CRAFTYARD

dash.
กระเป๋าแบรนด์ไทยผู้คว้าหัวใจดีไซน์อิตาลี

เรื่อง Nid Peacock ภาพ สุนันท์ ล้อสมทรัพย์ Date 23-07-2021 | View 1.5k
Being-
there
Det-
our
Be my-
guest
FLA-
VOR
Res-
ound
Reth
-ink
Insig
-hts
Tre-
nds
Busi-
ness
Insi-
ders
Bal-
ance
Craft
-yard
Read At ONCE
  • แบรนด์ dash. สินค้าที่อาสามาช่วยทำให้ชีวิตประจำวันคุณง่ายและสะดวกขึ้น ด้วยการลดทอนความยุ่งยากซับซ้อนต่างๆ
  • เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ สินค้าจึงออกแนวมินิมัล แต่เต็มไปด้วยฟังก์ชันเวิร์กๆ ในการใช้งาน
  • การันตีความเจ๋งของดีไซน์ด้วยสองรางวัลจากเวที A’Design Award ปี 2021 จากประเทศอิตาลี ที่เชื่อถือได้ในมาตรฐานการตัดสิน เพราะคณะกรรมการมาจากเหล่าดีไซเนอร์กว่า 200 ท่านจากทั่วโลก

D 16

หากคุณอยู่ในแวดวงงานดีไซน์แล้วล่ะก็ ย่อมรู้จักการประกวดงานออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง A’Design Award อยู่บ้าง แต่ถึงไม่ใช่คนวงใน จากข้อมูลบอกไว้ว่า นี่คือเวทีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนางานออกแบบทุกแขนงทั่วโลก

ในปี 2021 นี้ มีผลงานเข้าร่วมประกวดมากถึง 35,237 ชิ้น จากกว่า 180 ประเทศในทุกมุมโลก

แล้วก็เป็นที่น่ายินดีและน่าภูมิใจมาก เมื่อคณะกรรมการ 212 ท่านที่เป็นดีไซเนอร์จากนานาประเทศได้ตัดสินให้กระเป๋าสัญชาติไทยแบรนด์ dash. ทั้งสองรุ่นที่ส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลทั้งคู่

อย่างนี้เห็นทีต้องไปรู้จัก dash. กันสักหน่อยล่ะ

D 14

D 15

dash. ที่ใช่และกลายเป็นตัวเลือก

“เคยเข้า Netflix แล้วเลือกไม่ถูกว่าจะดูอะไรไหมครับ”

คุณนนทน์ พงศ์ไพโรจน์ ซีอีโอหนุ่มและผู้ก่อตั้งแบรนด์ dash. ถามกลับมาหลังถูกถามถึงที่มาของแบรนด์ เราพยักหน้ารับแบบงงๆ ว่า ‘เกี่ยวกันยังไงหว่า’

เขายิ้มเบาๆ ก่อนอธิบายว่า “ผมแค่อยากชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการมีตัวเลือกเยอะก็ทำให้เราตัดสินใจไม่ได้และต้องใช้เวลานานขึ้น เหมือนคนเมืองยุคนี้ ชีวิตดูสะดวกสบายไปหมด แต่ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าเราต้องตัดสินใจตลอดเวลาในทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และเรื่องส่วนตัว ทำให้ชีวิตค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร เลยอยากทำสิ่งของที่ช่วยลดความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นในชีวิต”

ว่ากันตั้งแต่ชื่อและโลโก้แบรนด์เลย

“ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้ คือ เรียบง่าย (Simple) ใช้สะดวก (Practical) และเข้าถึงง่าย (Universal) จึงอยากหาชื่อที่สื่อสารคุณสมบัติเหล่านี้ออกไป เลยนึกถึงรหัสมอร์สที่มีลักษณะเป็นแค่ขีดกับจุด แต่ใช้เทียบเคียงเสียงอักษรได้ ซึ่งเรียบง่ายลงตัวอย่างที่เราตั้งใจ เลยใช้เป็นโลโก้ด้วย”

แต่ผู้ที่จะทำให้ไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้คือดีไซเนอร์

D 4

dash. กับใครและอย่างไร

คุณนนทน์อมยิ้มผายมือไปที่สาวร่างเล็ก ผมสั้น ผิวสีแทนที่นั่งร่วมการสนทนาแบบเว้นระยะห่างอยู่ด้วยกัน “ถ้าเป็นบริษัททั่วไป ดีไซเนอร์จะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการดีไซน์ตามความต้องการของลูกค้า แต่ความที่เราวางจุดยืนของแบรนด์ไว้ชัดเจน ทำให้ผมมองหาดีไซเนอร์ที่เข้ากับความเป็น dash. ซึ่งก็มาลงตัวที่กัส”

คุณกัส ณัฐธิดา เกตุจรัล บัณฑิตคณะศิลปกรรมศาสตร์จากรั้วแม่โดม เล่าว่า “พี่นนทน์บอกกัสว่า ไม่อยากให้คิดว่า dash. เป็นแบรนด์แฟชั่นอย่างเดียว แต่ให้คิดว่าเราจะออกแบบสิ่งของที่ช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนในชีวิตคน อันนี้คือคอนเซ็ปต์แบรนด์ที่ชัดเจน ซึ่งกัสต้องนำมาผสมกับคาแรกเตอร์ตัวเอง เป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายแต่ก็ท้าทายดี เพราะต้องตามหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนั้นให้ได้ กัสใช้การรีเสิร์ชว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร นำไปใช้อย่างไร แต่ในการออกแบบกัสจะใส่ทุกอย่างที่เราอยากทำออกมาก่อน แล้วผลการรีเสิร์ชจะค่อยๆ ลดทอนสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ออกไปเอง”

สีหน้าคนฟังที่กำลังทำความเข้าใจกับกระบวนการทำงานของดีไซเนอร์สาวคนเก่ง ทำให้ซีอีโอหนุ่มขอเข้ามาช่วยขยายความ “ผมให้โจทย์ตั้งต้นไป กัสใส่ไอเดียกลับมาเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่ทุกอย่างที่คิดแล้วจะเวิร์ก แต่สำหรับผม สิ่งที่แย่ที่สุดในการออกแบบคือไอเดียที่คนอื่นไม่เห็น ผมจึงเปิดใจกว้างกับความคิดสร้างสรรค์นั้น แล้วให้ทีมงานเราที่ไม่ได้ดูแลส่วนออกแบบช่วยคอมเมนต์ เพราะเขาเหมือนยืนอยู่ฝั่งผู้ใช้ วิธีนี้เป็นการซัพพอร์ตการทำงานซึ่งกันละกันที่ลงตัวดีครับ”

D 8

dash. จาก ‘ไอเดีย’ สู่ ‘กระเป๋า’

เมื่อทุกอย่างลงตัว สินค้าชิ้นแรกของ dash. คือกระเป๋า คุณนนทน์เล่าถึงความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกวัสดุ

“เราใช้หนังวัวแท้ฟอกด้วยสูตรเฉพาะสำหรับ dash. ที่พัฒนาสูตรพิเศษกับทางโรงฟอก เพื่อให้ได้ระดับความอ่อนนุ่มของหนังตรงใจเรา คือจับแล้วไม่กระด้างมือแต่ก็ไม่นุ่มเกินไปจนไม่เป็นทรง เพราะเราจะไม่ใช้วัสดุอื่นมาช่วยดามทรง เพราะอยากให้กระเป๋าเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ ยังพ่นเคลือบบนหนังอีก 3 ชั้น ด้วยสูตรน้ำยาเคลือบที่ยังคงให้ความโปร่งแสงและเห็นมิติของหนัง เพื่อคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของเครื่องหนัง แต่เคลือบไว้ คนใช้จะได้กล้าใช้มากกว่ากลัวเลอะ อ้อ แล้วยังกันน้ำได้ในระดับหนึ่งด้วย”

 

D 5

D 9

D 3

เดิมทีกระเป๋าของ dash. มีแค่ 2 สี คือสีดำกับสีน้ำตาล แต่เมื่อได้ดีไซเนอร์สาวมาเสริมทัพ เธอรีเควสต์ขอเพิ่มสีที่ 3 “กัสอยากให้สีกระเป๋าครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้ คือ มีทั้งสีเข้ม กลาง และสว่าง เลยลงตัวที่สีเทา…” คุณกัสยิ้มเมื่อเห็นเราขยับปากจะถาม “ทำไมไม่เป็นสีขาวใช่ไหมคะ คนส่วนใหญ่มักกังวลว่าสีขาวจะเลอะง่าย ดูแลรักษายาก เราเลยเลือกสีเทาที่เกือบจะขาว เห็นแบบนี้ เลือกกันเป็นร้อยเฉดกว่าจะได้สีเทาควันบุหรี่โทนที่ต้องการ คนใช้จะได้ไม่ต้องคิดชั่งใจเยอะ แล้วทั้ง 3 สีนี้รับรองว่าแมตช์กับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์แน่นอน” อดีตสไตลิสต์อย่างคุณกัสขอคอนเฟิร์ม

D 22

dash. สื่อภาษาดีไซน์

dash. ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ออกกระเป๋าคอลเล็กชันแรกในปีถัดมา ครั้นพอถึงปีนี้ 2021 ตัดสินใจส่งกระเป๋ารุ่น DA17 Conductor และ DA18 Sling เข้าประกวด A’Design Award ณ เมือง Como ประเทศอิตาลี ผลปรากฏว่าทั้งสองรุ่นได้รับรางวัล Silver Award ในหมวดงานออกแบบแฟชั่นและอุปกรณ์เดินทาง (Fashion and Travel Accessories)

D 27

D 21

D 17

“เป็นรุ่นกระเป๋าที่เรารู้สึกว่า Design Language เด่นชัดขึ้นมา มีคาแรกเตอร์ความเป็น dash. ที่บอกไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน แต่คนเห็นแล้วรู้ว่านี่คือแบรนด์เรา ผมเลยอยากฟังฟีดแบ็กจากชาวต่างชาติดูบ้าง ยิ่งเป็นคนในแวดวงดีไซน์ด้วย อยากรู้ว่าทิศทางที่เราเดินมาถูกหรือยัง” นี่คือเหตุผลที่คุณนนทน์ตัดสินใจส่งชิ้นงานเข้าประกวด

แล้วความรู้สึกของคนออกแบบกระเป๋าล่ะ “กัสก็ค่อนข้างคาดหวังเลยล่ะ (หัวเราะ) แต่คิดว่าน่าจะได้สักรางวัลหนึ่ง ไม่ได้คิดว่าจะได้ทั้งสองรุ่นที่ส่งไปเลย ในฐานะดีไซเนอร์ การประกวดก็เป็นเหมือนบททดสอบว่าสิ่งที่เราออกแบบจะถูกจริตคนทั่วโลกหรือเปล่า”

D 6

dash. กับอื่นใดที่ ‘ซ่อน’ อยู่

เห็นใบ ‘ย่อมๆ’ เท่านี้ แต่กระเป๋าทั้งสองรุ่นนี้ก็ ‘เล็กพริกขี้หนู’ นะ เพราะผ่านการคำนวณขนาดมาเป็นอย่างดี อย่างรุ่น Conductor คุณกัสคอนเฟิร์มว่าใหญ่พอที่จะใส่ของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ครบ ส่วนรุ่น Sling เธอก็ตั้งใจให้ทรงยาวของกระเป๋าช่วยให้แนบตัวในยามสะพาย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว

D 7

และเบื้องหลัง ‘ดีไซน์’ ที่เรียบง่ายสไตล์มินิมัล แต่ขอจัดเต็มด้าน ‘ฟังก์ชัน’

“อย่างก้นกระเป๋าไม่ได้ทำแค่ให้ตั้งได้ แต่ยกสันขอบขึ้นเพื่อให้ก้นกระเป๋าลอยจากพื้น จะหย่อนวางกระเป๋าที่ไหนก็ไม่ต้องคิดมาก เราไม่ได้อยากให้โอ๋กระเป๋า แต่อยากให้ได้ใช้งานมากกว่า ซิกเนเจอร์อย่างหนึ่งของเราคือการใช้ฝากระเป๋าแม่เหล็กเพื่อให้มันปิดเองได้ ไม่ต้องกังวลว่าลืมปิดหรือเปล่า แล้วเราก็ทดสอบและปรับจนได้ระดับแรงดูดที่พอดี ให้เปิดง่ายแค่ใช้ปลายนิ้ว แต่ก็ต้องปิดสนิทด้วยนะ ถึงกระเป๋าจะล้มคว่ำคะมำ ของข้างในก็ต้องไม่หล่นออกมา”

D 2

D 11

ทั้งคู่ยืนยันถึงความใส่ใจในทุกดีเทล แม้จะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้อาจจะไม่รู้สึก แต่ dash. จะไม่ปล่อยผ่าน “ครั้งหนึ่งกัสทำกระเป๋าต้นแบบเสร็จ (เธอมีจักรไว้ทดลองเย็บกระเป๋าที่ขึ้นแบบเองก่อนทุกรุ่น จะได้เข้าใจว่าช่างจะเจออะไร สิ่งที่สเก็ตช์ไว้ ทำจริงได้ไหม ถ้าไม่ได้ต้องปรับแก้ตรงไหน แล้วจึงส่งต่องานให้ช่างเย็บ) กัสกับพี่นนทน์รู้สึกว่า มันเทอะทะ ไม่ตรงกับที่ใจเราคิดไว้ หาจนเจอว่าเป็นเพราะหนังตรงขอบกระเป๋าหนาเกินไป เลยต้องให้ช่างเจียออก 0.2 ม.ม.” คุณกัสหัวเราะเมื่อเห็นหน้าคนฟัง “0.2 ม.ม. ลูกค้าไม่รู้หรอก แต่ถ้าวางเทียบกัน ต่อให้ไม่รู้ว่าต่างกันยังไง ก็จะเห็นว่าใบนี้สวยกว่า”

D 25

dash. กับสิ่งที่เห็น และสิ่งที่เป็น

แม้จะมีกระเป๋าเป็นสินค้าเปิดตัวแบรนด์ แต่ซีอีโอคนนี้ยืนยันว่า “dash.ไม่ใช่แบรนด์กระเป๋า” เพราะตั้งเป้าออกแบบสินค้าที่ให้ประสบการณ์ความรู้สึกกับผู้ใช้ โดยครอบคลุมและตอบโจทย์ 4 ช่วงเวลาในชีวิตของแต่ละคน ได้แก่ การพักผ่อน การทำงาน การเดินทาง และการหาแรงบันดาลใจ เราได้เห็นคอลเล็กชันเครื่องเขียน (แผ่นรองเมาส์ กล่องดินสอ ดินสอ กระดาษ กระดาษโพสต์อิท) พะยี่ห้อ dash. ออกมาด้วย

เมื่อมีการคิดออกโปรดักต์ไลน์ใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วสิ่งที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในความเป็นแบรนด์คืออะไร

D 18

อีกครั้งที่คุณนนทน์ขอตอบคำถามนี้ “เมื่อก่อนคนอาจมองความเชี่ยวชาญตามหมวดอุตสาหกรรมมากกว่า แบรนด์กระเป๋าก็ต้องผลิตแต่กระเป๋า แต่ผมมองว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปแล้ว ให้มองความถนัดของแต่ละคนมากกว่า อย่าง dash. เราคือผู้ชำนาญการออกแบบประสบการณ์อันเรียบง่าย ส่วนด้านเทคนิคการผลิต เราเรียนรู้เพิ่มเติมจากช่างที่มีชั่วโมงบินด้านนั้นๆ ได้”

คุณกัสพยักหน้าสนับสนุนเต็มที่ “งานกัสเลยสนุกและไม่จำเจ (หัวเราะ) เพราะเราได้ดีไซน์สินค้าใหม่ๆ อยู่เสมอ เดือนนี้เราตั้งใจทำกระเป๋า เดี๋ยวก็สลับไปทำเครื่องเขียน และเรากำลังอยากมี ‘dash. Café’ เป็นหมุดหมายของคนรักชอบงานศิลปะไว้มานั่งเล่น นั่งทำงาน นั่งพักผ่อน อาจจะมีอาร์ตแกลเลอรีด้วย แต่ไม่ใช่โชว์รูมสินค้าแน่นอน”

D 12

แล้วกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ล่ะ dash. ปรับตัวรับมืออย่างไร

“ช่วงนี้คือโอกาสให้ทีมงานได้มาช่วยกันดูว่า เราจะปฏิวัติกรอบความคิดเดิมๆ ได้อย่างไรบ้าง ถ้าสถานการณ์นี้ผ่านพ้นไป ไลฟ์สไตล์คนจะเปลี่ยนไปรูปแบบไหนได้บ้าง”

“ส่วนกัสก็เป็นช่วงสั่งสมวัตถุดิบ ก็คือแรงบันดาลใจที่เราต้องคอยเติมเต็มให้ตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้มีแรงขับในการคิดสร้างสรรค์ผลงานออกมา ส่วนตัวชอบอ่านหนังสือ สนใจในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายเราสนใจ ด้วยการเอาตัวเองไปสัมผัสบรรยากาศนั้น”

D 23

คำถามสุดท้าย ‘กลัวถูกก๊อบไหม’

สาวกัสตอบอย่างไวแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่า “ไม่กลัวค่ะ อาจจะเลียนแบบได้ แต่เรื่องเทคนิคฟังก์ชันต่างๆ บอกเลยว่า ‘ไม่มีทาง’ เพราะเราพยายามทำทุกอย่างให้สมูทที่สุด กระบวนการทำงานของเราจึงค่อนข้างลงดีเทลมากทุกขั้นตอน กว่าจะใช่ในแบบที่เราต้องการ มองภายนอกอาจจะไม่รู้ แต่ถ้าได้ใช้ไปเรื่อยๆ จะรู้เองว่ามันเวิร์กจริงๆ”

ครั้งนี้คุณกัสตอบได้ครบถ้วนชนิดบอสหนุ่มไม่ต้องกล่าวเสริมใดๆ เลย

Website : d-dd.co
Facebook : Dash
Instagram : dashbrand.co

Tags: