Brick to Peace
ท่องอาณาจักรเลโก้ใน ‘Qbrick Museum พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว’ ไปต่อเลโก้ฮีลใจ เติมไฟจินตนาการกัน
- ชวนมาปลุกความเด็กในตัวไปกับ Qbrick Museum อาณาจักรเลโก้จิ๋วที่หาดใหญ่ ที่นี่จัดแสดงนิทรรศการเจ้าตัวต่อจิ๋วไว้ให้ดูอย่างใกล้ชิด ใครมีเวลาจะมาลองนั่งต่อเลโก้ก็ได้นะ แต่ก่อนอื่นไปรู้จักกับ อิกคิว – สิทธิกร ปรีชาวุฒิเดช เจ้าของกันก่อนดีกว่า

Unbox Your Inner Child
Qbrick Museum เกิดจากความตั้งใจของจิตแพทย์ อิกคิว – สิทธิกร ปรีชาวุฒิเดช โดยนำความชื่นชอบจากการต่อเลโก้ในวัยเด็กกับวัยทำงานมาต่อยอดจนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว ทำให้ทุกคนเข้าถึงเลโก้ได้ในราคาย่อมเยา เพื่อส่งต่อความสนุกผ่านการลงมือเล่น มีให้เลือกทั้งแบบต่อตามกล่องหรือต่ออิสระตามจินตนาการ


พิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก เดินเข้ามาจะพบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับรูปทรง Brick 2×4 ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่จำลองก่อนเข้าสู่อาณาจักรเลโก้ ในโซนแรกจะเห็นกระจกเงาสะท้อนบริเวณพื้นที่ต้อนรับกว้างขวาง เสมือนเป็นประตูเปิดสู่โลกกว้างในคูหาเล็กๆ และมีโซนนิทรรศการจัดแสดงผลงานตัวต่อจิ๋วจากฝีมือของอิกคิวตลอดระยะเวลา 6 ปี โดยจะค่อยๆ หมุนเวียนเปลี่ยนทุก 2 เดือน ใครมาบ่อยก็อยากให้ลองสังเกตดูนะ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ส่วนผลงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ต้องมาชมให้เห็นด้วยตาตัวเอง กับผลงานโมเดลวัดพระแก้วสุดจึ้งจากเลโก้แท้ การันตีความปังจากรางวัล Best of Building & Best of Show ในงาน Thailand Brickfest ประจำปี 2025



ถัดมาคือโซนโซฟารูปครึ่งวงกลมสำหรับนั่งต่อเลโก้ ทำกิจกรรมฮีลใจร่วมกับครอบครัว เราสามารถเลือกต่อตามแบบกล่องได้เลย มีเล่มเมนูให้เลือกกว่า 40 ชุด 60 รูปแบบ พื้นที่ตรงนี้ปล่อยให้เด็กได้เล่นสนุกตามวัย แถมยังช่วยฝึกสมาธิ ความพยายาม และความอดทนด้วยนะ แน่นอนว่ายินดีต้อนรับเหล่าผู้ใหญ่หัวใจเด็กด้วยเช่นกัน



เดินเข้าไปอีกนิดคือโซนสำหรับปลดปล่อยความเป็นเด็กแบบเต็มที่ ให้อิสระทุกท่วงท่าในการเล่น สร้างพื้นที่มาเพื่อเน้นเล่นให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย ไม่จำเป็นต้องมานั่งต่อเลโก้ก็ได้นะ แค่ได้มาบังคับรถไฟบนรางใหญ่ก็ฟินสุดๆ สำหรับโซนสุดท้ายคือพื้นที่นั่งเล่นอิสระ เปิดโอกาสให้หยิบจับเลโก้มาแต่งแต้มตามจินตนาการ ต่อเติมเป็นรูปร่างอิสระในแบบที่ชื่นชอบ มีหลากสีให้เลือกสรร หยิบได้ไม่อั้น แถมไม่จำกัดเวลาด้วยนะ

Qbrick Museum ตั้งใจสร้างพื้นที่เพื่อโอบรับเหล่าคนรักเลโก้ ผู้ชื่นชอบตัวต่อ หรือกระทั่งคนที่กำลังค้นหาความชื่นชอบ ก็สามารถมาค้นหาตัวตนผ่านการเล่นต่อเลโก้ได้เลย ซึ่งตัวเลโก้ทุกชิ้นสามารถรื้อออกมาประกอบใหม่ได้เสมอ ไม่ต่างจากหัวใจของผู้ใหญ่บางคนอาจมีเหนื่อยล้าหรือแตกสลายระหว่างเติบโต แต่หลังได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ค่อยๆ ต่อเลโก้ตามรูปแบบที่ชื่นชอบ ไม่กดดัน ไม่เร่งรีบ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว สิ่งที่ค้นพบระหว่างต่อเลโก้อาจเป็นความสงบทางใจ ทำให้เรายิ้มได้ก่อนออกไปสู่โลกความเป็นจริง


Small Bricks, Big Dreams
ถอดรหัสเบื้องหลังผลงานวัดพระแก้ว อิกคิวเล่าเบื้องหลังกระบวนการสร้างสรรค์ให้เราฟัง เริ่มตั้งแต่การศึกษาแบบแปลนจริงผ่านภาพถ่ายและเอกสารทางประวัติศาสตร์ นำมาลงรายละเอียดบนกระดาษกราฟ เพื่อคำนวณแกน X และ Y ให้สอดรับกับสัดส่วนตัวต่อเลโก้แท้


“ความยากของวัดพระแก้วไม่ใช่การต่อ แต่คือการตามหาชิ้นส่วนสีส้มอิฐให้ใกล้เคียงกับของจริงที่สุด” อิกคิวหัวเราะพลางยิ้มระหว่างเล่าเส้นทางการตามหาชิ้นส่วนจากทั่วทุกหนแห่งนานหลายเดือน เพื่อให้ได้เฉดสีสะท้อนถึงความวิจิตรของวัดคู่บ้านคู่เมืองไทย
ชิ้นนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าความฝันของใครจะยิ่งใหญ่หรือซับซ้อนแค่ไหน สามารถเริ่มต้นสร้างได้จากสองมือเล็กๆ ของเรานั่นเอง




ก้าวต่อไปของอิกคิวคือการสร้าง Soft Power ของดีของดัง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยหยิบยกอัตลักษณ์ประจำจังหวัดมาถ่ายทอดผ่านตัวต่อเลโก้แท้ เพื่อนำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวไทยและต่างชาติ ประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่า ความวิจิตรของไทยสง่างามเสมอ แม้จะถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในสเกลเล็กๆ ก็ตาม



ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ของดีของดัง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ผ่านการหยิบตัวต่อเลโก้ในพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาสร้างสรรค์ตามธีมประจำจังหวัดในช่วงเดือนนั้นๆ ซึ่งอิกคิวตั้งเป้าหมายคอลเลกชันนี้จะใช้ระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องประมาณ 6 ปีครึ่ง (เฉลี่ยเดือนละ 1 จังหวัด) เราแอบเห็นเลโก้ของดีของดังประจำจังหวัดนราธิวาสกับยะลามาแล้ว ทั้งน่ารักและเสมือนจริงมากๆ





อิกคิวร่วมแบ่งปันความฝันกับเรา ภาพความฝันของเขาวางไว้เป็นระบบ เห็นภาพได้ชัด สามารถต่อยอดได้จริง โดยในแต่ละปีเขาตั้งใจรังสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซสถาปัตยกรรมไทย 14 ชุด ออกมาปีละ 1-2 ชิ้น เพื่อนำไปจัดแสดงที่กรุงเทพฯ โดยวางแผนไว้ในปลายปี 2030 อยากนำผลงานมาสเตอร์พีซเหล่านี้ไปอวดโฉมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก ที่ห้องโถงใจกลางสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อประกาศศักดาความงดงามของไทยผ่านตัวต่อเลโก้ในเชิงสร้างสรรค์



ถ้ามองให้ไกลไปกว่านั้น อิกคิวก็อยากให้มี LEGOLAND ในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้เขาก็พยายามพัฒนา Qbrick Museum ผลักดันให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์สำหรับคนทุกเพศทุกวัย เพื่อเป็นหมุดหมายคอยดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศ ให้มาสัมผัสแก่นแท้และคุณค่าที่แท้จริงของเลโก้ รวมถึงตามหาผู้ร่วมอุดมการณ์นี้เพื่อก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน



ถ้าวันนี้กำลังรู้สึกเหนื่อยล้า อยากมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ลองแวะมานั่งเล่นที่ Qbrick Museum ปล่อยให้มือทั้งสองข้างสัมผัสชิ้นส่วนเลโก้ ต่อเติมจินตนาการในหัว ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปแบบที่เราชื่นชอบ แล้วความฝันที่เราเคยพับเก็บไว้อาจจะค่อยๆ คลี่คลายและผลิบานขึ้นมาใหม่อีกครั้ง



มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ค้นหาความฝัน และค้นพบความคิดสร้างสรรค์ กลับไปเยียวยาหัวใจให้กลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งกันเถอะ
ขอบคุณภาพ : พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว Qbrick Museum
Qbrick Museum
ที่อยู่ : 237 ถนนคลองเรียน 1 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
เปิดวันพุธ-วันศุกร์ เวลา 13.00 – 20.00 น.
ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
ราคาค่าเข้า : เด็ก 80 บาท/คน, ผู้ใหญ่ 90 บาท/คน
Facebook : https://www.facebook.com/QbrickMuseum/
Instagram : https://www.instagram.com/qbrickmuseum/
โทร. 088 840 9922