About
RESOUND

รู้จัก H3F วงฟังก์ไทยฟังง่ายละมุนหู ที่เตรียมเดินสาย 6 ประเทศเอเชียด้วยมิวสิกเฟสติวัลแบบฉบับของตัวเอง

Date 20-05-2026 Views 4
Read At ONCE
  • ชวนรู้จัก H3F วงกรูฟไทยเตรียมขึ้นเวที ASIA TOUR กับคอนเสิร์ต ‘H3F Music Festival’ ที่ทัวร์ 6 ประเทศในเอเชีย ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน

ชวนมารู้จักวงฟังก์-โซลที่ทำเพลงนุ่มละมุนหู ‘H3F’ ที่กำลังเตรียมไปตระเวนเล่นคอนเสิร์ตบนเวที ASIA TOUR มากกว่า 5 ประเทศ! มาในคอนเซปต์การจัดเฟสติวัลที่จัดมาเพื่อวง H3F โดยเฉพาะ

H3F (Happy Three Friends) วงฟังก์ผสมผสานโซลที่มีกลิ่นอายบลูส์ แบบที่การเติบโตของพวกเขาในปีนี้คือการเพิ่มความเป็นฟังก์มากขึ้น แต่คงคอนเซปต์ “Cheesy lyrics, Sloppy groove” โดยมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ได้แก่ ก้อง-เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำและกีตาร์) ปิง-อารการ จันทร์ทอน (กีตาร์) หม่อม-ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส) และแม็ก-ฐากร อัญภานนท์ (กลอง)

ที่เราบอกว่านี่คือเฟสติวัลที่จัดขึ้นเพื่อวง H3F โดยเฉพาะ เพราะการไป ASIA TOUR ของวง H3F ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การส่งวงฟังก์ไปสู่สายตาประเทศแถบเอเชีย แต่ยังเป็นการเปิดตัวคอนเซปต์เฟสติวัลแบบใหม่เชื่อว่าอาจจะยังไม่มีหรือมีน้อยนักที่จะเกิดเฟสติวัลแบบนี้ขึ้น

‘H3F Music Festival’ คือเทศกาลดนตรีของวง H3F ที่สมาชิกวงจะเป็นผู้เลือกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบหรือศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ H3F มาร่วมเวทีด้วยกันผ่านการเลือกโดย H3F เอง เพราะโดยทั่วไปแล้วรูปแบบการจัดงานเทศกาลดนตรี ผู้ที่เลือกและจัดไลน์อัปศิลปินในเฟสติวัลมักเป็นผู้จัดงาน ซึ่งการที่ศิลปินได้เป็นผู้เลือกและจัดไลน์อัปด้วยตัวเองในเฟสติวัลของตัวเอง คือการยกระดับอีกหนึ่งความสนุกของวงการเพลงที่ไม่เพียงแค่เกิดสิ่งใหม่ๆ ในวงการดนตรี แต่ยังทำให้ทั้งแฟนคลับ คนที่แวะเข้ามาฟังเพลง และตัวศิลปินเองได้เห็นตัวตน รากเหง้า รวมถึงแรงบันดาลใจของวงชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ในเฟสติวัลนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราอาจจะได้เจอวงในตำนานที่เคยฟังกันในวัยเด็ก เราอาจจะได้เจอวงหน้าใหม่ที่ H3F อยากให้เราได้รู้จักร่วมไปกับพวกเขา หรือศิลปินต่างชาติที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ฟังกันสดๆ ร่วมกับวงไทย

‘H3F Music Festival’ กำลังจะเริ่มออกเดินทางไปทัวร์ยังโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม, กวางโจ ประเทศจีน, บันดงและจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, โตเกียวและโอซากา ประเทศญี่ปุ่น, โซล เกาหลี และไทเป ประเทศไต้หวัน เรียกได้ว่า H3F กำลังเข้าสู่ช่วงที่ปฏิทินจะไม่ว่างกันเกือบครึ่งเดือนเลย!

H3F เลยแบ่งเวลาซักซ้อมแล้วมานั่งพูดคุยกับ ONCE กันสั้นๆ ถึงวิธีการเตรียมก่อนไป ASIA TOUR และรีแคปผลงานที่ผ่านมาของพวกเขา และนี่อาจทำให้ทุกคนได้รู้จักวงไทยที่กำลังจะโกอินเตอร์อีกวงกันมากขึ้นผ่านบทความนี้!

H3F

H3F

H3F

ช่วงนี้ H3F ซุ่มทำอะไรกันอยู่บ้าง

ก้อง : ทำเพลง EP ใหม่และซุ่มซ้อม ASIA TOUR นี่แหละครับ แล้วก็แอบตื่นเต้นกันด้วยนะครับ เพราะว่าไม่เคยต้องไม่กลับบ้านนานขนาดนี้ ทัวร์รอบนี้ก็ประมาณครึ่งเดือนเลยครับ เพราะปกติที่เราไปทัวร์ต่างประเทศ มันมักเป็นในรูปแบบของการที่เราเข้าไปเล่นใน Festival หรือจอยกับโชว์ที่ไม่ได้เป็นโซโลของพวกเราครับ

H3F

มีประเทศไหนใน ASIA TOUR ที่ H3F รู้สึกตื่นเต้นกับการไปโชว์มากที่สุดไหม

แม็กซ์ : อยากไปเวียดนามเพราะเป็นประเทศที่เหมือนเป็นบ้านข้างๆ เราครับ อยากรู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง เพราะผมยังไม่เคยไปเล่นที่เวียดนามครับ

ปิง : จริงๆ ตื่นเต้นทุกประเทศนะ แต่อาจจะตื่นเต้นที่จีนที่สุดครับ เพราะอยากเห็นวัฒนธรรมการฟังเพลงของที่จีนบ้างครับ

หม่อม : เหมือนพี่ปิงเลยครับ ยังไม่เคยไปประเทศจีนเหมือนกันแล้วก็อยากรู้วัฒนธรรมการฟังของเขาด้วย

ก้อง : อยากลองไปจีนกับอินโดนีเซียครับ เพราะรอบที่แล้วไปอินโดนีเซียแล้วได้เล่นแค่ 35 นาที ก็รู้สึกว่ายังไม่หนำใจเลย เลยอยากเล่นอีกครั้ง ส่วนจีนคือประเทศที่ยังไม่เคยไปครับ เลยรู้สึกตื่นเต้นว่าคนดูจะเป็นแบบไหนหรือชอบฟังแนวเพลงประมาณไหนกันบ้างครับ

H3F

H3F

H3F เคยบอกว่าตัวเองไม่ใช่วงฟังก์ แล้ว ณ วันนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหม

ก้อง : รู้สึกว่าฟังก์ขึ้นนะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราก็ยังเด็กเลยเรียกตัวเองประมาณว่าเป็น Cheesy lyrics, Sloppy groove ว่าง่ายๆ คือเป็นเพลงเลี่ยนๆ กรูฟดนตรีง่อยๆ เพราะตอนนั้นเราไม่อยากตะโกนว่าเราเป็นวงฟังก์ แต่ถามว่าตอนนี้เรียกว่าฟังก์ได้ไหม ต้องบอกว่าฟังก์ขึ้นแต่ไม่ได้ฟังก์จ๋าขนาดนั้น เพราะ เราทำดนตรีแบบ Soul-based Music ผสมความเป็น Blues และ Soul เข้าไปในฟังก์ อาจจะมีดนตรีป๊อปมาแจมเล็กน้อย แต่สไตล์เพลงมันก็ชัดเจนขึ้นในแบบของวงเราครับ เพราะก็ทำเพลงกันมา 4 อัลบัม ซึ่งถ้ารวม EP นี้ก็มีอัลบัมออกมา 5 ชุดแล้วด้วยครับ

H3F

เล่าถึงอัลบัมล่าสุดอย่าง Cha La La Love ให้ฟังหน่อย

ก้อง : Cha La La Love เป็นเพลงที่กวนมากเลยนะ จริงๆ มันเชื่อมต่อมาจาก Charawan Sound ในอัลบัมที่ 3 ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องเกี่ยวกับชาละวันเลย แต่ว่าเราก็ติดกิมมิกเกี่ยวกับจระเข้ไปแล้ว ซึ่งตอนที่กำลังแต่งเพลง Cha La La Love อยู่ แม็กซ์ก็ร้องคอรัสไลน์เป็นคำประมาณว่า ลา ลา ลา ชาลาลา เลิฟ ผมก็ปิ๊งเลยว่าจะเอาชื่อนี้เป็นชื่ออัลบัม เพราะมันก็ไปล้อกับ Charawan Sound พอดีด้วยครับ เรียกว่าเป็นความบังเอิญที่ไม่บังเอิญจริงๆ นะ แล้วก็เราไ้ด้หยิบสิ่งที่ชอบจากการทำเพลง Charawan Sound มาใช้ในอัลบัมนี้ด้วย อย่างการได้ลองอัดสดแบบเพลงยุค 60-70 ที่เพลงแนวโซล ฟังก์ บลูส์ เขาก็อัดสดกัน ซึ่งคนรุ่นใหม่สมัยนี้เขาไม่ทำกันแล้ว และเพราะยังไม่เคยทำ พวกเราเลยอยากย้อนกลับไปทำนะ มันทำให้ดนตรีมีความสดขึ้น มีกลิ่นของความเป็น Soul-based Music มากขึ้นด้วย

H3F

แล้วเพลง Cha La La Love จะมีเซอร์ไพรส์อะไรบนคอนเสิร์ต ASIA TOUR ไหม

ก้อง : มีนะครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ไม่ชอบตัว Audio ของอัลบัมนี้นะครับ แต่เสน่ห์ของมันอีกแบบคือการเล่นสดจริงๆ เพราะพวกเราเชื่อสุดหัวใจเลยว่าดนตรีคือสิ่งที่สื่อสารกับมนุษย์ มันควรสด มันควรเรียลไทม์ ผมเลยอยากนำเสนอเพลงในแบบที่เราเล่นกันแบบสดๆ นำเสนอสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือสิ่งที่เขาอาจจะไม่เคยฟัง

แม็กซ์ : ประมาณว่าจะเล่นถูกหรือเล่นผิดก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น เพราะเราอยากจะเก็บภาพโมเมนต์ตรงหน้าเอาไว้มากกว่า อยากเก็บความเป็นมนุษย์ ความเป็นคนเอาไว้

ก้อง : อยากให้เพลงเป็นสิ่งที่เราแชร์กันได้แบบสวยงาม ไม่ใช่การแยกว่าเราอยู่บนเวที คุณดูอยู่แค่ข้างล่าง แต่เราเชื่อมโยงกันและรู้สึกไปด้วยกันเพราะดนตรีได้

H3F

H3F

โมเมนต์ไหนของผู้ชมที่เราเห็นแล้วประทับใจทุกครั้งที่ได้อยู่บนเวที

ก้อง : ทั้ง 4 อัลบัมของเรามีอัลบัมแรกและอัลบัมที่สองที่น่าจะติดหูทุกคนที่สุด ซึ่งการทำเพลงของพวกเราก็มีการเปลี่ยนแนวหรือสไตล์ไปเรื่อยๆ หรืออย่างบางเพลง เนื้อเพลงก็ยาวมาก แต่ผมก็ชื่นใจทุกครั้งที่คนดูร้องเพลงตามเราได้ โดยเฉพาะเวลาที่ได้เล่นคอนเสิร์ตใหญ่ของวง หรืออย่างบางเพลงที่เพิ่งปล่อยออกมาได้เดือนเดียว พวกเขาก็ร้องได้แล้ว ผมเลยรู้สึกว่าคนฟังทุกคนเขาตั้งใจรับฟังในสิ่งที่เราอยากสื่อสาร เราเองก็รู้สึกชื่นใจที่ได้สื่อสารออกไป มันคือการแลกเปลี่ยนกันและกันที่เราก็ทำเพลงตามใจในแบบของเรา ไม่ได้ยึดว่าต้องทำเพลงตามใจใคร เหมือนเป็นคนการทำงานที่ไม่ใช่การทำงานเพื่อให้คนมาชอบเรา แต่เป็นการทำงานที่พวกเราชอบและคนดูก็ชอบในการทำงานของเราอีกที เลยรู้สึกชื่นใจครับ

แม็กซ์ : เมื่อก่อนเราจะชอบเตรียมตัวเพื่อมาโชว์สักประมาณ 100% แล้วก็นำเสนอให้เป๊ะอย่างที่ซ้อมเอาไว้ แต่หลังๆ เราอยากเผื่อใจไว้สัก 20% เอาไว้ให้ทุกคนได้จอยได้แจมด้วยกัน อย่างตอนไปเล่นที่ไต้หวัน เราเคยเล่นเพลงที่กำลังฮิตของเราในช่วงนั้น ซึ่งพอเล่นไปจริง ฮุกควรจะมีจังหวะแค่ห้องเดียวหรือสองห้อง แต่เราก็เล่นต่อไปอีก แล้วคนดูก็ร้องเพลงไปพร้อมกับเรา เลยเหมือนได้เป็นการเล่นให้เบาลงเพื่อให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเราเยอะขึ้น โมเมนต์พวกนั้นเลยทำให้ผมประทับใจครับ

H3F

ASIA TOUR ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษไหม ?

ก้อง : เตรียมเสื้อผ้าครับ (หัวเราะ) จริงๆ มีเตรียมตัวเพิ่มนิดหน่อยครับ เพราะไมเคิล มือคีย์บอร์ดของพวกเราต้องกลับบ้านที่อเมริกา เขาไปทัวร์รอบนี้กับพวกเราไม่ได้ เลยต้องมีการเตรียมโชว์ใหม่นิดหนึ่งครับ แล้วรอบนี้เราก็ Merchndise ที่พิเศษกว่าโชว์อื่นๆ ด้วย เพราะนี่คือครั้งที่เราได้มีเสื้อทัวร์ของวงเป็นครั้งแรก ซึ่งลายของเสื้อก็จะถูกออกแบบแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศเลยครับ นอกจากเสื้อก็มีซีดีอัลบัม และตามธรรมเนียมเลยก็คือเรามีไวนิลอัลบัมล่าสุดด้วยครับ

H3F

H3F

H3F

คาดหวังอะไรกับ ASIA TOUR บ้างคะ

ปิง : ไม่ได้คาดหวัง คิดแค่ว่าอยากให้คนที่ไม่เคยรู้จักได้รู้จักวงเรามากขึ้น ได้เปิดความเป็นตัวตนของวงเราให้คนอื่นได้รู้จักครับ

ก้อง : อยากให้ทุกคนได้ฟังวงเราเล่นแบบสดๆ ในครั้งนี้จริงๆ ครับ เพราะนี่เป็นอัลบัมที่ 4 ของพวกเราแล้ว สไตล์เพลงและอารมณ์ของแต่ละอัลบัมก็มีหลายสีที่แตกต่างกันเ หมือนสายรุ้งเลย และนี่คือ Solo Show ที่ทำให้เราได้โชว์ว่าเราอินในเรื่องไหนกันอยู่ และได้บอกทุกคนว่าเรากำลังจะเดินไปสู่ทิศทางไหนผ่านโซโลในครั้งนี้ด้วยครับ แล้วก็อยากให้คนดูรู้สึกสนุกและสบายใจที่ได้มาดูพวกเราครับ

ถ้าเปรียบเทียบ H3F เป็นคน คนคนนั้นจะเป็นยังไง

แม็กซ์ : คงเป็นคนที่กินแต่ของอร่อยด้วยครับ (หัวเราะ)

ก้อง : แล้วก็เป็นคนกวนๆ มั้งครับ (หัวเราะ) แต่เป็นคนที่ตามใจตัวเอง จริงใจ แต่ไม่เอาเปรียบใครแน่นอน แล้วก็คงแต่งตัวสไตล์ขาม้า เสื้อยืดมีรูนิดหนึ่ง อาจจะคีบรองเท้าแตะ หรือไม่ก็สะพายย่ามพระด้วยก็ได้นะ (หัวเราะ)

H3F

H3F

H3F

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ของเราไหม?

ก้อง : ขอบคุณที่สนับสนุนพวกเรา ขอบคุณที่ฟังเพลงพวกเรา แม้ว่าพวกเราอาจจะไม่ค่อยได้ทำเพลงตามใจพวกเขา (หัวเราะ) เป็นความย้อนแย้งบางอย่างที่ผมก็รู้สึกว่ามันตลกดีนะ แต่ผมดีใจที่เป็นอย่างงั้น เพราะทุกคนปล่อยให้เราทำตามใจตัวเองได้ พวกเราก็เลยได้ทำเพลงในแบบที่เราชอบ พวกเราไม่จำเป็นต้องไปอยากเอาใจใคร แค่ทำเพลงให้พวกเรามีความสุข คนฟังก็มีความสุขไปกับเรา นั่นแหละคือกำไรแล้วครับ พวกเราเลยอยากขอบคุณแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนพวกเรามาเสมอเลยครับ