About
ART+CULTURE

มณเฑียร…รำลึก

รำลึกถึง ‘มณเฑียร บุญมา’ กับงานเสวนา ‘ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่’ ผ่านมุมมองทายาทที่ตั้งใจสานต่อด้านงานอนุรักษ์

Date 10-05-2026 Views 108
Read At ONCE
  • ‘ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่’ งานรำลึกถึง ‘มณเฑียร บุญมา’ และ ‘จันทร์แจ่ม บุญมา’ ด้วยการจัดแสดงผลงานที่หาดูที่ไหนไม่ได้ 6 ชิ้น พร้อมกับการเดินทางก้าวแรกสู่โปรเจกต์อนุรักษ์ผลงานของมณเฑียร บุญมา เพื่อส่งต่อแนวคิดให้ศิลปินรุ่นใหม่

As If - He were here

‘ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่’ งานรำลึกถึงอาจารย์มณเฑียร บุญมา ที่มาพร้อมโปรเจกต์อนุรักษ์ของเหล่าทายาทที่กำลังจะพาผลงานของอาจารย์กลับมาให้ทุกคนได้ชื่นชมกันอีกครั้ง!

As If – He were here (ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่) คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์จากเหล่าทายาทอย่าง Estate of Montien ที่อยากอนุรักษ์ผลงานและมีความตั้งใจจะถ่ายทอดแนวคิดของอาจารย์มณเฑียรให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและได้เห็นด้วยตาเนื้อ โดยที่อาจไม่ต้องบินลัดฟ้าไปยังพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ เพราะในอนาคตอันใกล้ของโปรเจกต์นี้อาจมีการจัดแสดงผลงานของอาจารย์มณเฑียรให้เราทุกคนได้เข้าถึงง่ายขึ้นก็เป็นได้

As If - He were here

ก่อนจะได้ฟังเสวนาจาก ‘คนรุ่นใหม่’ ที่ศึกษางานของอาจารย์มณเฑียร และ ‘คนรุ่นเก๋า’ ที่เคยทำงานร่วมกันกับอาจารย์มณเฑียรมาก่อน เราได้เดินชมนิทรรศการภาพเขียน 6 ชิ้นของอาจารย์มณเฑียร ซึ่งงานชุดนี้เป็นหนึ่งในผลงาน Unseen ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน เป็นผลงานที่ค้นพบที่คอนโดของอาจารย์เอง และนำมาจัดแสดงในงานนี้ถึง 6 ภาพ ภายใต้ธีมการนำเสนอเดียวกันคือการพูดถึง ‘Life Cycle’

As If - He were here

As If - He were here

As If - He were here

“สำหรับผม คุณพ่อสนใจเรื่องศาสนาอยู่แล้ว เพราะคุณพ่อนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเขาได้เริ่มมาสนใจทำงานเกี่ยวกับศาสนามากขึ้นตอนคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งทรวงอกครับ ตอนนั้นผมเกิดได้ไม่นานด้วย เลยอาจจะทำให้คุณพ่อกดดันและมีสภาวะเครียด เขาเลยเข้าสู่ศาสนามากขึ้นเพื่อให้จิตใจสงบขึ้น สามารถทำงานและแสดงงานศิลปะได้ รวมถึงดูแลภรรยากับลูกๆ ได้ด้วย งานในช่วงนั้นของคุณพ่อจึงเป็นงานที่มีความเป็นวงกลม บางภาพมีรูปทรงเหมือนบาตรพระ หรือภาพสเกตช์ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งมีให้เห็นในงานนี้ครับ” แบงค์-จุมพงษ์ บุญมา ลูกชายของอาจารย์มณเฑียรเล่าให้เราฟัง

As If - He were here

As If - He were here

ผลงานทั้ง 6 ชิ้นจัดแสดงเฉพาะวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ไม่ต้องเสียดายหากใครพลาดงานนี้ไป เพราะในอนาคต Estate of Montien หวังใจจริงว่าจะพาผลงานของอาจารย์มณเฑียรมาจัดแสดงสู่สายตาทุกคนให้มากขึ้น และตั้งใจรวบรวม พร้อมอนุรักษ์ผลงานของอาจารย์มณเฑียรให้เป็นองค์ความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

As If - He were here

As If - He were here

‘อาจารย์มณเฑียรเป็นสายมู’ นี่คือหนึ่งในประโยคจากวงเสวนาที่ทำให้เรารู้สึกสนุกและเข้าใจงาน 6 ชิ้นของอาจารย์มณเฑียรมากขึ้น เพราะไม่เพียงแค่โรคภัยที่ย่างกรายภรรยา ทำให้อาจารย์มณเฑียรให้ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ แต่อาจารย์มณเฑียรยังต้องอยู่ห่างจากภรรยา ด้วยการพาตัวเองไปอาศัยและทำงานศิลปะไกลถึงเชียงใหม่ เพราะหมอดูทำนายทายทักว่า อาจารย์มณเฑียรและจันทร์แจ่ม ผู้เป็นภรรยาอาจจะต้องตายจากกันหากทั้งคู่ยังอาศัยใช้ชีวิตใกล้ชิดกัน

และแม้ว่าผลงานทั้ง 6 ชิ้นไม่ได้พูดถึงเรื่องดวงชะตา แต่ก็ทำให้เราเห็นถึงแรงบันดาลใจของอาจารย์มณเฑียรที่อาจเรียกได้ว่ามีคติในการเป็นศิลปินผู้ต้องการทำให้สิ่งที่ไม่สวยในสายตาผู้คน กลายเป็นศิลปะที่สวยและเข้าถึงสุนทรียะได้ แม้จุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นนั้นๆ จะไม่สวยงามก็ตาม

As If - He were here

“As If – He were here (ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่) เป็นงานที่เราอยากสื่อสารว่า ถึงอามณเฑียรจะเสียไปนานแล้ว แต่ผลงานอามณเฑียรยังมีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เรื่อยมา และงานนี้ก็ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่มีต่ออามณเฑียรด้วยค่ะ” แพร-สไบแพร มุกดาประกร Managing Director ของ Estate of Montien อธิบายเสริมถึงโปรเจกต์อนุรักษ์ ที่ต่อยอดมาจากจุดมุ่งหมายแต่เดิมของ Estate of Montien ที่จัดสรรพื้นที่ที่บ้านให้เป็น ‘ Montien Atelier’ สเปซที่เหล่าทายาทได้รวบรวมผลงานของอาจารย์มณเฑียร ทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นเพื่อระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์ผลงานของอาจารย์มณเฑียรอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้แนวคิดของอาจารย์มณเฑียรได้ส่งทอดต่อคนยุคต่อๆ ไป และเพื่อให้ผู้คนได้เห็นผลงานของอาจารย์มณเฑียรได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

As If - He were here

As If - He were here

As If - He were here

แบงค์เสริมเกี่ยวกับโปรเจกต์และบทบาทของ Estate of Montien ว่า “Estate of Montien คือคนที่ดูแลงานของคุณพ่อ โดยชิ้นงานที่มีอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นชิ้นเป็นสเกตช์ เพราะผลงานชิ้นใหญ่ โดยส่วนมากมักมีคนและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ collect ไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่คุณพ่อจะเสียครับ ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่พวกเราดูแลและเก็บสะสมได้มักไม่ใช่ผลงานชิ้นใหญ่ แต่ส่วนมากจะเป็นผลการศึกษาและเอกสาร เราเลยอยากรวบรวมสิ่งเหล่านี้มาเป็นคลังข้อมูลให้อยู่ต่อไปในอนาคต เพราะยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นผลงานและวิธีการทำงานของคุณพ่อ แม้จะเป็นของชิ้นเล็กก็ตาม แต่จะเป็นชิ้นงานหรือเทคนิคที่ไม่เคยมีใครได้เห็น” นั่นทำให้ทั้งแบงค์และแพรหวังใจให้มีการจัดงานเพื่อพูดคุยถึงผลงานของอาจารย์มณเพียรในทุกๆ ปี เช่นเดียวกับงาน As If – He were here (ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่) ในครั้งนี้

As If - He were here

As If - He were here

As If - He were here

ยิ่งไปกว่าการอนุรักษ์งานเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นใหม่แล้ว ในฐานะของลูกชายอย่างแบงค์และผู้ดูแลโปรเจกต์สำคัญชิ้นนี้อย่างแพร ONCE สงสัยว่าทั้งคู่รู้จักและมองงานของอาจารย์มณเฑียรแบบไหน?

“แพรมองว่า อามณเฑียรคือศิลปินที่มีหัวก้าวหน้ากว่าคนในรุ่นเดียวกันค่ะ เขามีความคิดล้ำแบบไร้กรอบและกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ เสมอ ทำให้งานของอามณเฑียรมักออกมาเป็นงานสื่อผสม มักมีการใช้วัสดุแปลกๆ อย่างในงานที่จัดแสดงวันนี้ก็มีชิ้นที่ทำมาจากดินด้วยค่ะ”

As If - He were here

“ในฐานะที่ผมเป็นลูกชายมองว่า คุณพ่อจะมองในฐานะศิลปินด้วยกันครับ ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้รู้ศิลปะมากมายหรอกครับ แต่พอผมเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้เห็นมุมมองที่คนอื่นมองงานของคุณพ่อมากขึ้น แล้วก็ได้เห็นว่างานศิลปะคืออะไร ได้เห็นแนวคิดในการทำงานศิลปะ ระหว่างนั้นผมเลยรู้สึกประทับใจงานคุณพ่อมากขึ้น และผมก็มองว่า คุณพ่อเป็นศิลปินท่านหนึ่งที่มีความคิดที่สนุกกับการทำงานศิลปะ สนุกกับการทดลอง ในชีวิตตลอด 20 ปีที่เขามี เขาทุ่มทุกอย่างเพื่องานศิลปะ ผมประทับใจในความเป็นศิลปินและความเป็นอาจารย์ของเขา เพราะนอกจากเป็นศิลปินที่เก่งแล้ว ยังเป็นอาจารย์ที่ลูกศิษย์รักและเคารพมากๆ นี่คือความรู้สึกที่เหนือจากแค่ความเป็นพ่อ โปรเจกต์นี้เลยอยากให้ทุกคนรู้จักและเห็นมุมมองเหล่านี้ของคุณพ่อด้วยครับ”

As If - He were here

เรียกได้ว่า ‘As If – He were here (ราวกับว่า – มณเฑียรยังอยู่)’ คืออีกโปรเจกต์ที่ไม่เพียงจะสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นอีกวิธีการเพิ่มพื้นที่ศิลปะให้กับวงการศิลปะไทยมากขึ้น ให้คนไทยรู้จักศิลปินไทยได้มากขึ้นและง่ายขึ้นด้วย

และก้าวต่อไปของ Estate of Montien จะเป็นการพาผลงานชิ้นไหนของอาจารย์มณเฑียรมาให้พวกเราได้ชม คงต้องรอติดตามไปด้วยกัน