DETOUR X Bangkok

Closer, The Better
ตีสนิทศิลปินที่ River City Bangkok

เรื่อง แพรวพราว จีระวิพูลวรรณ Date 10-08-2021 | View 329
Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
Reth
-ink
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • รื่นรมย์ไปกับงานศิลปะหลากสไตล์และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองกับศิลปินร่วมสมัยตัวเป็นๆ ได้ที่ชั้น 3 ของ River City ที่ท่าน้ำสี่พระยา
  • สนุกไปกับการค้นหาที่มาของแรงบันดาลใจที่กลายมาเป็นซิกเนเจอร์ในผลงานของศิลปินแต่ละคน อาทิ ทำไมหยดน้ำก้องศักดิ์ต้องมีขา ดวงตาในภาพทุกภาพของสิขเรศมองอะไรอยู่ หรือการฝึกสมาธิมีอิทธิพลยังไงในงานชลัช

ท่าน้ำสี่พระยายังคงเป็นย่านเตร็ดเตร่ริมแม่น้ำที่มีเสน่ห์ มีร้านเบเกอรี่ในตึกเก่าแก่อายุนับร้อยปีริมถนนให้แวะ มีห้องอาหารเรียบโก้ให้นั่งชิลล์ได้ทั้งวัน และเป็นแหล่งของแอนทีคที่เลื่องชื่อในหมู่นักสะสมระดับเจ้าสัวและบุคคลชั้นนำของเมืองไทยมาตั้งแต่ยุค 80-90

นอกจากนี้ ละแวกนี้ยังเป็นสวรรค์ของ ‘คออาร์ต’ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบและสนใจงานศิลปะร่วมสมัย ต้องที่นี่เลย ชั้น 3 ของ River City มีอาร์ตแกลเลอรีไม่ธรรมดาให้ชมกัน เรียกกันว่าโซน AIR หรือ Artist in Residence ที่นี่ไม่เพียงมีงานศิลปะให้ชมเท่านั้น แต่ทั้ง 7 แกลเลอรีในนั้นยังมีมุมสตูดิโอส่วนตัวให้ศิลปิน 14 คน ใช้สร้างสรรค์ผลงานด้วย

บรรยากาศที่นั่นจึงคล้ายกับการก้าวเข้าไปในโลกส่วนตัวของศิลปินโดยมีผลงานของพวกเขานำทางเราไป

ในเดือนสิงหาคม 2564 ศิลปินที่มีสตูดิโอบนชั้น 3 ทั้ง 14 ท่านได้ร่วมกันจัดแสดงผลงานในธีม AIR (เล่นคำว่า Artist in Residence และความหมายของคำว่า AIR ที่แปลว่าอากาศ) ด้วยการตีความคำว่า ‘อากาศ’ และสื่อออกมาเป็นชิ้นงานศิลปะในแบบของตัวเอง

หากมีโอกาสอยากชวนให้แวะมาสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง ส่วนใครจะมโนว่าอยู่เมลเบิร์น ก็ไม่ว่ากัน...

A 5

กำลังใจจากกระต่ายนุ่งฮอตแพนท์

Gallery Hoc มีมุมสตูดิโอ 3 มุม ให้แก๊งศิลปิน 3 คนที่เป็นเพื่อนกันใช้นั่งทำงาน มุมด้านนอกถูกจับจองโดยคุณสุนิษา อัศวินรุ่งโรจน์ เธออยู่หลังจักรเย็บผ้าไฟฟ้าสีขาวตั้งแต่หลังเที่ยงจนถึงสองทุ่มเป็นประจำ เพราะเธอเป็นศิลปินที่ปักผ้าได้งามราวกับภาพเขียน

“ลูกค้าส่วนใหญ่ชมแล้วก็ถามถึงงาน” คุณสุนิษาเล่าถึงอาร์ตเลิฟเวอร์ที่แวะเข้ามา “แต่เคยมีบางคนที่มานั่งเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เหมือนเราเป็นจิตแพทย์” ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบทำงานที่นี่มากกว่าที่บ้าน “เป็นโอกาสที่เราจะได้เปิดเผยตัวตนกับสังคมและได้เพื่อนใหม่ บางคนเห็นงานเราทางเฟซบุ๊ก ก็อาจรู้สึกว่าแพง แต่ถ้าได้มาเห็นดีเทลงานของจริง อาจจะเปลี่ยนใจ”

A 7

ผลงานชุดล่าสุดของเธอ เป็นงานปักด้ายชุดกระต่าย มีภาพกระต่ายใส่ฮอตแพนท์ ถือแบรนด์เนม นั่งปิกนิกอยู่ในทุ่งหญ้า มองไกลๆ คล้ายภาพวาด แต่ถ้าได้มาเห็นใกล้ๆ อย่างเรา รับรองว่าต้องร้องว้าวและอ้าปากค้างแน่นอน ทุกเฉดสีของด้ายและโทนสีผ้าที่เธอบรรจงใช้ สื่อออกมาผ่านฝีเข็มที่ละเอียดจนแทบไม่ต่างจากงานเพนต์

เธอเล่าว่า เมื่อ 4 ปีก่อนเธอเสียกระต่ายซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรกไป จึงได้ถ่ายทอดแรงคิดถึงลงบนงานปักผ้าชุดกระต่าย แล้วจึงตามมาด้วยคอลเลกชันผ้าปักรูปสัตว์อื่นๆ

A 6

“อยากให้กระต่ายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขและกำลังใจ มีลูกค้าคนหนึ่งซื้อผลงานรูปกระต่ายไป เพราะกระต่ายของเขาก็จากไปเหมือนกัน เขาบอกเราว่า ‘ตอนนี้เหลือแต่กระต่ายของคุณแล้วนะที่เป็นกำลังใจให้ฉัน’ โห! แค่นี้ เราก็ปลื้มปริ่มมาก”

A 4

ผิวแป้งทานาคา

ถัดเข้าไปจากมุมที่คุณสุนิษานั่งทำงาน เป็นพื้นที่ทำงานของจิตรกรอีก 2 คน คือ คุณพระนาย เกษมถาวรศิลป์และคุณกุลเชษฐ์ ขาวไชยมหา

ผลงานคุณพระนายที่ติดตา จะเป็นภาพเขียนดวงหน้านิ่งๆ ของเด็กและผู้หญิงที่มีพลังอย่างบอกไม่ถูก เขาใช้ใบหน้าคนส่งสารถึงผู้ชม เทคนิคที่ชอบใช้ เป็นการดรอว์อิ้งดินสอไขบนสีอะครีลิก ส่วนผิวจะลงแป้งทานาคาสีขาวโพลนจนเป็นเอกลักษณ์เห็นที่ไหนก็จำได้ว่า ‘งานพระนาย’ ผิวแป้งบนดวงหน้าของแบบจะแตกลายงาเป็นลวดลายต่างๆ ไม่เหมือนกันในแต่ละภาพ

A 3

A 2

ผลงานในซีรีส์ล่าสุด ‘The Wind of Change 2021’ เป็นภาพใบไม้แห้งที่วาดได้เหมือนใบไม้กำลังปลิวลอยตกลงบนพัด ที่มีนกกระดาษสีทองตัวเล็กวางอยู่ที่มุมหนึ่งของใบไม้ สังเกตให้ดีจะเห็นคราบขาวบนใบไม้ ที่ชวนให้นึกถึงคราบฝุ่นแป้งทานาคาที่บอกให้รู้ว่า นี่งานของพระนาย

A 19

เปิดสมุดสเก็ตช์ศิลปิน

ส่วนคุณกุลเชษฐ์ ขาวไชยมหา เป็นศิลปินที่มีผลงานศิลปะหลายแนว ทั้งศิลปะสื่อผสม ภาพเขียนแนวแฟนตาซี และภาพดรอว์อิ้ง

ภาพดรอว์อิ้งของเขา ใช้ดินสอกด 4B ขนาด 0.5 ม.ม. เส้นเล็กๆ ค่อยๆ ขีดทีละเส้นกระทั่งเป็นรูปหน้าคนขนาดใหญ่บนพื้นผ้าแคนวาส บางรูปก็เขียนบนกระดาษได้อย่างน่าทึ่ง แถมยังเป็นใบหน้าที่แสดงถึงความอัดอั้นกดดัน โชว์ฝีมือไม่ธรรมดาในการควบคุมน้ำหนักเส้นดินสอจนก่อให้เกิดแสงเงาที่ใช้สื่ออารมณ์ความรู้สึกของคนในภาพออกมาได้

ส่วนภาพเขียนสีน้ำมันและสีอะครีลิกของเขาในคอลเลกชันล่าสุด เป็นภาพสตรีแนวแฟนตาซีอยู่ในท้องทะเลสีทองอร่ามจากสีของทองคำเปลว สตรีในภาพเป็นการจินตนาการถึงเทพธิดาครึ่งคนครึ่งสัตว์ครึ่งพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งเขาเก็บรายละเอียดทุกส่วนในภาพไว้ชัดเจน

A 20

คุณกุลเชษฐ์ยังชอบวาดภาพสัตว์ที่ใส่บุคลิกคน และให้สีสันสดใส มองเผินๆ น่ารักสดใส แต่ถ้ามองดีๆ จะเห็นตลกร้ายที่แฝงอยู่

“แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานของผม บางครั้งก็มาจากคำหรือประโยคเพียงประโยคเดียว”

ว่าแล้ว เขาก็เอื้อมมือหยิบสมุดปกดำที่แหมะอยู่ข้างขาตั้งที่มีภาพเขียนที่ยังวาดไม่เสร็จวางอยู่ ภายในสมุดเป็นภาพสเก็ตช์ เขาพลิกไปที่หน้าแรกๆ ปรากฏข้อความลิสต์เป็นรายการเรียงเกือบเต็มหน้ากระดาษ

“เวลาผมลงมือทำงาน จะเห็นเป็นภาพเป็นสีเสร็จอยู่ในหัว แต่ถ้ามีความคิดอะไรแวบเข้ามา ผมจะจดไว้ก่อนกันลืม” เขาชี้ไปที่ลิสต์รายการบนสมุดปกดำ “ที่ใส่ดอกจัน เป็นภาพที่ต้องเขียนแน่ๆ ส่วนอันอื่นผมยังต้องคิดกับไอเดียนี้ต่อว่าจะออกมาแบบไหน ยังไม่ลงตัว”

A 16

‘ดาหลา’ แรงบันดาลใจสู่บทกวี

สตูดิโอ Touch Ginger (ดอกดาหลา) ของคุณจิรวัฒน์ ตันสุริยวงศ์ มีแต่ภาพดอกดาหลา แต่ละภาพสื่ออารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันไป ดอกไม้ดอกเดียว ก้านแข็งๆ กลีบแข็งๆ แต่ศิลปินสามารถใช้สื่ออารมณ์ได้หลากหลาย ภาพดาหลาส่วนใหญ่จะใช้สีสดสื่อถึงพลัง แต่มีอยู่หลายภาพที่เป็นดาหลาแดงบนพื้นขาว-ดำ

“ภาพพื้นขาว-ดำ ผมวาดช่วงที่คุณศรัณยู วงษ์กระจ่างเสียชีวิตครับ” ศิลปินพูดถึงแรงบันดาลใจอันเกิดจากความอาลัยเมื่อคนรู้จักได้จากไป

A 18

 

ข้างโต๊ะทำงานของศิลปิน ปรากฏกลอนเปล่าใส่กรอบแขวนอยู่ คำกลอนเขียนด้วยลายมือที่ตวัดหางตัวอักษรสวยงาม ความว่า

“เด็ดดอกดาหลา
ดับดาราลาย
กลัดกลีบประกาย
ผ่องพรายแผ่นดินฯ”

ใต้คำกลอนลงชื่ออาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์

 

คุณจิรวัฒน์เล่าว่า วันหนึ่งเขาไปเจออาจารย์เนาวรัตน์ในร้านอาหารเจ้าประจำของตัวเอง​ จึงเข้าไปสวัสดีทักทาย ท่านรับไหว้แม้จะไม่รู้จักกัน แล้วเอ่ยถามว่า ‘ถืออะไรมา’ “ ผมก็แกะรูปดอกดาหลาที่วาดให้ท่านดู พอเห็นรูป ท่านก็ขอกระดาษ ขอปากกา แล้วก็แต่งบทกวีนี้ขึ้นตอนนั้นเลย”

A 17

A 10

เมื่อสตรีในภาพสะกดคุณ

จุดหมายถัดไปเป็นแกลเลอรีที่อยู่ติดกัน J02 Gallery จัดแสดงผลงานของศิลปิน คุณก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์ และ คุณไพฑูรย์ จุมี

งานของคุณไพฑูรย์ใช้สีอะครีลิกป็นหลัก ผลงานที่เตะตาและเป็นที่จดจำ คือภาพดวงหน้าสตรีในอิริยาบถหลับตาหรือลืมตา ถ้าเธอหลับตาจะให้ความรู้สึกนิ่งสงบ ผ่อนคลายเบาๆ สบายๆ แก่ผู้ชมงาน แต่ถ้าเธอลืมตา นัยน์ตาเธอก็จะแสดงอารมณ์ต่างๆ จากการได้เห็นสิ่งเร้า ผู้ชมก็จะรู้สึกโดนเร้าไปด้วย ศิลปินนำเสนอภาพดวงหน้าอิสตรีแทนความบอบบางของเพศหญิงแต่ตั้งใจเล่นเส้นสีแรงๆ และสร้างพื้นผิวงานในลักษณะดิบๆ แบบผู้ชาย การจากเทคนิคเลเยอร์สีหลายๆ ชั้นได้อย่างน่าสนใจ

ภาพของเขามีพลังพอที่หยุดผู้ชมให้จ้องไปที่ดวงหน้าสตรีในภาพดั่งโดนมนตร์สะกด

เขาพูดถึงสตรีในภาพของเขาว่า “เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ผมเขียนภาพแฟน ฟีดแบ็กดี คนชอบ แต่ตอนหลังมีแบบอื่นบ้างและก็มาเมกขึ้นเองบ้าง”

A 11

หยดน้ำมีขาพาไปเที่ยว

ส่วนคุณก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์ ทำทั้งงานประติมากรรม เพนต์สี พ่นสี และภาพพิมพ์ เอกลักษณ์ในงานเขาจะเป็นตัวการ์ตูน ‘หยดน้ำ’

‘หยดน้ำ’ ของคุณก้องศักดิ์ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2006 เป็นตัวการ์ตูนที่ดูมีชีวิตชีวา น่ารักน่าชัง และมีหลากหลายอารมณ์ เขาสเก็ตช์ให้หยดน้ำของตัวเองมีขาเดินได้ แต่ไม่มีแขน บางทีก็คล้ายก้อนเมฆมีขา บางทีตาของหยดน้ำก็เหมือนแขนนาฬิกาที่สื่อถึงเวลาที่ไหลล่องไปดั่งสายน้ำ เขายังแตกมันไปเป็นงานปั้นตัวหยดน้ำ บางตัวมันมีจุกเป็นกรวยไอศกรีม ใครเห็นเป็นอดยิ้มไม่ได้

A 12

งานล่าสุดชุด ‘The Breath of Happiness Moment’ คุณก้องศักดิ์วาดการ์ตูน ‘หยดน้ำมีขา’ เคลื่อนไหววุ่นวายในบรรยากาศที่ดูสดใสเต็มไปหมด แล้วตั้งกรอบอะครีลิกใสให้ลอยอยู่เหนือภาพฝูงหยดน้ำ พ่นสีบนกรอบอะครีลิกใสเป็นรูปหยดน้ำยักษ์ซ้อนไว้ สีของหยดน้ำยักษ์และลักษณะบางอย่างของมัน จะดูโกรธหรือไม่เป็นมิตร แตกต่างจากฝูงหยดน้ำที่อยู่บนพื้นข้างล่าง ทำให้งานดูมีมิติทั้งในแง่ความหมาย และมุมมองภาพที่เห็น

A 15

ดวงตาที่เฝ้ามองชีวิต

J7 Gallery and Studio เต็มไปด้วยภาพแนวนามธรรม ที่ใช้พู่กันขีดเป็นเส้นๆ หรือแต้มเป็นจุดๆ ในลักษณะซ้ำๆ กระทั่งจุดและเส้นเหล่านั้นเรียงต่อกันขึ้นเป็นภาพ คุณสิขเรศ ศิริไพบูรณ์ กล่าวถึงงานของเขาว่า

“สมัยแรกๆ ผมทำงานแนวนามธรรมมากๆ คนก็ไม่รู้เรื่อง สื่อสารกับคนทั่วไปไม่ได้ ก็สร้างให้เป็นรูป อธิบายให้ง่ายขึ้น” แต่เราก็ยังรู้สึกว่า งานเขาต้องใช้ใจดู และจะเข้าไปในงานเขา ควรวางสมองส่วนเหตุผลไว้ที่หน้าแกลลอรีก่อนเดินเข้าไป

อดีตอาจารย์แห่งวิทยาลัยช่างศิลป์ ลาดกระบังผู้นี้จับพู่กันมาเกือบ 40 ปี สิ่งที่เขาจะวาดมักได้มาจากหนังสือหรือภาพยนตร์ นั่นเป็นเหตุผลว่า หลังเออร์รี่รีไทร์เขามุ่งมั่นกับการอ่านหนังสือและดูหนังอยู่ 1 ปีเต็ม “เมื่อ input เต็ม ผมก็ลงมือเขียนภาพ เพราะรู้สึกอยากสื่อสารละ”

A 13

 

กวาดตามองไปที่ภาพเขียนรอบๆ ตัวศิลปิน ก็พบว่า มันมีลูกกะตาปรากฎอยู่ทุกภาพ หลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง

“ผมชอบอ่านงานของนักเขียนที่พูดถึงชีวิต สมัยก่อนผมหาคำตอบว่า ชีวิตคืออะไร เป็นอะไร แล้วผมก็มารู้ว่า ชีวิตไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่มองดูมันว่าคืออะไร เป็นยังไง ถ้าสังเกตจะเห็นว่างานของผมจะมีลูกกะตาปรากฏอยู่ในภาพ ไว้คอยดูสิ่งต่างๆ รอบข้าง นี่คือการเฝ้ามองชีวิต”

A 21

กรรมฐานกับงานแอ็บสแตรกต์

เราแวะคุยกับศิลปินแนวนามธรรมอีกราย คุณชลัช ฉวีสุข ที่ 956 CONTEMPORARY ART

ศิลปินหนุ่มเจ้าของปริญญาด้านศิลปะ 2 ใบจากอเมริกาผู้นี้ สนใจการนั่งวิปัสนากรรมฐานมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ

“ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศ ผมกลับมาบวชให้ที่บ้าน” คุณชลัชเล่า “ผมเป็นคนฝั่งธนฯ นั่งเรือไปจำวัด ได้สนทนากับพระกรรมฐานที่ชอบมาอยู่ในสวนลึกๆ ท่านก็เล่าเรื่องตอนไปธุดงค์ให้ฟัง จำได้ว่าฟังแล้วชอบ ตื่นเต้นดี”

A 1

เขากลับไปเรียนต่อจนจบ แต่เมื่อกลับเมืองไทย สิ่งแรกๆ ที่นึกอยากทำคือการหาที่ฝึกกรรมฐานตามวัดต่างๆ ที่สุดก็ฝึกถึงระดับที่พิจารณาจิตตัวเองได้ และนำมาใช้ในการทำงานศิลปะ

“ผมเชื่อว่างานเป็นสิ่งที่เราสื่อไปถึงคนอื่น ฉะนั้น ถ้าเราเอาจิตที่เป็นบวกใส่ลงไป คนเห็นก็จะรู้สึกถึงพลังบวก ก่อนทำงานและระหว่างทำงาน ผมจะสำรวจจิตตนเองตลอด ถ้าเป็นกลางๆ งานจะน่าเบื่อ ผมก็จะหยุด ถ้าจิตเป็นลบนี่ จบเลย หยุดทันที ไปทำอย่างอื่นรอจนกว่าจิตจะเป็นบวกแล้วค่อยมาทำต่อ”

คุณชลัสกล่าวสรุปว่า “ผมอยากดึงพลังบวกที่มีอยู่ในจักรวาลมาอยู่ในงานผม”

นี่แค่การสนทนาแบบน้ำจิ้ม หากคุณได้มาชม มาเจอศิลปินด้วยตัวเอง เป็นสิทธิ์และอิสระของคุณที่อยากจะถามจะคุยอะไรกับศิลปิน ว่ากันตั้งแต่ที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน กระทั่งขอฝากตัวเป็นศิษย์ก็ยังได้ แต่อีกฝ่ายจะเซย์เยสไหม อยู่ที่ชะตาว่าจะ ‘คลิก’ กันหรือเปล่า

เนื่องจากตอนนี้ River City Bangkok ปิดตามประกาศของ ศบค. แต่ก็มีช่องทางออนไลน์ให้เข้าชมงานได้นะ…. https://my.matterport.com/show/?m=jZK33JSnzvf

Tags: