About
RESOUND

dot.b

บันทึกความรู้สึกและหนังสือเล่มโปรดของ ‘โก้-ธีระพล’ กับปีที่ 4 ของ dot.b ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวในเมืองเก่าสงขลา

Date 07-08-2026 Views 160
Read At ONCE
  • คุยกับ ‘โก้-ธีระพล วานิชชัง’ ย้อนมองจุดตั้งต้นและบันทึกความรู้สึกในปีที่ 4 ของ ‘dot.b’ ร้านหนังสือแห่งเดียวในเมืองเก่าสงขลา ร้านหนังสืออิสระที่เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนและเป็นอาชีพในฝันของโก้

dot.b ร้านหนังสือหนึ่งเดียวในย่านเมืองเก่าสงขลาที่บางคนแวะเข้าไปเพื่อเติมเจ้าเหมียว บ้างก็อัปเดตหนังสือใหม่ในช่วงนั้น บ้างก็เข้าไปนั่งทำงานหรือรอเพื่อนท่ามกลางกลิ่นอายของหนังสือ หรือบางคนก็มีนัดไปทำเวิร์กช็อปที่ชั้น 2 ของร้าน

‘โก้-ธีระพล วานิชชัง’ ไม่ค่อยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็น ‘ร้านหนังสือ’ เท่าไรนัก แต่เขานิยามที่นี่ว่าเป็น ‘พื้นที่’ หรือ ‘คอมมูนิตี’ ให้ผู้คนได้มาเจอกัน มาพูดคุย มาเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน หรือมาเชื่อมโยงถึงบางอย่างในใจของตนเองก็ย่อมได้ เพราะ dot.b คือไม่ใช่แค่ร้านขายหนังสือ แต่ยังเปิดให้ทุกคนได้มานั่งทำงาน นัดเจอเพื่อน มาเล่นกับแมว มาเติมกลิ่นอายหนังสือ หรือมาเข้าร่วมเวิร์กช็อปที่ชั้น 2 ก็ย่อมได้

ก่อนหน้านี้ dot.b เชื่อมต่อกับร้านกาแฟ dot ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีหนังสือฟรีให้อ่าน ขณะที่ dot.b ก็เป็นพื้นที่สำหรับขายหนังสือหลายประเภท แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตึกเองก็มีการเปลี่ยนผ่านเจ้าของ โก้จึงได้นำความเป็นร้านกาแฟของ dot มารวมเป็นพื้นที่เดียวกันกับ dot.b ในฝั่งถนนนครใน ปีที่ 4 ของ dot.b จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเข้ามาพักใจหรือใช้สอยพื้นที่ท่ามกลางหนังสือกันได้ เหมือนเดินแวะเวียนไปฮีลใจที่บ้านเพื่อน

บทความนี้จึงเป็นบทสนทนาสบายๆ กับโก้ที่อยากบันทึกความรู้สึกของการสร้างขึ้นและอยู่ร่วมกับ dot.b เข้าปีที่ 4 แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเราได้อัปเดตลิสต์หนังสือที่โก้ชอบและอยากแนะนำให้ทุกคนได้แวะเข้าไปอ่านในช่วงนี้กันด้วย ใครที่กำลังคิดถึงร้านหนังสือที่เป็นแสงไฟดวงน้อยๆ ดวงเดียวในยามค่ำคืนบนถนนสงขลา อาจคลายความคิดถึงนั้นได้จากบทความนี้

dot.b

ปีที่ 4 กับร้านหนังสือ 2 ชั้นครึ่ง

เมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองที่คึกคักทุกเดือน มีมาร์เก็ตและกิจกรรมจัดอยู่บ่อยๆ นี่คือสิ่งที่คนสงขลาสัก 2-3 คนบอกกับ ONCE และเราก็เห็นด้วยตามนั้น เพราะถนนนครในซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน dot.b มีรถราสัญจรอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินเข้าออกร้านรวงต่างๆ ตลอดถนนนครใน รวมถึงร้านหนังสือหนึ่งเดียวในเมืองเก่าสงขลาเองก็ฮอตไม่แพ้ร้านไหนเลย

dot.b

“ปีนี้เข้าปีที่ 4 แล้ว สิ่งที่อยากทำส่วนใหญ่ก็บรรลุหมดแล้วนะ” เป้าหมายที่โก้ตั้งใจอยากให้ dot.b เป็นตั้งแต่แรกเริ่มคือการสร้าง ‘พื้นที่’ ให้ผู้คนได้เข้ามาใช้งานเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงและใกล้ชิดกับการอ่านมากขึ้น ที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่ร้านหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมตั้งแต่เวิร์กช็อปเกี่ยวกับหนังสือและการเขียน เป็นพื้นที่นั่งทำงาน เป็นพื้นที่นั่งพักใจจิบกาแฟและเติมน้องเหมียว หรือจะพกหนังสือของตนเองเข้ามาอ่านด้วยก็ได้ แต่หนังสือในร้านเองก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อแล้วเอามานั่งอ่านได้เช่นเดียวกัน

dot.b

ก่อนหน้านี้ร้าน dot.b ขยับขยายมาจากการที่โก้เคยทำร้านกาแฟที่ชื่อ dot มาก่อน แต่หลังจากที่ ‘ร้านหนังสือเล็กๆ’ ของเอ๋-อริยา ไพฑูรย์ ปิดตัวและโยกย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ โก้จึงตัดสินใจเติมแพสชันของตนเองด้วยการต่อยอดร้านหนังสือ ในช่วงแรกร้านกาแฟ dot และร้านหนังสือ dot.b เป็นร้านที่เดินทะลุตึกหากันได้ เพราะตึกเก่าในเมืองสงขลาส่วนใหญ่เป็นตึกจีนที่ตัวบ้านทะลุทั้งสองฝั่งถนนนครในและนครนอกได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้เกิดการเปลี่ยนผ่านผู้ดูแลตึกนี้ โก้จึงยกร้านกาแฟ dot มารวมอยู่ในที่เดียวกันกับร้านหนังสือ dot.b อยู่ในตึกฝั่งถนนนครในแทน และนี่คืออีกการเปลี่ยนแปลงในปีที่ 4 ของร้าน dot.b

dot.b

“คนที่ชอบอ่านหนังสือหลายคนคงมีความฝันคล้ายๆ กัน เรามักอยากเปิดร้านหนังสือ ซึ่งร้านหนังสือเล็กๆ ของพี่เอ๋ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผมมาเปิดร้านนี้เหมือนกัน ก่อนจะเปิดร้านกาแฟ dot ผมเคยดูแลร้านหนังสือเล็กๆ เพราะพี่เอ๋เคยฝากให้ช่วยดูแล อย่างที่คนเคยพูดว่า บางทีคุณเป็นคนชอบกินกาแฟ แต่อาจจะไม่ใช่ชอบทำร้านกาแฟ แต่อย่างผมชอบหนังสือ และได้ลองดูแลร้านหนังสือแล้วก็ค้นพบว่า ผมยังคงชอบการทำร้านหนังสือและเป็นผู้เฝ้ามองคนที่เข้ามาดูหนังสืออยู่”

dot.b

และด้วยความน่ารักของ เอ๋-อริยา ที่ได้ส่งต่อหนังสือส่วนหนึ่งมาสนับสนุนการเปิดร้านของโก้ การมาถึงของ dot.b สำหรับโก้จึงไม่มีความลังเล แต่กลับเต็มไปด้วยแพสชันที่จนถึง ณ วันนี้โก้ก็ยังอยากประคับประคองให้ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของเมืองสงขลายังอยู่กับเมืองและผู้คนต่อไปได้ตามกำลังที่เขามี

“ความจริงที่ได้รู้หลังจากทำร้านหนังสือมา 4 ปีคงเป็นเรื่องแพสชันนั่นแหละครับ เพราะแพสชันคือสิ่งที่ทำให้ผมได้ลองทำ เพราะถ้าไม่กล้าลองทำก็จะไม่รู้เลยว่า การทำร้านหนังสือมันเป็นยังไง หรือใครที่กำลังลังเลที่จะลอง ก็อยากสนับสนุนให้ลองเลยเมื่อมีโอกาส ลองแบบเล็กๆ หรือปลอดภัยก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องเปิดร้านใหญ่มาก คุณจะได้รู้ว่าคุณชอบมันหรือเปล่า”

dot.b

หากมองร้านหนังสืออิสระในเชิงธุรกิจ โก้ก็มองว่า อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์หรือคุ้มค่าสำหรับคนที่เน้นในเรื่องกำไรนัก แต่สำหรับโก้ที่รับรู้ในข้อนี้ดีอยู่ก่อนแล้ว การเปิดร้าน dot.b จึงเป็นทั้ง Dream Job และอาจเป็น Nightmare ได้ในเวลาเดียวกัน

“มันอาจจะเป็น Nightmare ในแง่ธุรกิจ แต่เป็น Dream Job สำหรับผมแล้วแหละ เพราะความสุขของผมคือการได้ทำร้านกาแฟควบไปกับร้านหนังสือ มีหลายอย่างอยู่ที่นี่ มีพื้นที่ให้ผู้คนมาใช้ มาเจอกัน และมาอ่านหนังสือได้ คงเป็นสิ่งที่ต้องแลกนั่นแหละ ระหว่างความมั่นคงในเชิงธุรกิจกับความสุขของเรา”

dot.b

ความสุขของโก้ก็เกิดขึ้นง่ายเช่นกัน เพียง 2 ใน 10 คนที่เดินเข้ามาที่ร้านได้ซื้อหนังสือกลับบ้านก็ไม่ได้แย่นัก เพราะอีก 8 คนอาจจะกลับมาเป็นลูกค้าของโก้ในอนาคต แต่ที่แน่ๆ ทั้ง 10 คนนี้ได้เข้ามาใช้เวลา ได้ใช้พื้นที่และได้สัมผัสหนังสือจริงๆ ผ่านฝ่ามือของพวกเขาเอง นั่นก็บรรลุความตั้งใจเบื้องต้นสำหรับโก้แล้ว

“ผมเชื่อในร้านหนังสือ เพราะเสน่ห์ของร้านหนังสือคือการที่คนได้มาเห็นและได้จับหนังสือ แม้ตั้งใจจะมาซื้อเล่ม A แต่คุณอาจจะได้เล่ม B กลับไปแทนก็ได้ นี่คือเสน่ห์ที่การซื้อหนังสือออนไลน์ทำไม่ได้”

dot.b

เจ้าของ-ร้าน-หนังสือ

โก้อ่านหนังสือมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ONCE ถาม

“แม่บอกว่า ผมชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กเลยนะ น่าจะประมาณประถมฯ ได้ แม่บอกผมชอบอ่านพวกป้าย หนังสือพิมพ์ และหนังสือที่บ้าน เพราะที่บ้านมีหนังสือเยอะ จนถึงตอนนี้หนังสือพวกนั้นก็เป็นไปตามกาลเวลา ปลวกกินบ้าง น้ำท่วมก็หลายรอบ บางเล่มก็ยังอยู่ดี”

และคงเป็นอย่างที่โก้ตอบเราในตอนแรก คนที่ชอบอ่านหนังสือมักจะอยากมีร้านหนังสืออิสระหรือห้องสมุดเป็นของตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้ว dot.b ก็ตั้งต้นมาจากความอยากที่จะเปิดห้องสมุดเหมือนกัน “ผมแค่อยากแชร์” นั่นคือเหตุผลที่โก้บอกกับเราว่า ทำไมถึงทำร้านหนังสืออิสระที่ให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุด

dot.b

dot.b

dot.b

ONCE เลยลองแกล้งถามขำๆ กับโก้ดูว่า แล้วถ้าโก้จะเปิดห้องสมุดเข้าจริงๆ โก้คิดว่า ตัวเขาเองมีหนังสือเยอะมากพอที่จะสร้างห้องสมุดเลยไหม

“ค่อนข้างมั่นใจว่าเยอะนะ” โก้หัวเราะพร้อมกับชี้ไปยังชั้นหนังสือในร้าน “ก็คงวางบนชั้นนั้นทั้งหมดได้เต็ม แถมยังมีหนังสือที่อยู่ในลังที่ยังไม่ได้เติมด้วย ไม่รวมการ์ตูนที่ผมอ่านอยู่ด้วย แล้วก็ไม่รวมในส่วนที่โดนน้ำท่วมหาดใหญ่ด้วย”

ว่าแล้วก็ขออัปเดตรสนิยมการอ่านของโก้หน่อยว่า ช่วงนี้เขากำลังชื่นชอบหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษ และคำตอบของโก้ก็เหนือความคาดหมายของเราเล็กน้อย ไม่เชิงว่าสงสัยในรสนิยมการอ่านของเขา เพียงแต่ตกใจเล็กน้อยที่ผู้เขียนก็ชื่นชอบเรื่องเดียวกันกับที่โก้เลือกอ่าน

dot.b

“ช่วงนี้กำลังอ่านการ์ตูนเรื่อง Blue Giant ครับ เพราะพื้นฐานผมชอบเพลงแจ๊ซอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับดนตรีไม่กี่เรื่องที่วาดภาพออกมาแล้วมีเสียง แบบที่ว่าไม่มีตัวอักษรแต่คนอ่านรู้เลยว่าดนตรีมันดีมากแน่ๆ”

ใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วอยากแวะไปยืนอ่าน Blue Giant ที่ร้าน dot.b เกรงว่าทุกคนอาจจะไปเสียเที่ยวอยู่นิดหนึ่ง เพราะที่ dot.b มีหนังสือการ์ตูนอยู่น้อยนิด แต่เรามีลิสต์หนังสือที่ถ้าใครไม่รู้ว่าจะเริ่มจากการลองอ่านหนังสือเล่มไหน หรือไม่มีหนังสือที่อยากซื้ออยู่ในใจ แต่แค่อยากมายืนอ่านหนังสือเอาบรรยากาศที่ร้าน โก้ได้เลือกมาให้ทุกคนแล้ว 3 เล่ม

dot.b

01 ยักษ์ เขียนโดย อิมามุระ อายะ
สืบสวนสอบสวนญี่ปุ่นที่โก้มักแนะนำหลายคนบ่อยๆ โดยเฉพาะใครที่เป็นสายอ่านสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว และอยากจะชิมรสชาติใหม่ๆ ของสืบสวนสอบสวนดูบ้าง ยักษ์คงถูกปากนักสืบหลังหน้าหนังสือแน่ๆ “เล่มนี้มันมีมุกใหม่ๆ ให้เรารู้สึกตกใจ รู้สึกประทับใจนะ เพราะอย่างบางเล่มเราอ่านแล้วก็ลืม แต่เล่มนี้เราจำรายละเอียดของมันได้แม่นเลย เรียกว่าอ่านแล้วจะลืมไม่ลงนะ”

dot.b

02 ชุดหนังสือเด็กที่เขียนโดย จอน คลาสเซน
เต่าสองตัวกับหมวกหนึ่งใบ, หมวกใบเล็กของเจ้าปลายักษ์ และ เห็นหมวกของฉันไหม คือชุดหนังสือเด็กที่เขียนโดย จอน คลาสเซน หนังสือภาพสำหรับเด็กที่มีความกวนแบบครีเอทีฟ ถ้าเด็กได้อ่านก็จะสนุกอีกแบบ ส่วนถ้าผู้ใหญ่ได้อ่านก็จะรู้สึกว่า ‘คิดได้ไง’ แม้จะเป็นหนังสือภาพเด็ก แต่ผู้ใหญ่อ่านแล้วก็สนุกได้เหมือนกัน

dot.b

03 การ์ตูนที่รัก เขียนโดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
หนังสือชุดที่เกิดจากการรวบรวมคอลัมน์และบทความวิจารณ์ภาพยนตร์การ์ตูนและแอนิเมชันโดย ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ที่แบ่งหนังสือแต่ละเล่มออกเป็นหัวข้อ เช่น เล่มแรกจะพูดถึง Parenting หรือการเลี้ยงลูกในแบบต่างๆ ที่เห็นได้ในอนิเมชัน หรือเล่มที่สองที่พูดถึง Politics หรือการเมืองที่ซ่อนอยู่ในแอนิเมชันและหนังสือการ์ตูน นี่จึงเป็นหนังสือที่อยากชวนทุกคนมารู้จักและลึกซึ้งกับการอ่าน-การดูการ์ตูนให้มากกว่าเดิม เพราะการ์ตูนไม่ใช่สิ่งที่ไร้สาระเสมอไป “หนังสือชุดนี้เปิดมุมมองใหม่เลย เพราะการ์ตูนมีความหมายมากกว่าการเป็นแค่ภาพเคลื่อนไหวจริงๆ”

dot.b

dot.b

นอกจากหนังสือ 3 ชุดนี้ ก็ยังมีหนังสือประเภทปรัชญา non-fiction แนวความรัก หนังสือแปล และหนังสือต่างประเทศอีกหลายหมวดหมู่ให้ทุกคนได้มาลองหยิบอ่านกันตามสบายใจ ที่นี่นั่งให้พักใจ และมีกาแฟรอเสิร์ฟพร้อมกับน้องเหมียวอีก 2 ตัวรอต้อนรับทุกวัน

dot.b

แสงไฟยามเที่ยงคืนแห่งเดียวในเมืองสงขลา

ท่ามกลางความเงียบเหงาหลังพระอาทิตย์ตกของย่านเมืองเก่าสงขลา dot.b คือไฟเล็กๆ ที่ส่องสว่างจนถึงเที่ยงคืน กลายเป็นจุดพักใจอันปลอดภัยที่ไม่ใช่แค่กับผู้มาเยือนและนักอ่าน แต่ยังเป็นอีกเซฟโซนของโก้เองด้วย

“เป้าหมายในตอนนี้ผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าการที่ร้านยังคงอยู่ได้ เพราะนี่คือชีวิตที่ผมต้องการแล้ว นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านจนเข้าปีที่ 4 ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม ยังคงดีใจเหมือนเดิมที่มีคนเดินเข้ามาที่นี่ ให้คนได้มีพื้นที่เชื่อมโยงถึงอะไรบางอย่างหรือเชื่อมต่อหากันและกันได้ ผมเลยไม่ค่อยเรียก dot.b ว่าเป็นร้าน แต่ผมเรียกว่าเป็นพื้นที่หรือคอมมูนิตีมากกว่า”

dot.b

dot.b

นอกจากจะจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปที่บริเวณชั้น 2 ของร้านได้แล้ว หากใครอยากฝากติดป้ายประชาสัมพันธ์อะไรที่หน้าร้านก็สามารถพูดคุยกับโก้ได้เลย หรือแม้กระทั่งใครที่อยากจัดงานสร้างสรรค์เล็กๆ ของตัวเองแต่มีงบน้อย หรือยังไม่มีกำลังที่จะจ่ายค่าสถานที่ ทาง dot.b ก็ยินดีให้ยืมใช้สอยพื้นที่ เพราะโก้ถือว่าการที่มีผู้คนเข้ามาแวะเวียนและเข้าถึงพื้นที่แห่งนี้ ย่อมบรรลุเป้าหมายพื้นฐานของการเปิดพื้นที่แห่งนี้สำหรับโก้แล้ว

dot.b

ไหนๆ การมาคุยกับโก้ในครั้งนี้ ONCE ก็ตั้งใจมาเพื่อบันทึกความรู้สึกของโก้ในโอกาสเข้าปีที่ 4 ของ dot.b แล้ว เราเลยถามทิ้งท้ายฝากไว้กับโก้ว่า ตัวเขาในวันนี้อยากบอกอะไรกับโก้ในวันแรกที่เริ่มเปิดร้าน dot.b ไหม

“อาจไม่ได้อยากบอกอะไรเป็นพิเศษ เพราะผมอยากทำสิ่งนี้อยู่แล้ว อาจจะแค่พูดกับตัวเองในวันนั้นว่า ทำไปเถอะ เพราะพอนึกย้อนไปถึงวันนั้นแล้ว ทำให้คิดถึงเรื่องหนึ่งที่ผมมักจะเล่าหลายคนอยู่บ่อยๆ นั่นคือเรื่องที่พี่เอ๋จะไปต่างจังหวัด เลยฝากให้ผมดูแลร้านให้อาทิตย์หนึ่ง พี่เอ๋ยื่นกุญแจให้เลย ผมก็ตื่นเต้น แล้วก็จดจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดีเลย ความรู้สึกของการตื่นเช้ามาเปิดร้านหนังสือ มานั่งเฝ้าร้าน มาเช็กหนังสือ มันคือความรู้สึกที่ได้สวมบทบาทเป็นเจ้าของร้านหนังสือครั้งแรก เป็นความรู้สึกที่มันตอบเลยว่า สิ่งนี้แหละ มันใช่เลย”

dot.b

dot.b

“สุดท้ายก็จะไปบรรจบกับคำตอบที่ว่านี่คือ Dream Job ของผมนั่นแหละ ต่อให้วันไหนผมไม่เปิดร้าน หนังสือ ผมก็ยังไปนั่งร้านกาแฟหรือเข้าร้านหนังสืออยู่ดี เพราะผมมีแพสชันกับสิ่งนี้ แต่ถ้ามีแพสชันแล้วไม่เคยลองก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า คุณจะอยู่กับมันได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าชอบก็อยากให้ลองลงมือทำจริงๆ แล้วจะได้ค้นพบคำตอบในตัวเองเองแหละครับ”

dot.b

dot.b
เปิดทำการทุกวัน เวลา 13.00 – 00.00 น.
115 ถนนนครใน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา