Timeless Design
คุยกับซีอีโอ ‘Fritz Hansen’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนอายุ 154 ปีที่ครองหัวใจคนเอเชียด้วยความเรียบง่าย
- ไปฟังจาก ‘ดาริโอ ไรเชิรล์’ (Dario Reicherl) CEO Fritz Hansen เอเชีย ถึงเหตุผลที่เอเชียกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเข้าใจปรัชญาการดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ยืนหยัดผ่านกาลเวลาของแบรนด์เก่าแก่อายุกว่า 154 ปี จนกลายเป็นสิ่งที่คนยุคนี้เลือกลงทุนซื้อ
เราพบกับดาริโอที่ House of Fritz Hansen Bangkok โชว์รูมของแบรนด์ในซอยสมคิด ที่เพิ่งรีโนเวตเสร็จไปหมาดๆ เพื่อฉลองครบรอบ 9 ปี
โดยตัวโชว์รูมยังคงเสน่ห์เดิมของบ้านเก่ายุค 1950 ไว้อย่างชัดเจน เน้นความรู้สึกสบายเหมือนบ้านที่มีคนอยู่อาศัยจริง และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Fritz Hansen เพียงแต่ปรับวัสดุและสีสันให้มีความสุขุมขึ้นกว่าเวอร์ชันสีสันสดใสที่ทางแบรนด์เคยได้ร่วมมือกับดีไซเนอร์ชาวสเปนอย่าง Jaime Hayon ไปก่อนหน้านี้
ดาริโอพาเรามานั่งในมุมที่จะสามารถคุยกันได้ยาวๆ ซึ่งประกอบไปด้วยโต๊ะกินข้าว PK54 และเก้าอี้ PK8 ออกแบบโดย Poul Kjærholm ดีไซเนอร์ระดับตำนานของวงการออกแบบสแกนดิเนเวียนจากยุค 50 ที่มีจุดเด่นคือการนำวัสดุอุตสาหกรรมอย่างเหล็กกล้ามาผสมผสานเข้ากับวัสดุธรรมชาติ
เราค่อยๆ ซึมซับความเป็น Fritz Hansen ผ่านหนังนุ่มๆ ที่หุ้มเบาะ PK8 ทรงของเก้าอี้ที่โค้งเว้ารับกับท่านั่งได้พอดิบพอดี และผิวสัมผัสของโต๊ะหินอ่อนตรงหน้าที่ให้ความดิบของสัจจะวัสดุแต่ก็ยังมีดีไซน์ที่เรียบ กลมกลืนไปกับชีวิตประจำวัน ก่อนบทสนทนาจะเริ่มต้นขึ้น

THE SEARCH OF HYGGE IN ASIA
หากใครอยู่ในวงการแต่งบ้านคงพอสัมผัสได้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนไทยหันมาแต่งบ้านด้วยโจทย์ ‘อยากได้สเปซอบอุ่นและโคซี’ กันค่อนข้างเยอะ ซึ่งองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ก็คงหนีไม่พ้นเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียน ที่มักมาพร้อมกับสีเรียบๆ พื้นผิวเรียบๆ ขอบโค้งมน ที่มองนานๆ แล้วก็ยังสบายตา รวมไปถึงโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับฟังก์ชันการใช้สอย

Fritz Hansen คือแบรนด์สัญชาติเดนมาร์กที่ยืนหยัดในฐานะผู้ผลิต ออกแบบ และขายเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนมานานกว่า 155 ปีแล้ว และที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ตลาดที่ทางแบรนด์กำลังพุ่งเป้าไปทำงานด้วยเเละเพิ่มยอดขายคือตลาดเอเชีย

“เราไม่ได้ใหม่ในเอเชียนะ Fritz Hansen ตีตลาดญี่ปุ่นมาเกือบ 70 ปีแล้ว ที่ฮ่องกงก็น่าจะประมาณ 50 ปีได้ แต่การเติบโตของแบรนด์เราในเอเชียช่วง 10 ปีที่ผ่านมามากกว่าที่ไหนบนโลก มากกว่ายุโรปหรืออเมริกาซะอีก” ดาริโอเล่าก่อนจะเน้นย้ำว่า “This is a market for the future.” เขามองเห็นแล้วว่าอนาคตของแบรนด์อยู่ที่นี่

“คิดว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมคนเอเชียถึงหันมาสนใจเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนอย่าง Fritz Hansen ขนาดนี้?” เราถามดาริโอ
“เราคิดว่าคนเอเชียโหยหาความสงบและการได้อยู่กับปัจจุบัน เป็นอะไรที่อธิบายยากแต่มันคล้ายแนวคิด Hygge ของเดนมาร์ก” ดาริโอตอบ แนวคิดที่ว่าคือปรัชญาการใช้ชีวิตของคนที่นั่น ที่ให้ความสำคัญกับความสบายใจ ความอบอุ่น และการมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เขาแชร์ให้ฟังอีกว่า วิธีคิดแบบนี้นี่แหละที่ทำให้ชาวสแกนดิเนเวียนขึ้นแท่นผู้บริโภคเทียนหอมเป็นอันดับ 1 ของโลก เพราะพวกเขาให้คุณค่ากับความโคซีซะเหลือเกิน และสิ่งเหล่านั้นก็ได้สะท้อนออกมาในดีไซน์เช่นกัน


“และถ้าถามว่า ทำไมถึงเป็นช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ เราคิดว่าเป็นเพราะโลกกำลังมีเรื่องให้เครียดเยอะ ลองนึกดูนะ ก่อนหน้านี้ในช่วงยุค 70 หรือ 80 เฟอร์นิเจอร์ที่มาแรงคือเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนหรือฝรั่งเศส แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ถ้าถามเราคิดว่าจุดเปลี่ยนไม่ใช่ Covid-19 ด้วยซ้ำ แต่เป็นวิกฤตการณ์การเงินโลก ตอนที่ Lehman Brothers (บริษัททางการเงินระดับโลกของสหรัฐอเมริกา) ล้มละลายในปี 2008 ทำให้ทั่วโลกประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก และตั้งแต่ตอนนั้นแหละ คนเลยเริ่มมองหาอะไรที่เรียบง่ายขึ้น แต่มีอายุการใช้งานที่นาน” ดาริโอเล่า
เขามองว่าปัญหาที่ว่าประกอบกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ค่อนข้างจะมีกรอบและกฎเกณฑ์ของชาวเอเชีย ทำให้ความต้องการในสินค้าที่จะนำมาซึ่งความรู้สึกผ่อนคลายสูงขึ้น

TIMELESS DESIGN, MATERIALS & PROCESS
พูดถึงความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ Fritz Hansen โดดเด่นจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนอื่นๆ ในตลาดเลยก็ว่าได้
“อย่างที่เล่าไป เดี๋ยวนี้คนจะใช้จ่ายซื้อของอะไร เขาก็จะคิดมากขึ้น ต้องมั่นใจว่า ซื้อมาแล้วเขาจะไม่เบื่อมัน และต้องมั่นใจว่ามันอยู่กับเขาไปอีกนาน ซึ่ง Fritz Hansen ตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะนอกจากเฟอร์นิเจอร์ของเราจะมีดีไซน์ที่ Timeless แล้ว ซื้อแค่ครั้งเดียว จะสามารถอยู่กับครอบครัวคุณไปได้อีก 3-4 รุ่น สามารถส่งต่อไปให้ลูกหลานได้ และยิ่งวินเทจยิ่งสวย การมาซื้อของของเราเลยเป็นเหมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง” ดาริโออธิบาย

คุณภาพและความยั่งยืนเรียกได้ว่าเป็น DNA ของ Fritz Hansen และการที่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ แบรนด์จะต้อง “ไม่ตามเทรนด์” ดาริโอเชื่อว่าเทรนด์นี่แหละเป็นตัวการให้แบรนด์เกิดและดับได้อย่างรวดเร็ว
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Fritz Hansen มองหาเสมอในดีไซเนอร์ที่จะมาร่วมงานด้วยคือ คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ที่ออริจินัล และมี “Taste for Timelessness” หรือมีรสนิยมที่อยู่เหนือกาลเวลา เขายกตัวอย่าง Arne Jacobsen ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบเก้าอี้ Series 7, Egg Chair และ Swan ในตำนาน ซึ่งเป็นคนที่ไม่ได้โด่งดังหรือมีชื่อเสียงก่อนที่จะมาร่วมงานกับ Fritz Hansen ด้วยซ้ำ แต่เป็นคนที่โดดเด่นทางความคิดมากๆ คนหนึ่ง


นอกจากความออริจินัลในไอเดียแล้ว อีกอย่างที่แบรนด์ต้องคงความจริงแท้และความสดใหม่ไว้มากที่สุดก็คือวัสดุที่นำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ “เราพยายามที่จะให้ทุกๆ เฟอร์นิเจอร์ทำจากวัสดุที่อยู่ใน Natural State (สภาพตามธรรมชาติ) มากที่สุด เพราะนอกจากความเป็นธรรมชาติและความไม่ฉาบฉวยจะทำให้ลูกค้าไม่มีวันเบื่อสิ่งที่ตัวเองซื้อไปแล้ว การใช้วัสดุแบบเพียวๆ ยังทำให้ดีไซน์ไร้กาลเวลา อย่าง PK54 ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ ก็ทำจากวัสดุเดียวกับหินอ่อนที่ใช้สร้างกรุงโรม นึกออกไหม สิ่งเหล่านี้ไม่มีวันตกเทรนด์”


ความยั่งยืนและคุณภาพถูกส่งต่อไปในกระบวนการผลิตอีกเช่นกัน เพราะนอกจากการมีวัสดุที่ดีแล้ว คนที่จะมาทำงานกับวัสดุเหล่านั้นต้องมีความละเมียดละไม รู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง และมีความชำนาญจริงถึงจะสามารถสร้างโปรดักต์ที่มีคุณภาพออกมาได้ “นี่เป็นสาเหตุว่า ทำไมเฟอร์นิเจอร์ของเราถึงราคาสูง เพราะว่าเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่อยู่ที่นี่ทำด้วยมือทั้งสิ้น” เขาพูดพร้อมชี้ไปที่ Egg Chair ทางด้านซ้ายมือของเรา ซึ่งประกอบร่างโดยคน 1 คน ภายใน 1 สัปดาห์ ด้วยการเย็บมือเป็นพันฝีเข็ม โดยไม่มีเครื่องจักรใดๆ มาช่วย

BANGKOK AS THE EXPERIMENTAL PLAYGROUND
แต่การมีโปรดักต์ที่ดีอย่างเดียวไม่พอ โจทย์ใหญ่ของแบรนด์อายุ 154 ปี คือการทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่านี่คือแบรนด์ของพวกเขาด้วย
“ การตลาด” คือคำตอบ และสิ่งที่ Fritz Hansen เอเชียทำได้ดีเลยคือการร่วมมือกับครีเอทีฟของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย หรือฮ่องกง
อย่างในไทย Fritz Hansen ก็จัดอีเวนต์และทำงานคอลแล็บค่อนข้างบ่อย เพราะนอกจากความหลงใหลในความหลากหลายและกล้าเป็นตัวเองของคนไทยแล้ว ดาริโอยังมีพาร์ตเนอร์อย่าง อ๋อง-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ จาก NORSE Republics ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ Fritz Hansen ในประเทศไทย ที่ตื่นเต้นกับสิ่งเดียวกัน และเป็นพวกมีไอเดียอยากทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเหมือนกัน

ดาริโอยกตัวอย่างงานคอลแล็บที่เขาชอบมากๆ งานหนึ่ง ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Fritz Hansen โรงแรม Mandarin Oriental และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง เพื่อลงรักปิดทองลายรดน้ำลงบนฐานของ Egg Chair ผสมผสานงานฝีมือไทยเข้ากับดีไซน์เดนมาร์ก ก่อนจะนำไปประมูลเป็นส่วนหนึ่งของงานครบรอบ 150 ปี ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ต่อไป “ประเทศคุณมีอะไรแบบนี้เยอะมาก พวกเทคนิคเก่าๆ ที่เเม้จะผ่านไป 500 ปีแล้ว คนก็ยังสืบสานมันต่ออยู่ ซึ่งเรารู้สึกว่าน่าสนใจ” ดาริโอเสริม พร้อมแง้มให้ฟังว่า คืนนี้ พวกเขาจะมีงานคอลแล็บด้วยเหมือนกัน เป็นการร่วมมือกับดีเจชาวเกาหลีเพื่อเปิดเพลงที่ The Norm บาร์ในชั้น 42 ของ Dusit Central Park ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Fritz Hansen แทบจะทั้งร้าน!
“กรุงเทพฯ เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นสำหรับเรา เราคิดว่าคนไทยมีความเปิดกว้างมากพอที่จะเปิดรับการทดลองอะไรใหม่ๆ รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นฟีดแบ็กของลูกค้าคนไทย” ดาริโอพูดพร้อมยิ้ม


THINGS THAT TRULY LAST
“ขอถามคุณบ้างว่า รู้สึกยังไงในฐานะที่ได้เป็นตัวแทนของแบรนด์ที่มีประวัติและชื่อเสียงมายาวนานขนาดนี้” เราถามดาริโอด้วยความอยากรู้
“การทำงานที่ Fritz Hansen เป็นความฝันของเรามาโดยตลอด เอาจริงๆ แล้วก่อนที่จะมาทำตรงนี้ เราทำมาหลายอย่างมาก เคยเป็นทั้งดีเจ แล้วก็นักบิน แต่จุดเปลี่ยนเกิดในช่วงเหตุการณ์ 9/11 (วินาศกรรม 1 1 กันยายน) ในปี 2001 เป็นช่วงเวลาที่เศร้าของโลกใบนี้นะ เลยตัดสินใจตอนนั้นแหละว่าจะเปลี่ยนเส้นทางเลย เราว่างงานอยู่พักนึงแล้วก็ทำการตลาด รับให้คำปรึกษาไปเรื่อยๆ จนจับพลัดจับผลูมาได้ทำงานกับแบรนด์นี้

สิ่งที่น่าแปลกใจคือตอนได้งานว่าตื่นเต้นแล้วนะ แต่ทุกวันนี้ตื่นเต้นกว่าเดิมอีก แม้จะผ่านมา 12 ปีแล้ว เพราะว่าเรากำลังเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของครอบครัวที่อยู่่เบื้องหลังอีกหลายครอบครัว มีอะไรให้เล่าเยอะมาก” เขาเล่าด้วยดวงตาที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นอย่างที่ว่าจริงๆ
“แล้วเราโชคดีมากๆ เพราะว่าสำหรับทีมเอเชีย เราเป็นคนฟอร์มทีมนี้เอง แล้วเราก็ทำงานด้วยกันมา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมากเลยนะ ลูกสาวเราก็คลอดก่อนเราเริ่มทำงานที่ Fritz Hansen ได้ 1 สัปดาห์ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ 12 ขวบแล้ว เลยรู้สึกเหมือนแบรนด์นี้เป็นอีกครอบครัวของเราไปแล้วจริงๆ”
สำหรับดาริโอ ความสัมพันธ์นี้คือความยั่งยืนในอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาหาได้ที่ Fritz Hansen เพราะการจะเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์สักแบรนด์ เขาต้องมั่นใจว่าคนที่ทำงานด้วยแชร์ Vision และ Values เดียวกัน และทีมนี้ รวมไปถึงพาร์ตเนอร์ในเอเชียหลายๆ คน อย่างเช่นอ๋อง สามารถให้เขาได้

ก่อนจะลากันไป เราถามดาริโอว่า มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนของ Fritz Hansen ที่เขาชอบเป็นพิเศษไหม?
ดาริโอตอบแบบไม่คิดว่า เก้าอี้ PK22 “บังเอิญเหมือนกันนะเพราะว่าเราเพิ่งทำคอลแล็บกับ Magazine C เพื่อเล่าเรื่อง PK22 เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของดีไซน์นี้ไป” พร้อมชี้ให้ดูกองแมกกาซีนที่ตั้งอยู่ไม่ไกล
“เป็นเก้าอี้ตัวแรกของ Fritz Hansen ที่เราหลงรัก รวมไปถึง Series 7 ด้วย รู้สึกเหมือน 2 ชิ้นนี้เป็นหัวใจของ Fritz Hansen เลย เพราะเป็นดีไซน์ที่ง่ายและ Timeless แต่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ อันที่มีอยู่ที่บ้านตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว มีรอยขีดข่วนของแมวบ้าง หมาบ้าง อายุเท่าๆ กับลูกสาวอีกเหมือนกัน (ยิ้ม) ซึ่ง 12 ปีนี่ถือว่าสั้นมาก เคยเห็น PK22 ที่ผลิตในยุค 60 ตอนนี้ยังดูดีอยู่เลย เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่โตไปพร้อมกับเราจริงๆ”

ออกจากโชว์รูมในซอยสมคิดมาวันนั้น สิ่งที่ติดตัวเรามาไม่ใช่แค่ความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ระดับตำนาน แต่เป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งว่า การจะทำธุรกิจและผลิตสินค้าให้เข้าไปอยู่ในใจคนได้ ต้องเริ่มจากความใส่ใจและการมองภาพที่ไกลกว่า “จะทำยังไงให้คนมาสนใจแบรนด์เรามากขึ้น?” หรือ “จะทำยังไงให้ให้สินค้าไวรัล?” และโฟกัสที่การพัฒนาโปรดักต์ให้คนรู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่มีค่ากับชีวิตเขาที่ควรค่าแก่การมี การดูแลรักษา และการส่งต่อให้คนอื่นได้ชื่นชมมันในแบบที่เรารู้สึก

สำหรับใครที่อยากจะเข้าไปชม สัมผัส หรือลองใช้งานเฟอร์นิเจอร์ Fritz Hansen ด้วยตัวเอง สามารถเข้าไปได้ที่ House of Fritz Hansen Bangkok ทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์)
อย่างที่บอกว่าช่วงนี้ทางแบรนด์กำลังพูดถึงการครบรอบ 70 ปีของ PK22 หากเข้าชมระหว่างวันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 พบกับ PK22 Photo Series การจัดแสดงภาพถ่ายที่คัดมาจากหนังสือโดยช่างภาพชื่อดังอย่าง Blaine Davis, Soonae Park และ Valentina Vos ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเก้าอี้ PK22 ในหลากหลายบริบท และนอกจากนี้ Magazine C – Issue No. 7: “PK22” ที่ดาริโอพูดถึงยังมีวางจำหน่ายในราคา 990 บาทอีกด้วย
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ Fritz Hansen Bangkok ได้ที่
Instagram: fritzhansen_bangkok
Facebook: House of Fritz Hansen Bangkok