The Southern Heritage
สำรวจ 5 สิ่งที่ทำให้ ‘วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร’ ได้เป็นมรดกโลก UNESCO แห่งแรกของภาคใต้
- นี่คือความภูมิใจครั้งใหญ่ของคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องชาวใต้ เมื่อ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ซึ่งถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ด้วย ใครอยากรู้จักโบราณสถานแห่งนี้ให้มากขึ้น ONCE จัดมาให้แล้ว
นาทีนี้หันไปทางไหนก็เห็นข่าวน่ายินดี เมื่อวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 และยังเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้อีกด้วย
การพิจารณาขึ้นทะเบียนสถานที่ใดเป็นมรดกโลกของ UNESCO นั้นมีเกณฑ์ชี้วัดเหมือนกัน ซึ่งวัดพระมหาธาตุเข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ 2 คือแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะจากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท มาเป็นเวลากว่า 1,250 ปี ทั้งยังส่งอิทธิพลให้กับวัดวาอารามทั่วไทยและมาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังเข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ 6 คือเชื่อมโยงต่อเหตุการณ์ หรือประเพณีที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต ความคิด ความเชื่อ มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะ และงานวรรณกรรมที่มีความสลักสำคัญในระดับสากล เห็นได้จากการบูชา การทำบุญ และประเพณีประจำปี
ใครกำลังแพลนทริปไปชมความอลังการของมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้แห่งนี้ ลองตามเรามาสำรวจสิ่งที่น่าสนใจ กับคำถามว่า แล้วอะไรคือร่องรอยตามเกณฑ์ข้อที่ 2 กับข้อที่ 6 และสิ่งเหล่านั้นซ่อนอยู่จุดไหนในวัดพระมหาธาตุ เราหยิบไฮไลต์บางส่วนมาเล่าให้ฟัง พร้อมแล้วก็เดินส่องไปพร้อมกันเลย!

พระบรมธาตุเจดีย์
อดีตเจดีย์องค์เดิมเป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัย มีลักษณะเด่นคือส่วนบนออกแบบเป็นชั้นลดเหลื่อมซ้อนกันขึ้นไปหลายชั้น ก่อนจะซ่อมแซมโดยก่อสถูปครอบเจดีย์องค์เดิม เปลี่ยนพระบรมธาตุเจดีย์ให้เป็นสถาปัตยกรรมลังกา มีลักษณะเด่นเป็นทรงระฆังคว่ำ ถัดขึ้นไปเหนือยอดองค์ระฆังมีแท่นบัลลังก์ตามคติลังกา เปรียบเสมือนแท่นประทับของพระพุทธเจ้า

สะท้อนให้เห็นถึงการได้รับอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะจากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท จนกลายเป็นต้นแบบองค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง ส่งต่อแรงบันดาลใจไปหลายพื้นที่


วิหารพระทรงม้า
ระหว่างทางขึ้นองค์พระบรมธาตุเจดีย์มีบันได 22 ขั้น ขนาบข้างด้วยประติมากรรมปูนปั้นนูนสูง ทั้งภาพพระพุทธเจ้าเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (เหตุการณ์สมัยยังทรงเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแล้วทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกจากพระราชวังเพื่อทรงผนวช) รูปปั้นเทวดา ยักษ์ ครุฑ นรสิงห์ มีประติมากรรมลอยตัวขององค์จตุคามรามเทพประทับนั่งขนาบเชิงบันได รวมถึงการสลักบานประตูไม้รูปพระพรหมและพระนารายณ์
เป็นการหลอมรวมคติความเชื่อ ผสมผสานคติฮินดู พุทธมหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวไตรภูมิกถาและเทพทวารบาลตามคติลังกาโบราณ สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยน และส่งต่ออิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมข้ามคาบสมุทรมานาน

วิหารทับเกษตร
วิหารทับเกษตรเป็นอาคารระเบียงคด หลังคามุงกระเบื้องดินเผาสีแดง สร้างขึ้นโอบล้อมรอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปรวมกันถึง 92 องค์
ผังการสร้างวิหารคดล้อมรอบสถูปเจดีย์ประธานได้รับอิทธิพลมาจากคติและรูปแบบศิลปะชวาภาคกลาง และผังต้นแบบนี้ยังส่งต่ออิทธิพลให้กับการสร้างวัดวาอารามในยุคต่อมา

รำมโนราห์
รำมโนราห์ หรือโนรา คือศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ผูกพันกับองค์พระบรมธาตุมานานนับร้อยปี โดยผู้คนมักมาร่ายรำเพื่อสักการะองค์พระธาตุกับบูชาบรรพบุรุษ สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเชื่อของชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันการร่ายรำมโนราห์ยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าวัดพระมหาธาตุเป็นศูนย์รวมจิตใจ เชื่อมโยงโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ ประเพณีโบราณ และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต

เครดิตภาพ : istock / Kosin_Sukhum
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองนครศรีธรรมราช โดยพุทธศาสนิกชนร่วมกันอัญเชิญผ้าพระบฏ ผืนยาวสีเหลือง แดง หรือผ้าเขียนภาพพุทธประวัติ ขึ้นเดินแห่รอบเมือง ก่อนนำไปห่มโอบล้อมรอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชา

นี่เป็นประเพณียิ่งใหญ่จัดขึ้นปีละครั้ง มีผู้คนนับหมื่นเดินทางมาร่วมกันห่มผ้าพระธาตุในทุกๆ ปี แสดงให้เห็นว่า วัดพระมหาธาตุยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจไม่เสื่อมคลาย สะท้อนถึงเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 6 แสดงถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ร้อยเรียงผู้คนและโบราณสถานเข้าไว้ด้วยกัน