About
Leisure

Young, Wild & Free

‘แต้มสุข Coffee & Folk’ คาเฟและห้องเรียนธรรมชาติที่ตั้งใจปลูกเมล็ดพันธุ์ความฝันเพื่อให้ทุกคนค้นพบตัวเอง

Read At ONCE
  • แต้มสุข Coffee & Folk คาเฟและสเปซสร้างสรรค์ที่ เบสท์ – ปิยวัฒน์ ศรีวิรัช ตั้งใจสร้างเพื่ออยากหาเพื่อนดื่มกาแฟและเล่นดนตรี จนตอนนี้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ขับเคลื่อนความสนุกผ่านสองเทศกาลหลัก คือหลงกลิ่นฤดูโฟล์คกับ Join Craft เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และคนในท้องถิ่นได้ทดลองทำ เรียนรู้ และค้นหาตัวตน เพื่อเติบโตในจังหวะเวลาอันเหมาะสม และสง่างามตามรูปแบบของตัวเอง

“จุดหมายของคุณอยู่ทางขวามือ”

เสียงแจ้งเตือนจาก Google Maps ระบุถึงจุดหมายปลายทาง เราชะโงกหน้ามองออกไปจนสุดสายตา ภาพผืนป่าสักเขียวขจีแผ่กิ่งก้านประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ นี่แหละคือหลักฐานว่ามาถึง 'แต้มสุข' แล้ว

หากเราขับรถด้วยความเร่งรีบ ผืนป่าสักนี้คงไม่ต่างจากร่มไม้ริมทางทั่วไป แต่ถ้าเราผ่อนคันเร่งลง แล้วทอดสายตามองผ่านพุ่มไม้เขียวขจีเข้าไปสักนิด จะพบกับคาเฟเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าสัก

เราจอดรถเดินเข้าสู่แต้มสุข ผืนป่ากลืนกินความวุ่นวายภายนอกไปจนหมดสิ้น เสียงใบไม้เสียดสีคล้ายคำทักทาย ไอร้อนไล้มากระทบผิว สิ่งมีชีวิตตัวเล็กน้อยกู่ก้องร้องประสานเสียง ราวกับกำลังร่วมบรรเลงบทเพลงต้อนรับ เราเริ่มปรับลมหายใจไปตามจังหวะของธรรมชาติ

ตรงหน้าคือ เบสท์ - ปิยวัฒน์ ศรีวิรัช ผู้ลงมือลงแรงเนรมิต ‘แต้มสุข Coffee & Folk’ ขึ้นมา เขายิ้มทักทายด้วยความเป็นกันเอง ส่งมัทฉะกลิ่นหอมนุ่มนวลมาให้ ลมพัดพากลิ่นหอมของมัทฉะผสมผสานกับกลิ่นดิน กลิ่นป่าไม้ เข้ามาปะทะใบหน้า

ใต้ร่มไม้ป่าสัก พวกเราทั้ง 3 คนนั่งพูดคุยกัน

แต้มสุข Coffee & Folk

แต้มสุข Coffee & Folk

เมล็ดพันธุ์ชื่อแต้มสุข

“เบสท์แค่อยากหาเพื่อนดื่มกาแฟ กับหาเพื่อนเล่นดนตรี”

ดนตรีกับเบสท์ถือเป็นของคู่กัน เบสท์ใช้เวลาหลังเลิกงานไปกับการร้อยเรียงตัวโน้ต บรรจงแต่งเพลง และอัดเสียงอยู่เพียงคนเดียว ในฐานะวงดนตรีชื่อแต้มสุข พอถึงจังหวะหนึ่งของชีวิต เบสท์มองเห็นผืนป่าสักเกือบ 10 ไร่ของพ่อตา ขอใช้ร่มเงาของป่าสักเปิดร้านกาแฟ หวังให้กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟและเสียงเพลง กลายเป็นสายใยเส้นสายใช้นัดหมายผู้หลงใหลในสิ่งเดียวกัน ให้แวะเวียนมาแลกเปลี่ยนบทสนทนาผ่านถ้อยคำกับบทเพลง

แต้มสุข Coffee & Folk

ต้นไม้ไม่เคยหยุดเติบโต พวกมันเติบใหญ่ไปแบบช้าๆ แต้มสุขก็เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันแต้มสุขขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการนำศิลปะและดนตรีมาโอบรับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้กล้าลุกขึ้นมาค้นหาศักยภาพ ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ และหยั่งรากใหม่ในแบบของตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ

แต้มสุข Coffee & Folk

ปลูกสวนป่า

เมื่อก่อนพื้นแถวนี้เคยทำไร่อ้อยกับไร่ข้าวโพด ต่อมาเจ้าของเดิมเปลี่ยนมาปลูกสวนป่าสัก ปลูกตามโครงการส่งเสริมของรัฐ ปลูกให้ไม้สักยืนต้นขนาดใหญ่เพื่อตัดไปขาย จนกระทั่งผืนดินตกทอดสู่ครอบครัวของแฟนเบสท์

“ป่าสักที่นี่มันเป็นป่าปลอม” เบสท์หัวเราะ

“เพราะมันเป็นป่าที่ปลูกจากฝีมือมนุษย์”

แต้มสุข Coffee & Folk

เบสท์พาเดินสำรวจทั่วแต้มสุข พลางเปิดภาพไล่ย้อนหาอดีตความเป็นมาของพื้นที่ ระหว่างทางมีแสงแดดรำไรลอดผ่านสวนป่าสักตกกระทบลงบนพื้นดิน เขาชี้ให้ดูความหลากหลายของสวนป่า มีไม้พะยูง ไม้มะฮอกกานี รางจืด ลูกหว้า ชำมะเลียง ต้นกาแฟแข่งกันเติบโต

แต้มสุข Coffee & Folk

เมื่อก่อนที่นี่ปลูกไม้สัก พอหลังจากนั้นเบสท์ตั้งใจปลูกต้นไม้สายพันธุ์ใหม่ๆ บางต้นอาจไม่ประสบความสำเร็จดั่งหวัง แน่นอน ดูสภาพอากาศตอนนี้ บางทีฝนตกกระหน่ำจนน่าใจหาย บางคราวแดดแรงจนแผดเผาใบไม้ ต้นไม้ชนิดใดปล่อดรอด ปล่อยให้รอด ต้นไม้ชนิดใดไม่ไหว ปล่อยให้ล้มหายลงไป กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดิน เป็นปุ๋ยสำหรับดูแลต้นไม้ต่อไป ทุกสิ่งเป็นวัฏจักรของธรรมชาติ

แต้มสุข Coffee & Folk

ตอนนี้เป็นฤดูฝน ทั่วทุกพื้นที่มีต้นไม้เขียวขจีไปหมด ทว่าพอฤดูร้อนมาถึง ป่าสักละทิ้งใบจนหมดต้น ไอร้อนคงไล้มาลงผิวแบบเต็มหน่วย นี่เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่เบสท์เลือกปลูกไม้ไม่ทิ้งใบ ค่อยๆ ปลูกต้นไม้ชนิดอื่นแทรกไปเรื่อยๆ โดยมีความหวังคืออยากสร้างผืนป่าไว้เป็นร่มไม้ให้ลูกตัวน้อยมีพื้นที่วิ่งเล่นในอนาคต และหวังให้พรรณไม้คอยซับความร้อนให้นักท่องเที่ยวตลอดปี

แต้มสุข Coffee & Folk

แตกหน่อออกผล

แต้มสุขขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์ผ่านสองเทศกาล หนึ่งคือเทศกาลหลงกลิ่นฤดูโฟล์ค ส่วนสองคือเทศกาล Join Craft

เทศกาลหลงกลิ่นฤดูโฟล์คจัดทั้งหมด 3 รอบตามฤดูกาล หมุนเวียนไปตามจังหวะของธรรมชาติ ไล่เรียงไปตั้งแต่ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสบรรยากาศป่าทั้ง 3 ฤดูกาล โดยตั้งใจเปิดพื้นที่ให้ศิลปินเลือกเล่นบทเพลงที่แต่งเอง ใช้เสียงเพลงเป็นภาษาบอกเล่าเรื่องราวจากหัวใจ และเนื้อร้องกลั่นออกมาจากตัวตน ปราศจากการปรุงแต่งหรือค่านิยมตามขนบสังคม

แต้มสุข Coffee & Folk

แต้มสุข Coffee & Folk

แต้มสุข Coffee & Folk

ส่วนความตั้งใจลึกๆ คือการจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนในท้องถิ่น ให้พวกเขาเห็นโอกาสความเป็นไปได้ใหม่ๆ มีจุดยืนเพื่อแสดงออกโดยไม่ต้องกลัวการตัดสิน หรือมีพื้นที่เพื่อค้นหาตัวตน สามารถพกพาความฝันกลับไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เติบโตงดงามต่อไปในวิถีชีวิตของตนเอง

แต้มสุข Coffee & Folk

แต้มสุข Coffee & Folk

ส่วนเทศกาล Join Craft เป็นเทศกาลศิลป์อิสระ ให้ศิลปินรุ่นเก๋า ศิลปินท้องถิ่น หรือคนที่สนใจเกี่ยวกับงานอาร์ตและคราฟต์มาระเบิดความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ ดนตรี งานคราฟต์ หรืออาหารแบบโฮมเมด เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ หรือแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงเป็นเทศกาลชวนให้เด็กๆ และเยาวชนได้ลองฝึกทักษะลงมือทำด้วยตัวเอง

แต้มสุข Coffee & Folk

แต้มสุข Coffee & Folk

จุดร่วมของทั้งเทศกาลหลงกลิ่นฤดูโฟล์คและเทศกาล Join Craft มีหัวใจหลักคือต้องการให้เด็กๆ และเยาวชนมีพื้นที่ทดลองเรียนนอกตำรา ทดลองเล่นอิสระในห้องเรียนธรรมชาติ ได้มีความฝัน ได้ลงมือลองทำ เพื่อค้นหาตัวตนระหว่างเติบโต

สำหรับเราแล้ว หากแต้มสุขคือเมล็ดพันธุ์แห่งความฝันของเบสท์ วันนี้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นถูกส่งต่อออกไปสู่มือของเด็กๆ โดยมีผู้ใหญ่หลากสายอาชีพมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ คอยหล่อเลี้ยงและเพาะปลูก เพื่อให้เหล่าเมล็ดพันธุ์ตัวจิ๋วมีพื้นที่เติบโตในแบบของตัวเอง ผ่านการทดลองเรียน ทดลองเล่น แม้บางต้นอาจล้มหายไประหว่างทาง แต่หลายต้นกลับค่อยๆ หยั่งรากลึก เติบใหญ่จนสูงชะลูด และร่วมกันถักทอจนกลายเป็นผืนป่าอันสมบูรณ์

แต้มสุข Coffee & Folk

ผลิบานตามฤดูกาลของตัวเอง

พวกเราพูดคุยใต้ร่มไม้สัก มีมัทฉะวางอยู่ข้างกาย รสชาติหอมหวานติดขมปลายชวนให้ติดใจ จนอดไม่ได้ต้องเอ่ยปากถามถึงที่มาของแก้วนี้

ทั้งเราและช่างภาพสั่ง ‘Taemsuk Origin’ เบสท์กระซิบบอก นี่เป็นมัทฉะสูตรพิเศษหากินได้ที่นี่เท่านั้น ที่สำคัญคือใช้มัทฉะจากไร่ชาในประเทศไทย

“กาแฟไทยทำเป็น Specialty ได้ แล้วทำไมมัทฉะไทยถึงทำไม่ได้” เบสท์เริ่มต้นตอบด้วยคำถาม

จากคำถามสู่การค้นหาคำตอบ เบสท์เริ่มคุยกับเกษตรกรบนดอยพญาไพร จังหวัดเชียงราย ร่วมพัฒนาต่อยอดช่วยกันส่งเสริมความคิด ใช้เทคนิคการคลุมร่มเงาพรางแสงแบบญี่ปุ่น ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี จนออกมาเป็นมัทฉะเก็บเกี่ยวปีแรกจากฝีมือเกษตรกรไทย ส่วนทางฝั่งแต้มสุขก็รับซื้อผลผลิตในราคาเป็นธรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ถ้าถามถึงรสชาติของ Taemsuk Origin มีกลิ่นโทนถั่วหอมๆ มันๆ รสสัมผัสคล้ายพิสตาชิโอผสมวอลนัต ปลายทางมีอะโวคาโดอ่อนๆ มีกลิ่นสาหร่ายจางๆ พอให้รับรู้รสชาติความเป็นมัทฉะ

แต้มสุข Coffee & Folk

ระหว่างการพูดคุย บางครั้งมีสมาชิกสี่ขาคอยแวะเวียนมาสร้างสีสันไม่ขาดสาย ‘เอ็ดดี้’ สุนัขประจำร้านเดินตามติดเบสท์แจชนิดไม่ยอมห่าง ส่วน ‘น้ำปู๋’ ลูกแมวสมาชิกใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ก็คลอเคลียมาแวะเวียนเล่นกับช่างภาพตลอดเวลา ในขณะที่ ‘แอนนี่’ แมวเหมียวเจ้าถิ่นคงจะรำคาญเด็กใหม่เกินกว่าจะร่วมวงด้วย เลยเลือกหนีไปนอนบนหลังคา ไม่ว่าเบสท์เรียกกี่สิบรอบก็ยังไม่ยอมลงมาสักที

น่าเสียดายที่ไม่มีแอนนี่ร่วมวงถ่ายภาพด้วย

แต้มสุข Coffee & Folk

บทสนทนากลางป่าสักหมุนรอบอยู่กับเรื่องราวของมัทฉะเป็นหลัก เพราะทั้งเราและช่างภาพต่างไม่ใช่คอกาแฟ แต่สำหรับคอกาแฟตัวจริง อย่าลืมมาลิ้มลองรสชาติเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่เบสท์ตั้งใจเลือกสรรมาเป็นอย่างดี

แม้ครั้งนี้พวกเราพลาดบรรยากาศช่วงเทศกาลหลงกลิ่นฤดูโฟล์ค หรือเทศกาล Join Craft แต่เราคาดคะเนไว้ ช่วงเทศกาลคงเป็นช่วงเวลาที่แต้มสุขมีชีวิตชีวาที่สุด เราฟังจากปากของเบสท์ก็อดจินตนาการต่อไม่ไหว มานั่งจิบมัทฉะท่ามกลางธรรมชาติ ร่วมเวิร์กช็อปทำงานคราฟต์จากธรรมชาติ เสพงานศิลป์ กินขนมโฮมเมด ใช้ชีวิตแบบช้าๆ หายใจให้เต็มปอด นี่คงเป็นความสุขแบบเรียบง่ายหาได้ที่แต้มสุขเท่านั้น

และหวังว่าถ้าเรามีโอกาสมาอีก แอนนี่คงจะยอมลงมาจากหลังคานะ

แต้มสุข Coffee & Folk
ที่อยู่ : ซอย 21 สาย 2-3 ตำบลชอนน้อย อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี 15140
เปิดทุกวัน
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 18.00 น.
Facebook : แต้มสุข Coffee & Folk
Instagram : taemsuk_
TikTok : แต้มสุข Coffee & Folk
โทร. 089-756-0735 และ 085-083-4088
Google Maps : แต้มสุข Coffee & Folk