About
RESOUND

Film for Change

สำรวจไอเดีย CCCL Film Festival เทศกาลหนังสั้นที่คิดการใหญ่ หวังให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ‘Climate Storytelling’

Date 25-06-2026 Views 74
Read At ONCE
  • ส่องแนวคิดการก่อร่างของเทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน (CCCL Film Festival) กับ ‘อ๊อด-บุษกร สุริยสาร’ ที่เดินทางเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยความตั้งใจอยากเปลี่ยนแปลงแนวคิดของผู้คน และอยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของเทศกาลหนังสิ่งแวดล้อมระดับโลก

ศิลปะคือเวทมนตร์ที่ย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และเปลี่ยนเรื่องไกลตัวให้เข้าไปอยู่ในใจคน นั่นคือความตั้งใจของเทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน (CCCL Film Festival) ที่อยากให้ ‘ศิลปะการทำหนัง’ พาให้คนหันมาสนใจและ ‘เข้าใจ’ ความยิ่งใหญ่ของปัญหาสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เป็นอยู่

จบไปแล้วสำหรับเทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน หรือ CCCL Film Festival ปีที่ 6 รอบนี้ขยายเวลาและพื้นที่ให้เทศกาลได้พาหนังสั้น CCCL FILM Festival มาใกล้ชิดและเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ชัดขึ้นผ่านศิลปะการทำหนังที่หลากหลายในเทศกาลนี้ ตั้งต่วันที่ 12-21 มิถุนายน 2569 ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ และหอศิลป์ บ้านจิมทอมป์สัน แม้ว่างานที่กรุงเทพฯ จะจบลงเป็นที่เรียบร้อย แต่เทศกาลจะยังมี Film Tour ที่พาหนังสั้นไปตระเวนฉายทั่วประเทศอยู่ เราเลยอยากพามารู้จักวิธีคิดและฝันใหญ่ของเทศกาลนี้ให้มากขึ้นกัน

CCCL Film Festival คือเทศกาลหนังสั้นที่นำเสนอเกี่ยวกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยที่เปิดรับและคัดเลือกหนังสั้นทุกแขนง ตั้งแต่หนังสารคดี หนังประเภทเรื่องแต่ง แอนิเมชัน และหนังทดลอง เพื่อมาฉายในเทศกาล โดยในทุกๆ ปีมีหนังที่ส่งเข้าคัดเลือกมากขึ้นในแบบที่ไม่ได้จำกัดแค่หนังจากคนไทย แต่ยังขยายไปถึงเพื่อนบ้านหลายประเทศที่มาร่วมฉายด้วย ซึ่งหนังไม่จำเป็นต้องพูดถึงเฉพาะภาวะโลกร้อนหรือการทำหนังสารคดีชีวิตหมีขั้วโลก แต่เทศกาลนำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ ‘ระดับครัวเรือนไปจนถึงปัญหาระดับภูมิภาค และระดับโลก’ เลยด้วยซ้ำไป

“Changing Climate, Changing Lives Film คำขยายความของเทศกาลเราที่มีคำว่า Lives เป็นคำที่บ่งบอกว่า เรามอง Climate Change เป็นเรื่องของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมกระทบทุกระบบนิเวศสิ่งมีชีวิตเลย”

อ๊อด-บุษกร สุริยสาร ผู้อำนวยการมูลนิธิต้นกล้ารักษ์โลกและหัวหน้าทีม CCCL Film Festival มานั่งเล่าให้ ONCE เข้าใจถึงวิสัยทัศน์ของเทศกาล เพราะนี่จะไม่ใช่แค่เทศกาลที่เปิดพื้นที่ให้คนทำหนังได้มาสาดของ แต่เป็นเทศกาลที่หวังใจให้เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่อการเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ใกล้ตัวขึ้น และให้คนในสังคมหวนมาเห็นความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แนวคิดของ CCCL Film Festival ทำเอาเราอยากให้ทุกคนได้ค้นพบและสนับสนุนเทศกาลนี้ให้เป็นเทศกาลระดับประเทศ หรือกลายเป็นเทศกาลระดับภูมิภาคไปเลยคงจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย เพราะอะไรเราถึงมองแบบนั้น ? บุษกรได้ให้คำตอบเราแบบเอกซ์คลูซีฟในบทความนี้แล้ว

CCCL Film

จุดเริ่มต้นของเทศกาล CCCL Film Festival

คริสโตเฟอร์ จี. มัวร์ คือผู้ก่อตั้งและเป็นต้นคิดเทศกาลนี้ขึ้นมา เขาเป็นทั้งนักเขียนและอาจารย์สอนกฎหมาย ซึ่งคริสโตเฟอร์และเราเองก็ได้คุยกันและเห็นตรงกันว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องของดิน ฟ้า อากาศ น้ำ หรือต้นไม้ แต่เป็นเรื่องของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ด้วย แล้วเราจะทำยังไงให้คนเห็นปัญหานี้ไปพร้อมกับเรา? คริสโตเฟอร์จึงคิดไอเดียขึ้นมาว่า ‘ทำเทศกาลหนังสั้นดีไหม’ เพราะเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เรามักได้ยินจากข่าว เช่น ข่าวภัยแล้ง ข่าวน้ำท่วม หรือข่าวดินถล่ม ซึ่งการเป็นข่าวก็ไม่ได้มีการอธิบายด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงที่มาที่ไปของภัยพิบัตินั้นๆ คนจึงไม่ได้เข้าใจรากของปัญหาสิ่งแวดล้อม และคนไม่ได้เข้าใจถึงน้ำหนักของผลกระทบในคำว่า ‘โลกเดือด’ อย่างแท้จริงเลย ไอเดียจึงเริ่มจากตรงนี้ค่ะ

คริสโตเฟอร์ได้ให้เหตุผลที่เสนอเทศกาลหนังสั้นด้วยค่ะว่า ‘เรื่องที่เข้าใจยาก ต้องใช้ศิลปะในการเข้าถึงผู้คน และศิลปะที่จะเข้าถึงผู้คนได้ง่ายในยุคนี้คือหนังสั้น’

CCCL Film

ความตั้งใจของ CCCL Film Festival

เราอยากให้เทศกาลนี้เป็นแพลตฟอร์มให้คนได้รับรู้เรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกมุมมองเกี่ยวกับ Climate Change ไม่ว่าจะมุมไหนก็ได้ แต่ขอแค่ให้เข้าไปถึงหัวใจ ไม่ใช่เข้าไปถึงเพียงแค่สมองของคนดู เพราะเรารู้ดีว่าข้อมูลเกี่ยวกับ Climate Change มีให้ศึกษามากมายเลย แต่ผู้คนไม่อ่านกันแล้ว หรืออ่านแล้วอาจจะไม่อิน ในขณะที่ถ้าถูกสื่อสารด้วยศิลปะ เรื่องราวและข้อมูลที่เคยมีอยู่จะเข้าไปกระตุ้นและกระทบใจผู้คนได้มากกว่า

CCCL Film

CCCL Film

CCCL Film

และอีกความตั้งใจคือเราอยากให้คนทำหนังได้เข้าถึงการทำหนังได้ง่ายขึ้น เราพร้อมสนับสนุนทุนให้คนทำหนังให้ได้มากที่สุดตามกำลังที่เรามี ช่วงปีแรกๆ เราอาจจะมีทุนสนับสนุนไม่ได้มาก แต่เราเพิ่มทุนสนับสนุนให้คนทำหนังมากขึ้นทุกๆ ปี เพราะเราอยากให้ทุกคนเห็นว่า เทศกาลให้คุณค่ากับงานศิลปะจริงๆ นอกจากนี้เรายังตั้งใจให้ที่ตรงนี้เป็นคอมมูนิตีและเชื่อมโยงคนทำหนังอิสระเข้าด้วยกัน ไม่ว่าคนวัยไหน คนทำหนังรุ่นใหม่รุ่นเก่า หรือแม้กระทั่งเครือข่ายต่างชาติก็เข้ามาอยู่ร่วมกันในพื้นที่นี้ได้

CCCL Film

ยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้พาหนังในเทศกาลของเราส่งออกไปยังเทศกาลต่างประเทศหลายงานเลยอย่างเยอรมนี เกาหลี ฝรั่งเศส บราซิลและอเมริกาก็เคยส่งหนังของเทศกาล CCCL Film ไปเยือนมาแล้ว เรียกว่าเราสนับสนุนหนังและคนทำหนังในเทศกาลของเราอยู่ตลอดไม่ได้แค่ให้ทุนทำหนังแล้วจบไป

CCCL Film

CCCL Film

อีกส่วนหนึ่งก็ยังมีกิจกรรมในประเทศที่เราจัดเสมอเลยคือ CCCL Film Tour นั่นคือการพาหนังที่ฉายในเทศกาลของเราไปตระเวนฉายทั่วประเทศตั้งแต่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน โรงหนังอิสระ และในสเปซสร้างสรรค์ทั่วประเทศไทย เพราะเราเชื่อจริงๆ ว่า ศิลปะเป็นสะพานที่เชื่อมเรื่องซับซ้อนและเข้าใจยากให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะจริงๆ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้โลกมันร้อน แต่เขาอาจจะไม่ได้รู้จักคำว่า Climate Change หรือคำอื่นๆ ที่มันหรูหรา ฉะนั้นหนังจึงเป็นการสื่อสารอีกด้านที่เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มจริงๆ

CCCL Film

และอีกสิ่งที่มันสะท้อนความตั้งใจของเทศกาลเราได้ชัดเจนมากๆ คือการที่หนังในเทศกาลไม่ได้มาจากเพียงแค่คนที่อยู่ในวงการหนังเท่านั้น แต่ยังมีนักวิทยาศาสตร์หรือกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในสายคนทำหนังก็เข้ามาร่วมเทศกาลกับเราด้วย เขาพยายามที่จะสื่อสารในด้านที่เขารู้และเชี่ยวชาญผ่านการทำหนัง เทศกาลของเราก็เปิดรับและมีทุนสนับสนุนให้ พร้อมกับมีเวิร์กช็อปให้สำหรับพัฒนาการทำหนังไปด้วยกันด้วยค่ะ

เมื่อความตั้งใจของเราขยายเป็นวงกว้างทั่วประเทศไทยและไปถึงคนหลายกลุ่มที่ไม่ใช่แค่คนทำหนังแล้ว ในช่วง 3 ปีให้หลังมานี้เราเองก็ขยายพรมแดนของการให้ทุนทำหนังไปยังโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย อย่างล่าสุดมีคนทำหนังจาก 6 ประเทศที่เข้าร่วมในเทศกาลของเรา

CCCL Film

CCCL Film

CCCL Film Festival ไม่ได้เป็นแค่เทศกาลหนังสั้น

ปีนี้เราอยากให้คนทำหนังไทยและหน่วยงานรัฐทั้งหลายตื่นตัวกับปัญหา Climate Change ได้แล้ว ซึ่งวิธีที่จะสร้างการตื่นรู้และการตื่นตัว ไม่ใช่เพียงแค่การจัดเวิร์กช็อป จัดประชุมนโยบาย หรือเพียงแค่ส่งต่อข่าวสารเพียงเท่านั้น อย่างเราเองที่ทำงานในอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นที่ปรึกษาเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อมให้กับ UN มองว่านโยบายบางครั้งไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้จริง ชุมชนไม่มีส่วนร่วมในนโยบาย ฉะนั้นการใช้สื่อกลางจึงสำคัญมาก งานศิลปะจึงเป็นตัวเชื่อมในการสื่อสารระหว่างชุมชนและรัฐได้ง่ายที่สุด

CCCL Film

CCCL Film

CCCL Film

บางครั้งที่เราได้เข้าประชุมเกี่ยวกับนโยบายปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างเรื่องความร้อนในเมือง เราจึงหยิบยกหนังเรื่อง Urban Flames ซึ่งเป็นหนังที่นำเสนอชีวิตจริงของคนในชุมชนคลองเตยไปเปิดในที่ประชุม เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันจนนำไปแก้ไขและปรับใช้กับนโยบายที่อยู่หรือนโยบายที่จะต้องเกิดขึ้นใหม่

CCCL Film

CCCL Film Festival คือเทศกาลหนังที่คิดการใหญ่

ถ้ามองกันดีๆ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบไหนขึ้นกับสังคมและการเมือง ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจาก ‘การเปลี่ยนแปลงทางความคิด’ ในวันที่โครงสร้างอำนาจเดิมยังไม่เปลี่ยน แต่คนในสังคมยังคงอยู่และชีวิตยังหมุนไปในทุกๆ วัน คนในสังคมเขาก็ไม่อยู่กับโครงสร้างอำนาจเก่าแล้ว เช่นเดียวกันกับหลายๆ นโยบายที่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือต้องมีการเพิ่มเติม เพราะกระแสความคิดของผู้คนล้วนเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ฉะนั้นหากเราอยากให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้าไปอยู่ในเชิงนโยบายแบบจริงๆ จังๆ ต้องมีผู้ริเริ่มเปลี่ยนแปลงทางความคิด เราเชื่อว่าทุกความคิดเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงไปถึงเชิงนโยบายได้ อาจเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เพื่อเกิดการกระตุ้นจากกลุ่มคนหลายส่วน หลายชั้น เมื่อมีคนหลายกลุ่มที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันได้แล้ว อาจจะเกิดเป็นเสียงที่ดังขึ้น เกิดแรงกดดันบางอย่างให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมในเชิงนโยบายได้ในวันหนึ่งเหมือนกัน ถ้าพลังสังคมเยอะมากพอ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ นั่นจึงทำให้เทศกาลของเราเชื่อและคิดใหญ่มากค่ะ (หัวเราะ)

CCCL Film

แม้จะคิดการใหญ่ แต่ภาพฝันที่อยากเห็นเร็วๆ นี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

สิ่งที่เราอยากเห็นเร็วๆ นี้คือ การที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ Climate Storytelling เพราะจริงๆ ประเทศไทยมีศักยภาพพออยู่แล้ว ทั้งคนทำงานสร้างสรรค์เองที่จริงๆ คนไทยเก่งระดับส่งออกทั่วโลกได้ หรืออย่างการมีเทศกาล CCCL Film Festival เองก็เป็นหนึ่งในศักยภาพของประเทศไทยด้วย หรืออย่างในแง่นโยบายด้านศิลปะเราก็มีการพัฒนาเช่นกัน เราต้องยกเครดิตในส่วนนี้ให้ THACCA ที่พัฒนานโยบายสำหรับคนสร้างสรรค์ โดยเฉพาะคนในวงการหนังด้วย เพราะที่ผ่านมาเราเห็นโครงการสนับสนุนคนทำหนังอยู่หลายโครงการจาก THACCA นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นศักยภาพของประเทศไทยนะ อยากให้เทศกาลของเราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้ในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับนานาชาติ และระดับโลกที่สร้างพลังทางสังคมได้ และเข้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้จริงในลำดับถัดไป

CCCL Film

อยากฝากอะไรเกี่ยวกับ Climate Change เอาไว้ไหม

จริงๆ การทำหนังในเทศกาลของเรา เรื่องราวทั้งหลายไม่ว่าจะมุมไหนของโลกล้วนมีธีมคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะเรื่องของอำนาจ การเข้าถึงทรัพยากร เรื่องพื้นที่ป่า เรื่องของเสียงที่ส่งไปไม่ถึง หรือเรื่องความทุกข์ยากของผู้คน แม้จะเป็นธีมที่คล้ายคลึงกันไปหมด แต่ถ้าเราได้เข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างแท้จริง ถ้าเราเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้จริงๆ จะรู้สึกตัวว่าได้ว่า จริงๆ แล้วธรรมชาติมีกฎของมันอยู่ และเป็นกฏของความสมดุลด้วย และถ้าสมดุลเสียไป ทุกอย่างจะพังทลายไปตามๆ กัน เช่นเดียวกับมนุษย์เองที่จะพังด้วย มนุษย์จึงต้องตระหนักว่าเราไม่ใช่สัตว์ที่ครอบครองโลกได้ ดังนั้นนี่คือเรื่องที่เราต้องเสริมพลังและช่วยกันให้ทุกสิ่งมีชีวิตรอดไปด้วยกัน