่ทิ้งความสำเร็จของตัวเองไว้เบื้องหลัง เพื่อมาใช้ชีวิตในสกลนคร ประเทศไทยนานกว่า 10 ปี กับโปรเจกต์ตามฝันคือการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต และเกิดเป็นนิทรรศการศิลปะ Minsterwood โชว์ผลงานผ้าจากสกลในสไตล์ยุโรป พร้อมนำเสนอในรูปแบบละครเวที
หากคุณเป็นผู้กำกับละครเวทีชื่อดังในยุโรป มีชื่อเสียง มีเงินทอง จะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาใช้ชีวิตในจังหวัดเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยหรือเปล่า?
มีคนหนึ่งที่ทำแบบนั้น เขาคือ Wayn Traub หรือหลายคนรู้จักในชื่อ Director Jacq ศิลปินชาวเบลเยียมที่วางความสำเร็จทุกอย่างของวันวานเอาไว้ และบินข้ามโลกมาใช้ชีวิตในเมืองไทยเพื่อตามความฝันของตัวเอง นั่นคือทำภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต
แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้นเขาเริ่มต้นการเดินทางด้วยนิทรรศการศิลปะที่มีชื่อว่า ‘Minsterwood’ นิทรรศการที่เปลี่ยนผ้าไหมจากจังหวัดสกลนครสู่ศิลปะสไตล์ยุโรปยุคกลาง พร้อมกับแสง สี เสียง เหมือนกับเรากำลังได้ชมละครเวทีของยุโรป
ONCE มีโอกาสได้คุยกับผู้ชายคนนี้เพื่อรู้จักเขาให้มากขึ้นว่า อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้เขายอมทิ้งชีวิตในยุโรป และมาใช้ชีวิตในประเทศไทยยาวนานกว่า 10 ปี มารู้จักเขาไปพร้อมๆ กับเราได้เลย

ผู้ชายถือโล่
“ผมเคยเป็นผู้กำกับละครเวทีในยุโรป หลักๆ ก็ที่ปารีสและแอนต์เวิร์ป แต่การแสดงของผมเดินทางไปทั่วยุโรปตลอดช่วงปี 2000 – 2012 ประสบความสำเร็จมาก พูดได้ว่าผมเป็นหนึ่งในผู้กำกับละครเวทีแถวหน้าของยุโรป” Wayn Traub เริ่มเล่าเรื่องราวของเขาให้เราฟัง
“แต่ผมเบื่อ จริงๆ แล้วผมอยากทำภาพยนตร์” … Wayn Traub พาเราย้อนความหลังถึงจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งเริ่มมาจากโล่เพียง 1 อันเท่านั้น
“ย้อนไปตอนผมยังวัยรุ่น อาศัยอยู่ที่เมืองเกงต์ ตอนนั้นผมทำโล่ขึ้นมาหลายอัน และผมอยากเอางานของผมไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของเกนต์ชื่อ SMAK คือตอนนั้นผมคิดว่าเป็นสุดยอดศิลปินอะไรประมาณนั้น


“แน่นอนแหละ อยู่ๆ ผมคงเอางานของผมไปแขวนในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ ผมก็เลยซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ทุกวัน เพื่อไปยืนถือโล่ของผม ทำแบบนี้ทุกวันเป็นเวลา 9 เดือนติดต่อกัน จนทางพิพิธภัณฑ์เริ่มให้ผมเข้าฟรี เอาชื่อผมไปแปะอยู่บนโปสเตอร์ หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ผมได้ออกโทรทัศน์ ไปออกรายการวิทยุ เพราะคนอยากมาดูผม เรื่องราวของผู้ชายถือโล่
“ผมกลายเป็นคนดังอยู่พอสมควร จนกระทั่งมีคนทำงานสายละครเวทีมาเจอผม เขาบอกผมว่า สิ่งที่ผมทำอยู่คือศิลปะการแสดง ก็ชวนผมไปทำละครเวที
“ตอนนั้นผมก็บอกเขาไปเลยนะ ‘ผมอยากทำหนัง ไม่ได้อยากทำละครเวที’ เขาก็บอกว่า ‘นายก็มาทำหนังประกอบละครเวทีสิ’ ผมก็ตอบตกลง นั่นแหละจุดเริ่มต้น ผมเริ่มจากการทำหนังประกอบในละครเวที
“ทั้งหมดคือเรื่องบังเอิญนะ”

จากยุโรปสู่สกลนคร
ถึงไม่ได้ตั้งใจแต่หลังจากเดินเข้าสู่วงการละครเวที เส้นทางของผู้ชายคนนี้มีแต่จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ผลงานละครเวทีของเขาดังขึ้น ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทุกอย่างที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะได้หยุดพักเพื่อไปทำตามความฝันที่ตัวเองชอบ
“ผมทำหนังหลายเรื่องเพื่อประกอบละครเวที เดินทางไปถ่ายทั่วโลกเลย แต่ผมไม่เคยได้ทำหนังจริงๆ สักเรื่อง
“ผมรู้สึกว่าตอนผมทำโอเปร่า ผมเหมือนอยู่ในกรง ผมมีเงินมากมาย ผมมีความสำเร็จมากมาย แต่ในใจของผมมันเรียกร้องให้ไปทำภาพยนตร์ ผมอยากทำหนัง ไม่ได้อยากทำสิ่งที่ผมทำอยู่ตรงนี้”

“Now or Never” คือคำถามที่ Wayn Traub ต้องตอบตัวเอง และเขาเลือก “Now” กับการประกาศพักเบรกการทำงานละครเวทีเป็นเวลา 1 ปี และบินข้ามโลกมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในอีกซีกโลกที่จังหวัดสกลนคร
เหตุผลที่เขาเลือกบินข้ามโลกมาอยู่จังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ เพราะว่า Wayn Traub มีภรรยาเป็นชาวจังหวัดสกลนคร หลังจากที่เขาเดินทางมาทำหนังประกอบละครเวทีที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้านั้น และพบรักกับภรรยาที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานล็อบบีในโรงแรมที่เขาพักในเวลานั้น
“ภรรยาผมที่ตอนนั้นยังเป็นแค่แฟนบอกผมว่า ‘คุณไม่อยากมาอยู่สกลนครหรอก ที่นั่นไม่มีอะไรเลย’ ผมก็บอกว่าดี ผมชอบเลยที่มันไม่มีอะไร ซึ่งเธอก็ไม่เชื่อนะ เธอคิดว่าผมจะต้องย้ายไปกรุงเทพฯ หรือไม่ก็ภูเก็ตแน่ๆ แต่ไม่เลย ผมชอบความสงบของที่นั่น และผมก็อยู่ที่สกลนครเต็ม 1 ปี”
ท่ามกลางความสงบของจังหวัดสกลนคร Wayn Traub ได้ทำทุกอย่างที่ตัวอยากทำ ได้เริ่มเขียนบทภาพยนตร์ ได้เริ่มแต่งเพลงที่เขาอยากแต่ง ทำให้ 1 ปีผ่านไป เขาก็ยังไม่กลับยุโรป ขออยู่เมืองไทยต่ออีกสักพัก และเวลาก็เริ่มถูกนับต่อไป จาก 1 ปี กลายเป็น 2 ปี จาก 2 กลายเป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 และยาวมาจนถึงปัจจุบัน

โลกของ Minsterwood
ถึงจะเงียบสงบแต่การใช้ชีวิตในสกลนครทำให้ Wayn Traub ได้พบกับเวทมนตร์ของจังหวัดนี้ หลังจากได้รู้ว่าครอบครัวภรรยาทำงานเป็นช่างทอผ้า และซึมซับความผูกพันระหว่างผ้าครามกับชาวสกลนคร เขาที่เคยปักชุดให้นักแสดงในยุโรป จึงลองนำเข็มและด้ายมาปักลงบนผ้าฝ้ายทอมือย้อมธรรมชาติของสกลนคร และพบว่ามันคือคู่แท้ทางศิลปะ


“มันเหมือนเวทมนตร์สำหรับผม มันสวยงามมาก เหมือนกับผ้าเหล่านี้มีชีวิต เพราะทำด้วยมือ เวลาผมปักลวดลายลงไป มันช่างเข้ากันกับเนื้อผ้าแบบนี้ได้ดีมาก นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตัดสินใจทำงานปักที่นี่ อีกอย่างผมตกหลุมรักในงานสิ่งทอพวกนี้เข้าอย่างจัง”

นอกจากเขียนบทหนังและทำเพลง Wayn Traub เดินหน้าทำงานปักไม่หยุด แม้ว่าแรกเริ่มเขาต้องทำแค่คนเดียว บางชิ้นใช้เวลายาวนานหลายเดือนไปจนถึงระดับเกือบปี เขาก็ทำงานเหล่านี้ไม่หยุด แม้ว่าในปัจจุบันจะมีทีมงานมาคอยช่วยเหลือ แต่แพสชันการทำงานหัตถกรรมก็ไม่เคยหายไปไหน จนสุดท้ายก็ได้กลายมาเป็นนิทรรศการ ‘Minsterwood’






Minsterwood ไม่ใช่นิทรรศการโชว์ผลงานปักของ Wayn Traub แต่จริงๆ แล้วเป็นการรวมแพสชันของเขาเข้าด้วยกัน เนื่องจากว่างานปักเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่เขาตั้งใจจะทำ และทั้งนิทรรศการ Minsterwood ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ภาพยนตร์ที่ผู้ชายคนนี้มีแผนจะสร้างอีกด้วย

จากความเงียบสงบในสกลนคร Wayn Traub สร้างสรรค์โลกที่เรียกว่า ‘Minster Wood’ ชื่อที่เขาผสมผสานระหว่างคำว่า ‘Minster’ (อาราม) และ ‘Wood’ (ป่า) เพื่อสร้างเป็นฉากหลังเรื่องราวเทพนิยายกึ่งสยองขวัญ (Dark Fairy Tale) ผ่านจินตนาการของเขาเอง

เขาเล่าให้ฟังถึงไอเดียว่า นี่คือเรื่องราวของกลุ่มแม่ชีที่อาศัยอยู่ในป่าและสร้างอารามขึ้นมาภายในป่า ใกล้แม่น้ำ ใกล้ทะเลสาบ แต่โชคร้ายพวกเธอถูกทหารบุกสังหารเพื่อแย่งชิง ‘ไม้กางเขนทองคำ’ แต่เลือดของเหล่าแม่ชีได้ปลุก ‘กบทองคำ’ ที่มีพลังคืนชีพคนตายได้ ทำให้เหล่าแม่ชีกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเธอกลับมาเพื่อล้างแค้นเท่านั้น


Director Jacq ได้เล่าตอนจบของเรื่องราวนี้ให้เราฟัง แต่ว่าจะสปอยล์ก็จะเสียอรรถรส เนื่องจากว่านิทรรศการครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพาเราไปอยู่ในโลกของ Minsterwood เพราะเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในงาน ทุกคนจะพบว่า นี่ไม่ใช่การแสดงงานศิลปะที่แขวนผลงานเอาไว้แล้วจบ แต่งานมีการเล่นแสงสีเสียงจัดเต็ม เหมือนกับเราอยู่ในการแสดงละครเวที แบบที่ทำเอาคนเดินชมงานอยู่ๆ ถึงกับตกใจมาแล้ว เพราะไม่คิดว่างานนิทรรศการศิลปะจะมีลูกเล่นจัดจ้านแบบนี้
“ผมไปดูนิทรรศการมาเยอะมากทั้งในไทยและยุโรป แต่ส่วนใหญ่ผมพบว่ามันน่าเบื่อ แค่เอาภาพมาแขวนแล้วสาดไฟใส่ มันยังไม่พอหรอก ผมเชื่อว่าเราทำได้ดีกว่านั้น สำหรับผมการไปนิทรรศการคือการก้าวเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ลำพังแค่ภาพวาดอาจบอกเล่าอะไรบางอย่างได้ แต่เรามักจะพลาดโลกเบื้องหลังของศิลปินไป


“ยิ่งกับงานของผมที่มีรากฐานมาจากละครเวทีและภาพยนตร์ ผมรู้สึกว่าจะแค่เอาเสื้อคลุมหรือภาพปักมาแขวนไว้เฉยๆ ไม่ได้ ผมต้องการเล่าเรื่องราวของ Minsterwood ผ่านแสงและเสียงประกอบ เพื่อสร้างความรู้สึกแบบ Immersive ให้คนได้หลุดเข้าไปในโลกนั้นจริงๆ
“จริงๆ แล้วงานศิลปะของผมอยู่ได้ด้วยตัวมันเองนะ ถ้าใครจะซื้อไปแขวนที่บ้านก็ยังเป็นงานที่สวยงาม ซึ่งผมภูมิใจมาก แต่ถ้าเป็นการจัดนิทรรศการ คุณต้องให้มากกว่านั้น นี่คือเหตุผลที่ผมทุ่มเทเวลาอย่างมากเพื่อทำเพลงและออกแบบแสงใหม่ทั้งหมด ผมเปลี่ยนทั้งห้องนี้ให้เป็นอย่างที่ผมต้องการ เพื่อโชว์ให้เห็นว่านิทรรศการในแบบของผมควรจะเป็นอย่างไร”

เดินทางสู่ความฝัน
แม้ว่านิทรรศการ Minsterwood จะประสบความสำเร็จในการสร้างโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจ และได้รับความสนใจจากคนรักศิลปะ แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ทั้งหมดยังไม่ใช่ แต่เป็นเพียงองค์ประกอบที่เขากลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณเพื่อรอเวลาที่จะได้โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มจริงๆ กับภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาต้องการจะสร้าง เรื่องราวของ Minsterwood บนจอภาพยนตร์
“ผมเรียนจบด้านภาพยนตร์นะ แต่ผมไม่เคยทำหนังจริงๆ สักเรื่อง มันถึงเวลาของผมแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ เป็นเป้าหมายชีวิตของผมมาตลอด ตอนนี้ผมพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นตัวหนังนี่แหละ

“ผมเคยทำภาพยนตร์ประกอบละครเวทีมามากมาย แต่มันยังไม่ใช่หนังของจริงที่สามารถส่งต่อไปได้ทุกที่ทั่วโลก นิทรรศการนี้คือการทำให้ทุกอย่างพร้อมที่สุด ตั้งแต่ชุดของนักบวชไปจนถึงดนตรีประกอบ ผมแค่รอคอยจังหวะเวลาที่จะมีกล้องและนักแสดงเข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ Minsterwood กลายเป็นภาพยนตร์ที่มีชีวิตและสไตล์เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง”
ด้วยวัย 53 ปี Director Jacq เผยว่า เขาไม่อยากเสียเวลาในการล่าฝันอีกต่อไป เพราะเขาไม่ได้อยากเป็นผู้กำกับเพื่อหวังโกยเงินมหาศาล ไม่ได้หวังให้ตัวเองประสบความสำเร็จด้วยซ้ำ เขาแค่อยากทำหนังที่สวยงามฝากเอาไว้บนโลกใบนี้ ผลงานที่คนรุ่นหลังหลายสิบปีหลังจากนี้ย้อนกลับมาดูและยังคงเห็นความสวยงาม
“เวลาจะทำอะไร คุณต้องทำให้ดีที่สุด เพราะท้ายที่สุดผู้คนจะสนใจ อยากเห็นและชื่นชมกับผลงาน นี่แหละคือสิ่งที่ผมทำ ผมอยากให้หนังเรื่องเล็กๆ ของผมออกมาพิเศษมากที่สุด” Director Jacq ทิ้งท้ายกับเรา
นิทรรศการ Minsterwood
วันนี้ – 8 มีนาคม 2026
สถานที่: River City Bangkok
Facebook: https://www.facebook.com/RiverCityBangkok/
Instagram: https://www.instagram.com/rivercitycontemporary/
Website: https://rivercitybangkok.com/
และติดตาม Wayn Traub ได้ที่
Instagram: https://www.instagram.com/directorjacq/