About
DETOUR X Bangkok

In A Bit

เช็กอิน bit.studio gallery สเปซใหม่ใน Slowcombo ที่ชูเทคโนโลยีกับศิลปะพร้อมปักหมุดในไทยหลังเดินทางมาแล้วทั่วโลก

Read At ONCE
  • bit.studio สตูดิโอด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ เปิดตัว bit.studio gallery แกลเลอรีถาวรแห่งแรกบนชั้น 3 ของ Slowcombo จัดแสดงผลงานในรูปแบบ Immersive Art และ Interactive Art ให้ผู้ชมสัมผัสและหยอกล้อกับชิ้นงานตรงหน้าได้เต็มที่ โดยจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนทุกเดือน

หลังจากเดินทางผ่านมาทั่วโลก bit.studio ตัดสินใจปักหมุดหมายเปิด bit.studio gallery แกลเลอรีถาวรบนชั้น 3 ของ Slowcombo

Slowcombo เป็นพื้นที่สำหรับปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ให้เราสามารถทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อสำรวจนิยามความเป็นตัวเอง ซึ่งสอดรับเข้ากับแนวคิดของ bit.studio gallery

อย่างที่รู้กันดี bit.studio เป็นสตูดิโอด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Creative Technologists) นำเสนอผลงานผสมผสานศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งจัดแสดงไปแล้วกว่า 25 ประเทศทั่วโลก

ความน่าสนใจของ bit.studio gallery คือการทลายเส้นแบ่งระหว่างชิ้นงานกับตัวเรา จัดแสดงผลงานในรูปแบบ Immersive Art และ Interactive Art โดยเราสามารถสัมผัสหรือแตะต้องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งการชมผลงานศิลปะได้ ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือน ทุกคนจะได้รับประสบการณ์แตกต่างกันไป

ในขณะที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยการแข่งขันต้องรวดเร็วว่องไวตามเทคโนโลยี แต่ bit.studio gallery กลับนำเสนออีกด้านของเทคโนโลยี เป็นตัวช่วยเหนี่ยวรั้งให้เราใช้เวลาช้าลงเพื่ออยู่กับปัจจุบัน โดยออกแบบนิทรรศการให้ใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วนซึมซับสิ่งตรงหน้า

ดังนั้น bit.studio gallery เปรียบเสมือนสนามทดลองที่เปิดโอกาสให้ความคิดนอกกรอบโลดแล่นผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะ โดยจะสับเปลี่ยนชิ้นงานที่จัดแสดงในทุกเดือน เพื่อให้ผู้ชมค้นพบมุมมองใหม่ๆ อยู่เสมอ

ปัจจุบันมีห้องจัดแสดงนิทรรศการทั้งหมด 4 ห้อง

bit.studio gallery

bit.studio gallery

bit.studio gallery

FLOCK OF

ฝูงปลาเวียนว่ายอยู่บนอากาศ บางตัวว่ายอยู่โดดเดี่ยว บางตัวว่ายวนเป็นกลุ่ม แต่สุดท้ายพวกมันจะวนเวียนหากันจนเจอเสมอ ทำให้เราสงสัยว่าปลารู้พิกัดได้ยังไงกันนะ

นิทรรศการ FLOCK OF หรือในชื่อเต็มคือ Flock of Clouds, School of Fish นำเสนอเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับจินตนาการเลือนรางจนกลืนเป็นเนื้อเดียว โดยจัดแสดงภาพเหนือจริงของการกลายพันธุ์ จากฝูงปลาแหวกว่ายในน้ำสู่การโบยบินบนท้องฟ้าเวิ้งว้าง

สำหรับใครที่คุ้นตาฝูงปลา FLOCK OF ผลงานชิ้นนี้เคยจัดแสดงที่ True Digital Park มาก่อน รวมถึงจัดแสดงมาแล้วกว่า 11 ประเทศทั่วโลก

เบื้องหลังฝูงปลาคือ Soft Robotics ใช้การออกแบบโครงสร้างภายนอกเป็นให้เป็นรูปปลา เพื่อลดความรู้สึกเข้าถึงยากแบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไป โดยที่เราเห็นพวกมันเวียนว่ายไปมา เกิดจากการควบคุมด้วยระบบสมองกลอิเล็กทรอนิกส์และเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง เพื่อจำลองพฤติกรรมเวียนว่ายตามรูปแบบธรรมชาติของฝูงปลา ทำให้ฝูงปลาสามารถรับรู้ตำแหน่งของเพื่อนตัวอื่นๆ ในกลุ่มได้

bit.studio gallery

หากเราพยายามรบกวนฝูงปลา โดยการเดินบังหรือเกิดมีลมพัดผ่าน ฝูงปลาจะพยายามปรับทิศทางเพื่อว่ายกลับเข้ารวมกลุ่มอยู่เสมอ แต่ขอบอกก่อนว่างานนี้ห้ามจับปลาเด็ดขาด

ขณะที่เฝ้ามองฝูงปลาเวียนว่าย จังหวะชีวิตที่เคยเร่งรีบกลับค่อยๆ ช้าลงตามจังหวะเวียนว่าย ยิ่งเราทิ้งตัวนั่งมองภาพตรงหน้านานเท่าไหร่ เส้นแบ่งระหว่างเรากับชิ้นงานก็ยิ่งเลือนรางลง จนรู้สึกเหมือนตัวเรากลายร่างเป็นปลาอีกตัวที่กำลังแหวกว่ายท่ามกลางฝูงปลาลอยฟ้านี้ไปด้วยกัน

มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้หยุดพักเพื่อทำความเข้าใจในจังหวะของกันและกัน เรียนรู้เพื่อปรับทิศทาง ผ่อนคลาย และเคลื่อนไหวไปตามกระแสลมธรรมชาติ ตลอดจนท้ายที่สุด เพื่อให้เวียนว่ายและดำรงอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างกลมกลืน

bit.studio gallery

INPARA∦EL

พอเราปรากฏตัวในรูปแบบเงา เหล่าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่อาศัยอยู่ในจอนั้นก็ปรากฏตัวออกมาต้อนรับพร้อมขยับตัวเล่นสนุกวนรอบตัว ขณะเดียวกันเราก็สามารถกลายร่างเป็นสัตว์อะไรก็ได้ เพียงแค่ทำท่าทางภาษามือผ่านเงา

bit.studio gallery

เราลองขยับเขยื้อนร่างกายไปเรื่อยๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับจินตนาการ ทำท่าทางเลียนแบบสัตว์ตามความเข้าใจ แม้เราจะมองเห็นเส้นแบ่งโลกภายนอกกับภายในจอแบบชัดเจน แต่สิ่งมีชีวิตทั้งสองฝั่งกลับส่งอิทธิพลโต้ตอบกันราวกับอยู่ในโลกเดียวกัน

bit.studio gallery

ชวนให้เราย้อนกลับมามองความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันว่า ทุกท่วงท่า ทุกคำพูด หรือทุกการกระทำที่เราแสดงออกไป ล้วนส่งผลกระทบและสร้างแรงกระเพื่อมต่อผู้คน หรือกระทั่งพื้นที่รอบตัวเสมอ

bit.studio gallery

∼ ART GALLERY UNCURATED SERIES

สลัดภาพแกลเลอรีแบบเดิมทิ้งไป นี่คือแกลเลอรีตามฉบับของ bit.studio gallery โดยใช้กลไก เซนเซอร์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชัน มาปลุกภาพของงานศิลปะระดับโลกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในรูปแบบความหมายขยายกว้างใหญ่ยิ่งกว่าเดิม โดยเปิดโอกาสให้เรายื่นมือไปแตะ ไปเล่น ไปเปลี่ยนแปลงชิ้นงานตรงหน้า

ภายใน ∼ ART GALLERY จัดแสดงผลงาน 6 ชิ้น

UNTITLED 01

หยิบภาพวาด Madame Manet at the Piano จาก Édouard Manet ศิลปินชาวฝรั่งเศส มาให้ได้ร่วมสนุกมากขึ้น เราสามารถมีส่วนร่วมกับ Madame Manet โดยยืนอยู่หน้าเซนเซอร์ ทำท่าทางราวกับกำลังเล่นเปียโน เพื่อขับเคลื่อนท่วงทำนองเสียงดนตรีที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้บนภาพวาดให้กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง

UNTITLED 02

นี่คือโอกาสในการช่วย Paul Cézanne จัดวางภาพวาดผลไม้ใน Still Life with Apples and Pears ใหม่ ซึ่งเราสามารถขยับตัวเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งวัตถุในภาพได้ตามใจชอบ ถือเป็นการส่งมอบชีวิตใหม่ให้กับสิ่งไม่มีชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของศิลปะที่เพียงปรับเปลี่ยนมุมมองก็สามารถสร้างความหมายใหม่ๆ ได้เสมอ

bit.studio gallery

bit.studio gallery

UNTITLED 03

ภาพ Nighthawks ของ Edward Hopper ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดความโดดเดี่ยวของชีวิต ในภาพนี้เปิดพื้นที่ให้เราเข้าไปขยับแสงไฟ เพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศใน Nighthawks ให้มีชีวิตชีวาขึ้นไปตามเข็มนาฬิกา แสงแต่ละช่วงเวลาก็เปลี่ยนความรู้สึกแตกต่างออกไป ชวนให้เราคิดต่อเล่นๆ ว่า ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนโดดเดี่ยว เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ความเหงาในใจของเราจะค่อยๆ จางลง แล้วแทนที่ด้วยความรู้สึกอย่างอื่นบ้างไหม

bit.studio gallery

UNTITLED 04

นกเกาะกลุ่มอยู่บนสายไฟริมถนนเป็นภาพคุ้นชินตา แต่ในชิ้นงานนี้หยิบความธรรมดาของสายไฟมาสร้างสรรค์ให้เป็นเส้นสายของดนตรี รอให้เรายื่นมือเข้าไปดีด แล้วเสียงดนตรีก็ดังกังวานขึ้น ที่น่ารักไปกว่านั้นคือ เหล่านกตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนสาย ก็พร้อมใจกันขยับเขยื้อนเนื้อตัว เริงระบำไปตามจังหวะมือของเราอย่างรู้ใจ

bit.studio gallery

UNTITLED 05

หยิบรูปปั้นวีนัส Vénus d’Arles มาจับวางอยู่ในตู้ปลา ความสนุกคือการหย่อนลูกบอลหลากสีเพื่อเป็นอาหารให้ปลา หากปลาตัวไหนกินลูกบอลสีไหนเข้าไป ตัวก็จะกลายเป็นสีนั้น เราสามารถผสมสีเพิ่มสีสันให้ตู้ปลาได้ แต่จะไม่สามารถบังคับให้ปลาแต่ละตัวกินลูกบอลสีนั้น งานนี้ทั้งได้ลุ้นสีของตัวปลา และได้สนุกกับการให้อาหารปลาในรูปแบบลูกบอล

bit.studio gallery

UNTITLED 06

การรูดม่านแต่ละครั้ง วิวทิวทัศน์ตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละแบบเสมอ ในผลงานชิ้นนี้ก็เช่นเดียวกัน จำลองสถานการณ์ให้เรารูดม่านเปิด-ปิด เพื่อชมภาพทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Scream ของ Edvard Munch แนะนำให้ลองรูดม่านไปจนถึงฉากสุดท้าย…

bit.studio gallery

***TAPE RETROTECH SERIES

ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่ข้อมูลกลายเป็นสิ่งนามธรรมไร้ตัวตน ทุกอย่างลอยอยู่ใน Cloud จนเราแทบไม่เคยรู้เลยว่า มีกลไกอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้ ห้องสุดท้ายพาเราย้อนเวลากลับไปในยุคแอนะล็อก เพื่อชวนตั้งคำถามกับข้อมูลรอบตัว ก่อนโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัล ข้อมูลในโลกนี้เคยมีรูปร่าง หน้าตา และจับต้องได้มาก่อน

Retrotech เป็นชุดผลงานที่หยิบเอาเทคโนโลยีในวันวานมาปัดฝุ่นและตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย

***TAPE เป็นชิ้นงานแรกในชุด Retrotech พาทุกคนดำดิ่งสู่ร่องรอยในอดีต ย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำอันหอมหวาน โดยดัดแปลงกระบวนการบันทึกข้อมูลลงบนเทปคาสเซ็ต มีรูปแบบการทำงานคือ ทันทีที่เราถ่ายภาพ ข้อมูลภาพจะถูกแปลงเป็นคลื่นเสียง แล้วถ่ายโอนลงบนแถบแม่เหล็กในรูปของสัญญาณแอนะล็อก ก่อนจะแสดงทั้งในรูปแบบภาพและเสียง ให้เห็นว่าข้อมูลชุดเดียวกันสามารถแสดงออกมาหลากรูปแบบ

bit.studio gallery

ภาพที่เราคุ้นชินในปัจจุบันคือภาพไฟล์ดิจิทัลคมชัด แต่ภาพที่เราได้รับกลับตรงข้าม มันแตกพร่า เลือนราง และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเวลา เราสามารถตกแต่งภาพได้ในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนที่มันจะพิมพ์ออกมาเป็นหน้าปกเทปคาสเซ็ตส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนมีอัลบัมเพลงเป็นของตัวเอง

bit.studio gallery

ในฐานะที่เราเป็นเด็กช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างยุคแอนะล็อกกับยุคดิจิทัล เติบโตมากับการมองภาพวัยเด็กผ่านกล้องฟิล์ม และปัจจุบันมีกล้องดิจิทัลกดชัตเตอร์ได้รูปสวยเป๊ะในวินาทีเดียว ตู้ ***TAPE เปรียบเสมือนตู้ Photobooth เวอร์ชันย้อนเวลา กระบวนการอาจไม่ได้รวดเร็วทันใจ แถมรูปที่ได้ก็พร่าเลือนราวกับติดนอยส์ แต่มันก็คือเสน่ห์ในอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน

bit.studio gallery

การได้ยืนลุ้นว่าเสียงรูปที่ถ่ายจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียงแบบไหน แล้วภาพของเราจะมีลักษณะเป็นอย่างไร กลับทำให้รู้สึกตื่นเต้น เทคโนโลยีแอนะล็อกไม่เคยล้าสมัย แต่มันกลับโรแมนติกสุดๆ เพราะภาพเราบนหน้าปกเทปกลายเป็นร่องรอยที่จับต้องได้จริง เป็นภาพแทนของใครสักคนที่รอคอยส่งมอบให้คนที่รัก

bit.studio gallery

เรานั่งขลุกอยู่ใน bit.studio gallery ร่วมกับช่างภาพ พลางแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศิลปะและเทคโนโลยี

จากเดิมที่เรามักคุ้นชินกับเทคโนโลยีในฐานะเครื่องมือคอยเร่งสปีดให้ชีวิตเราต้องวิ่งตามโลก ให้ทัน ต้องเร็ว และต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด จนบางครั้งเราเผลอละเลยความรู้สึกตรงหน้า bit.studio gallery กลับเลือกนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับศิลปะ เพื่อเป็นจุดพักสายตา เหนี่ยวรั้งให้จังหวะชีวิตของเราค่อยๆ ช้าลง

bit.studio gallery

bit.studio gallery

bit.studio gallery

บางครั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อเร่งให้ชีวิตเราต้องวิ่งตามโลกเสมอไป มันสามารถนำมาขยายมุมมองใหม่ๆ ช่วยเปลี่ยนเรื่องน่าปวดหัวให้กลายเป็นรอยยิ้ม ตลอดจนทำให้เราได้หยุดใช้เวลา เพื่อซึมซับความสุขตรงหน้าไปกับคนรอบข้าง

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 12 กรกฎาคม 2569

bit.studio gallery

bit.studio gallery

bit.studio gallery

bit.studio gallery
ที่อยู่ : Slowcombo สามย่าน ชั้น 3, เลขที่ 126 ซ.จุฬาลงกรณ์ 50 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เปิดวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 14.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม
บัตรผู้ใหญ่ ราคาปกติ 450 บาท ลดราคาเหลือ 300 บาท สำหรับซื้อในเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น
บัตรนักเรียน/นักศึกษา ราคา 200 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรี แต่ต้องมีผู้ปกครองดูแล
จองบัตรได้ที่ : https://ticket.bit.studio/
Facebook : https://www.facebook.com/thebitstudio/?locale=th_TH
Instagram : https://www.instagram.com/thebitstudio/