DETOUR

ตามรอย Jurassic World: Dominion
ไปดูงานดีไซน์ระเบียงสวยที่มอลต้า

เรื่อง สุภักดิภา พูลทรัพย์ Date 19-06-2022 | View 945
About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • เมืองวัลเล็ตต้าบนเกาะมอลต้าคือหนึ่งในโลเกชั่นถ่ายทำหนังเรื่อง Jurassic World: Dominion
  • วัลเล็ตต้าเป็นเมืองอายุกว่า 500 ปี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโร้ก
  • เมืองวัลเล็ตต้าคือเมืองที่มีพื้นที่เล็กจิ๋วที่สุดในยุโรป ตึกต่างๆในเมืองจึงหด เล็ก แคบ จนทำให้ตึกแต่ละหลังต้องทำระเบียงหน้าต่างเล็กๆราวกับระเบียงตุ๊กตาหลากสีหลายแบบ ซึ่งกลายเป็นอัญมณีแห่งวัลเล็ตต้าที่น่าชมไม่แพ้โบราณสถานยุคกลางอื่นๆ ของเมือง

Booking.com ทำแบบสำรวจออนไลน์เมื่อต้นปี 2022 ใน 31 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งพบข้อมูลที่เปิดเผยว่า นักเดินทางชาวไทย 67% ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ต่างๆ ที่ปรากฏในรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์

หนัง Jurassic Park ภาคแรกในปี 1993 จนมาถึง Jurassic World: Fallen Kingdom (2018) ทำให้เกาะคาไวและเกาโอฮานูที่ฮาวายกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกโทษฐานที่เป็นโลเกชั่นถ่ายหนังระดับตำนาน

val 9

Jurassic World: Dominion ภาคใหม่ล่าสุดของการผจญภัยในโลกกว้างของเหล่าน้อนๆไดโนเสาร์ หนังยกกองไปถ่ายทำกันหลายแห่ง โดยพวกฉากหลังเป็นป่าทึบนั้นไปเก็บภาพมาจาก Cathedral Grove ดงต้นไม้ยักษ์ที่สูงที่สุดและอายุมากที่สุดในรัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดาที่มีต้นไม้อายุยืนกว่า 800 ปี แซมด้วยโรงแรมยุค 1901 Coldwater Hotel และ Hawley Common ทุ่งพุ่มไม้ป่าในเมืองแคมเบอร์ลีย์ อังกฤษ

val 10

มอลต้าที่ Chris Pratt ไม่ได้ไปเหยียบ

ส่วนฉากในเมืองมีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมบนเกาะมอลต้า ประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะซิซิลีของอิตาลี

หนัง Jurassic World ภาคล่าสุดเก็บกวาดสถาปัตยกรรมศตววรษที่ 16 อันเป็นเอกลักษณ์ยิ่งของเมืองวัลเล็ตต้า เมืองหลวงของมอลต้า เมืองที่แดดสดใสที่สุด พื้นที่เล็กที่สุด (0.55 ตารางกิโลเมตร) และอยู่ทางใต้ที่สุดในยุโรป เพียงแต่ผู้ชมอาจไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่จ้องไดโนเสาร์เพลิน

val 7

แต่ถ้าพิศดูดีๆ จะพบแง่งามของเมืองวัลเล็ตต้า ซึ่งทั้งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น ‘พิพิธภัณฑ์เปิด’ ด้วยอุดมไปด้วยสถานที่ประวัติศาสตร์ ทั้งป้อมปราการ หอคอย วังสไตล์บาโร้ก มีโบสถ์ 25 แห่งในพื้นที่เล็กเท่านั้น ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดอัศวินแห่งฮอสปิทัลเลอร์หรือคณะนักรบแห่งเซนต์จอห์นอันเป็นต้นกำเนิดของอัศวินเทมพลาร์ ฯลฯ

val 8

เมืองวัลเล็ตต้าจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโกในปี 1980 เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปประจำปี 2018 และเป็นฉากหลังให้ Chris Pratt ตะบึงมอเตอร์ไซค์หนีไดโนเสาร์ใน Jurassic World: Dominion โดยที่ไม่มีนักแสดงสักคนเลยที่ไปมอลต้าตัวเป็นๆ…ฮอลลีวู้ดเสกได้

val 12

วัลเล็ตต้า: เมืองร้อยระเบียงที่ไม่เคยซ้ำกัน

เพราะเป็นแหล่งกำเนิดนักรบศาสนาและเกี่ยวพันกับศาสนาคริสต์อย่างแน่นแฟ้น ชื่อสถานที่ต่างๆ ของเมืองมักตั้งชื่อตามนักบุญ เช่น โบสถ์เซนต์ลอว์เรนซ์และจัตุรัสเซนต์จอร์จซึ่งปรากฏในหนังด้วยนั้น ก็ยังมีถนนสายเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองอย่างถนนเซนต์เออร์ซูล่า ที่หน้าตาเหมือนทางเดินเล็กๆ ที่บีบอัดอยู่ระหว่างตึกเก่าริมทางเสียมากกว่า

val 2

หากแหงนหน้ามองขึ้นไป ลดต่ำลงมาหน่อย ยังไม่ถึงกับมองท้องฟ้า นั่นละ ได้ละ ก็จะพบกับ ‘อัญมณีแห่งวัลเล็ตต้า’ คือระเบียงหน้าต่างหลากสีสารพัดแบบที่แทบไม่ซ้ำกันเลยยื่นเหยียดออกมาทักทายคนเดินเท้า

val 1

ถนนเออร์ซูล่าโด่งดังจากขั้นบันไดที่ทอดยาว แต่อีกกิจกรรมที่ไม่น่าพลาดเมื่อเดินทางไปถึงวัลเล็ตต้าเลยก็คือการเดินทัวร์แหงนหน้าชมระเบียงตามตึกสไตล์บาโร้กตลอดถนนสายนี้

val 3

• หน้าต่างคนแคระ: หน้าต่างจิ๋วที่ต้องเป็นคนแคระแหละมั้งถึงจะลอดผ่านได้ เป็นลูกผสมระหว่างระเบียงกับ muxrabija หรือหน้าต่างอาหรับรูปร่างเหมือนกล่องยื่นออกมาจากตัว อาคาร บนผิวกล่องไม้เจาะรูเล็กๆมากมายไว้ส่องดูโลกภายนอก เป็นหน้าต่างเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7

val 6

• ระเบียงจูเลียต: Balconettes พื้นที่ระเบียงที่ยื่นออกมาจากประตูหรือระเบียงที่จูเลียตมายืนจีบกับโรมิโอ ซึ่งไม่ค่อยพบระเบียงแบบนี้ในเมืองวัลเล็ตต้ามากนัก

• ระเบียงโค้ง: มุมเว้าของบ้านหรือ Nook ที่กลายเป็นระเบียงโค้งยื่นออกมาจากผนังภายนอก ด้วยพื้นที่เมืองวัลเล็ตต้าที่เล็กจิ๋วทำให้อาคารบ้านเรือนหดย่อราวกับเป็นเมืองของเล่น ทำให้ระเบียงโค้งแบบนี้น่าเอ็นดูเหมือนระเบียงตุ๊กตา

val 5

• ระเบียงเสมือนยุคกลาง: ระเบียงที่เพิ่งซ่อมแซมใหม่ รูปลักษณ์คล้ายคลึงฝ้าเพดานแบบวาฟเฟิลหรือเพดานช่อง (coffer ceiling) สมัยยุคกลาง
• ระเบียงมุ้งลวด: หน้าต่างอลูมิเนียมติดมุ้งลวดที่แหกคอกระเบียงเก่าแก่ในมอลต้า แต่พยายามผสมผสานกับระเบียงทรงกล่องแบบดั้งเดิม
• ระเบียงรังนก: พื้นที่เล็กน้อยแค่ไหนยังไงก็ขอระเบียงมีดีไซน์ ซึ่งบ้านนี้ทำเป็นระเบียงแบบบ้านนกที่มีราวตากผ้าพาดผ่าน)

val 13

• หน้าต่างสามแถว: หน้าต่างสามแถวไซส์จิ๋วที่กระจายตัวในย่านวังโบราณ Casa Rocca Piccola และถนนโลเวอร์ รีพับลิก
• หน้าต่างสองแถว: เป็นหน้าต่างที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดแบบหนึ่งในเมืองวัลเล็ตต้า โดยเฉพาะบนถนนเออร์ซูล่า


อ้างอิง:

https://screenrant.com/where-was-jurassic-world-dominion-filmed/
https://www.maltauncovered.com/valletta
http://www.maltasketches.com/tag/st-ursula-street/
https://raisatarasova.wordpress.com/tag/st-ursula-street/

Tags: