Cat Cafe
ชวนทาสไปนั่งชิลใน ‘Asok Pethouse Cat Cafe’ คาเฟแมวจรย่านอโศกที่หาบ้านให้เจ้านายได้กว่า 465 ชีวิตใน 3 ปี
- โจวา – หยวน ตัง หยาน และ บรีส – ภัคกุญช์ญาณ์ อิทธิธนากร ร่วมสร้าง Asok Pethouse Cat Cafe คาเฟแมวจรรับเลี้ยงได้ เพื่อเปลี่ยนแนวคิดการรับเลี้ยงแมวจรในไทยให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองย่านอโศกที่เข้าถึงง่าย เปรียบเสมือนที่นี่เป็นโรงเรียนอนุบาลคอยรับแมวจรจากศูนย์พักพิงมาหมุนเวียน 25-30 ตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับหาบ้านใหม่ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ช่วยหาบ้านให้แมวจรได้มากกว่า 465 ตัว! โดยมีกระบวนการคัดกรองผู้รับเลี้ยงอย่างรัดกุม และมีระบบติดตามผลอย่างใกล้ชิด
“จากแมวจรที่เคยอยู่ข้างถนน ใช้ชีวิตเสี่ยงไปวันๆ การเปิดประตูต้อนรับแมวจรเข้ามา มันเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล พวกเขาจะมีชีวิตใหม่ มีที่นอนนุ่มๆ มีพื้นที่ปลอดภัย และมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นแบบคนละเรื่องเลย”
โจวา - หยวน ตัง หยาน เจ้าของ Asok Pethouse Cat Cafe และ บรีส - ภัคกุญช์ญาณ์ อิทธิธนากร ผู้ร่วมก่อตั้ง Asok Pethouse Cat Cafe คาเฟแมวจรรับเลี้ยงได้ที่รับแมวจากศูนย์พักพิง มาเมกโอเวอร์ให้พร้อมหาบ้านอบอุ่นหลังใหม่
เราคุ้นเคยกับคาเฟแมวในลักษณะของแมวสายพันธุ์จากต่างประเทศ ขณะที่ Asok Pethouse เลือกนำเสนออีกรูปแบบ โดยเลือกสร้างพื้นที่คาเฟให้เป็นโรงเรียนอนุบาล และเป็นบ้านพักใจของเหล่าแมวสายพันธุ์ไทยที่เคยถูกทอดทิ้ง มาดูแลเอาใจใส่ทั้งสุขภาพกายกับสุขภาพจิต มีพื้นที่กว้างขวางให้แมววิ่งเล่น มีของเล่นมากมายให้เลือกสรร
Asok Pethouse ตั้งใจนำเสนอการรับเลี้ยงแมวให้เป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ทั่วไป มีโจทย์คือต้องเข้าถึงง่าย เป็นกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้นที่นี่จึงเปิดเป็นคาเฟเพื่อให้เข้ามานั่งจิบกาแฟ พักผ่อน เล่นกับแมวได้ตลอดเวลา หากระหว่างนั่งเล่นไปพลางจนเผลอสบตากับแมวเหมียวตัวไหน แล้วรู้สึกหัวใจเรียกร้องอยากได้สมาชิกใหม่เข้าบ้าน ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับเงื่อนไขการรับเลี้ยงด้วยเหมือนกัน

โรงเรียนอนุบาลแมวเหมียว
“ตอนอยู่ออสเตรเลีย โจวาเคยรับเลี้ยงแมวจรชื่อเพนนีมาก่อน พอเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วเห็นแมวนอนหมดแรงอยู่ข้างถนน ในฐานะคนรักสัตว์ เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะสามารถทำอะไรเพื่อช่วยชีวิตน้องๆ ได้บ้าง”
โจวาค้นหาข้อมูลเบื้องต้น มองหาลู่ทางเพื่อหาความช่วยเหลือ จนพบว่าในประเทศไทยมีมูลนิธิสงเคราะห์เพื่อสัตว์มากมาย คอยช่วยเหลือกับดูแลรักษาแมวไร้บ้านหรือสุนัขจรจัด ขณะเดียวกันพื้นที่สำหรับจัดหาบ้านให้แมวจรแบบเข้าถึงง่าย ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองยังค่อนข้างน้อย หลังจากนั้นโจวามาเล่าให้บรีสฟังภายหลัง จนมองเห็นเป้าหมายและอุดมการณ์ร่วมกัน
ข้อสรุปนั้นกลายมาเป็นจุดกำเนิดของ Asok Pethouse คาเฟแมวจรรับเลี้ยงได้ในย่านอโศก เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดการรับเลี้ยงแมวจรใหม่ ไม่ขายในแง่ความน่าสงสาร แต่ให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นธรรมชาติของแมวแบบเต็มสูบ


การบริหารจัดการพื้นที่ของ Asok Pethouse ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยและความสงบสุขของแมวเป็นหลัก ภายในร้านแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนนั่งด้านนอก โดยเราสามารถหอบโน้ตบุ๊กมานั่งทำงาน นั่งกินข้าวมื้อกลางวันหรือกระทั่งมื้อเย็น จุดนัดพบพูดคุยกับผองเพื่อน หรือมานั่งเล่นฮีลใจเติมน้องแมวให้เต็มปอดได้ตั้งแต่พื้นที่ตรงนี้


สำหรับพื้นที่บริเวณโซนด้านนอกส่วนใหญ่เป็นโซนแมวโตเต็มวัย และที่อยู่อาศัยของน้องแมวประจำร้าน แน่นอนว่าได้เลื่อนขั้นจากแมวหาบ้านประจำร้านมาเป็นพนักงานประจำของที่นี่นั่นเอง ถ้าคราวไหนแอบเห็นน้องแมวเล่นกันแบบฟึดฟัด ขอให้คิดไว้นะว่า นี่อาจเป็นพี่พนักงานกำลังสอนงานเด็กใหม่อยู่ก็ได้นะ

ส่วนโซนด้านในเป็นพื้นที่กระจกใส กว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่วิ่งเล่นสำหรับแมวทุกตัว โดยเฉพาะแมวเด็กที่ชวนทั้งแมวโตและมนุษย์เล่นจนแบตหมด บรีสแอบกระซิบว่า บางทีแมวโตตัวไหนเริ่มเหนื่อยหน่ายกับแมวเด็ก ก็ชอบหนีออกไปโซนด้านนอกเหมือนกันนะ ดังนั้นจึงมีการออกแบบประตูรั้วกั้นหลายชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวซุกซนแอบหลุดออกไปผจญภัย ขณะเดียวกันก็จัดสรรแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน เพื่อลดความขัดแย้งและเปิดโอกาสให้แมวแต่ละช่วงวัยได้แสดงพฤติกรรมตามวัยอย่างปลอดภัย
“ที่นี่เปรียบเสมือนโรงเรียนอนุบาลสำหรับน้องแมว ส่วนทีมงานเป็นคุณครูโรงเรียนอนุบาล พอบรีสเห็นพวกเขามีผู้ปกครองมารับกลับบ้าน พวกเราทั้งหมดก็จะมาร่วมแสดงความยินดีกับบ้านหลังใหม่ บางทีน้องแมวที่เหลือมาเกาะกระจก เหมือนดีใจที่เห็นเพื่อนย้ายบ้าน”

มนุษย์คือแขก แมวคือเจ้าบ้าน
Asok Pethouse รับแมวจรมาจากศูนย์พักพิงที่คอยช่วยเหลือแมวจรจัด โดยคัดเลือกแมวตั้งแต่ช่วง 3 เดือนขึ้นไป จนถึงแมวโตเต็มวัย ปัจจุบันมีแมวอายุมากสุดถึง 13 ปี โดยจำกัดจำนวนแมวที่อยู่ในการดูแลประมาณ 25 – 30 ตัว ผลัดหมุนเวียนกันให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดจนแมวเครียด

ขณะเดียวกันแมวที่จะเข้ามาหาบ้านที่นี่ก็ต้องได้รับการดูแลขั้นพื้นฐานเบื้องต้นก่อน ได้แก่ การฉีดวัคซีนตามพื้นฐาน และทำหมันมาเรียบร้อยแล้ว


นอกจากการดูแลร่างกาย การฟื้นฟูสภาพจิตใจ และการปรับพฤติกรรมของแมว ก็เป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้กัน แมวที่เคยผ่านฝันร้ายข้างถนนมักมีความหวาดระแวง ขี้กังวลขี้กลัวสูง ต้องให้เวลาเด็กๆ ปรับตัวในพื้นที่ส่วนตัวก่อน เพื่อคอยสังเกตนิสัยกับบุคลิกของแมวแต่ละตัว พอแมวเริ่มคุ้นชินกลิ่นกันแล้ว เริ่มอยากมาสำรวจพื้นที่ เริ่มอยากเจอผองเพื่อน ก็ถึงเวลาให้พวกเขาทำความรู้จักกัน จากนั้นก็ถึงเวลาปล่อยให้เล่นแบบเป็นธรรมชาติ

ในอีกด้าน หากแมวตัวไหนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมฝูงแบบแมวๆ หรือไม่สามารถเข้ากับมนุษย์ได้ ทางร้านจะคำนึงถึงสุขภาพจิตของน้องแมวเป็นหลัก โดยไม่ฝืนกดดันให้แมวต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับตนเอง และพร้อมส่งตัวกลับไปยังศูนย์พักพิง เพื่อรับการดูแลในรูปแบบที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเขามากกว่า

“Asok Pethouse ไม่อนุญาตให้ลูกค้าซื้ออาหารเม็ด หรือขนมแมวเลียมาป้อนน้องแมว เพราะเด็กๆ ได้รับสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าไม่มีขนมล่อ แมวจะยอมเข้าหาได้ยังไง ความจริงคือแมวส่วนใหญ่ชอบคนไม่วุ่นวาย แค่นั่งอยู่นิ่งๆ เดี๋ยวน้องก็เดินเข้ามาหาเอง ปล่อยให้สานสัมพันธ์กันแบบธรรมชาติดีกว่า” บรีสกล่าว

เหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ลูกค้าซื้ออาหารมาให้แมว เพราะต้องการป้องกันปัญหาสุขภาพและปรับพฤติกรรมของแมวในระยะยาว อย่างที่บรีสกล่าวไปข้างต้น เด็กๆ ทุกตัวได้รับการดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการอยู่แล้ว ถ้าเกิดให้ลูกค้าป้อนอาหารตามใจชอบ จะเสี่ยงให้แมวเกิดภาวะโภชนาการเกินและปัญหาระบบย่อยอาหาร แถมยังทำให้แมวติดนิสัยแย่งอาหารกันเอง หรือเดินเข้าหาเฉพาะคนที่มีของกินอยู่ในมือ ซึ่งขัดต่อเป้าหมายที่อยากให้มนุษย์กับแมวสร้างสายสัมพันธ์กันด้วยหัวใจจริงๆ


สำหรับเราแล้ว Asok Pethouse จำลองพื้นที่คล้ายบ้านพักแมวเหมียว มีอาหารเม็ดให้กินแบบบุฟเฟต์พร้อมน้ำสะอาดๆ กระบะทรายแมววางไว้อย่างดี สารพัดของเล่นให้แมวได้เลือกเล่นแบบเต็มที่ รวมถึงคอนโดแมวหลายยูนิตตามที่ลูกบ้านอยากจะเข้าไปอยู่ ทุกพื้นที่จัดสรรมาสำหรับแมว ราวกับเขาคือเจ้าของบ้าน ส่วนเราคือผู้มาเยี่ยมเยือน

บ้านอบอุ่นหลังใหม่
Asok Pethouse เปิดมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี สามารถหาบ้านให้แมวจรได้มากกว่า 465 ตัว! และในขณะที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ สถิติการได้บ้านของน้องแมวอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้แมวจรหลุดพ้นจากความเสี่ยงข้างถนน เข้าสู่การได้รับความรัก บ้านอบอุ่นหลังใหม่ และโลกทั้งใบที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

ส่วนระบบขั้นตอนการหาบ้านใหม่ บรีสให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า ที่นี่มีสัมภาษณ์เพื่อคัดกรองความพร้อมก่อนรับเลี้ยง โดยเธอให้คำแนะนำว่า ผู้สนใจรับเลี้ยงแมวจรต้องเข้ามาใช้เวลาทำความรู้จักกับน้องแมวอย่างน้อย 2 – 3 ครั้ง แนะนำให้สลับช่วงเวลาทั้งเช้า บ่าย และเย็น เพื่อให้เห็นพฤติกรรมและระดับพลังงานของแมวในแต่ละช่วงวัน

กระบวนการต่อมาคือการตอบคำถามเพื่อประเมินความพร้อมรอบด้าน ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยเรื่องความรับผิดชอบต่อน้องแมวกับสังคม เช่น เรื่องภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว ทั้งค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาล รวมถึงกฎสำคัญที่สุดคือ ผู้รับเลี้ยงต้องยินยอมเลี้ยงแมวในระบบปิด 100% เพื่อปกป้องแมวจากอุบัติเหตุและโรคติดต่อภายนอก
“พวกเรามีระบบติดตามผลหลังจากการรับเลี้ยงแมวไปแล้ว ถ้าผู้รับเลี้ยงเกิดปัญหาสุดวิสัยจนไม่สามารถเลี้ยงดูต่อได้ ที่นี่ยินดีรับน้องแมวกลับคืนมาเสมอ ห้ามนำไปทิ้งขว้างเด็ดขาด เพราะพวกเราอยากให้แมวทุกตัวมีบ้านที่ปลอดภัย และไม่ถูกทอดทิ้งอีกเป็นครั้งที่สอง” บรีสเน้นย้ำถึงนโยบายการรับเลี้ยงในระบบ Asok Pethouse

Asok Pethouse Cat Cafe x NEWYEAR
ตอนนี้ Asok Pethouse Cat Cafe กำลังมีโปรเจกต์ร่วมกับ NEWYEAR นำเสนอในธีม ‘โลกใบเล็กๆ ของแมว’ โดยเลือกถ่ายทอดในมุมมองที่มีแมวเป็นเจ้าของ ส่วนมนุษย์เป็นเพียงแขกที่แวะมาเยี่ยมชม



NEWYEAR หยิบจับคาแรกเตอร์ของแมวจรในร้าน มาถอดแบบให้แมวแต่ละตัวมีบุคลิกแตกต่างกัน จากนั้นแต่งแต้มสีสันละเลงวาดบนกระจกหน้าร้าน แมวแต่ละตัวเปรียบเสมือนผู้คนที่มีนิสัยและเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
ภาพวาดบนกระจกหน้าร้านดึงดูดให้คนที่เดินผ่านไปมา หยุดมอง แอบส่องวิถีชีวิตของแมวจรในร้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดความสนใจผู้คน เชื้อเชิญให้อยากลองเดินมาเปิดประตูเข้าไปสัมผัสบรรยากาศน่ารักๆ ซึ่งหลายครั้ง ความน่ารักที่เห็นจากภายนอก ก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตแมวจรสักตัวให้มีบ้านอบอุ่น

ไม่แน่นะบางทีคุณก็อาจได้เปลี่ยนสถานะจากแขกผู้มาเยือน เดินกลับออกไปในอีกบทบาทใหม่ มีสมาชิกครอบครัวเพิ่มมาอีก 1 ตัวก็เป็นได้ และโลกทั้งใบของแมวตัวนั้นก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล
Asok Pethouse Cat Cafe
ชั้น 2 อาคารพี.เอส. ทาวเวอร์ (PS Tower) ซอยสุขุมวิท 21 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการทุกวัน 08.00 – 20.00 น.
Website : https://asokpethouse.com/
Facebook : Asok Pethouse Cat Cafe
Instagram : @asokpethouse
TikTok : @asokpethouse
โทร. 090-228-2924
Google Maps : ASOK PERHOUSE CAT CAFE