BE MY GUEST X Chiang Mai

รายา เฮอริเทจ
โรงแรมดีไซน์ที่ให้ใจกับความกรีน
ทุกตารางนิ้วคือความคราฟท์

เรื่อง วีณา บารมี ภาพ กรินทร์ มงคลพันธ์ Date 19-04-2022 | View 1509

หากจะนับโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวอย่างแท้จริง และคงรักษาธรรมชาติดั้งเดิมเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง เราขอยกให้ รายา เฮอริเทจ แห่งนี้เป็นหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ของโรงแรมในเชียงใหม่ ที่สายกรีนต้องชอบ และสายคราฟท์ต้องมา

About Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
art+
design
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • รายา เฮอริเทจ โรงแรมที่จะพาคุณไปรู้จักกับวิถีชีวิตของชาวล้านนาในอดีต ผ่านข้าวของเครื่องใช้ที่นำมาประดับประดาภายในโรงแรม
  • พื้นที่สีเขียวถือเป็นองค์ประกอบหลักของ รายา เฮอริเทจ ด้วยสถาปนิกให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และความงดงามแบบดั้งเดิม
  • ที่นี่เป็นผลงานออกแบบโรงแรมแห่งแรกของ บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ สถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท Boon Design ซึ่งเคยได้รับรางวัลมาแล้วมากมายทั้งในและต่างประเทศ

รายา เฮอริเทจ (Raya Heritage) เป็นโรงแรมดีไซน์เปิดให้บริการได้เพียง 4 ปี หากแต่ความพิเศษที่มัดใจนักเดินทางให้กลับมาพักอีกซ้ำๆ นอกเหนือไปจากความอุดมชุ่มฉ่ำของพื้นที่สีเขียวแล้ว อาจเป็นเพราะความเงียบสงบ มีทำเลติดแม่น้ำปิง และตกแต่งไปด้วยงานคราฟท์จากฝีมือช่างท้องถิ่นภาคเหนือ ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้โรงแรมน้องใหม่ กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ผ่านมา

RA 1.1

RA 15

บริเวณโถงล็อบบี้ของ รายา เฮอริเทจ

RA 5

แสงและเงาสาดส่องกระทบกับผนังกำแพง ช่วยเพิ่มมิติและลูกเล่นในการออกแบบ

หรูหราแต่เรียบง่าย

โถงล็อบบี้สูงโปร่งสีขาว เป็นจุดต้อนรับแรกสำหรับทุกคนที่มาเยือน เมื่อมองเผินๆ คล้ายเป็นกรอบหน้าต่างบานใหญ่ ที่มองทะลุออกไปจะเห็นต้นสะเดาและต้นเหียงขนาดสูงใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงหน้า ไกลออกไปอีกนิดคือแม่น้ำปิงที่ไหลพาดผ่านอย่างเชื่องช้า “แสง เงา และธรรมชาติ” ทำให้มุมนี้กลายเป็นมุมไฮไลท์ของโรงแรม ที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด

R 2.2

ณภัทร นุดสติ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมฯ เล่าให้ฟังว่า รายา เฮอริเทจเป็นโรงแรมภายใต้ บริษัทพรีเมียร์ รีสอร์ทส์ แอนด์ โฮเทลส์ จำกัด เครือเดียวกับ แทมมารีน วิลเลจ และรายาวดี จังหวัดกระบี่ โดยแต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์ในการออกแบบที่แตกต่างกันตามทำเลที่ตั้ง อาทิ รายาวดี กระบี่ อยู่ใกล้กับทะเล จึงเน้นเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นหลัก แทมมารีน วิลเลจ บูติคโฮเทลแห่งแรกของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า จึงโดดเด่นด้านวัฒนธรรม ส่วน รายา เฮอริเทจ โรงแรมน้องใหม่ในเครือเน้นเรื่องอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาแบบลุ่มลึก สะท้อนผ่านการตกแต่งผ่านข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงถึงวิถีล้านนา

RA 12

บรรยากาศน่าทิ้งตัวลงนอนภายในห้องพัก Kraam Pool Suites บริเวณชั้น 1 ของโรงแรม

RA 10

ตาแหลว เครื่องจักสานของชาวล้านนา สัญลักษณ์ที่บ่งบอกอาณาเขต ถูกดัดแปลงให้เป็นป้ายแขวนหน้าห้อง

“เรานำเสนอถึงที่มาที่ไปของวิถีล้านนา ไม่ใช่แค่เอาของมาตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้คนรู้ลึกว่า วิถีชีวิตของผู้คนเป็นอย่างไร ของชิ้นนี้ใช้ทำอะไร และช่างฝีมือที่ทำอยู่ที่ไหน รายา เฮอริเทจ จึงเป็นการยกระดับด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาขึ้นไปอีกขึ้น โดยนำเสนอในรูปแบบที่เรียกว่า Simply Elegant ทุกอย่างเรียบง่าย เข้าถึงชีวิต และวิถีของคนพื้นบ้าน”

RA 4

บรรยากาศภายในเลาจน์ “Baan Ta Lounge & Lawn” เรียบหรูในโทนสีดำขาว ซึ่งใช้สีมะเกลือธรรมชาติ ร่วมกับวัสดุธรรมชาติในการตกแต่ง เช่น หวาย งานไม้ไผ่ และงานผ้าของชาวไทยภูเขา

Boon Design สร้างสรรค์

รายา เฮอริเทจ เป็นผลงานออกแบบโรงแรมแห่งแรกของ บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ สถาปนิกชื่อดังผู้ก่อตั้งบริษัท Boon Design เจ้าของรางวัลด้านการออกแบบมากมายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผลงานออกแบบที่ผ่านมาของเขามักเป็นบ้านพักอาศัยแทบทั้งสิ้น รายา เฮอริเทจ จึงเป็นโปรเจคที่มีความพิเศษ ผ่านการนำเสนอที่เชื่อมโยงระหว่างความสัมพันธ์ของพื้นที่ ธรรมชาติหรือสถานที่ตั้ง ชุมชน และผู้คนเมืองเหนือได้อย่างละเมียดละไม

RA 11

สำหรับแนวคิดหลักในการออกแบบประกอบด้วย 4 เรื่อง คือ วิถีชีวิตริมน้ำ ที่กำลังเลือนรางจางหายไปจากชีวิตผู้คน โดยสะท้อนให้เห็นผ่านสิ่งของตกแต่งต่างๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หาปลา วิถีชาวนา และการทำเกษตรกรรม ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ของชาวล้านนาในสมัยอดีตที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็นในปัจจุบัน

RA 9

บันไดทางเดินจากระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ปูอิฐบล็อกแบบแนวตั้ง ขนาบไปด้วยสวนแนวตั้งที่เพิ่มความร่มรื่นตลอดทางเดิน

สองคือ ภูมิปัญญาพื้นถิ่นล้านนา โดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม ทั้งด้านโครงสร้าง อิฐปูพื้น กระเบื้องดินเผา ระแนงและเสาไม้โบราณ รวมไปถึงงานเครื่องสาน งานผ้า และงานทอมือ วัฒนธรรม Cross Road หรือการเดินทางข้ามแดนของกลุ่มชนในดินแดนล้านนาสมัยก่อน ซึ่งสอดแทรกให้เห็นตามมุมต่างๆ ของโรงแรม สุดท้ายคือ การทำงานร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการทำงานกับสล่าพื้นบ้านในการออกแบบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ดูร่วมสมัย

RA 6

RA 20

ฮิมกอง ร้านค้าที่ขายสินค้างานฝีมือภายในโรงแรม รายา เฮอริเทจ

RA 19

ภายในร้านฮิมกอง มีสินค้าทำมือมากมายจากหลายชุมชน ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า ของตกแต่งบ้าน งานจักสาน เซรามิค และเครื่องปั้นดินเผา

แนวคิดทั้ง 4 เรื่องนี้ ขยายไปสู่การออกแบบภายในโรงแรม ทั้งการสร้างบรรยากาศ การเลือกวัตถุดิบ โทนสี รวมไปถึงการคัดสรรเมนูอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ ของตกแต่งต่างๆ ตลอดจนสูตรของสปาบำบัด

RA 13

ภายในห้องพัก Kraam Pool Suites สะท้อนถึงความโอ่อ่า กว้างขวาง เรียบหรูและอยู่สบาย

สุขสบาย กลิ่นอายล้านนา

อาคารห้องพักมีทั้งหมด 3 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 38 ห้อง โดยทุกห้องพักจะหันหน้าออกสู่แม่น้ำปิง เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำที่ทอดยาว งดงามและสงบเงียบอย่างแท้จริง สำหรับสไตล์ห้องพักได้ถูกออกแบบให้แตกต่างกัน โดยชั้น 1 คือห้องพัก Kraam Pool Suites (คราม พูล สวีท) จำนวน 11 ห้อง ตกแต่งในโทนสีขาว-คราม พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ไม่ต้องกลัวใครเห็น

RA 8

ห้องพัก “เฮือนบนสวีท” บริเวณชั้น 3 ของโรงแรม ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ตรงเพดานสูงทรงจั่วเหมือนหลังคาบ้านไทยสมัยก่อน

ชั้น 2 คือห้องพัก Rin Terrace Suites (ริน เทอเรส สวีท) จำนวน 13 ห้อง ถูกตกแต่งในโทนสีขาว ครีม และดำ ส่วนชั้น 3 คือห้องพัก Huen Bon Suites (เฮือนบน สวีท) จำนวน 14 ห้อง มาในโทนสีละมุนละไมอย่างสีขาว ครีม และน้ำตาล

RA 7

ห้องพักบนชั้น 2 และ 3 มีระเบียงชานนั่งเล่นให้นอนเอกเขนกชมวิวแม่น้ำปิงได้แบบใกล้ตา

สำหรับห้องพักชั้น 2 และชั้น 3 จะมีระเบียงนั่งเล่นด้านนอกชาน ที่มองเห็นวิวของแม่น้ำปิงได้อย่างแจ่มชัด รวมไปถึงของตกแต่งภายในห้องพักที่เป็นผลงานของช่างฝีมือและศิลปินพื้นเมืองในชุมชนภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นงานสาน งานผ้าทอที่ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ฝ้าย กัญชง และลินิน ฯลฯ

RA 18

ภายในห้องอาหารคุข้าว ประดับประดาด้วยคุข้าวของคนล้านนาหรือตะกร้าที่ใช้ในการนวดข้าว

อาหารดี สปาเด่น

ด้านห้องอาหาร “คุข้าว” ของที่นี่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ออกแบบและตกแต่งในสไตล์รัสติกที่ดูเรียบสง่า โดยแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวล้านนาที่นิยมการทานข้าวเป็นหลัก สำหรับ “คุข้าว” ที่ถูกนำมาประดับตกแต่งภายในคือภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ ซึ่งชาวนาทางภาคเหนือมักนำมาใช้ประกอบการตีข้าวในอดีต สำหรับเมนูของคุข้าว เสิร์ฟอาหารประยุกต์จากตำรับพื้นเมือง และปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก

RA 14

วัตถุดิบสำหรับชงชา จัดเตรียมไว้ให้ในทุกๆ ห้องพักของโรงแรมฯ

ถัดไปใกล้ๆ กัน คือ “ลานชา ที เทอเรส” อีกหนึ่งมุมนั่งชิลสบายๆ บนระเบียงชั้น 2 ของโรงแรมฯ พร้อมชาอุ่นๆ เช่น ชาดอกพะยอม ชาขาว ชาอู่หลง ชาฝรั่ง และของว่างทานเล่นตามฤดูกาล รวมไปถึงชุดน้ำชายามบ่ายพร้อมเสิร์ฟทุกๆ วัน ส่วนยามค่ำคืน แวะไปดื่มด่ำกับค็อกเทลสูตรพิเศษได้ที่ “บ้านท่าเลานจ์ แอนด์ ลอว์น” เลานจ์ของโรงแรมที่ตกแต่งท่ามกลางบรรยากาศจากงานศิลปะของชาวนากา

RA 3

RA 16

ส่วนใครที่หลงรักการทำสปา ทาง รายา เฮอริเทจ มีบริการสปาที่บำบัดตามตำรับพื้นเมืองดั้งเดิม โดยมุ่งเน้นเรื่องของสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ซึ่ง “ไอ ว่าน สปา” มีห้องอบสมุนไพรที่ได้นำเอาสมุนไพรพื้นเมืองหลากหลายชนิดมาปรุงขึ้นเป็นสูตรพิเศษจากฝีมือหมอยาพื้นบ้านโดยเฉพาะ

จะว่าไปแล้ว รายา เฮอริเทจ น่าจะเป็นอีกหมุดหมายของการพักผ่อนในเชียงใหม่ พาคุณไปสัมผัสกับอดีตของล้านนาที่จับต้องได้จริง ผ่านรูปแบบที่ร่วมสมัย สง่างาม และสะดวกสบาย

รายา เฮอริเทจ
157 ม.6 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
โทร. 053-111-670-73, 02-301-1861-3
เฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/RayaHeritage/
เว็บไซต์ www.rayaheritage.com

Tags: